พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
3
4
5
6
10
11
13
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ตอนที่ 2 วันฝนพรำที่...รอสต๊อก (Rostock)...Germany (ต่อ)

หลังจากนั่งปล่อยอารมณ์สักพักหนึ่งก็มองไปรอบๆตัวค่ะ ก็เห็นอันนี้




ประภาคารด้านบนเป็นสัญลักษณ์สำหรับเรือที่จะเเล่นไปมาในทะเล ถ้าสีเขียว

เเปลว่าปลอดภัยเป็นบริเวณเเหล่งน้ำลึก ส่วนสีเเดง น้ำจะตื้น ต้องระวัง เวลาเรือ

จะเเล่นก็ต้องระวังหลังจากที่นั่งดูทะเลเเละถ่ายรูปจนอิ่มอิ่มใจ เเละเปรมปรีด์เเล้ว

ฉันก็เดินกลับมาหาอาหารเย็นใส่ท้อง เเต่ระหว่างทางจะผ่าน ประภาคารของวาเนอร์มืนเดอร์ (LeuchtturmWarnemuende) ซึ่งถือว่า เป็นสถานที่สำคัญเเห่งหนึ่งของที่นี่เชียว



ซึ่งช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายนของทุกปีซึ่งเป็นหน้าร้อนจะเปิดให้ประชาชน ขึ้นไป

ชมด้านบนเเต่หนาวนี้ปิดค่ะเลยอดขึ้นไปดูเลยอ่ะ

" หิวเเล้ว ๆๆๆ " ท้องฉันมันเริ่มโอดครวญโครกครากให้อับอายนัก

ดังนั้นกองทัพเดินทางได้ด้วยท้องฉันใด ฉันก็เดินได้ด้วยอาหารฉันนั้น

ก็ต้องเดินหาร้านข้าวเเกงกันค่ะจะมีไหมเนี่ย...

ว่าเเล้ว ฉันก็พยายามตามหาร้านอาหาร ที่มีหมึกขายถามสองสามร้าน

เเล้วก็ยังไม่มีขายบางร้านก็ดูหรูหราเกินนักท่องเที่ยว backpack อย่างฉันเกินไป

บางร้านก็ขายเเต่ไอติมซึ่งหนาวเกินสู้ไม่ไหวบางร้านก็บรรยากาศดี

น่านั่ง กินอาหารกอปรกับดื่มเบียร์เย็นๆสักเเก้วนึงก็น่าจะดี เเต่ทว่า ......

ผู้หญิงคนเดียวอย่างฉันไปนั่งคนเดียว ฉัน (หรือคนอื่นๆหว่า...)อาจจะไม่ปลอดภัย


ฉันก็เลยเดินมาเรื่อยๆจนมาได้นั่งร้านนี้ค่ะ ชื่อร้าน Twee Linden งร้านน่ารักค่ะ

มีบาร์เบียร์เล็กๆบนบาร์มีไม้เเกะสลักเป็นรูปช้างคู่กันเเล้วก็เครื่องดื่มทั้งมี

เเอลกอฮอล์เเบบต่างๆ โต๊ะเเต่ละโต๊ะทำด้วยไม้ขัดเงาสีน้ำตาลมันเเปลบ 

เทียนเเท่งเล็กๆ เข้าไป ฉันก็เลยสั่งก็เลยสั่งอาหารเเนะนำของร้านเลยค่ะ

(ตอนเเรกก็ถามเขาเเหละว่ามีหมึกหรือเปล่าเเต่ T__T")

(มารู้ตอนหลังว่าคนเยอรมันส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกินอาหารทะเล เช่น หมึก หอย

พวกนี้จะไม่ค่อยกินเลยอ่ะ)


อาหารชื่อ อาหารจานปลาวาร์เนอร์มืนเดอร์ ( Warnemuende Fischplatte) 
ในจานจะมีปลาอยู่สามชิ้น ต่างชนิดกัน เเต่ว่าอย่าถามฉันนะว่าชื่อไรบ้าง เพราฉันก็ไม่รู้

เหมือนกันตอนเเรกคุณสาวเสริฟถามว่า เครื่องเคียงเนี่ยจะเอา French fried หรือมันฝรั่ง

ฉันก็บอกว่า ขอลองทั้งสองอย่างไม่ได้เหรอ เขาก็บอกว่าไม่ได้

ก็เลยได้อาหารจานเดียวอย่างที่เห็นข้างล่างเนี่ยเเหละค่ะ
มีไวน์เเนะนำด้วยค่ะ เเต่ขวดล่ะ 20.50 ยูโรค่ะกึ๋ยๆๆ เเพงดื่มไม่ลง

ดูน่ากินไหม เอ่ย....Smiley




หลังจากเช็คบิลเรียบร้อยเเล้วก็เดินไปหา Jungendherberger (Youth hotel) 
ที่ได้ติดต่อไว้ทางอีเมล์ ตามข้อมูลที่ได้คุยกับพี่คนหนึ่งพี่เขาบอกว่า จากสะพาน

