มีนาคม 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
21 มีนาคม 2555
All Blog
Co Q10 และ iherb
สวัสดีค่ะ วันนี้ได้โอกาสมารีวิว และเป็นม้าอีกแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับโคเอนไซม์คิวเทนนะคะ เพราะว่าเราได้แวะเข้าไปห้องแป้ง แล้วก็ได้ไปเจอกระทู้ทานอาหารเสริม อืม เรื่องแบบนี้เราชอบมากค่ะ

หลายคนอาจจะบอกว่า ทานอาหารครบทุกหมู่ ออกกำลังกาย ก็พอแล้ว จะมากินอาหารเสริมมากมาย บ้าบอไปทำไม เปลืองเงินโดยใช่เหตุ แต่ก็ช่างเถอะค่ะ เราเองไม่ได้อยู่ในประเภทนั้น เรากินเท่าที่เราสามารถกินได้ อันไหนศึกษาแล้วไม่อันตราย เราสามารถหามากินได้โดยที่ไม่เดือดร้อน เราก็กินค่ะ

อ้อ เราได้เข้าไปที่เว็บที่กำลังฮอตฮิตในหมู่สาวๆนะคะ iherb ที่นี่มีอาหารเสริมราคาถูกและมีจำนวนให้เลือกมากมาย ส่งขายไปทั่วโลก แล้วก็เปิดมานานแล้ว ดังนั้นเราคิดว่า ความน่าเชื่อถือของเค้าก็มีในระดับหนึ่งล่ะ แล้วราคามันก็ถูกมาก ถ้าซื้อหลายอย่างที่เราต้องการในเมืองไทยเราคงได้กินอาหารเสริม แต่ขาดอาหารหลักแน่นอน

นอกจากนี้แล้วเรายังชอบการสั่งซื้อของทางอินเตอร์เน็ตด้วยค่ะ พูดตรงๆมันลุ้นตรงรอของนี่หละ เนื่องจากทั้งกระบวนการจัดส่งจากที่ต่างๆ ความใจดีของคุณไปรษณีย์เจ้าที่จะมาส่ง ซึ่งต้องบอกว่า เราโชคดีมาก ไปรษณีย์บ้านใหม่ที่เรามาอยู่เนี่ย รับผิดชอบการส่งดีมาก ถึงขนาดเราเคยไปตั้งกระทู้ขอบคุณไปเลยทีเดียว ต้องขอบคุณมากนะคะ ที่ทำให้การสั่งซื้อของทางเน็ตของเราค่อนข้างมีความสุขและยังไม่เจออะำไรร้ายแรงเลยสักครั้งนะคะ

เอาล่ะ กล่าวชมคุณไปรษณีย์มาแล้วก็มาถึงการสั่งซื้อครั้งแรกกับเว็บ iherb ซึ่งถือเป็นการซื้ออาหารเสริมข้ามทวีปครั้งแรกที่เราทำจริงๆ ลุ้นมากๆ กลัวโดนคุณศุลกากรจัดภาษี ที่สูงในอัตราที่รวมแล้วอาจจะแพงกว่าของจริง เราซื้อของทั้งหมดแค่ 22 $ เองนะคะ ซึ่งหลายคนบอกว่า ไม่ต้องกลัว แต่เรากลัวจริงๆ เพราะเราได้ของเยอะมาก ของแถมสามอย่าง เค้าให้เรามา โอ้โห ปลื้มมาก ต่อไปก็คงสั่งที่เว็บนี้ค่ะ แต่จะสั่งทีละไม่เกินสามสิบดอลลาร์นี่หละ ห้ามมาประเมินของเราแพงนะ เพราะว่าเราไม่ซื้อของแพงอยู่แล้ว

สำหรับคนที่ตัดสินใจจะสั่งครั้งแรกนะคะ เราขอฝากโค้ดสำหรับการซื้อครั้งแรกไว้ค่ะ ของเรา PIZ984 ครั้งแรกที่คุณสั่งซื้อแล้วใส่โค้ดนี้ลงไปก็จะได้ลดรคาสำหรับการสั่งซื้อครั้งแรกที่ 5$ นะคะ ใครสนใจซื้อจะใส่โค้ดเราลงไปก็จะขอบคุณค่ะ

