ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูแลเสี้ยวหัวใจของผมที่เหลืออยู่ ขอบคุณครับ
มนตร์นิทรา ตอน1

มนตร์แห่งนิทรา

โดย.ธาราภิรมย์


ตอนที่1

.....ปลายฤดูหนาว ท้องฟ้าแจ่มใส ไอเย็นของอากาศคลายตัวไปมากแล้ว ทำให้อากาศเริ่มค่อนข้างที่จะสบายตลอดทั้งวัน แสงแดดอ่อนๆยามสายสาดส่องสดใสไปทั่วบริเวณสนามเด็กเล่น ที่ปูหญ้าสีเขียวอ่อน เสียงเด็กๆหัวเราะกับเครื่องเล่น กับเพื่อนๆอย่างสนุกสนาน ราวกับโลกนี้ไร้ความกังวลใดๆ และเป็นโลกของพวกเขาโดยแท้ เสียงผู้ปกครองร้องเตือนเด็กๆในความดูแล หัวเราะกับความน่ารักของบุตรหลานตนเอง ดูแล้วบางครั้งมีความสุข บางครั้งช่างสับสนวุ่นวายเสียกระไร.

.....เด็กชายตัวเล็ก ผิวค่อนข้างคล้ำกว่าเด็กทั่วไปเล็กน้อย นั่งอยู่บนชิงช้าที่ไกวไปมาช้าๆเบาๆ อย่างเดียวดาย สายตานิ่งเฉยมองดูเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับตนเองรวมกลุ่มเล่นกันอย่างสนุกสนาน ในความนิ่งเฉยของแววตาเด็กน้อยลึกๆเข้าไปมันปนไปด้วยความเศร้า


“อ้าวหนูจ๋า.....ทำไมไม่ไปเล่นกับเพื่อนๆหละจ๊ะ” ผู้หญิงท่าทางใจดีคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม เธอเป็นผู้ดูแลสนามเด็กเล่น ดูแลความปลอดภัยแกเด็กๆที่นี่



เด็กน้อยหันไปมองหน้าเธออย่างแปลกใจ ยิ้มน้อยๆที่มุมปาก แล้วกลับไปก้มหน้าต่อไป เท้าน้อยๆเริ่มดันพื้นเพื่อให้ชิงช้าโยกต่อไป


“เป็นอะไรไปเหรอจ๊ะ.....” เธอพูดพลางยิ้ม แล้วค่อยๆนั่งลงตรงชิงช้าตัวที่วางอยู่ข้างๆเด็กน้อย เด็กน้อยไม่พูดอะไร ก้มหน้าก้มตาดันชิงช้าของตนไปเรื่อยๆ



หญิงสาวผู้ดูแลเธอได้แต่ยิ้มจ้องมองดังหวังรอคำตอบจากปากเด็กน้อย เธอคงฉงนว่าในใจของเด็กน้อยที่อายุราว 10 ขวบนั้น คิดอะไรอยู่


“ไม่หละครับ...” เสียงน้อยๆรอดออกจากปากเด็กน้อยเบา ฟังดูอย่างอายๆ และกังวล
“ อ้าว !! ทำไมหละ เพื่อนๆเล่นกันสนุกออก หนูไม่รู้จักเพื่อนๆเหรอ..”
เธอพยายามพูดหาความจริงกับเด็กน้อย
“อืมม์ รู้จักครับ ส่วนมากเรียนอยู่ชั้นเรียนเดียวกันกับผม...” เด็กน้อยตอบ
“งั้น..ก็ไม่น่าจะมีปัญหานี่นา...หรือ หนูไม่ชอบเล่นจ๊ะ” เธอพูดอย่างอ่อนโยน



