ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาดูแลเสี้ยวหัวใจของผมที่เหลืออยู่ ขอบคุณครับ

มนตร์นิทรา ตอนที่7

มนตร์นิทรา ตอนที่7

.....ผิวน้ำที่เรียบสงบดั่งเดิม ยอดไม้แต่แรกที่โอนเอนหวั่นไหวด้วยความกลัวกลับสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่ออนัตตาเดินลับตาเข้าบ้านไป ภายในบ้านทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากันต่างนั่งรวมกันอยู่ที่โต๊ะรับแขกกลางบ้าน บนเก้าอี้นอนตัวใหญ่บุผ้านวมหนาน่านั่งน่านอน มีโต๊ะกลมๆพร้อมของว่าง น้ำผลไม้ พร้อมเสร็จบนโต๊ะ ในบ้านยังคงมีเครื่องตกแต่งแบบแปลกๆอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรู้เก็บของต่างๆ ที่ลักษณะเป็นจอมปลวกมีลิ้นชัก ชั้นวางหนังสือก็ก่อจากดินเป็นชั้นๆ บางจุดก็ประดับด้วยตะเกียงหน้าตาแปลกๆ ข้างในมีแสงเรืองๆสีเขียว เคลื่อนไหวได้ราวมีชีวิต บ้างหลี่ บ้างสว่าง หลอดไฟบนเพดานเช่นกันที่ยังมีแสงสีเขียวเรืองๆจางๆอยู่ ศักดิ์ชายยังทึ่งและแปลกใจกับโต๊ะกลมที่วางของว่าง ตัวโต๊ะเป็นเรือนกระจกใส ฐานโต๊ะที่ยึดให้เรือนกระจกอยู่นั้น เป็นรังจอมปลวกทั้งรัง ซึ่งสามารถมองเห็นบรรดาปลวกที่วิ่งโกลาหลไปมาข้างในได้ว่าพวกปลวกน้อยมีกิจกรรมอะไรบ้าง อีกทั้งในรังปลวกยังมีหลอดแสงเรืองเล็กๆอยู่ทั่วไป ทำให้เห็นกิจกรรมข้างในได้ทั่วถึง ศักดิ์ชายเพลินอยู่กับโต๊ะกลมกระจกตัวนั้น พ่อแม่ของอนัตตา อมิตตา นั่งบนเก้าอี้นอนตัวใหญ่ ดื่มน้ำผลไม้อย่างสบายใจ ต่างเย้าแหย่กันเป็นที่สนุกสนาน อมิตตาเอนหลังอ่านหนังสือโปรด ไม่นานอนัตตาก็เข้ามาร่วมวงด้วย



“ไหนหละ นายจะมีอะไรให้ฉัน อนัตตา” ศักดิ์ชายพูดขึ้น อนัตตา มองหน้านิ้งไปนิดหนึ่ง แล้วอมยิ้ม
“มีสิ ต้องมีแน่ๆ เดี๋ยวช้านดื่มน้ำหวานสักแก้วก่อนนะ..” ว่าแล้วก็เทน้ำผลไม้จากเหยือกเต็มแก้ว แล้วดื่มอย่างกระหาย
“เฮ้อ...ชื่นใจจริงๆ เอาหละๆ เดี๋ยวช้านหยิบมาให้” ว่าแล้วอนัตตาก็ลุกเดินไปที่ ชั้นดินวางหนังสือ แล้วเอามือกรีดหนังสือไปมาๆ แล้วหยุดดึงสมุดเล่มบางๆออกมาจากซอกหนังสือ
“อ่ะ! นี่ของนาย..” อนัตตายื่นให้ด้วยตาเป็นประกาย




.....ศักดิ์ชายยื่นมือไปรับด้วยตาเป็นประกายเหมือนกัน สิ่งที่อนัตตายื่นให้นั้น เป็นสมุดวาดเขียนนั่นเอง ศักดิ์ชายรู้สึกตื่นเต้นจนบอกไม่ถูกดั่งได้ของที่ไม่เคยเจอมานาน มือสั่นน้อยๆลูบไปมาบนสมุดวาดเขียนเล่มนั้น มโนจิตของศักดิ์ชายเริ่มเปิดความจำเรื่องราวต่างๆทันที ถึงแม้จะเกิดความกลัวอยู่บ้าง แต่ความอยากรู้อยากเห็นมันมีความต้องการมากกว่า ศักดิ์ชายตัดสินใจเปิดออกดูช้าๆด้วยมือที่สั่นเทา แต่..ภาพต่างๆที่ปรากฏในสมุดวาดเขียนนั้น มันไม่ได้เป็นภาพที่เป็นเรื่องราวของคุณอา มันเป็นเรื่องราวของพวกเขา 3 คนและ คุณพ่อคุณแม่ของอนัตตา, อมิตตา เป็นเรื่องราวของความสนุกสนานต่างๆ เส้นสีลายเส้นเสมือนจริงและเข้าใจง่าย ศักดิ์ชายเปิดดูช้าๆ แววตาวาวโรจน์ด้วยความตื่นเต้น สนุกสนามปนสุขใจเสมือนหนึ่งกลับไปเป็นวัยเด็กอีกครั้งหนึ่งเรื่องราวต่างๆในสมุดวาดเขียนเล่มนั้น ดั่งเปิดความทรงใจของศักดิ์ชายขึ้นมาในส่วนทีขาดหายไป ศักดิ์ชายเพลิดเพลินกันสมุดวาดเขียนเล่มนั้น โดยไม่ได้สังเกตรอบข้างเลยว่า ทุกคนที่อยู่ร่วมวงนั้น จ้องมองตัวเองด้วยแววตาเป็นประกายและแฝงไปด้วยความในอะไรสักอย่างหนึ่ง ทุกคนจ้องมองศักดิ์ชายเป็นจุดเดียว แต่ศักดิ์ชายกลับไม่รู้ตัวเลยในเรื่องนี้