เอาล่ะ ของที่เราซื้อรอบแรกนะคะ มี 1. Co Q10 120 capsule
2. VitC 500 mg 250 tabs
3. Fish oil 200 Capsule ทางเว็บก็ให้เลือกของฟรีได้อย่างนึง เราเลือก matrix อะไรมาก็ไม่รู้ ยังไม่ได้ลองทานเลยค่ะ แต่ว่า มันให้มาเ็ป็นกระปุกเลย สามสิบเม็ด แถมยังแถมแว่นขยายอันเล็กๆ น่ารักมาด้วย ปลื้มฮ่าๆ

บ่นมายาวยืด มาดูว่า ของหลักที่ต้องการซื้อในครั้งนี้คือ Co Q10 คืออะไร ตอนแรกเราก็งงนะคะ เพราะว่ามันมีทั้ง Ubiquinone และ Co Q10 ความรู้สึกมันคือ เออ อันเดียวกันนะ แต่เชื่อไหมคะ ในเว็บมีขายทั้งสองอย่างเลยค่ะ แต่เราเลือก Co Q10 มา เพราะว่าเหตุผลคือ มันถูกค่ะ ซื้อแล้วรวมจ่ายค่าจัดส่งมาเมืองไทยก็ 6 $ นะคะ ไม่ว่าของจำนวนแค่ไหน ซึ่งเราก็ไม่กล้าสั่งเยอะอยู่แล้ว กลัวโดนค่ะ พยายามไม่ทำผิด ไม่สั่งเกินหนึ่งพันบาท จะได้ไม่มีปัญหาเนอะ

ได้ของมาแล้ว เราก็ลองทานค่ะ Co Q10 คิดไปเองว่าร่องแก้มลดลง เลยไปลองรวบรวมข้อมูลว่า Co Q 10 มันคืออะไร มีประโยชน์อะไรด้วย

โคเอนไซม์ Q10 (Co-enzyme Q 10)



โคเอนไซม .Q10 ก็เป็นสารสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอาง ซึ่งจะโฆษณาว่ามีสรรพคุณช่วยให้สุขภาพ แข็งแรง ดูอ่อนกว่าวัย และลบเลือนริ้วรอยได้ จึงเป็นที่น่าสนใจว่า

โคเอนไซม์ Q10 คืออะไร มีความสำคัญ และประโยชน์อย่างไร

โคเอนไซม์ Q10 คืออะไร

โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่มีคุณสมบัติคล้ายวิตามิน ละลายในไขมัน มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย และร่างกายสามารถผลิตได้เอง

พบในเซลล์ทุกเซลล์ที่มีชีวิตโดยจะอยู่ที่ส่วนเยื่อหุ้ม (membrane) ของ ไมโตคอนเดรีย (Mitochondrial) และมีความจำเป็นต่อร่างกาย



โคเอนไซม์ Q10 ที่ผลิตในร่างกายนี้สังเคราะห์มาจากกรดอะมิโนที่ชื่อ

ไทโรซีน (Tyrosine) และฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) โดยกรดอะมิโน

ทั้ง 2 ตัวนี้จะสร้างส่วนวงแหวนควิโนน (Quinone ring) ส่วนสายยาว (side chain) สร้างมาจากอะซีติลโค เอ (Acetyl CoA) โดยอาศัยกระบวนการในร่างกายหลายขั้นตอนร่วมกันกับวิตามิน 7 ชนิด

คือ วิตามินบี 2 (Riboflavin) วิตามินบี 3 (Niacinamide) วิตามินบี 6 กรดโฟลิก (Folic Acid) วิตามินบี 12 วิตามินซีและ กรดแพนโททีนิก (Pantothenic Acid)

โคเอนไซม์มีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น Co-enzyme Q 10 หรือ Co ENZYME Q10 หรือ Ubiquinone

หรือ Ubiquinole หรือ Ubidecarenone Ubiquitous หรือ Coenzyme quinine มีชื่อเรียกทางเคมีว่า 2,2dimethoxy-5-methyl-6-decaprenyl benzoquinone มีสูตรโครงสร้างทางเคมีคือ



จากการศึกษาพบว่า Q10 เป็นสารอาหารคล้ายวิตามิน ที่ทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ในร่างกาย มีปฏิกิริยาทางชีวเคมี เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในการสร้างพลังงานในทุกเซลล์ของร่างกาย

