พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
3
4
5
6
10
11
13
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ตอนที่ 3 วันฝนพรำที่...รอสต๊อก (Rostock)...Germany (ต่อ)
วัน เวลา .........เสาร์ 13 มีนาคม 2547 
การเดินทาง ....โดยรถไฟ ( Die Bahn)
จุดเริ่มต้น ..... Warnemuende เมืองริมทะเลทางเหนือของรอสต็อก
ปลายทาง........ตัวเมืองเก่าเมืองรอสต๊อก


หลังจากที่ขึ้นรถไฟเเล้วจากสถานีวาร์เนอร์มืนเดอร์เพื่อไปยังตัวเมืองเก่าของรอสต็อก ที่มักจะมีสถานที่ สำคัญๆเสมนั้น สายฝนก็โปรยปรายลงมา
เเล้วก็นั่งไปลง ณ จุดเเรกที่ศาลากลางจังหวัด (Rathaus)  ของเมืองรอสต๊อก





เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่สองนั้น...ทาง ศาลากลางจังหวัด (Rathaus) ก็ได้รับความเสียหาย
ไม่น้อยเลยค่ะเพิ่งมาบูรณะเมื่อปี 1993 นี้เอง ตัวตึกของ Rathaus นี้
จะเป็นศิลปะสมัยบาร๊อค เเล้วก็มีการบูรณะหลายหนจนมีลักษณะให้เห็น
จนกระทั่งเห็นในรูปปัจจุบันค่ะ ...เล่าให้ฟังพอหอมปากหอมคอนะคะ 
เพราะฉันเอง ก้อไม่ได้มีความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์หรือศิลปะมากเลย 
เพียงเเต่เวลาเห็น...ความรู้สึกบอกว่าชอบก็ชอบเท่านั้นเองค่ะเขียนมากไปเดี๋ยวปล่อยไก่ ....

ทางห้องใต้ดินของตัวตึกจะเป็นร้านบาร์เบียร์+ ร้านอาหาร ระดับดีเชียวค่ะ
























ทางด้านหน้าของ Rathaus จะเป็น Neuer Markt ค่ะ ซึ่งเป็นตลาดที่ชาวเมืองจะเอา
ของมาขายกันเช่น ผลไม้ ขนมปัง หรือเวลามีเทศกาลเช่น งานประจำเมือง 
งานคริสต์มาสก็จะมาจัดกันที่นี่ค่ะ ตัวตึกสีสรรค์สดใสสวยเหมือนลูกกวาดเลยค่ะ

เดินถัดมาอีกหน่อย....ก็เป็นโบสถ์มาเรียนค่ะ ( Marien kirche) ตอนเเรก...ฉันก็เดินไปด้านกะว่า
จะเข้าไปดู ปรากฏว่า...ด้านหน้าประตูปิดค่ะ

ไอ้ฉันก้อไม่ยอมจะเข้าไปดูให้ได้ เดินรอบโบสถ์เลยค่ะ ในที่สุดก็ไปเจอทางเข้า
ซึ่งกำลังบูรณะมีนั่งร้านตรึมเลยค่ะ ....เดินๆเข้าไปก็หวั่นๆ .....มันจะหล่นใส่หัวตูหรือเปล่าเนี่ย....





ฉันว่าลักษณะที่เหมือนกันระหว่างวัดไทยกับโบสถ์คริสต์เนี่ยมีอยู่อย่างหนึ่งค่ะ
คือประตูไม่เคยปิดไม่ว่าจะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ วันนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุด
วัดเเละโบสถ์จะเปิดรับศาสนิกชนเสมอเพื่อนคิดเหมือนฉันไหมคะ

ตอนเข้าไปในโบสถ์มีคนไม่เยอะมีเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวเยอรมันอยู่4-5 คน ท่าทางเหมือน
กับกำลังมาจดข้อมูลไปทำรายงานส่งครูยังไงยังงั้นเลยอ่ะ




ระหว่างนั้นฉันก็เก็บภาพไปพลางๆพร้อมกับนั่งพัก ปลดเป้ที่หนักอึ้งวางลงก่อน

สักพักหนึ่งก็เดินดูข้าวของในโบสถ์.(เขียนเหมือนพวกโจรที่กำลังมาสำรวจเส้นทางปล้นเลยเเฮะ...เรา)



ภายในโบสถ์ บรรยากาศค่อนข้างมืด เเละมีกลิ่น ...ฉันไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร
เเต่ขอเรียกว่า....กลิ่นโบสถ์...ก็เเล้วกันนะคะกลิ่นโบสถ์อบอวล ไปทั้งโบสถ์
ฉันเดินดูไปรอบๆโบสถ์ก็ไปเจอสิ่งนี้เข้าค่ะ

สิ่งนี้เรียกว่า ฟืนเทอร์ (Fuente) สีดังเดิมจะเป็นสีบอนซ์เเต่ปัจจุบัน




































ออกเหลืองทองเเดง คล้ายสนิมเเล้วค่ะ ตรงฐานถ้าสังเกตจะเป็นรูปนักบวช
อุ้มอะไรสักอย่างซึ่งฉันดูจากสันฐาน เเล้วก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่ามันคืออะไร