“ไง...สนุกไหมหละ...” พ่อของอนัตตาเอ่ยขึ้น
“ครับ รู้สึกดีจัง” ศักดิ์ชายหลับตาพริ้ม นึกถึงเรื่องราวต่างๆ
“ดีจังที่เธอรู้สึกดี” แม่ของทั้งสองพูดขึ้น พร้อมกับยิ้มกว้าง อมิตตาได้แต่หัวเราะคิกๆ อนัตตาโอบไหล่ศักดิ์ชายอย่างรักใคร่
“เออ...อนัตตานายได้สมุดนี้มาจากไหนหละ” ศักดิ์ชายเอ่ยถาม
“อ๋อ....คือตั้งแต่เรื่องพ่อแม่นายเกิดขึ้นหนะ เอ่อ...ขอโทษนะ..” อนัตตาเอ่ยขึ้น ศักดิ์ชายตอบว่าไม่เป็นไรอนัตตาจึงพูดต่อ
“คือ ตั้งแต่เรื่องนั้น นายก็ไม่ได้วาดอีกเลยหละ” อนัตตาพูดพร้อมเชิดหน้าขึ้นเหมือนน้ำตาจะไหล
“เหรอ...แปลกนะ” ศักดิ์ชายพูดได้แค่นั้น แล้วกำลังจะพูดต่อ พลัน อมิตตาพูดตัดบทออกมาเสียก่อนดั่งจะรู้ความในใจ
“นั่นสิ แปลกหละ ของแปลก เธอหยุดว่า แต่ภาพมันเกิดขึ้นเองได้ ทุกๆวันเลย แปลกมาก” อมิตตาพูดขึ้นในมือก็คลึงแก้วน้ำหวานผลไม้ไปมา
“อืมม์ นั่นสิ นับว่าแปลก” คุณแม่อมิตตาเสริม
“ครับแม่ ในโลกนี้ มีสิ่งที่เราไม่รู้อีกมากมาย ใช้ไหมครับพ่อ” อนัตตาพูดเหมือนตัดบท




.....ศักดิ์ชายมองหน้าทุกคนอย่างฉงนๆ ต่อก่อนที่จะได้เอ่ยถามอะไรต่อไป อมิตตาก็นำตะเกียงรูปทรงแปลกๆมาวางไว้กลางโต๊ะกลม อนัตตาลุกขึ้นไปดึงผ้าม่านหน้าต่างให้ปิดบดบังแสงแดด ทันทีที่ความมืดบดบังในห้อง พลันตะเกียงรูปทรงประหลาดก็เปล่งแสงสีเขียวเรืองออกมาทันที ตัวแสงนั้นดั่งมีชีวิตเคลื่อนไหวได้ไปมาอย่างมีชีวิตชีวาแปลกตาและสวยงาม อมิตตาเอามือสัมผัสครอบแก้วนั้นอย่างแผ่วเบา เพื่อแสดงให้เห็นว่า มันไม่ร้อน แล้วเธอก็ค่อยๆหมุนครอบแก้วนั้นออกมาอย่างช้าๆเบามือราวกลัวสิ่งที่อยู่ในนั้นจะตกใจหรือเสียหาย พลันครอบแก้วนั้นถูกเปิดออก สิ่งที่อยู่ข้างในก็เผยออกมา หิ่งห้อยจำนวนมากมายต่างบินออกมาจากครอบแก้วนั้นกระจัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง ที่น่าแปลกคือหิ่งห้อยเหล่านั้นเป็นตัวขนาดใหญ่ทั้งสิ้น เรืองแสงจ้ากว่าหิ่งห้อยที่ศักดิ์ชายเคยเห็นในธรรมชาติทั่วไป พวกมันต่างบินวนไปมา บ้างจับกลุ่มกัน บ้างบินฉวัดเฉวียนเหมือนไล่กัน สร้างความตื่นตาตื่นใจแกศักดิ์ชายเป็นอันมากและหิ่งห้อยเหล่านี้เบี่ยงเบนความสนใจให้กับศักดิ์ชายได้ดีทีเดียว



“โห๋....ตัวโตจังเลย แล้วมันเข้ามาอยู่ในตะเกียงนี้ได้อย่างไรหละ มันไม่ตายเหรอ” ศักดิ์ชายเอ่ยถามขึ้น
“โฮ่ๆ ไม่ยากเล๊ย!!” คุณพ่อของสองพี่น้องหัวเราะยังกะซันตาคลอส แล้วล้วงไปในกระเป๋า หยิบขวดยาลักษณะเหมือนยาหยอดตาออกมาขวดเล็กๆ แล้วเปิดฝาหยดลงไปในตัวตะเกียงนั่น ไม่นาน หิ่งห้อยที่บินว่อนในห้อง ก็กรูเข้ามารวมตัวกันที่ตะเกียงทุกตัว อมิตตาเอาฝาแก้วปิดไว้ดังเดิม
“เห็นไหมยากไหมหละ” คุณแม่ของสองพี่น้องเอ่ยขึ้นแล้วยิ้มกว้าง
“เออ...คุณลุงครับ นั่นน้ำยาอะไรเหรอครับ เออ...ถ้ามันไม่เป็นความลับเกินไป” ศักดิ์ชายถามใคร่รู้ แต่ก็กลัวไม่ได้คำตอบ
“โฮ่ๆ ไปเป็นหร๊อก! ความลับอะไรหน่ะ นี่คือ ฟิวโลโมน ที่สกัดได้จากหิ่งห้อยตัวเมียหนะ” พูดพลางยกขวดเขย่าไปมา
“อืมม์...ดีจังเลย มันมารวมตัวกันเยอะๆ สว่างดีครับ” ศักดิ์ชายยกตะเกียงทรงประหลาดขึ้นมาดูไปมา
“ใช่ บ้านเราเลยประหยัดไฟไงเล๊า” คุณพ่อสองพี่น้องเอ่ยขึ้นพร้อมหัวเราะชอบใจ




.....ศักดิ์ชายรู้สึกทึ่งกับระบบแสงสว่างของครอบครัวเพื่อนเป็นอย่างมาก ยิ่งได้รับขวดฟิวโลโมนจากคุณพ่อของเพื่อนมาอีก ยิ่งมีความตื่นเต้นใหญ่ แล้วศักดิ์ชายก็นึกขึ้นได้..