ณ. โรงเรียนประถมประจำจังหวัดที่ค่อนข้างจะมีชื่อแห่งหนึ่ง ในชั่วโมงเรียนของชั้นประถมปีที่4 ครูมัณฑนาครูประจำชั้น รูปร่างสันทัดท้วมนิดๆ หน้าตาไม่ค่อยยิ้มแย้มเท่าไร ดังเหมือนมีปัญหาครอบครัวแล้วเก็บปัญหามาสอนหรือมาลงกับนักเรียนด้วย เด็กน้อยรู้สึกหม่นหมองเมื่อมาเรียนหนังสือหรือเมื่อรู้ว่าจะถึงวันจันทร์และวันที่โรงเรียนจะเปิด ในห้องเรียน หลังจากบอกชั้นเรียนสวัสดีคุณครูแล้ว ครูผู้มีใบหน้าเป็นอาวุธบึ้งตึง เริ่มมองกวาดไปรอบๆห้องสำรวจความเรียบร้อยตลอดจนความพร้อมต่างๆ สายตามาหยุดตรงเด็กน้อยนิดหนึ่ง ดั่งสะดุดอะไรบางอย่าง แล้วมองผ่านไป เด็กน้อยได้แต่ก้มหน้ามองโต๊ะ


“อ้าวเป็นไงวันหยุด คงสนุกกันนะ” ครูหันหลังพูดพร้อมเอาแปลงลบกระดานลบจุดที่ไม่สะอาด



.....เด็กน้อยเริ่มเปิดกระเป๋าของตนเองออกมา หยิบสมุดของตนเองออกมาวาง ก็ไม่ได้เป็นสมุดเก่าอะไรหนักหนา เป็นสมุดค่อนข้างใหม่เลยทีเดียว พร้อมกับหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาวางเป็นหนังสือคณิตศาสตร์ ที่มีรอยขีดๆเขียนๆเต็มหนังสือไปหมด เด็กน้อยรู้ว่า ตนเองไม่เก่งคณิตศาสตร์เลย ครูเริ่มสั่งให้นักเรียนทั้งห้องเปิดหนังสือบทที่เรียน แล้วเริ่มเขียนสูตรคณิตศาสตร์บนกระดานดำ การเรียนดำเนินไปเรื่อยๆ เริ่มมีการถามตอบในห้องเรียน ก็นับว่าเป็นบรรยากาศเรียนที่ดี


“โอ๋...เก่งมากจ๊ะหนูก้อย อีกหน่อยคงเป็นใหญ่เป็นโตเหมือนคุณพ่อคุณแม่หนูแน่ๆเลย...” ครูมัณฑนาพูดอย่างเอาใจลูกสาวข้าราชการใหญ่ แล้วก็เลยไปถามเด็กชายอีกคน ซึ่งเป็นลูกข้าราชการทหารยศใหญ่โตเช่นกัน
“อื้อ....เกือบถูกจ่ะ แต่การคิดของเธอเองดีมากๆเลย ไม่ผิดจากคุณพ่อของเธอเลย” ครูมัณฑนายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างภูมิใจ เด็กชายเริ่มหดหู่ยิ่งขึ้น เพราะเด็กชายคนนั้นนั่งอยู่ข้างๆ และแล้วก็ไม่ผิดอย่างที่คิด
“เด็กชายศักดิ์ชาย.....” เสียเรียกเด็กน้อยเน้นกระแทกเสียง ผิดจากที่เรียกเด็กกลุ่มแรก
“ไหน เธอลองหาตอบบนกระดานซิ!!” ครูมัณฑนาปลายหางตาดูแล้วกลับหลังเขียนโจทย์คณิตศาสตร์ข้อใหม่ขึ้น



.....เด็กน้อย จ้องกระดานตาแทบไม่กระพริบ แล้วเริ่มใช้ความพยายามคิดคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์ ซึ่งเด็กน้อย ไม่เก่งเอาเลย แต่ก็พยายาม ยังไม่ทันถึงนาที เสียหยันๆของครูมัณฑนา ก็พูดออกมาหน้าชั้น อย่างเนิบๆเบื่อหน่าย


