Places that Belong to You

 
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
6 กุมภาพันธ์ 2550
 

Dreamgirls: And I'm telling you I'm not going (Holliday VS Hudson)

ถ้าพูดถึงเสียงร้องเพลงของนางเอกสมทบยอดเยี่ยมรางวัลลูกโลกทองคำประจำปีนี้แล้ว...ประเด็นหลัก ๆ เลยก็คือมีการเปรียบเทียบกันอย่างค่อนข้างชัดเจนระหว่างเสียงร้องของนักแสดงผิวดำ (Jennifer Hudson) และนักแสดงผิวดำกว่า (Jennifer Holliday) กันอย่างเมามัน จนเพื่อนผมบางคนถึงกับจะเอาทุเรียนปาใส่หน้ากัน เพราะว่าเถียงกันจนคอเป็นเอ็น ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็ดูเหมือนว่าจะกินกันไม่ลงจริง ๆ สำหรับนักแสดงทั้งสองคนนี้ที่จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับเป็นมวยกันคนละรุ่นเพราะอายุอานามของป้า Holliday ก็ไม่น้อยละ...ในขณะที่ตัวของ Hudson ยังเปรียบได้ว่าเป็นแค่เบบี๋ของวงการ (แต่ความสามารถไม่ไช่เด็ก ๆ เลย)

แต่พอได้ฟังเพลง And I am telling you I'm not going ในคนละเวอร์ชั่นแล้ว ผมก็พบความแตกต่างในด้านเทคนิคและประสบการณ์ของนักร้องสองคนนี้...ก่อนอื่นต้องพูดในเรื่องเพลงก่อน ในความเห็นส่วนตัวจริง ๆ แล้ว ถ้าจะพูดถึงจุดเด่นของเพลงนี้ ก็ขอบอกได้เลยว่าเป็นเพลงที่เน้นเทคนิคของเสียงร้องเยอะทีเดียว เพราะว่าเป็นเพลงที่ "เปิดโอกาส" ให้นักร้อง (ไม่ว่าใครก็ตาม) สามารถแสดงศักยภาพของเสียงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตรงท่อนฮุคของเพลง หรือตรงคำร้องที่เน้นว่า "No...No...No...Way" ที่ต้องใช้การสอดแทรกของอารมณ์เคล้าไปกับเสียงดนตรีที่แน่นแต่พลิ้วไหวอิสระตลอดเพลง ดังนั้นก็ไม่น่าจะแปลกใจเลยที่สามารถเรียกความสนใจของผู้ฟังและผู้ชมได้มากมายเพียงแค่การร้องเพลงนี้ "เพียง" เพลงเดียวเท่านั้น...สังเกตง่าย ๆ ว่าบทนางเอกของเรื่องนี้กลายเป็นบทตัวประกอบของเรื่องไปได้อย่างไม่ทันตั้งตัว...
เอาล่ะเกริ่นมาเยอะเกินไปละ ประเด็นของการเถียงกันของเพื่อนผมเนี่ยเกิดจาก การที่ได้ฟังเพลงนี้จากของเวอร์ชั่น Holliday กับ Hudson พร้อม ๆ กันเนื่องด้วยตัวข้าพเจ้ามีซีดี Dreamgirls Original Cast Recording ก็เลยได้เปิดฟังพร้อม ๆ กับเวอร์ชั่นหนังเพื่อเทียบกันเล่น ๆ ในรถ เอาล่ะสิ...เพื่อนฝ่ายนึงของผมที่บ้ากับความเป็น Originality ของวัตถุทุกอย่างในโลก กับอีกฝ่ายหนึ่งเป็นพวก Post-Modernism ที่ชอบความแปลกแหวกใหม่ (บางครั้งก็วิกลจริต) ต่างฝ่ายต่างก็ยืนยันความชอบในตัว Holliday กับ Hudson ในทางที่ไปในทิศทางเดียวกับตัวเอง (เข้าข้างตัวเองนั่นแหละ) จนในที่สุดความซวยก็มาอยู่ที่กูอีกละ (ทุกทีเลย) บอกว่ามึงจะเข้าข้างใคร ผม(กู) ก็เลยต้องพยายามค่อย ๆ ชี้แจงแต่ละฝ่ายให้แต่ละ"มึง" ช่วยลดทิฐิกันสักนิดนึงเถอะนะ แล้วจากนั้นผมก็ช่วยกล่อมเพื่อนแต่ละคนอยู่นาน ให้รักปรองดองไว้ (เพราะกลัวขาดเพื่อนแดกแชมเปญ ดอม พาริญอนทุกเย็นวันอาทิตย์)...
อื้ม...ใช่ผมก็เลยบอกพวกมันว่า ทั้งสองคนน่ะเรื่องเสียงน่ะเปรียบเทียบกันได้ยากอยู่เหมือนกัน เพราะว่าแต่ละคนต่างก็มีดีในคนละแง่...ตัว Holliday นั้นเป็นเสียงต้นตำรับระดับนางเอกยอดเยี่ยมของละครเวที (Tony Award) ในเรื่อง Dreamgirls เนี่ยแหละ จุดเด่นของเสียงเธออยู่ที่ "ความรุนแรง" และพยายามหลีกเลี่ยงความ "อ่อนหวาน" แต่ในขณะที่จุดเด่นของ Hudson นั้นเธอมีการผสมกันอย่างอิสระระหว่างความอ่อนหวานและพลังที่แรงกล้าในชั้นเชิงเทคนิคของเสียง โดยเฉพาะในช่วงแรกเริ่มของเพลง คือถ้าเทียบกันระหว่างสองคนนี้ล่ะก็ ช่วงแรก Holliday ถือว่าได้แสดงความเด่นของตัวเองมาได้อย่างชัดเจน เพราะเสียงเธอนั้นแสดงความแน่นมาตั้งแต่เริ่มต้น (คล้าย ๆ กับประกาศจุดยืนของกูตั้งแต่แรกว่า "เนี่ยแหละ เสียงเดี๊ยน") ซึ่งตรงกันข้ามกับของ Hudson เพราะว่าช่วงแรกเธอใช้เสียงเบา และตัดสินใจที่จะใช้เสียงหลบโดยเฉพาะตรงท่อน "I don't wanna be free" ซึ่งพอฟังแล้วรู้สึกขัดกับเนื้อร้องมากเลย (ก็ "ไม่อยากอิสระ" แล้วทำไมหนูต้องร้องซะเบาเชียว กลัวโดนใครตบหรือจ๊ะ...ผมว่าผิดคอนเซ็ปท์ไปหน่อยนึงมั้ง) ดังนั้นสรุปได้ว่าช่วงแรกจุดยืนของเพลงก็ดูด้อยไปมากเลยในกรณีของ Hudson