ถ้าระดับของ Q10 ลดลง ร่างกายจะไม่สามารถแปลงพลังงานจากอาหารให้อยู่ในสภาพที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้เลย ทำให้เกิดการเจ็บป่วย ร่างกายอ่อนเพลีย ระบบภูมิคุ้มกันเสื่อมสภาพตามมาได้

ประโยชน์ของ โคเอนไซม์ Q10

ประโยชน์ของ Q10 มีการกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับ Q10 มากมายทั้งๆ ที่ยังอยู่ในขั้นการทดลองและยังไมได้สรุปผลออกมา

เช่น หาว่าช่วยชลออาการโรคพาร์กินสัน เพิ่มแข็งแรงของผู้ป่วยโรคเอดส์ ควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพิ่มพละกำลังในพวกนักกีฬา เป็นต้น

แต่ในทางกลับกัน ก็มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า Q10 ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ถ้าหากขาด Q10 กล้ามเนื้อหัวใจจะอ่อนแรงลงและทำงานได้ไม่ดี ทำให้มีการใช้ Q10 เกี่ยวกับการช่วยบำรุงหัวใจอย่างกว้างขวาง และในญี่ปุ่น 10%ของคนญี่ปุ่นมีการรับประทาน Q10 เป็นประจำ

ประโยชน์เป็นข้อๆ ของ Co Q10


1.โรคหัวใจและหลอดเลือด



ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ คลอเลสเตอรอล ในเลือดสูงเกินไป จนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน

ซึ่ง Q10 ช่วยแก้ปัญหาได้โดยไปยับยั้งไม่ให้ คลอเลสเตอรอล จับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด ใช้รักษา โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจล้มเหลวเนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure)

ทั้งนี้ผู้ป่วย โรคหัวใจ ดังกล่าวจะมีแนวโน้มที่จะสัมพันธ์กับการขาด Q10 ดังนั้นเมื่อผู้ป่วย โรคหัวใจ ได้รับ Q10 จึงทำให้หัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น

อีกทั้งด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับวิตามินอี โดยที่Q10 จะทำหน้าที่ช่วยยับยั้งอุดตันของเส้นเลือดของ คลอเลสเตอรอล

เคยมีการศึกษาในผู้ป่วย โรคหัวใจ เนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure) มากกว่า 2,500 คนแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม โดยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจกลุ่มหนึ่งได้รับ Q10 อีกกลุ่มหนึ่งให้ยาหลอกเพื่อดูว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยจริงหรือไม่ เป็นเวลา 12 เดือน

ผลปรากฏว่า 80% มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน อาการบวมของข้อเท้าลดลง อาการหายใจถี่ๆ ลดลง การนอนหลับดีขึ้น

เมื่อผู้ป่วยที่ได้รับ Q10 ทุกวันๆ ละ 100 มิลลิกรัม ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอกกลับมีอาการแย่ลงต้องเข้าในโรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ได้รับ Q10

ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน

แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกการศึกษาที่แสดงถึงประโยชน์ของ Q10 เมื่อไม่นานนี้มีการศึกษาในผู้ป่วย โรคหัวใจ ดังกล่าวระดับปานกลางถึงรุนแเรงจำนวน 46 คน ให้รับประทาน Q10 (ไม่มีใครได้รับประทานยาหลอด) เป็นเวลา 6 เดือนพบว่าอาการต่างๆ ไม่ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของ Q10 กับประสิทธิภาพในการลดอัตราการเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ

ในการรักษาอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก (angina) และอาการหัวใจเต้นผิดปกติ พบว่าอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอดจะลดลงเมื่อผู้ป่วยได้รับ Q10 อีกทั้งผู้ป่วยที่มีปัญหามีอาการทำงานและการเต้นของหัวใจผิดปกติก็พบว่า Q10 มีส่วนช่วยในอาการดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งปัจจุบันประชาชนประมาณ 1 ใน 3 มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบต่อกลุ่มคนดังกล่าว

และก็เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักมีอาการขาด Q10 การรับประทาน Q10 อาจจะช่วยให้อาการความดันโลหิตสูงดีขึ้น และยังช่วยอาการแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย จะเห็นได้ว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคหัวใจ และหลอดเลือดอย่างชัดเจน