“เออ..อนัตตา อมิตตา คือ อย่าว่าฉันนะ ห้องของฉันอยู่ที่ไหนเหรอ เออ..แบบว่า ฉันอาจป่วยจำอะไรได้ลางๆหนะ...” ศักดิ์ชายเอ่ยถามเพื่อนทั้งสองแบบประหม่าๆ
“อ๋อ.....ก็อยู่ข้างๆนี่แหละ ประตูอยู่ด้านนอกนะ แต่จะเดินออกไปทางข้างตู้หนังสือก็ได้ ติดๆประตูนั้นเลยหละ” อนัตตาชี้มือบอกทิศทาง
“มาชาย ฉันจะพาเธอไปนะ..” อมิตตาลุกขึ้นดึงมือศักดิ์ชายให้ลุกขึ้นตาม แล้วจูงออกไป




.....อมิตตาพาศักดิ์ชายออกมาทางข้างตู้หนังสือ เป็นทางเดินเล็กๆ พ้นประตูออกไปก็เป็นระเบียงไม้ที่ร่มรื่น ข้างนอกตัวบ้าน มีห้องเลียงรายกันออกไปรวม 4 ห้อง นับว่าเป็นบ้านรูปทรงที่แปลกมาก ที่เป็นบ้านดินห้องครัว ห้องรับแขก ห้องอ่านหนังสือและบันเทิงต่างๆอยู่ข้างในรวมๆกัน แต่ห้องนอนกลับมีประตูทางเข้าอยู่ด้านนอก แต่เมื่อดูไปดูมา ก็มีความสวยงามไปอีกแบบแปลกตา อมิตตาพาศักดิ์ชายมาถึงห้องแรกประตูเป็นประตูไม้บานกลมบานขนาดกลางเล็กกว่าประตูหน้าบ้านนิดหนึ่ง หน้าต่างก็มีลักษณะครึ่งวงกลมดูน่ารักไปอีกแบบ เมื่อมองดูแล้ว มันคล้ายๆกับบ้านของพวก “ฮอบบิท” ไม่มีผิด ข้างหน้าห้องแต่ละห้องมีตะเกียงรูปทรงแปลกๆอยู่ทุกห้อง ในตะเกียงก็มีแสงสีเขียวเรืองๆอยู่ด้วย อมิตตามายืนอยู่หน้าห้องของศักดิ์ชายห้องแรก แล้วทำท่าโค้งย่อตัว พร้อมเปิดประตูให้ ศักดิ์ชายยิ้มอายๆ ค่อยๆโผล่หน้าเข้าไปดู พอเห็นถึงกับร้อง “โอ้โฮ” ด้วยความตื่นเต้น เพราะไม่เคยเห็นห้องแบบนี้มาก่อน ในห้องมีลักษณะเป็นวงกลมแต่กว้างขวางพอควร มีโต๊ะอ่านหนังสือ มีชั้นหนังสือที่เป็นดิน ตู้ใส่เสื้อผ้าก็เป็นดินเช่นกันแม้แต่ชั้นหนังสือก็ทำจากดิน เตียงนอนที่มีขนาดใหญ่ทรงกลม เตียงนอนหนานุ่มกลิ่นหอมอ่อนๆของกลิ่นมะลิ หัวเตียงนอนมีตะเกียงรูปร่างประหลาดๆ ตั้งอยู่ โต๊ะหนังสือ มุมห้องต่างๆ ก็มีตะเกียงแสงเรืองๆประหลาดๆอยู่ด้วย ศักดิ์ชายเดินเข้าไปสำรวจห้องตัวเองไปมาด้วยความพอใจ หยิบหนังสือออกจากชั้นมาดูล้วนเป็นหนังสือที่ตนเองชอบ ที่สำคัญ มีสมุดวาดเขียนเรียงอยู่ชั้นกลางนับสิบเล่ม ซึ่งเป็นของศักดิ์ชายเอง นั้นตั้งแต่อดีตมาศักดิ์ชายเอามือลูบไปมามันเป็นดั่งชีวิตและความฝันทั้งชีวิตของศักดิ์ชายเองศักดิ์ชายน้ำตาซึมอมิตตาดั่งรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรีบมายืนอยู่เคียงข้างให้กำลังใจ



“ชาย ตะเกียงพวกนี้ ได้เวลาเปลี่ยนหิ่งห้อยแล้วนะ” อมิตตาตัดบทขึ้น
“เปลี่ยนหิ่งห้อย...อืมม์ จริงเหรอ แล้วทำไงหละ” ศักดิ์ชายปาดน้ำตาที่ซึมเปลี่ยนท่าที
“ก็ต้องรอจนค่ำก่อนสิ หิ่งห้อยมันถึงจะมารวมกัน เอานา...เดี๋ยวสอนวิธีให้ รอมืดก่อน” อมิตตาตัดบท พร้อมกวักมือเรียกศักดิ์ชายออกไปเล่นด้วยกันข้างนอก




.....เวลาบ่ายแก่ๆ แสงอาทิตย์ส่องร่ำไร ทอดเปลวแสงอ่อนลอดกิ่งก้านใบไม้ลงกระทบดินสร้างเป็นฉากแห่งธรรมชาติสวยงาม หนุ่มสาวทั้ง 3 ต่างเริงร่าบริเวณลานกว้างหน้าบ้าน ชมนกสีสวยดอกไม้สีงาม หมู่ผีเสื้อแมลงสีสดแปลกตา ศักดิ์ชายเพลินอยู่กับด้วงกว่างเฮอร์คิวลิส ตัวโตที่มีสีคล้ายแมงทับเป็นประกาย ซึ่งแปลกประหลาดที่ด้วงชนิดนี้ไม่มีแบบนี้และพวกมันก็ตัวโตมากกว่าปกติถึง 1 เท่า ศักดิ์ชายและอนัตตาจับพวกมันมาชนกัน ต่างส่งเสียงเชียร์กันอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านเลยไปจนตะวันคล้อยจะตกดิน ทุกคนก็พร้อมกันในโต๊ะอาหารอีกครั้งหนึ่ง มีเสียหัวเราะกันตลอดเวลา ราวกับว่า ครอบครัวนี้ไม่รู้จักคำว่า “ทุกข์” เอาเสียเลย

