เที่ยวเขาดิน ระลึกความทรงจำของวันวาร ๒


ตอนนี้ขอเวลานอกนั่งพักขาและรับประทานอาหารก่อนนะคะ เชิญดูรูปมุมต่างๆ ของเขาดินไปพลางๆ ก่อนค่ะ






















อิ่มแล้วค่ะ พร้อมที่จะเดินทางต่อแล้ว ออกจากร้านอาหารครัววังวนามาเราก็เดินต่อมาทางซ้ายมือก็จะเป็นสำนักงานของสวนสัตว์ มีอาคารเก่าที่สวยงามมากตั้งอยู่ด้วย




เดินตามทางต่อไปเรื่อยๆ เราจะได้พบกับส่วนจัดแสดงไก่ฟ้า นกสวยงามต่างๆ เช่น ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ฟ้าหน้าเขียว เป็นต้น






จากนั้นก็จะเป็นสวนสนุกเขาดิน ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีเครื่องเล่นอยู่ไม่กี่ชนิด ส่วนมากจะมีแค่ไม้ลื่นกับชิงช้าเท่านั้นค่ะ เดินเลียบสระน้ำมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับประตูอู่ทอง และลานแสดงช้างกับการแสดงของชาวเคนย่า เราไม่ได้เข้าไปดูหรอกนะคะ เพราะกว่าจะตามถ่ายรูปพวกน้องหนูทั้งหลายได้เกือบครบนี่ก็จะหมดเวลาอยู่แล้ว เลยเดินขึ้นเนินเล็กๆ ที่มีน้ำตกจำลองอยู่ เนินนี้ในสายตาของเด็กหญิงตัวยาวสมัยก่อนจะดูสูงใหญ่มาก เหมือนเขาจริงๆ และดูจะมีเนื้อที่กว้างขวางกว่านี้มากมายนัก วันที่จะมาเที่ยวแม่จะตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมข้าว น้ำ ไก่ทอด หมูทอด ผัดผัก และผลไม้ต่างๆ ใส่ในตะกร้า พร้อมกระดาษหนังสือพิมพ์ พอถึงบริเวณนี้ก็จัดแจงนำอาหารต่างๆ ออกมาก แล้วล้อมวงทานข้าวกันสามคนแม่ลูก อาหารฝีมือแม่อร่อยทุกอย่างอยู่แล้วค่ะ ทุกวันนี้ภาพความประทับใจแบบนี้ที่ถ่ายทอดโดยครอบครัวอื่นก็ยังมีให้เห็นตลอดเวลาที่มาเที่ยวเขาดิน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสิ่งมหัศจรรย์อันดับเจ็ด ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายของเขาดินอยู่ด้วย เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูปมา นั่นคือต้นสักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานให้พระราชอาคันตุกะ ปรินส์ วัลดิมาร์ แห่งเดนมาร์ก ทรงปลูกไว้เป็นที่ระลึก



ถ่ายรูปน้ำตกจำลองเสร็จก็เดินลงมาถ่ายรูปนกเงือกค่ะ





จากกรงนกเงือกเราก็เดินข้ามสะพานมาซึ่งที่ปลายสะพานจะมีร้านขายของที่ระลึกของสวนสัตว์อยู่ เดินไปทางซ้ายมือข้ามสะพานอีกสะพานหนึ่งเพื่อเข้าสู่  “เกาะนก” ค่ะ


ในเกาะนกค่อนข้างครึ้มไปด้วยพรรณไม้ต่างๆ เวลาถ่ายรูปเราไม่กล้าใช้แฟลชเพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อสายตาพวกเขา หรืออาจทำให้พวกเขาตกใจ จึงได้ภาพแบบมัวๆ มืดๆ อย่างนี้ล่ะค่ะ













ออกจากเกาะนกมาก็จะเป็นกรงนกฟลามิงโก ปากสีชมพู ขนสวย ขายาว ฟลามิงโกเป็นสัตว์ตัวโปรดตัวหนึ่งของเรา เพราะฉะนั้นถ้ารูปจะเยอะกว่าคนอื่นก็อย่าว่ากันเลยนะคะ








จากนกฟลามิงโกก็จะเป็นส่วนจัดแสดงนกน้ำ ซึ่งจะมีนกชนิดต่างๆ อยู่มากมาย ที่เราถ่ายภาพมาได้คือนกกาบบัวค่ะ แล้วอีกชนิดหนึ่งนั้นไม่ทราบเหมือนกันว่าชื่อนกอะไร เห็นเกาะนิ่งอยู่บนกิ่งไม้เลยถ่ายภาพมาให้ดูกันค่ะ




จากส่วนจัดแสดงนกน้ำเราเดินไปยังทับช้าง ซึ่งเป็นส่วนจัดแสดงช้างโดยไม่ได้ล่ามโซ่ แต่เราคิดถึงโรงช้างสมัยเด็กๆ จังเลย เพราะดูร่มรื่นไม่แห้งแล้งเหมือนวันนี้ ครั้งหนึ่งที่เราไปเที่ยวตอนเด็ก มีการนำลูกช้างออกมาให้ผู้ชมสัมผัสอย่างใกล้ชิดด้วย ประทับในมากเลยที่ได้จับตัวลูกช้างเชือกนั้น