2.โรคอัลไซเมอร์



โรค อัลไซเมอร์ เป็นโรคของการเสื่อมทางสติปัญญาที่พบได้เมื่อวัยมากขึ้น อาการของโรคนี้ คือ ความจำเสื่อม หลงลืมตัวเองและคนในครอบครัว ซึมเศร้า สับสน นอนไม่หลับ ไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้

สาเหตุเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น การได้รับบาดเจ็บ เลือดคั่งในศีรษะ และความเสียหายที่เกิดจากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ (free radical) การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้

เนื่องจากใน Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น

และเนื่องจากคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระของ Q10 ที่สามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมอง และโรคชรา จะเห็นได้ว่าหมอบางคนแนะนำให้กับผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไปให้รับประทาน Q10 เพื่อที่จะช่วยอาการขี้หลงขี้ลืม

และช่วยชะลอการทำลายของเซลสมองอันเนื่องมาจากโรค อัลไซเมอร์ และโรคชรา แต่อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย


3. ลดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง



Q10 เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) และเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง

ดังนั้นจึงนำ Q10 มาใช้เป็นเครื่องสำอางสำหรับลดการเกิดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (Photoaging)กล่าวคือ ผิวหนังจะมีหน้าที่ในการป้องกันสารพิษ เชื้อโรค และรังสีอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet) จากแสงอาทิตย์

โดยรังสีอุลตราไวโอเลต (UV) มี 2 ชนิด คือ UVA และ UVB แต่ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยจะเป็นรังสี UVA

โดย UVA สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังถึงชั้นหนังแท้ และจะเริ่มต้นในการผลิตอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งอนุมูลอิสระดังกล่าวนี้ผลิตจากกระบวนการออกซิเดชั่น (Oxidation)

และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้ก็จะทำอันตรายต่อไขมัน โปรตีน และสารพันธุกรรม (DNA) ในเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอย หมองคล้ำได้

แต่ร่างกายก็จะมีกระบวนการป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระดังกล่าวโดยกระบวนการทางธรรมชาติ กล่าวคือ ที่ผิวหนังจะมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) เช่น วิตามินอี วิตามินซี โดยสารที่มีฤทธิ์ (Antioxidant) ดังกล่าวจะป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่นที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำอันตรายต่อผิวหนัง

มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้

โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่า ความลึกของริ้วรอยลดลงถึง 27% เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ ดังนั้น Q10 จึงมีส่วนช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี

4.โรคเกี่ยวกับเหงือก



โรคเหงือก ใช้เรียกโรคที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่อยู่โดยรอบฟันหรือที่เรียกว่า อวัยวะปริทันต์ ซึ่งทำหน้าที่ในการยึดและพยุงฟันให้คงอยู่ในช่องปาก โรคเหงือกที่เป็นปัญหาและพบได้บ่อยๆ เกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่ถูกปล่อยให้สะสมอยู่บนตัวฟัน

คราบจุลินทรีย์นี้ประกอบด้วย เชื้อแบคทีเรียหลายชนิดและสารพิษต่างๆ ที่แบคทีเรียสร้างขึ้นมา ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ ขึ้น ในระยะแรกของการอักเสบอาจจะเกิดเฉพาะที่ของเหงือก ทำให้เหงือกเปลี่ยนสีจากสีชมพูซีดเป็นสีแดง มีเลือดออกจากเหงือกเวลาแปรงฟัน

เหงือกที่มีลักษณะติดกันจะมีลักษณะบวมฉุ ไม่ยิดติดกับตัวฟัน ทำให้เกิดกลิ่นปาก ในกรณีที่ปล่อยให้การอักเสบดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รักษาต่อไป จะสังเกตว่ามีหนองออกมาจากช่องระหว่างเหงือกกับฟัน

หรืออาจเป็นฝีที่เหงือก เหงือกจะแยกตัวออกจากฟันและมีการละลายของกระดูกเบ้ารากฟัน ถ้านานๆเข้าฟันจะโยกห่างและรวนผิดที่ หรืออาจจะหลุดออกมาได้ การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายจะช่วยลดและบรรเทาอาการเหงือกบวม ฟันโยก (Periodontitis) ได้


5.อื่นๆ



เนื่องคุณสมบัติของการมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของ Q10 จึงทำให้เชื่อว่า Q10 สามารถช่วยป้องกันและรักษาโรค มะเร็ง ได้ แต่ก็เป็นการศึกษาเล็กๆ หลายๆ ชิ้นเท่านั้นที่แสดงประโยชน์ของ Q10 ในเรื่องดังกล่าว