“เฮ๊อะ....ดูซิๆ แค่นี้ยังช้า หัวสมองมีแต่ขี้เลื่อย...” น้ำเสียเหยียดหยัน เด็กน้อยยังก้มหน้าก้มตาพยายามคิดต่อไป และก่อนที่จะได้คำตอบ
“เช๊อะ...อ้ายเด็กตลาดอย่างเธอจะคิดอะไรออก” คำพูดนี้ ทำให้เด็กชายหยุดเขียนบนกระดาษ ก้มหน้าก้มตาเงียบ ครูมัณฑนาไม่หยุดแค่นั้น
“นี่ๆ พวกเธอดูนะ เด็กตลาดอย่างศักดิ์ชาย คิดอะไรก็ช้า ขี้เกียจ ไม่ได้ความ พวกเธออย่าเอาเยี่ยงอย่างนะ แถมยัง.......ชอบเล่นดินเล่นโคลน สกปรก อย่าไปคบนะ...” คำพูดนี้ทำให้เพื่อนๆในห้องเด็กน้อย หันมามองกันเป็นตาเดียว เด็กน้อยรู้สึกว่า ไม่ใช่สายตาที่เป็นมิตร แต่เป็นสายตาที่เหยียดหยันมากกว่า เด็กน้อยได้แต่ก้มหน้านิ่ง.....



.....ที่บ้านของเด็กน้อยศักดิ์ชาย ซึ่งตั้งอยู่หน้าตลาดสดกลางเมือง ศักดิ์ชายเป็นเด็กที่ไม่ค่อยออกไปไหนมากนัก ถึงแม้อยากจะออกไปบ้างก็ตาม เลยใช้เวลาว่างจากการทำการบ้าน นั่งอยู่หน้าร้านซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ เด็กน้อยฯมักเป็นคนที่เงียบขรึมไม่ค่อยเล่าอะไรให้ใครฟังมากนัก จนบางครั้งพ่อแม่ก็ขี้เกียจที่จะถามก็เลยถือว่าเป็นปกติ เพราะเด็กน้อยฯไม่ได้ส่ออาการผิดปกติใดๆให้คนที่บ้านและรอบๆตัวเค้าเห็นเลย

.....เด็กน้อยศักดิ์ชายมักจะชอบชื้อสมุดวาดเขียนเล่มเล็กๆไว้เสมอๆในเวลาว่างของเขาเช่นนี้ เขามักจะนำสมุดวาดเขียนขึ้นมา แล้วระบายจิตนาการของเขาเองทุดอย่างลงในสมุดนั่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในจิตนาการแบบเด็กๆ เรื่องราวชีวิตรอบตัวต่างๆ มักจะถูกระบายออกมาในรูปของภาพวาดราวกับเคลื่อนไหวได้ และบอกเล่าเป็นเรื่องราวในนั้นเสมอๆ ดั่งนิยายเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว และนี่เป็นพรสวรรค์ของเด็กน้อยศักดิ์ชาย ที่คนอื่นไม่รู้ และไม่มีวันรู้ แต่....เมื่อผู้เป็นพ่อ หรือ พี่สาวมาเจอเข้า ก็ไม่มีวันเข้าใจ เขาเหล่านั้นจะมองว่า...


“นี่ ชาย แกจะทำเรื่องไร้สาระแบบนี้ไปถึงไหน” พี่สาวมักพูดแบบนี้เสมอๆที่เห็นศักดิ์ชายเขียนภาพ
“แก...ไอ้ลูกไม่ได้เรื่อง ชอบทำแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง อีกหน่อยแกจะทำอะไรกิน...” คำพูดของผู้เป็นพ่อมักไม่พอใจเช่นกันเมื่อเห็นลูกชายเขียนรูปภาพ
“แกดูสิ ลูกชายบ้านนั้นเค้าเรียนได้เกรดดีๆเสมอๆ แกสู้อะไรเค้าได้ เค้าเก่งกว่าแกอีก” ก็เป็นคำพูดของพี่สาวเด็กน้อยเช่นกัน มีแต่ผู้เป็นแม่เท่านั้น ที่พอจะเข้าใจเด็กน้อยศักดิ์ชายแต่แม่ ไม่พูดอะไรมากมัก เพียงแต่มองเด็กน้อยห่างๆ