.....ตะวันลับฟ้าอากาศสบายๆ ท้องฟ้าโปร่งแสงดาวเป็นประกายสดใส หลิ่งเรไรเริ่มร้องประสานเสียงกันเป็นทอดๆดั่งรำนำแห่งราตรี ดอกไม้ประหลาดเริ่มโชยกลิ่นหอมอ่อนๆกระจายไปทั่วบริเวณ บางชนิดมีแสงเรืองสดใส ดอกเห็ดเรืองแสงประกายเงินในความมืดเป็นหย่อมๆ หิ่งห้อยเริ่มออกจากที่ซุ่มซ่อนโบยบินไปทั่วบริเวณ



“มาเร็วชาย ถึงเวลาเปลี่ยนไส้ตะเกียงแล้ว” อมิตตาชวนพร้อมวิ่งไปในห้องของตนเอง ไปเอาตะเกียงหิ่งห้อยของตนเองออกมาทุกอัน อนัตตาและคุณพ่อคุณแม่ก็เช่นกัน ศักดิ์ชายไม่รอช้าในโอกาสดีๆ ที่จะได้ทำเรื่องใหม่ๆ ได้ รีบไปรวมรวมตะเกียงในห้องของตนเองออกมาเช่นกัน




.....คุณพ่อของอนัตตาเป็นผู้สอนให้ศักดิ์ชายเปลี่ยนหิ่งห้อย เริ่มจากเปิดฝาครอบแบบเบามือที่สุดปล่อยหิ่งห้อยตัวเก่าออกมาทั้งฝูง แล้วใส่อาหารชุดใหม่เข้าไปแทนชุดเก่า พร้อมทั้งหยดฟิวโลโมนหิ่งห้อยตัวเมียเข้าไป 1 หยด แล้วรอเวลา ไม่นาน หิ่งห้อยชุดใหม่ที่มีแสงมากกว่าตัวเก่า ก็เริ่มบินมาจักกลุ่มกันที่ตะเกียงมากขึ้นๆ พอคิดว่าสว่างพอแล้วก็ทำการปิดฝาครอบ ศักดิ์ชายรู้สึกตื่นเต้นมาก ต่างค่อยๆทำที่ละอันเพราะดูพวกมันมารวมตัวกันช่างเป็นสิ่งที่น่าทึ่งและงดงามมากที่เดียว ต่างพูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน ไม่นาน ก็ได้ไส้ตะเกียงหิ่งห้อยชุดใหม่ครบตามจำนวน ต่างแยกย้ายกันเอาไว้ในห้องของตนเอง น่าแปลกแสงหิ่งห้อยในตะเกียงกลับทอประกายเป็นแสงสีขาวสว่างนวลตา เมื่อถามก็ได้คำตอบว่า แก้วครอบตะเกียงเป็นตัวปรับแสงเอง ศักดิ์ชายจึงไม่ถามอะไรต่อ ไม่นอนทุกคนก็แยกกันเข้านอนห้องของตนเอง อมิตตาห้องติดกับศักดิ์ชายต่อไปก็อนัตตาและพ่อแม่ของคนทั้งสอง กลางดึก ศึกดิ์ชายยังไม่หลับยังคงนั่งบนโต๊ะหนังสือ นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างยังคงเพลินกับหิ่งห้อยที่บินวนไปเวียนมา ช่างเป็นช่วงเวลาที่สุขใจเสียนี่กระไร ศักดิ์ชายหยิบสมุดวาดเขียนขึ้นมา พร้อมบรรจงดินสอวาดเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมาลงสมุดด้วยความสุข



“
ชาย...............ชาย.......” เสียงแผ่วเบาลอยมากับสายลม เรื่องน่ากลัวตอนกลางวันผุดขึ้นในสมองทันที
“ชาย.......มานี่สิ.....” เสียแว่วมาเชิญชวน เยือกเย็น




.....ศักดิ์ชายเหงื่อกาฬแตกพลัก ใจเต้นไม่เป็นจังหวะแทบจะหลุดออกนอกร่างกายเมื่อได้ยินเสียงเรียกนั้น ไฟหิ่งห้อยที่สว่างกลับหรี่สลัวลงอย่างน่ากลัว หรีดเรไรที่ร้องระงมกันทั่วตั้งแต่หัวค่ำกลับเงียบเสียง สายลมที่สงบกลับพัดเหมือนสายลมต้นฝน โบกพัดกังสดาลสะบัดดัง “กรุ้งกริ่ง” เสียงวังเวงหน้ากลัว ขณะนี้บริเวณบ้านกลับเหมือนไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ รอบๆมีแต่ความเงียบและความมืดมิด เสียงเรียกศักดิ์ชายยังคงแว่วมาเป็นระยะๆ จนศักดิ์ชายอดรนทนอยู่คนเดียวไม่ได้ ตัดสินใจกระหืดกระหอบรีบเปิดประตูห้องของตนเองออกไปหมายเข้าไปขอความช่วยเหลือจากห้องของอมิตตาและทุกๆคน ถึงห้องอมิตตาศักดิ์ชายไม่รอช้ารีบผลักบานประตู้เข้าไปทันที ในห้องมืดมิด