และไม่เพียงเรื่องมะเร็ง ยังมีการศึกษาบางชิ้นที่แสดงว่า Q10 ให้ผลดีต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย

อย่างไรก็ดียังคงต้องการการศึกษามากกว่านี้เพื่อยืนยันผลดังกล่าว อีกทั้งในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระดับคลอเลสเตอรอลสูงในกระแสเลือด และได้รับยากลุ่ม Statin drugs ผู้ป่วยดังกล่าวควรจะถูกแนะนำให้รับประทาน Q10 เพราะยากลุ่มดังกล่าวส่งผลต่อการยับยั้งสร้าง Q10 ในร่างกาย

หน้าที่ของ Co Q10 ในร่างกาย



โคเอนไซม์ Q10 ที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นนี้ทำหน้าที่เป็น เอนไซม์หลัก ในวงจรเครป หรือวงจรกรดซิตริก (Kreb’s or Citric Acid Cycle) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำการเปลี่ยนแปลงอาหารพวกคาร์โบไฮเดรต และไขมันให้อยู่ในรูปของพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้

โดยหน้าที่ของเอนไซม์โดยทั่วไป ก็คือจะเข้า ไปช่วยเร่งปฏิกิริยาภายในร่างกาย โดยจัดเป็นโคแฟคเตอร์ที่ไม่จับติดกับเอนไซม์และทำหน้าที่เหมือนซับสเตรตของปฏิกิริยาคือรับ electron จากปฏิกิริยาหนึ่งไปส่งให้กับอีกปฏิกิริยาหนึ่ง โดยตัวของเอนไซม์เองไม่ถูกทำลายหรือถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อปฏิกิริยา ดังกล่าวสิ้นสุดลง

เนื่องจาก โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตพลังงานมักพบในอวัยวะที่ต้องใช้ พลังงานสูง เช่น หัวใจ ตับ ไต เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับเซลส์และช่วยลดความเมื่อยล้า

นอกจากนี้โคเอนไซม์ Q10ยัง ช่วยยับยั้งคอเลสเตอรอลไม่ให้จับตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ลดการเกิดปัญหาเส้นเลือดอุดตัน บรรเทา อาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก อันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อน ช่วยป้องกันโรคสมอง เสื่อมในผู้สูงอายุหรืออัลไซเมอร์ เนื่องจาก

โคเอนไซม์มีฟีนีลอะลานิน เป็นส่วนประกอบ สารตัวนี้จะช่วย กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ซึ่งผลิตฮอร์โมนที่ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น

ส่วนกรดอะมิโนอีกตัวหนึ่งคือไทโรซีนนั้นจะช่วยให้เซลล์เสื่อมสภาพช้าลง

และเป็นตัวควบคุม ความรู้สึกหิวในสมองส่วนไฮโปธาลามัส ยังช่วยทำให้เหงือกแข็งแรงลดอาการอักเสบของเหงือกหรือเหงือก บวม

นอกจากนี้โคเอนไซม์ Q10 ยังมีประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยก่อนวัยช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของ เซลล์ผิว และมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระสามารถทำงานร่วมกับวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งได้โดยไม่รบกวนและจะเสริมฤทธิ์กันได้ จึงกล่าวว่าอาจจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งอีกด้วย

ปริมาณ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกาย



แม้ว่าโคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่ร่างกายมนุษย์สร้างขึ้นได้เอง แต่จะสร้างในปริมาณที่ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้ปริมาณ โคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงได้อีก เช่น ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม การพักผ่อนไม่เพียงพอ การได้รับยา หรือสารเคมีแม้แต่ความเครียด ก็ล้วน แต่มีผลทำให้ปริมาณโคเอนไซม์ Q10 ในร่างกายลดลงทั้งสิ้น

ดังนั้นร่างกายจึงควรได้รับ โคเอนไซม์ Q10 จากภายนอกด้วย เช่น จากอาหาร

แหล่งอาหารที่อุดมด้วย โคเอนไซม์ Q10 ได้แก่ นํ้ามันปลา ปลาทะเลลึก สัตว์ทะเลต่างๆ และยังมีมากในอาหารจำพวกพืช เช่น รำข้าว บร็อกโคลี ถั่วเหลือง เป็นต้น