ถัดจากทับช้างก็จะเป็นกรงนกกะเรียนไทย ซึ่งปัจจุบันแทบจะสูญพันธุ์ไปแล้วค่ะ




ตรงข้ามกับกรงนกกะเรียนไทยเป็นที่อยู่ของฝูงกวางดาว สมัยเรายังเด็กบริเวณนี้จะเป็นที่อยู่ของนาก เต่า และแรดที่ชอบกินฮานามิค่ะ เคยเห็นบางคนเขาให้มะยมดอง มะม่วงดอง เธอก็กินค่ะ ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอันตรายต่อเธอหรือเปล่า กวางดาวตัวผู้โดนตัดเขาไปเสียแล้ว สงสัยว่าเพื่อป้องกันอันตรายต่อตัวอื่น เลยนำภาพตอนที่ยังไม่ได้ตัดเขามาให้ดูด้วยค่ะ





จากกวางดาวเราข้ามถนนกลับมาดูจิงโจ้กันค่ะ




แล้วเราก็เดินมาถึงสะพานปลา ซึ่งเราก็มีความรู้สึกเหมือนเดิมคือตอนเราเด็กๆ ดูว่ามันจะกว้างใหญ่และสวยงามกว่านี้ และตอนเรายังเด็กที่ปลายสะพานจะมีซุ้มขายขนมปังกับอาหารปลาอยู่ด้วย เราชอบดูปลาสวายฮุบขนมปังมากเลยค่ะ ชอบอยู่ตรงนี้นานที่สุด มาวันนี้ไม่มีขนมปังกับอาหารปลาขายแล้ว แต่มีบางครอบครัวเตรียมขนมปังมาเอง เราเลยได้ภาพปลาสวายมาฝากกันค่ะ



มีเต่าด้วยนะคะ



ระหว่างปลาสวายกับปลาตะเพียนกำลังแย่งขนมปังกัน ก็มี “คุณทำเนียน” มาขอร่วมวงด้วยค่ะ



พอขนมปังหมดแล้ว “คุณทำเนียน” ก็ว่ายน้ำจากไปค่ะ



จากสะพานปลา เดินมาทางซ้ายมือจะเป็นอาคารสัตว์หากินกลางคืน ได้แก่ เม่น อีเห็น ชะมด หมีขอ เป็นต้นค่ะ ส่วนนี้จะปราศจากภาพโดยสิ้นเชิง เพราะมืดมากและไม่กล้าใช้แฟลชค่ะ ไปเพ่งหาดูตัวเป็นๆ กันเองก็แล้วกันนะคะ ด้านหลังอาคารแสดงสัตว์หากินกลางคืนจะเป็นบ่อที่อยู่ของตัวนาก และถัดออกไปเป็นโรงพยาบาลสัตว์ค่ะ



ส่วนจัดแสดงสุดท้ายก่อนอำลาเขาดิน คือส่วนจัดแสดงสัตว์แอฟริกา ได้แก่ ฮิปโปโปเตมัสแคระ นกกระจอกเทศ ม้าลาย และยีราฟค่ะ นอกจากนี้ยังมีมุมเล็กๆ เป็นที่อยู่ของเมียร์แคทอีกฝูงหนึ่งด้วย









ภาพสุดท้าย เป็นภาพสามสหายแอฟริกาออกมาอำลาผู้ชมค่ะ



แล้วเราก็วนกลับมาที่ประตูราชวิถีอีกครั้ง ซึ่งก็ได้เวลากลับบ้านซะที มาตั้งแต่สิบเอ็ดโมงเช้าจนถึงตอนนี้เกือบจะหกโมงเย็นแล้ว อิ่มอกอิ่มใจเต็มที่กับการที่ได้ใช้เวลาทั้งวันระลึกถึงความทรงจำดีๆ ที่มีแทบทุกตารางนิ้วของเขาดิน พร้อมๆ กับที่ได้เห็นว่า ทุกวันนี้เขาดินก็ยังคงเป็นสถานที่มหัศจรรย์ที่เด็กๆ จะได้ตื่นตาตื่นใจกับสัตว์หลากหลายประเภท เป็นสถานที่น่าประทับใจที่เด็กๆ จะได้รับประทานอาหาร ได้เล่นของเล่นในสวนสนุก ร่วมกับครอบครัวของตัวเองอย่างมีความสุข ท้ายที่สุดนี้ ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ที่ได้พระราชทานสถานที่แห่งนี้เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์ได้มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจมาจนถึงทุกวันนี้


ขอขอบคุณข้อมูลจาก:    แผ่นพับของสวนสัตว์ดุสิต และ www.dusitzoo.org







 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2552
0 comments
Last Update : 8 กรกฎาคม 2552 12:00:25 น.
Counter : 3513 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


lekatuayao
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ตัวยาว" เป็นชื่อที่เจ้านายที่เคารพตั้งให้ค่ะ ผู้สูงอายุก็ต้องหลงๆ ลืมๆ ชื่อจริงของเลขาบ้าง เลยเรียกตามลักษณะที่เด่นที่สุด เลยกลายมาเป็น "เลขาตัวยาว" ค่ะ
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add lekatuayao's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.