“อมิตตา อมิตตา เธออยู่ไหน ช่วยฉันด้วย อมิตตา” ศักดิ์ชายเรียกอย่างรนรานทว่าแผ่วเบาดั่งกลัวอะไรบางอย่างจะรู้ที่ซ่อนของตนเอง มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่ตอบสนองกลับมา
“อมิตตา อมิตตา” ศักดิ์ชายตัดสินใจก้าวเข้าห้องฝ่าความมืดมิดเข้าไป สองมือก็ควานหาตะเกียงหิ่งห้อย ไม่นานก็พบตั้งอยู่บนโต๊ะกลางห้องแต่ว่า มันมืดไม่มีแสง ศักดิ์ชายเริ่มเขย่ามันเพื่อให้หิ่งห้อยข้างในตื่น ได้ผล แสงสว่างสีเขียวเรืองขึ้นมาทันทีส่องแสงเรืองๆสาดส่องไปทั่วแต่ไม่สว่างขาวนวลคงเป็นแสงสีเขียวเรืองๆ สายตาศักดิ์ชายมองไปที่เตียงของอมิตตาซึ่งอยู่ในท่านอนตะแคงหันหน้าเข้าฝาคลุมด้วยผ้าห่มยังไม่มีวี่แววว่ารู้ตัวเมื่อศักดิ์ชายเข้ามา


“อมิตตา....ช่วยฉันด้วย” ศักดิ์ชายรนรานเข้าไปหาอมิตตาที่นอนอยู่ พร้อมเอื้อมมือออกไปคว้าไหล่ของเธอแล้วดึงกลับมา ทันใดนั้น....




.....สิ่งที่ศักด์ชายดึงหัวไหล่กลับมาหาใช่อมิตาไม่ สิ่งที่ศักดิ์ชายดึงกลับมานั้น ใบหน้าขาวซีดปูดโปนไปด้วยเส้นเลือดสีเขียวคล้ำ ดวงตาลึกโบ๋ปากเสยะยิ้มฉีกน่ากลัว ผมยาวเป็นกระเซิง ส่งกลิ่นสาปสางรุนแรง ศักดิ์ชายถึงกับผงะเขาอ่อนล้มก้นกระแทนพื้นในตาเบิกโพลง ร่างนั้นหันหน้ากลับมามองศักดิ์ชายทั้งๆที่ตัวมันยังนอนอยู่ ใบหน้าของมันดั่งหัวเราะเยาะในตัวของศักดิ์ชาย ศักดิ์ชายถอยกรูดจนหลังชนกำแพงทำอะไรไม่ถูกเพราะความกลัว...ร่างนั้นมันค่อยๆลุกขึ้นอย่างช้าๆ ในปากมันมีเสียงเรียก “ชายมาหาฉัน.....ชายมาหาฉัน” ตลอดเวลาเสียงที่แหบพร่าของมัน กรีดลึกเข้าในหัวใจของศักดิ์ชายจนแทบจะสิ้นสติ ร่างนั้นค่อยๆนั่งบนขอบเตียง แล้วลุกขึ้นอย่างช้าๆ มันลุกขึ้นได้ท่าทางมันโงนเงนเหมือนมันเสียสมดุล มันพยายามก้าวอย่างช้าๆเข้ามาหาศักดิ์ชาย ศักดิ์ชายสั่นไปด้วยความกลัวจ้องมันแทบไม่กระพริบตา ก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวศักดิ์ชายมันก้มลงคลานและแลบลิ้นที่เป็นสีดำสองแฉกของมันออกมา เหมือนพยายามจะลิ้มลองรสเหยื่อ ศักดิ์ชายหน้าตาเหงเกเบือนหน้าหนีด้วยความกลัว ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ มันค่อยๆคลานเข้ามาอย่างกระหายมือของมันค่อยเอื้อมเพื่อไขว่คว้า ปากมันก็มีเสีย “ชายมาหาฉันสิ” อยู่ตลอดเวลา ก่อนที่มือมันจะเอื้อมถึงตัวศักดิ์ชาย ศักดิ์ชายตัดสินใจสะบัดตัวออกมาทางประตูอย่างแรง แต่เขาที่อ่อนเพราะความกลัวทำให้ชายลุกไม่ไหว จึงได้คลานสี่ขาด้วยกำลังเฮือกสุดท้ายด้วยความกลัวหมายประตูทางหนี เมื่อร่างผีร้ายเห็นชายหนีออกไปได้ ดั่งมันไม่พอใจ มันร้องเสียงกรี๊ดลั่นห้อง เสียของมันเป็นเสียงหวีดแหลมของปิศาจที่เสียสติ ศักดิ์ชายหนีออกจากห้องที่เคยเป็นห้องของอมิตตาออกมาได้ ศักดิ์ชายเริ่มตั้งตัวได้ ในใจก็หาที่หลบซ้อนที่ปลอดภัยที่สุด คือห้องนอนของตนเอง และก่อนที่จะออกวิ่งนี้ ศักดิ์ชายต้องมีอันใจหายวาบอีกครั้ง เมื่อปรากฏร่างๆหนึ่งเป็นร่างที่ใหญ่ ผมหนวดเครารกรุงรัง รอบตัวมีเส้นลวดหนามพันรอบตัว มีเลือดเยิ้มตลอดเวลายืนจังก้าอยู่สุดทางที่ต่อเข้าไปในตัวบ้าน ห่างประตูห้องศักดิ์ชายไปไม่กี่เมตร แขนขาของมันบวมฉุตัวมัน ส่งเสียงครางอยู่ตลอดเวลาอย่างน่ากลัว

.....ศักดิ์ชายตัดสินใจวิ่งไปที่ห้อง ใช้หัวไหล่กระแทกประตูห้อง “โครม!!” ประตูทนแรงกระแทกขนาดนั้นไม่ไหว หลุดเปิดออกไป ตัวศักดิ์ชายเองหลุดลอยเข้าไปอยู่ในห้องชายรีบตั้งตัวลุกขึ้นปิดประตูอย่างรวดเร็วลงกลอนร็อกด้านใน เท่านั้นยังไม่พอศักดิ์ชายยังยกโต๊ะเก้าอีกหรืออะไรก็ได้มายันประตูให้แน่นหนาเข้าไปอีก