นอกจากนี้ร่างกายยังสามารถได้รับ โคเอนไซม์ Q10 ที่สังเคราะห์ขึ้นมาใช้เป็นสารสำคัญในอาหารเสริม และ เครื่องสำอาง ซึ่งไม่เป็นพิษต่อเซลล์ผิวหนัง

นอกเหนือจากการนำ CoQ10 มาเป็นอาหารเสริมแล้วยังมีผู้สนใจในฤทธิ์เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (antioxidant) และเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองของ CoQ10 มาใช้ในทางเครื่องสำอางสำหรับลดการเกิดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (photoaging)

กล่าวคือ ผิวหนังจะมีหน้าที่ในการป้องกันสารพิษ เชื้อโรค และรังสีอุลตราไวโอเลต (ultraviolet) จากแสงอาทิตย์

โดยรังสีอุลตราไวโอเลต (UV) มี 2 ชนิด คือ UVA และ UVB แต่ที่เกี่ยวข้องกับริ้วรอยจะเป็นรังสี UVA

โดย UVA สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังถึงชั้นหนังแท้ และจะเริ่มต้นในการผลิตอนุมูลอิสระ (free radical)

ซึ่งอนุมูลอิสระดังกล่าวนี้ผลิตจากกระบวนการออกซิเดชั่น (oxidation) และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้ก็จะทำอันตรายต่อไขมัน โปรตีนและสารพันธุกรรม (DNA) ในเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิด ริ้วรอยและหมองคล้ำได้

แต่ร่างกายก็จะมีกระบวนการป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระดังกล่าวโดยกระบวนการทางธรรมชาติ

กล่าวคือที่ผิวหนังจะ มีสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น (antioxidant) เช่น วิตามินอี วิตามินซี CoQ10 โดยสารที่มีฤทธิ์ antioxidant ดังกล่าวจะป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่นที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำอันตรายต่อผิวหนัง

งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ CoQ10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลงนั้น หมายถึงว่าทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้นได้ โดยทำการทดลองเป็นระยะเวลา 6 เดือน กล่าวคือ ให้กลุ่ม

ทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ CoQ10 อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลา 6 เดือน พบว่าความลึกของริ้วรอยลดลง 27% เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ CoQ10 อยู่ และยังมีอีกหลายงานวิจัยที่พบว่า CoQ10 สามารถลดรอยลึกของริ้วรอยได้แต่ผลดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ จะต้องมีการใช้ครีมซึ่งมีส่วนผสมของ CoQ10 อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนใจใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มี CoQ10 เพื่อต้องการลดริ้วรอยที่เกิดขึ้นจะต้องพิจารณาว่าสภาพผิวของตนเองเป็นอย่างไร ผิวแห้งหรือผิวมัน หรือผิวธรรมดาเพื่อจะได้เลือกเครื่องสำอางให้เหมาะกับสภาพผิวอีกทั้งต้องพิจารณาว่าความลึกของริ้วรอยมากน้อยแค่ไหนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาว่าต้องมีการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะเวลายาวนานเท่าใด



จากผลงานวิจัยพบว่า CoQ10 สามารถลดความลึกของริ้วรอยได้เมื่อใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานแต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำให้ริ้วรอยดังกล่าวตื้นขึ้นมา

ได้ครบ 100% หรือทำให้ริ้วรอยที่เกิดขึ้นหายไปเลย CoQ10 เพียงแต่ทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลงเท่านั้น เนื่องจากตามธรรมชาติแล้ว ผิวหนังย่อมมีการเสื่อมตามอายุขัยอยู่แล้ว แต่การใช้เครื่องสำอางร่วมด้วยเพียงทำให้การเสื่อมของผิวหนังชะลอลงเท่านั้นไม่ใช่ว่าจะไม่ทำให้เกิดการเสื่อมของผิวหนังเลย

ดังนั้นต้องมีการชั่งใจพิจารณาถึงข้อดี-ข้อเสีย เปรียบเทียบกับราคาของผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับประโยชน์คุ้มค่ากับเงินที่สูญเสียไป