แต่ต่อมาพอมาถึงช่วงกลางเพลง Hudson พยายามจะแสดงออกถึงพลังที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายในไว้อย่างรุนแรง เธอก็ใช้เทคนิค support ของกล้ามเนื้อกระบังลมออกมาอย่างเต็มที่ จนคนฟังแทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะร้องมาจากคนเดียวกันตอนต้นเพลง...ในขณะที่ของ Holliday นั้นรุนแรงมาตั้งแต่ต้น แต่พอถึงกลางเพลงเธอเพิ่มความรุนแรงนั้นมากขึ้น...และมากขึ้นเรื่อย ๆ จนจบเพลง ที่สำคัญการต่ออารมณ์ของเพลงนั้นถือว่า "smooth" มาก คนฟังจะรู้สึกทึ่งและอึ้งกับเสียงของเธอที่รุนแรง คล้ายเป็นคำสอนของคริสต์ศาสนา หนักแน่นและมีการแบ่งความหนักแน่นเป็นหลายระดับ เช่น แบบเอื่อย แบบสุดโก่ง หรือแบบแหกปากตะโกน (เหมือนกับ Gospel Choir) ดังนั้นถ้าเทียบถึงอารมณ์ที่ว่าใครเชื่อมได้สมบูรณ์กว่า ก็ต้องให้ Holliday อีกแหละ เพราะว่าเธอเปรียบได้กับเป็นคนที่จับ Character ได้ชัดและสมบูรณ์กว่า
สิ่งสุดท้ายที่ถือว่า Hudson ก้าวพลาดไปกับการร้องเพลง ๆ นี้ก็คือ การเลียนแบบการสูดลมหายใจฮึดใหญ่ในตอนท้ายของเพลง (Love..(breathe)..MEEEEEE) ซึ่งเป็นจุดเด่นของ Holliday ซึ่งเธอเป็นคนสร้างขึ้นมาแล้วก็จะพบได้ในทุก ๆ เพลงที่เธอร้อง (trademark) ซึ่งก็ถ้าจะถามว่าถ้า Hudson ไม่ทำมันจะขาดใจตายไหม คำตอบที่น่าจะเป็นก็คือ "ไม่เลย" เพราะว่าตัวเพลงมันเอื้อให้หายใจได้อย่างเพียงพอ ไม่เห็นจะต้องไป "ฮึด" ขนาดนั้นเลย การที่ Hudson เลียนแบบการร้องมาทำให้ความน่าดูของเธอลดไปเยอะเลย แล้วก็ทำให้เกิดการเปรียบเทียบอย่างช่วยไม่ได้เป็นลำดับต่อมา (น่าสงสาร)
เอื้อนกล่าวมาถึงขนาดนี้แล้ว เพื่อนคนที่เชียร์ Hudson อย่างขาดใจ ก็เลยเอะใจว่าจริงเหรอ ไม่เห็นจะฟังออกเลย แถมยังมาด่าผมอีกว่า "หูกวนตีน" อืมผมก็เลยบอกมันว่าลองเอาไปฟังดี ๆ สักสองหรือสามรอบแล้ว "มึง" ก็จะรู้เอง ถ้ายิ่งเถียงไปตอนนี้มันก็คงต่อยผมสลบคาพวงมาลัย แต่ผมก็บอกเค้าแหละว่า Hudson จริง ๆ แล้วเค้าเป็นนักร้องที่เก่งมาก เสียงดีและไพเราะจริง ๆ และทำนายได้เลยว่าอนาคตจะต้องเป็นดาวรุ่งที่มาแรง แต่อาจจะดวงแย่ไปนิดนึงตรงที่ต้องมาร้องตามหลัง "ราชินี (ช้าง) บรอดเวย์" เนี่ยแหละ ก็เลยทำให้ต้องกลายเป็นเป้านิ่งให้คนหูหาเรื่องอย่างผมวิจารณ์ได้ เหมือนกับว่าถ้าใครร้องเพลง "I will always love you" ก็ต้องซวยเพราะต้องโดนประจานเทียบกับ Whitney Houston อย่างช่วยไม่ได้










Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 18 มกราคม 2551 10:55:58 น. 9 comments
Counter : 830 Pageviews.  
 
 
 
 
ขอประเดิมบลอกคนแรกจ้า
 
 

โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:09:07 น.  

 
 
 
อยากฟังง่า
 
 

โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:26:42 น.  

 
 
 

อ่านแล้วมันส์มากๆครับ ขออนุญาติแอดบล็อกเลยนะครับ

แอบเห็นด้วยกับ จขบ. ในเรื่องของฮัดสัน ถ้าฟังของฮอลลิเดย์มาแล้วมาเจอของฮัดสันนี่ ตอนต้นเพลงจะดูเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว
แต่ไอ้เสียง "ฮึดดดด" ตอนสุดท้ายเนี่ย ผมว่ามีไว้ก็ดีนะ มันแลดูเป็นเอกลักษณ์ของเพลงไปเลย (ไม่แน่ใจว่าเพราะเค้าหายใจตรงนั้นกันทั้ง 2 คนรึเปล่า เลยทำให้ดูเหมือนเนท่อนบังคับ )
ยิ่งตอนเอาไปใส่ใน Trailler ของหนังแล้ว เออ น่าดูดีวุ้ย

จขบ.เขียนยาว ผมก้เม้นท์ซะยาวเลย แหะๆ
 
 

โดย: araigorgoo วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:4:52:50 น.  

 
 
 
แง๊ว นึกว่าจะร้องเพลงในดรีมเกิร์ลให้ฟังซะอีก
 
 

โดย: MixColumns วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:26:04 น.  

 
 
 
จะเข้ามาฟัง ชอบเพลงนี้มากกกกกกกกก
 
 

โดย: fairy_tells วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:38:57 น.  

 
 
 
ยังไม่ได้ฟังเสียงของฮัดสันเลย วันอาทิตย์นี้หล่ะ ได้ดูแล้วแน่ๆ
 
 

โดย: พ่อดอกมะดัน วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:01:16 น.  

 
 
 




ขออนุญาตแปะไว้แล้วกันนะครับ


 
 

โดย: note-d วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:49:30 น.  

 
 
 
เคยฟังของ holiday มานานมากๆ แต่ไม่เคยดู live ที่โน้ตเอามาแปะให้ หุ หุ ชอบปนๆ กับความรู้สึกกลัวนิดๆ ถ้ามาร้องใกล้หูนี่หูแตกแน่ๆ

เห็นด้วยนะครับว่าช่วงแรกๆ ของ hudson ร้องออกจะ soft ลงไปนิดๆ นึง แต่ผมว่าเค้าคงอยากให้เข้ากับอารมณ์หนัง ซึ่งตอนนั้นแอฟฟี่อยู่ในอารมณ์อ้อนวอน ขอร้อง แล้วเมื่อทุกคนทั้งแฟน ทั้งเพื่อนล้วนแล้วแต่ปฏิเสธในตัวแอฟฟี่ อารมณ์มันก็เลยค่อยๆ ปะทุขึ้นเรื่อยๆ อะครับ
 
 

โดย: T_Ang วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:47:13 น.  

 
 
 
แวะมาทักทายคร้าบ
 
 

โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:10:24:20 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Liza Minnelli
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Personally, I like literature and linguistics as my main course. However, songs and musical plays are my thirst of knowledge. I would like to use this blog as an experimental field for expressing my personal ideas and afterthoughts to those mentioned. I would like to welcome all comments related to my blogs as well as to construct new e-friendship from all over the world. :D : Users Online

MyHeritage: Celebrity Morph - Free family tree - Free genealogy

[Add Liza Minnelli's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com