“ตึง..ตึงๆ..” เสียงทุบประตูอย่างแรงดั่งมาต่อเนื่อง ศักดิ์ชายสะดุ้งตกใจตามเสียงทุบ
“ตึงๆ..” เสียงทุบยังคงดังมา แล้วในที่สุดมันก็สงบไป ศักดิ์ชายทรุดตัวลงนั่งมุมห้อง กอดเขาคุดคู้ด้วยความกลัว




.....เสียงทุบประตูได้เงียบไปแล้ว ความเงียบคืบคลานเข้ามาแทน มันเหมือนกับสงครามประสาทที่รุมเร้า กดดัน ในเวลานี้ ศักดิ์ชายเริ่มตั้งสติได้บ้างแล้ว เริ่มคิดหาทางออก สองมือเริ่มรื้อค้นชั้นหนังสือให้วุ่นวายไปหมด แต่คนเองยังคิดไม่ออกว่าค้นหาอะไร ค้นทำไม่ และแล้ว...ศักดิ์ชายก็เกิดความคิด มันเป็นความคิดที่แว็บเข้ามาในสมองเพียงแว็บเดียวเท่านั้น ศักดิ์ชายรื้อชั้นสมุดวาดเขียนของตนเองออกมาจนหมด ค้นหาสมุดวาดเขียนออกมาหาเล่มสุดท้ายที่เขียนหรือมีภาพค้างไว้ และแล้วก็ได้เล่มนั้นออกมา ศักดิ์ชายเปิดดูอย่างรนราน ภาพที่ปรากฏ มันเป็นภาพเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นโดยที่ตนเองไม่ได้วาดเลย เป็นความน่ากลัวโดยแท้



“ภาพมันเกิดขึ้นเอง ภาพมันเกิดขึ้นเอง..” ศักดิ์ชายใช้ความคิดอย่างหนัก พยายามคิดให้เร็ว
“มันเกิดขึ้นเองได้อย่างไรกัน..” ศักดิ์ชายพยายามคิด คิดไม่ออกเพราะความกดดัน จนต้องขว้างสมุดเล่มนั้นลงพื้น
“โธ่..เว้ย!! ... นี่มันบ้าอะไรกัน ทำไมๆ” ศักดิ์ชายแทบครั่ง และแล้ว..
“ใช่..ใช่แล้ว มันเกิดขึ้นเองได้ เราก็เปลี่ยนมันได้เช่นกัน...” ศักดิ์ชายรีบหาดินสอโดยเร็ว รื้อค้นบนโต๊ะหนังสือกระจุยกระจายไปหมด แล้วจับตะเกียงหิ่งห้อยเขย่าโดยแรง ได้ผล มันเปล่งแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง แล้วชายก็ได้ดินสอ รีบเปิดหน้ากระดาษเตรียมจรดปลายดินสอทันที่ ทันใดนั้นเอง...
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด..วี๊ดดดดดดดดดดดดด..” เสียงกรีดร้องของปิศาจบ้าในห้องอมิตตาดังขึ้นตรงหน้าประตู พร้อมกับเสียทุบประตูดังสนั่น




.....ศักดิ์ชายรนรานเขียนภาพเพื่อที่จะแก้ไขภาพที่จะทำให้ตนเองพลิกโอกาสรอดได้ ในขณะที่เสียกรีดร้องยังดังก้องพร้อมด้วยเสียทุบประตู ไม่นานนัก “โครม..” เสียงกลอนประตูได้แตกออก ประตูเริ่มแง้มออกมา แต่ยังติดโต๊ะเก้าอี้ที่ชายนำมายันไว้ มือขาวๆซีดๆของปิศาจสาวโผล่รอดเข้ามาตามช่องประตูไขว่คว้าไปทั่วพร้อมส่งเสียงหวีดร้องอย่างโหยหวน..ศักดิ์ชายเร็วเท่าความคิดทิ้งสมุดวาดเขียนลงในมือขวาถือดินสอด้ามยาวไว้แน่น วิ่งไปที่ประตู มือขวาที่กำดินสอจ้วงแทงเข้าอย่างจังที่ท่อนแขนซีดๆของนังปิศาจทันที ดินสอทิ่มทะลุแขนของมันเลือดสีดำพุงกระฉูดตามแรงที่ศักดิ์ชายกระชากดินสอออกมา ได้ผล มันร้องด้วยความเจ็บปวด ดึงมือกลับไปทันที ศักดิ์ชายไม่เปิดโอกาสรีบดันประตูให้ปิดตามเดิม แล้วรีบยกเก้าอีกที่เหลือมายันประตูให้แน่นหนาขึ้น คราวนี้ เสียงทุบประตูหายไป มีแต่เสียงหวีดร้องแหลมอย่างโหยหวนดังห่างออกไปและห่างออกไป ศักดิ์ชายรีบกลับไปที่เดิมหยิบสมุดขึ้นมาจรดดินสอเริ่มวาดทันที...

จบตอนที่7




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2550
29 comments
Last Update : 16 กรกฎาคม 2550 22:46:53 น.
Counter : 1323 Pageviews.