นอกจาก นี้ยังต้องพิจารณาความไวต่อการแพ้ด้วยกล่าวคือ ถึงแม้ว่า CoQ10จะเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และมีโอกาสแพ้ค่อนข้างน้อยก็ตามแต่กับบางบุคคลก็อาจมีโอกาสเกิดการแพ้ได้เช่นกันดังนั้นควรทดสอบอาการแพ้ก่อน



โดยทาเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ความงามไว้หลังติ่งหู หรือบริเวณข้อพับ ทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอาการแพ้ก็แสดงว่าสามารถใช้ได้แต่กับบางบุคคลอาจไม่เกิดการแพ้ ตั้งแต่เริ่มแรกแต่อาจเกิดอาการแพ้หรือคันเรื้อรัง เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ไปได้ระยะหนึ่ง ทางที่ดี ก็คือถ้าพบว่าแพ้ก็ควรหยุดใช้เครื่องสำอางนั้นทันที

CoQ10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง มีการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาใช้ประโยชน์มากมายทั้งทางด้านอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ทำให้คาดว่าในอนาคตน่าจะมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองมาใช้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าเป็นสาร CoQ10เองหรือสารอื่น ๆ ที่มีในร่างกายทั้งที่มีการค้นพบแล้วหรือยังไม่ได้ค้นพบ เพื่อเป็นการลดอาการแพ้และลดอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นอย่างมากถ้าใช้สารเคมีสังเคราะห์ที่มีลักษณะแตกต่างจากสารที่ร่างกายมีอยู่ตามธรรมชาติ

ขนาดรับประทาน ขนาดที่แนะนำคือ 30 มิลลิกรัมต่อวัน แต่สำหรับคนที่มีอาการโรคชรา หรือโรคอื่นๆ ควรรับประทานในขนาดมากขึ้นคือ 50–100 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อผลในการรักษาโรค

ข้อแนะนำในการรับประทาน เนื่องจาก Q10 เป็นสารอาหารที่ละลายได้ดีในไขมันได้ ดังนั้นมันจะถูกดูดซึมได้ดีหากรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน เช่น ถั่ว เนย หรือจะเห็นได้ว่าแคปซูลที่บรรจุ Q10 มักจะเป็นแคปซูลที่ทำมาจากไขมัน

การเก็บรักษา เก็บในที่ปราศจากแสง และที่เย็นแต่ห้ามแช่แข็ง

ระยะเวลาในการรับประทาน ควรรับประทานติดต่อกันนานกว่า 2 เดือนขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้เวลากว่าจะเริ่มเห็นผลของ Q10



บทสรุป

เห็นได้ว่า โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย

ปัจจุบัน จึงได้มีการนำ โคเอนไซม์ Q10มาใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในทางการแพทย์เพื่อรักษาอาการของโรคต่างๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เพื่อลดริ้วรอยก่อนวัยและช่วยชะลอความ เสื่อมสภาพของเซลล์ผิว

แต่การที่คนเราจะมีสุขภาพดีผิวพรรณสดใสได้นั้นไม่ได้มีแต่การได้รับโคเอนไซม Q10 จากอาหารเสริมหรือ เครื่องสำอาง เพียงอย่างเดียวเท่านั้น การกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ การทำ อารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ รวมทั้งการออกกำลังกาย สมํ่าเสมอ ก็เป็นวิธีที่ง่าย และ ประหยัดซึ่งสามารถช่วยให้คนเราสุขภาพดีได้

om internet : //www.make-upusa.com /vocabulary.htm

3. การใช้ Coenzyme Q10. [ cite in June 07, 2007] Available from internet :

//www.cosmeticandmedical.com

ที่มาของบทความ

1.อารีย์ คชฤทธิ์ สำนักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์บริการพฤษภาคม 2551

2, นพ.จรัสพล รินทระ จาก //www.clinicneo.co.th/detailcolumn.php?grp=10&sdata=&col_id=138 6 August,2005







Create Date : 21 มีนาคม 2555
Last Update : 10 มิถุนายน 2557 21:23:12 น.
Counter : 2350 Pageviews.

1 comments
  


แวะมาทักทาย ตอนเย็นๆค่ะ...

ดีใจจัง มาเป็นคนแรกเลย
โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 22 มีนาคม 2555 เวลา:19:45:45 น.

jommassalyn
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ดีจ้า
google-site-verification: google895789bf776a19de.html