ไปอ่านหนังสือสองสามเล่มก็ไม่มีอธิบายไว้ว่ามันคืออะไรค่ะ มองสูงขึ้นมาหน่อย
จากฐาน...จะเห็นเป็นคนนักบวชในกิริยาต่างๆ เเละตรงส่วนฝา ที่มีห่วงจะเป็น..
พระเยซู ล้อมรอบด้วยสาวกค่ะ

ฉันถามเด็กหนุ่มท่าทางเเก่เรียนคนหนึ่งที่ยืนดูอยู่.. เขาก็อธิบาย ฉันฟังอยู่นาน
ก็ไม่ค่อยเข้าใจ สักเท่าศัพท์เยอรมันหมวดศาสนานี่...ไม่ค่อยเเน่นเเฮะ
ส่วนรูปนกที่อยู่ยอดสุดเลยมีป้ายบรรยายไว้ว่า ไม่ใช่ทั้งนกเหยี่ยวเเละนกอินทรีย์
เเต่เป็นส่วนที่ผสมกันฉันก็เลยไม่รู้ว่า เเล้ว จริงๆเเล้วคือนกอะไร งง.งงง

ดูรูปบรรยากาศในโบสถ์กันค่ะ








เสร็จเเล้ว ฉันก็รีบเเจ้น...ออกจากโบสถ์อย่างรวดเร็ว ....ไปดูอะไรอย่างอื่นต่อไป

" โอย...ขี้เกียจเดินจังเลย " ขาเริ่มโอดครวญ
" โอเคๆๆ เดี๋ยวนั่งรถรางไปก็ได้ " ใจบอก

ฮือ....ฮือ.....ฮือ ฉันนั่งรถเลยค่ะ
ก็ตอนเเรก...ก็ตอนเเรก ฉันเเค่อยาก ดูเมืองเฉยๆ ก็เลยกะว่า นั่งรถไปสุดสายเเล้วค่อยนั่งกลับมา
เเต่ตอนที่สุดท้ายเเล้วต้องนั่งรถกลับมา ฉันนั่งผิด ก็รถรางอะไรฟ่ะ... มีตั้งสามราง


ใครจะไปรู้ฟ่ะ ...โดยปกติ มันต้องมีเเค่สองรางไม่ใช่เหรอ ไปกับ กลับ เเต่นี้มีสามราง
ไป...ไป เเล้วมีสายย้อนกลับสายเดียว ฮือ..ฮือ ฉันไปยืนหนาว คนเดียวทั้งครึ่งชั่วโมงเเน่ะ
ฝนก็ตกพรำ ไอ้ที่พักผู้โดยสารก็บังละอองสายฝน ที่สาดเข้ามาไม่หมด

เเค่นั้นยังไม่พอ....อารมณ์ที่เหนื่อย + หิว ขากลับ นั่งรถรางสับปะหงก โงกเงก
หัวโขกเเล้ว โขกอีกกับเก้าอี้ ผลหรือ ก็นั่งรถเลยป้ายที่จะลงไปป้ายหนึ่งอีก

โธ่โว้ย ...มันจะอะไรนักหนา ...ชีวิต.....
เหนื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หิววววววววววววววววววววว

ไปนั่งพักกินกาเเฟก่อนดีกว่า... ไม่ไหวเเล้ว







ที่เยอรมันนีเนี่ย เวลาไปเที่ยว ฉันจะต้องเเวะร้านขนมทุกครั้ง ทุกเมือง เพื่อนั่งพัก 
กินขนมเเละจดบันทึกค่ะ




ตอนหน้าเราไปต่อกันอีกนิด ก่อนจะย้ายเมืองกันค่ะ 

Smiley




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 25 มกราคม 2556 16:37:48 น.
Counter : 1116 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรียมเจ้าขา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 143 คน [?]



" เรียมเจ้าขา หรือ เก๋ค่ะ "

เขียน blog จริงจัง ปลายปี 2555
Blog นี้ก็จะรวมสิ่งที่ชอบในชีวิต
และเรื่องที่อยากแบ่งปันทั้งเรื่อง
ลูกสาวน้องกล้วยหอม,เรื่องเรียน
ต่อเยอรมนี,Beauty, Skin
care,แฟชั่นสิ่งทอ,ท่องเที่ยว
และก็ตะลอนชิม ค่ะ


ก็ขีดๆเขียนๆข้อมูลต่างๆเอาไว้
และแชร์เผื่อจะเป็นประโยชน์
กับท่านอื่นๆด้วยนะคะ

contact me :
http://www.facebook.com/kimmyandmais
http://instagram.com/sasimamai
ss.suksawang@จีเมล์ดอทคอม

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายรูป

* Canon EOS 600D,
* Canon EF-S 15-85mm f3.5-5.6 IS USM
- Sigma 70mm F/2.8 DG Macro
- Canon EF-S 18-55mm 1:3.5-5.6 IS
- Canon EF-S 55-250 mm./4-5.6 IS
* Ipad 3
* Olympus compact camera.


Started at 5/1/2013
เรียมเจ้าขา Blog เนื้อหาของหน้าเว็บ
New Comments