.....สถานการณ์รอบตัวของเด็กน้อยศักดิ์ชายจะเป็นอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้เด็กน้อยฯเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่ ยังคมมีความสุขกับสมุดวาดภาพของตนเองเสมอ เล่มแล้วเล่มเล่าที่เปลี่ยนไปที่หมดไป ที่หมดไปเด็กน้อยฯก็ไม่เคยทิ้งขว้าง ยังคงเก็บไว้เป็นความทรงจำอันมีค่าของเขาเองส่วนตัว เพราะมันเป็นความสุขจากจิตนาการของเขาเองที่เขาสร้างขึ้นมาเอง อยากจะเป็นอะไรก็ได้ตามใจปรารถนาของห้วงจิตใจ เด็กน้อยมีโลกของเขาเองเป็นโลกแห่งจิตนาการที่คนอื่นนอกเหนือจากเขาไม่สามารถสัมผัสได้...

..... ณ บ้านกลางไร่ของญาติทางพ่อเด็กน้อย ซึ่งครอบครัวของเด็กน้อยศักดิ์ชายพากันยกครอบครัวมาพักผ่อนในวันปีใหม่ ซึ่งนานๆได้หยุดกันเสียที บ้านไร่แห่งนี้ อยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ซึ่งช่วงปีใหม่อากาศกำลังหนาว ขณะนี้เด็กชายศักดิ์ชายก็เติบโตขึ้นมาอีกปีหนึ่งแล้ว แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กชายที่เงียบขรึมอยู่ดีทว่านัยน์ตามองแล้ว มีอะไรครุ่นคิดมากมาย การมาเที่ยวในวันหยุดยาวในครั้งนี้ เด็กน้อยฯได้นำสมุดวาดเขียนมาด้วย พร้อมกับซื้อใหม่สำรองอีกจำนวนหลายเล่ม โดยแอบนำซ้อนมากับกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเอง

“อ้าวมาถึงกันแล้วเหรอ..มาๆนั่งๆกันก่อน เป็นไง เดินทางเหนื่อยไหมทุกคน..” ประภาส ผู้เป็นเจ้าของสถานที่ กล่าวเชื้อเชิญครอบครัวเด็กน้อยอย่างดีใจ ต่างยกมือไหว้กันและกันทักทายกันจนถ้วนหน้า
“ไม่เท่าไรหรอกพี่ภาส ถนนหนทางเจริญขึ้นเยอะนะ” วิวัฒน์ ซึ่งเป็นพ่อของเด็กน้อยกล่าวขึ้นกับประภาสซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายของแก
“อ้าว...เด็กๆ มาทานผลไม้ กับ ขนมหวานก่อนเร็ว” พรประภาซึ่งเป็นภรรยาของประภาสเรียก เด็กน้อยและพี่สาว พี่สาวเด็กน้อยฯชื่อ วิภา


.....เด็กน้อยศักดิ์ชายเดินเข้ามาหลังพี่สาวของตนเองอย่างช้าๆ แต่ก็ยังไม่วายโดยพี่สาวของตนเองเยาะเอาจนได้ เด็กน้อยฯพยายามนั่งห่างๆพี่สาวของตนเอง ดั่งว่ากลัวอะไรบางอย่าง นั่งเงียบๆ พร้อมกับหยิบขนมหวานขึ้นมาหนึ่งชิ้น แล้วแทะอย่างช้าๆท่าทางเหมือนเหนื่อยหน่าย น้าพรประภาก็ได้แต่ยิ้ม แล้วเทน้ำหวานจากเหยือกให้