 



คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง
จึงมีความไพเราะงดงามและมีคุณค่าในแง่สอนใจ
หลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก)


มยุราฟ้อนหาง

ดูดูท่า อย่าเลินเล่อ เผลอบ่อยบ่อย คุมคุมใจ ไว้อย่าปล่อย ไปปร๋อปร๋อ
เหมือนเหมือนอย่าง ทางที่เป็น เช่นพอพอ ตรองตรองใจ ที่ในข้อ ให้ควรควร
เปรียบเปรียบว่า บุตรภรรยา คนใช้ใช้ ปล่อยปล่อยปละ ละให้ ฮึกหวนหวน
เฉยเฉยเสีย ไม่สั่งสอน ข้อนชวนชวน กล้ากล้านัก มักก่อกวน จะแรงแรง
มีมีแต่ ต่างจะดื้อ ถือปึ่งปึ่ง ข้อนข้อนข้าง วางข้อขึง ขึ้นแข็งแข็ง
คล้ายคล้ายช้าง ห่างขอ มักแคลงแคลง ชวนชวนชัก มักระแวง จงจำจำ

♣♣♣♣♣♣♣♣


สวัสดีค่ะ เจี๊ยบมาขอบคุณที่เข้าไปทักทายกัน

และเข้ามา Goodnight หลับฝันดีน่ะค่ะ

รายาสุรีย์ โทณะวณิก (เจี๊ยบ)
วันที่ ๑๖ กรกฏาคม ๒๕๕๐

♣♣♣♣♣♣♣♣

เจี๊ยบเพิ่งเริ่มเข้ามาอ่าน ถึงตอนที่ 2
แล้วค่ะ ค่อยๆ เก็บอ่านไปเรื่อยๆ

 

โดย: Jeab (rayasuree2526 ) 16 กรกฎาคม 2550 23:19:00 น.  

 

กลอนคุณดีมากๆๆๆผมชอบฝันดีนะครับ

 

โดย: มหาสำลี IP: 58.9.128.80 16 กรกฎาคม 2550 23:42:48 น.  

 

ขอบคุณที่ไม่ลืมกันค่ะ..

แล้วนู๋ญ่าจะติดตาม มนต์นิทราไปเรื่อยๆนะคะ..

ฝันดีค่ะ...

 

โดย: นู๋ญ่า ขอบคุณค่ะ (kayook ) 17 กรกฎาคม 2550 0:46:28 น.  

 

สวัสดีค่ะ...

ขอบคุณที่แวะไปเยียมนะคะ..

ติดตามอ่านมนต์นิทราได้ถึงตอนที่สองแล้วค่ะ..สนุกดีค่ะ... จะค่อยๆอ่านไปเรื่อยๆนะคะ

แต่ที่แน่ ๆ รออ่านงานกวีของคุณอยู่นะคะ..

มนต์นิทราเป่าใจให้ไหวเคลิ้ม
ราวจะเติมเต็มในฝันอันหวามไหว
ราวนิทรานั้นนานเนิ่นเยิ่นเย้อไป
เพื่อหัวใจได้ดิ่งพลันฝันนิทรา...

คราถึงยามที่ต้องตื่นฝืนใจข่ม
บ่มอารมณ์ห้อมห่มฝันอันห่วงหา
ระหว่างวันงันเงียบใจ..รอเวลา
สู่นิทราเพื่อเต็มตา..วงหน้าเธอ..

emoemoemoemoemoemoemo

 

โดย: ณ กมล 17 กรกฎาคม 2550 20:28:29 น.  

 

ต้องย้อนกลับไปอ่าน ดีกว่า
ขาดไปบางช่วงจ้า

 

โดย: goodpeople 18 กรกฎาคม 2550 11:08:25 น.  

 

เฮ้อ.....ม่ะไหร่จะมีเวลาว่างๆมาอ่านงานของคุณเนี่ยะ??

ตอนนี้ก็แวะมาเยี่ยมเท่านั้นค่ะ

ตอนนี้นั่งทำงานอยู่

 

โดย: พลทหารหน้าตาย (กองพันทหารราบ ) 18 กรกฎาคม 2550 19:14:57 น.  

 

แอบย่อง แอบแวะ
แอบอ่าน แอบชอบ(ใจ)

 

โดย: อำแดงสนุก 18 กรกฎาคม 2550 19:21:23 น.  

 



คำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง
จึงมีความไพเราะงดงามและมีคุณค่าในแง่สอนใจ
หลวงธรรมาภิมณฑ์ (ถึก จิตรกถึก)


ไม่ควรคิด ก็อย่าคิด เข้าต่อล้อ ไม่ควรข้อ ขอดเขา ด้วยโวหาร
ไม่ควรเป็น ก็อย่าเป็น เหมือนเช่นพาล ไม่ควรสมาน อย่าสมัคร สมาคม
ไม่ควรรอ ก็อย่าต่อ เข้าต้านตัด ไม่ควรทัด ทานถ้อย อย่าทับถม
ไม่ควรชิด อย่าสนิท สนมชม ไม่ควรข่ม ก็อย่าข้อน ให้เคืองคำ
ไม่ควรหาญ อย่าราน ให้ร้อนร้าว ไม่ควรกล่าว พึงระวัง อย่างพลั้งถลำ
ไม่ควรเปิด ก็อย่าเชิด ชูเงื่อนงำ ไม่ควรทำ ตรองท่า พยุงจูง

สวัสดีค่ะ เจี๊ยบแวะมาทักทายค่ะ
และขอบคุณมากน่ะค่ะที่ยังไปเยี่ยมเยียน
กันอย่างสม่ำเสมอ น่ารักทุกคนเลย
Goodnight คืนนี้หลับฝันดีน่ะค่ะ

รายาสุรีย์ โทณะวณิก (เจี๊ยบ)
July 19,2007

 

โดย: Jeab (rayasuree2526 ) 19 กรกฎาคม 2550 17:26:41 น.  

 

มาทักมาทาย
แอ๊บเอาเวลางานมาเยี่ยมบล็อกเพื่อนๆอีกแว้วววว

 

โดย: กองพันทหารราบ 20 กรกฎาคม 2550 14:23:11 น.  

 

เเวะเข้ามาครับ.........สบายดีนะครับ

 

โดย: มหาสำลี (มหาสำลี ) 21 กรกฎาคม 2550 16:58:02 น.  

 


*** สวัสดีค่ะ วันนี้..หน่อยอิง..มาแล้วจ้า มาพร้อมกับกำลังใจและความคิดถึง ช่วงนี้อาจจะห่างหายไปบ้าง เพราะสภาพแวดล้อมไม่อำนวย คงไม่ว่ากันนะคะ และขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม หน่อยอิงที่ Blog นะคะทุก comment คือกำลังใจให้แก่กันเสมอ จะแวะมาทักทายอีกนะคะ ***

 

โดย: หน่อยอิง 22 กรกฎาคม 2550 11:26:04 น.  

