Group Blog
 
 
ตุลาคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
มาทำกิมจิสไตล์ไทย ๆ กันเถอะ




     






     กิมจิถูกจัดเป็นหนึ่งในห้าอาหารสุขภาพโดยเฮลท์แม็กกาซีน (Health Magazine) โดยให้เหตุผลว่ากิมจิอุดมด้วยวิตามิน ช่วยในการย่อยอาหาร และอาจจะช่วยรักษาโรคมะเร็ง สรรพคุณในกิมจิได้มาจากหลายปัจจัยเพราะว่ากิมจิทำมาจากผักกาดขาว หัวหอม และกระเทียม ผักทั้งสามอย่างนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ กิมจิยังมีไปรไบโอติกส์แลคโตแบซิลลัสที่ให้กรดแลคติก หลังจากการหมักเหมือนในโยเกิร์ตด้วย อีกทั้งกิมจิมีพริกแดงเป็นส่วนผสมหลักซึ่งก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นกัน


     สรรพคุณที่มีประโยชน์ของกิมจิอาจจะเป็นโทษได้เช่นกัน มีการศึกษาความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหารเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2548 นักวิจัยชาวเกาหลีใต้เปิดเผยว่ามีความเสี่ยงถึงร้อยละ 50 ที่อาจจะเป็นเหตุให้เกิดมะเร็งในกระเพาะถ้าบริโภคกิมจิมากเกินไป ดั่งอัตราการเป็นมะเร็งในกระเพาะของประชากรเกาหลี และญี่ปุ่นที่มีมากเป็นสองเท่าของประชากรในสหรัฐอเมริก ข้าวขาวในทั้งสองประเทศอาจจะเป็นสาเหตุทางอ้อมในการเกิดมะเร็งก็เป็นได้ แต่ในการศึกษาบางชิ้นนั้น อ้างว่าการบริโภคกิมจิมีส่วนช่วยในการลดการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร แม้กระนั้นก็มีการศึกษาบางชิ้นอีกเช่นกันที่อ้างว่ากิมจิ (ที่มีส่วนผสมเป็นหัวผักกาด)จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง และการบริโภคกิมจิเป็นจำนวนมาก ก็จะเป็นได้รับเกลือหรือน้ำปลาที่ใช้ในการหมักและปรุงรสเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพขึ้นได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง





อ้างอิงจาก : //th.wikipedia.org/wiki/กิมจิ











** ออกตัวก่อนนะคะ ว่าอันนี้เป็นกิมจิสไตล์เล็กเอง 
เกิดจากการปรับเปลี่ยนเครื่องปรุงบางตัว 
และปรับรสชาติให้ถูกปาก (ตัวเอง)**





เตรียมอุปกรณ์กัน ...


- ผัดกาดขาว/ผักกาดหางหงส์ 1 หัว


- หัวไชเท้า 1 หัว


- แครอท 1 หัว


- ต้นหอม 1 กำ (ประมาณ 10 บาท)


- ขิงแก่ 1 แง่ง


- พริกสด 10 เม็ด


- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ


- เกลือทะเล 2 ช้อนโต๊ะ


- ซอสพริกศรีราชา ชนิดเผ็ดมาก 5 ช้อนโ๊ต๊ะ


- กระเทียม 10 กลีบ 





ลงมือทำกันเถอะ...


1. นำผักกาดขาว มาล้างให้สะอาด ล้างทีละใบไปเลย เพื่อความสะอาดหมดจด 

จากนั้นตัดเป็นชิ้น ๆ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ








 2. นำผักใส่กะละมัง โรยเกลือให้ทั่ว คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ 30 นาที







 3. เมื่อครบกำหนด นำมาล้างน้ำเปล่าหลาย ๆ น้ำ จนหมดความเค็ม 
(ขั้นตอนนี้อนุญาตให้ชิมได้ค่ะ ^^)







4. จากนั้น พักผักกาดให้สะเด็ดน้ำ







 5. หั่นแครอท หัวไชเท้า วิธีหั่นก็หั่นตามแนวขวาง ให้ได้ชิ้นกลม ๆ จากนั้นหงายขึ้น แล้วหั่นซอยอีกที 


และต้นหอมหั่นยาวประมาณ 3 ซม.







6. เอาพริก กระเทียม เกลือเล็กน้อย และขิงแก่ใส่เครื่องปั่น หรือจะตำก็ได้ค่ะ







7. เอาผักทุกสิ่งที่เราเตรียมไว้ มาใส่ชามรวมกัน


โยนของที่ปั่น ๆ (เมื่อสักครู่) น้ำตาลทราย และซอสพริกลงไป







8. คลุกเคล้าให้เข้ากัน







9. ใส่กล่องให้มีอากาศด้านบนเล็กน้อย ตั้งทิ้งไว้ 1 วัน สามารถรับประทานได้เลยค่ะ 


ถ้าทานไม่หมดก็เก็บเข้าตู้เย็นสามารถเก็บได้นานเป็นเดือนเลยทีเดียว




Create Date : 27 ตุลาคม 2553
Last Update : 27 ตุลาคม 2553 13:13:51 น. 5 comments
Counter : 310 Pageviews.

 
รสชาติเป็นยังไงบ้างคะ


โดย: AM NUCH วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:14:13:16 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ..
ทำเองด้วย เก่งจังเลยย..
สีสวย น่ากินมั่กๆๆค่ะ


โดย: วาดะจัง วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:14:23:32 น.  

 
ว่างๆต้องลองทำบ้างแล้ว


โดย: MhuUto วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:14:51:31 น.  

 
น่าลองทำจังค่ะ^^


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:19:34:46 น.  

 


โดย: TarmjaiMoo วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:21:29:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

LekPanutt
Location :
เพชรบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add LekPanutt's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.