“อ่ะ...นี่จ่ะชาย น้ำหวานกลิ่นสละ ทานเยอะๆนะ ไม่พอมีอีกเยอะเลย น้าเตรียมในครัวให้เยอะเลย” พระประภามองดูเด็กน้อยอย่างเอ็นดูปนด้วยความสงสาร
“โอ๊ย...คุณน้าขา อย่าไปห่วงชายเค้าเลยค่ะ เค้าเป็นมนุษย์ถ้ำ พูดคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง” วิภาเย้าแรงขึ้น
“ยัยภา เรานี่ก็เกินไปนะ ว่าน้อง” น้าพรประภากล่าวปรามๆ แต่วิภายังไม่ว่า พูดเหมือนฟ้อง เด็กน้อยทำเป็นหูทวนลม มองไกลไปทางอื่นเสีย แต่ในใจครุ่นคิดอะไรไม่มีใครรู้
“ยัยภา พอได้แล้ว เราพูดมากไปแล้วนะ ไปช่วยน้าพรเตรียมอาหารไป” คุณแม่เข้ามาเอ็ดนิดหนึ่งเป็นเชิงปราม วิภาจึงได้ลุกจากเก้าอี้ออกไปด้วยท่าทางเสียดายคำพูด
“ชาย..ลูก อย่าโกรธพี่เค้านะ พี่เค้าพูดเล่นหนะ” แม่พยายามพูดปลอบใจเด็กน้อยศักดิ์ชัย
“อื้อ..นั่นสิ พี่น้องกันพูดเล่นกันโน๊ะ..ศักดิ์ชายหิวยังหละ เดี๋ยวน้าทำอะไรอร่อยๆให้ทานนะ” น้าพรประภายิ้ม แล้วลุกไป พร้อมชวนวิภาไปในครัวด้วย เด็กน้อยรับคำเพียง “ครับ”



จบตอนที่1



Create Date : 06 มิถุนายน 2550
Last Update : 14 มิถุนายน 2550 11:20:20 น. 14 comments
Counter : 145 Pageviews.

 
มาลาคุณ ไปนิทราค่ะ..
..นู๋ญ่าคิดว่าจะสอนทำไรง่าย โดยที่ไม่ได้หวังจะทำเป็นรายได้ค่ะ..เพราะบางอย่างที่ต้องไปเรียนแพงๆ ก็ลองฝึก
พื้นฐานง่ายจากบล็อคญ่าไปก่อนก็ได้..
...นี่คือจุดประสงค์ที่ทำบล็อคนี้ค่ะ...


โดย: นู๋ญ่า (kayook ) วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:23:29:59 น.  

 
จะติดตามอ่านไปเรื่อยๆนะคะ..
..ไปอ่านต่อและ..


โดย: นู๋ญ่า(อีกที) (kayook ) วันที่: 6 มิถุนายน 2550 เวลา:23:30:56 น.  

 
อืมม์ ก็ดีนะครับนู๋ญ่าที่อุสาห์หาองค์ความรู้ต่างๆมาให้เพื่อนๆชาว Bloggang กัน หนับหนุนครับ

ขอบคุณที่ติดตามจิตนาการของผม


โดย: ธาราภิรมย์ วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:1:14:39 น.  

 
โอ้โห...แต่งเองหรือคะ เก่งจัง มีจินตนาการ ไม่เหมือนชินมีแต่จินตนากามน่ะ อิอิอิ
ชินไปถามคนกาน่า เขาบอกว่า เอามันสำปะหลังปอกเปลือก มาต้มหรือนึ่ง มาตำ ใส่กล้วยนึ่ง(ดิบ) ถ้าเป็นไทยใส่กล้วยน้ำว้าท่าจะน่าอร่อย ตำๆๆๆ จนเป็นเนื้อเดียวกัน ส่วนน้ำซุบ รู้แต่มีอะไร แต่บอกวิธีปรุงไม่ถูกค่ะ ใส่แกงเขียวหวานไก่ไปแทนได้ไหม ถ้าไม่ได้ เอาแกงเผ็ดเนื้อแทนได้ไหมคะ อิอิอิ


โดย: shin chan (alei ) วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:1:17:47 น.  