 

สารภาพค่ะ อ่านไม่จบ เวียนหัวน่ะค่ะ ไม่ได้เป็นเพราะเรื่องนะคะ แต่เป็นเพราะพุงนี่ล่ะ

ขอบคุณนะคะ ที่เวียนไปเยี่ยมที่บล็อกเสมอ

อาการดีขึ้นจะมาอ่านใหม่

คงสบายดีนะคะ

 

โดย: varissaporn327 IP: 125.25.182.10 26 กรกฎาคม 2550 19:47:42 น.  

 

 

โดย: กองพันทหารราบ 27 กรกฎาคม 2550 11:43:39 น.  

 

กลับมาแย้ววววววววววววววววว

หายไปชาติเศษ ต้องลืมกันไปแล้วแน่เล๊ยยย อะ

โอ๊ยพึ่งจะสอบกลางภาคเสร็จ
หกตัว!! สอบกันอาจารย์ก็บ้าเลือดมากๆๆๆๆๆๆๆ
เอามีดมาแทงกันไปเลยดีกว่า

ไม่ก็เอาคอมมาเปิดให้เดินไปดร๊อปหลังสอลเลยท่าจะดี
ได้เล่นเนตครั้งนึงก็แป๊บๆ บ้งบล๊อคชาวบ้านก็ไม่ได้เข้า
(แต่ข้อดีคือการตามอ่านนิยายได้อย่างไม่ติดขัด)

บ่นยาวไปนิดโทษทีค่ะ แหะๆ พอดีมันเซเครียดจัด

ป.โท ก็สู้ๆนะคะ

 

โดย: tagoyagi (niyai_waan ) 31 กรกฎาคม 2550 18:35:37 น.  

 

มาเยี่ยมเพราะคิดถึงemoemo

สบายดีหรือเปล่าคะ

 

โดย: เพียงแค่เหงา 10 สิงหาคม 2550 15:05:34 น.  

 

หายไปนานเลยนะคะ คุณธาราภิรมย์ มารออ่านตอนต่อไปค่ะ

 

โดย: shin chan (alei ) 12 สิงหาคม 2550 5:11:55 น.  

 

นั่นสิคะ หายไปเลยอะ เรียนโทหนักหรือเปล่าเนี่ย

 

โดย: tagoyagi IP: 124.121.42.67 24 สิงหาคม 2550 22:21:18 น.  

 

สวัสดีจ้า แวะมารายงานตัวและมาบอกว่าคิดถึงอ่ะ

 

โดย: Madam_Hatyai 26 สิงหาคม 2550 10:32:00 น.  

 

จขบ หายไปไหนคะ คิดถึงนะ

 

โดย: Madam_Hatyai 29 สิงหาคม 2550 15:50:01 น.  

 

เมื่อไรจะกลับมาน๊อ...

 

โดย: Madam_Hatyai 2 กันยายน 2550 15:13:20 น.  

 

มาเยี่ยมค่ะ
ช่วงนี้ไม่ได้เข้าบล็อกนานมากๆ
ไม่ค่อยมีเวลาให้ตรงนี้เลย
ใกล้ปิดปีงบประมาณก็หยั่งงี้หล่ะน๊า.....

แล้วตอนที่ 8 ม่ะไรจะมาคะ



รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

 

โดย: กองพันทหารราบ 7 กันยายน 2550 1:11:12 น.  

 

คู๊น..น.......
กลับมาอัพบล๊อก...ซะทีดิ๊
มีงานหลวงแล้ว....งานราชอย่าขาดดิ

 

โดย: อำแดงสนุก 19 ตุลาคม 2550 19:44:38 น.  

 

goodpeople มาเยี่ยมจ้า ไม่ได้มาเยี่ยมนานมากๆ ไม่รู้จำกันได้หรือเปล่า

goodday and takecare ka

 

โดย: goodpeople 21 ตุลาคม 2550 22:33:57 น.  

 

อัพบล๊อคบ้างดิ๊

เน่าแล้วน๊า...

 

โดย: อำแดงสนุก 23 พฤศจิกายน 2550 7:55:44 น.  

 

..สุขสันต์ตั้งแต่ใกล้...............หมดปี
สุขส่งเพิ่มพูนทวี...................ทั่วหน้า
ส่งยิ้มส่งสิ่งดี.......................มามอบ
ปราถนาใดในหล้า.................สบได้ดั่งหทัยเทอญ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

 

โดย: ณ กมล 27 ธันวาคม 2550 22:44:19 น.  

 

นี่คุณ ... ใจคอจะไม่คิด อัพบล๊อกเลยหรือคะ

" ลุงจอมขี้เกียจ "

 

โดย: อำแดงสนุก 8 มีนาคม 2551 13:37:43 น.  

 

หายไปไหนน้อ..จะครบขวบปีอยู่แล้ว

สบายดีหรือเปล่านะ

ไปอยู่มุมไหนของโลกคะ

 

โดย: ณ กมล 22 มิถุนายน 2551 19:27:24 น.  

 

คิดถึงนะคะ

 

โดย: Madam_Hatyai 27 กันยายน 2552 18:44:40 น.  

 

หลงเข้ามาคะแต่หาทางออกไม่เจอแล้วจะเข้ามาใหม่นะคะ

 

โดย: ก้อย IP: 61.19.98.125 2 สิงหาคม 2554 10:22:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ธาราภิรมย์
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ด้านในของชีวิต มีทั้งความคิด ความฝัน
ความจริงและหลอกลวงปะปนกัน
จึงมาร่วมแบ่งปันความคิด ความฝันนั้น
เพราะเรามันก็แค่ "มนุษย์"



Click here to get your own clock for your site/profile!


++++ ชายราศีตุล ++++

visit www.mp3-codes.com now!
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ธาราภิรมย์'s blog to your web]
Links