 
ผมนึกภาพก่อนนะคุณชิน มันสำปะหลังตำกับกล้วยนึ่ง(ดิบ)รสมันจะเป็นไงหว่า! งั้นปัญหาของเจ้าแกงก็ตัดไป คงใช้ได้อย่างที่คุณชินว่าแหละ


โดย: ธาราภิรมย์ IP: 222.123.69.91 วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:8:56:11 น.  

 
หวัดดีค่า จารอติดตามตอนต่อไปนะค้า


โดย: :: ปลาทองน้อยๆตัวสีส้ม :: (mix_9001 ) วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:16:44:25 น.  

 


*** สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ และขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม หน่อยอิงที่ Blog นะคะทุก comment คือกำลังใจให้แก่กัน จะแวะมาทักทายอีกนะคะ ก่อนนอนอย่าลืม สวดมนต์ และห่มผ้า ค่อย ๆ หลับตาจะมีเสียงกระซิบว่า...ฝันดี.... ***



โดย: หน่อยอิง วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:21:21:23 น.  

 
เข้ามาเพราะชื่อเราคล้าย ๆกันเลยนะเนี่ย


โดย: เทวาภิรมย์ วันที่: 7 มิถุนายน 2550 เวลา:22:10:24 น.  

 
คุณหน่อยอิงค้าบ ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะค้าบ สวดมนต์ สวดไม่ได้หรอกครับ "ร้อน" อิอิอิ

ยินดีต้อนรับครับ คุณเทวาภิรมย์ ว่างๆเข้ามาเยี่ยมกันอีกนะครับ


โดย: ธาราภิรมย์ IP: 203.153.174.194 วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:13:34:59 น.  

 
^
^
ชื่อคล้าย ๆ กันเลยนะคะ

สงสาร น้องชาย

ลุ้น ๆ มาอ่านตอนต่อไปค่ะ


โดย: varissaporn327 วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:20:31:31 น.  

 
ชอบชื่อค่ะ ธาราภิรมณ์ เป็นนามปากกา
หรือเปล่าค่ะ เก๋ดีค่ะ
สำหรับคืนนี้หลับฝันดีน่ะค่ะ


โดย: Jeab (rayasuree2526 ) วันที่: 8 มิถุนายน 2550 เวลา:21:08:20 น.  

 
แต่งไวๆ ลงเยอะๆนะค่ะ
เพราะคงได้กลับมาอ่านอาทิตย์หละครั้งเนื่องจาก
เปิดเทอมแล้ว เรียกเป็นบ้าเป็นหนังไม่รู้อะไรนักหนา
หนังสือก็เล่มหน้าแบบปาหัวคนตาย เหอๆๆๆ

สบาย(เกือบ)ดีค่ะ 555


โดย: Tagoyagi (niyai_waan ) วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:9:01:08 น.  

 
คุณรายาสุรีย์ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมนะครับ ว่างๆมาเยี่ยมกันบ่อยๆนะครับ ธาราภิรมย์ เป็นนามปากกาครับ

niyai waan สนุกกับการเรียนนะครับ ตอนนี้กำลังเขียนตอนที่ 2 อยู่ครับ


โดย: ธาราภิรมย์ วันที่: 9 มิถุนายน 2550 เวลา:10:37:01 น.  

 
จะติดตามตอนต่อไปนะคะ


โดย: ดาวดึง IP: 61.19.219.30 วันที่: 25 กรกฎาคม 2550 เวลา:14:17:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ธาราภิรมย์
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ด้านในของชีวิต มีทั้งความคิด ความฝัน
ความจริงและหลอกลวงปะปนกัน
จึงมาร่วมแบ่งปันความคิด ความฝันนั้น
เพราะเรามันก็แค่ "มนุษย์"



Click here to get your own clock for your site/profile!


++++ ชายราศีตุล ++++

visit www.mp3-codes.com now!
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
6 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ธาราภิรมย์'s blog to your web]
Links