ไปที่พักเนี่ยเเค่สองกิโลเมตร ให้นั่งรถเมล์ไป เเต่ด้วยความที่อิ่มท้อง กำลังวังชา

เริ่มมา ฉันก็เลยลำพองใจ เดินไปก็ได้ สองกม. เอง ของกล้วยๆๆ เพราะตอนนั้น

ก้อเห็นยอดตึกอยู่ลิบๆเเล้วค่ะเเค่นั้นยังไม่พอ ยังประมาทเล็กน้อย ไปเดินตาม

เเนวชายหาดอีก ซึ่งเเนวชายหาดมันจะโค้งเล็กน้อยเเต่ทางถนนมันจะเป็นเส้นตรง



เเต่ความที่คิดถึงทะเลมาก ก็ลงไปเดินๆ ก็เริ่มเหนื่อยๆทำไมไม่ถึงซะทีฟ่ะ....เดินๆไป

เจอคุณลุงคนหนึ่งเเกมาตกปลา (ตอนนั้น ฟ้ามืดเเล้วค่ะ ) เราว่า... ลุงเเกก็คงกลัวเรา

เหมือนกันเเหละ 5555    ก็นั่งพัก คุณลุงเเกจะตกปลาตามชายหาดโดยเอาคัน
เบ็ดปักกับทรายบนชายหาดเเล้วสายเบ็ดลงไปในน้ำทะเลไอ้เราก็สงสัยว่าปลาที่ไหน
มันจะงี่เง่า... ขนาดมาตายน้ำตื้น ...ก็เลยถามลุงเเก ลุงเเกไม่พูดพร่ำทำเพลง 
งัดปลาออกมาโชว์เราเลยเเกบอกว่าปลาชื่อ....เอ่อ....อ่า..เชอร์ชิว...เชอร์ริว...อะไรเนี่ยค่ะ
เเหะ...เเหะ ฟังสำเนียงเเก  ไม่ค่อยชัดเเกบอกว่าเเกมาตกเฉพาะวันศุกร์ เป็นงานอดิเรกเฉย
 เอาสนุก เเต่ก็ได้ปลาทุกครั้ง นั่งฟังเสียงคลื่นกับคนตกปลา อยู่ 10 นาทีฉันก็ลาลุงเเก
 เเล้วก็เดินต่อ เเต่ตอนนี้ความลำพองใจเริ่มหดหาย ก็เลยข้ามมาเดินฝั่งถนน

เเต่ว่า....ไอ้ฝั่งถนนเนี่ยหลังจากที่ผ่านบริเวณที่มีบ้านพักตากอากาศมาเเล้วเนี่ยว มันโคตรเปลี่ยว

เลยอ่ะมีต้นไม้ที่ไม่มีใบเต็มไปหมด บ้านคนก็ไม่มี หมาเเมว ก็ไม่ผ่านมาให้เห็นเลยรถก้อไม่มีผ่านมา

สักคัน พอคิดมาเเบบนี้ ฉันรีบจ้ำใหญ่เลย...ไม่ได้กลัวหรอกนะ...เเต่ว่า...เอ่อ ...เราก็ไม่ควรประมาท

แล้วเราจะไปถึงไหมเนี่ย......


20 นาทีต่อมา....


ฉันก็ถึงเเล้ว เฮ่ย....ค่อยหายใจทั่วท้องหน่อย ก็เข้าไปเช็คอิน เขาก็เเปลกใจว่าทำไมฉันมาก่อน

กำหนดที่บอกมาทางอีเมล์ 1 วันเเต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะช่วงนี้ไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว ห้องว่าง

เยอะเเยะ

23 ยูโร คือราคาห้องที่ฉันจ่ายไปซึ่งจะมีอาหารเช้าให้ด้วย ฉันมีบัตร Hostelling Internation card

อยู่เเล้วซึ่งบัตรนี้เอาไว้สะสมสะเเตมป์ เมื่อได้สะเเตมป์ครบ 6 ดวงก็จะได้พักใน Jungendherberger

( Youth hotel) โดยไม่ต้องเสียค่าชาร์ต ซึ่งคนที่ไม่มีบัตรนี้ก็อาจจะต้องเสียค่าห้อง เพิ่มอีก 3-4 ยูโร

เวลาไปพักที่ Youth hotel 

ถามเขาว่า พรุ่งนี้ตะวันขึ้นกี่โมง เขาอ่านหสพ.เเล้วบอกว่า 6.30 น.ฉันก็กะว่าจะไปดูพระทิตย์ตอนเช้า

ก่อนทานอาหารเช้าสักหน่อย


พอได้กุญเเจก็ไปเข้าห้องเลยค่ะ ฉันได้ห้อง 215 ซึ่งเป็นเตียงสองชั้น เป็นห้องเรวม พอเข้าไปในห้อง

ก็ไปสำรวจห้องปรากฏว่า ห้อง 215 กับห้อง 214 เปิด เชื่อมถึงกันได้ เเต่คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะ

เดี๋ยวก็คงมีผู้หญิงมาพักอีกหรือไม่ก็ไม่มีคนมาเลยมั้ง...

เตียงสองชั้น เเต่คืนนั้นนอนคนเดียวค่ะ เห็นน้องกุ๊กไก่หรือเปล่าค่ะสีเหลือง นาฬิกาปลุก

เพื่อนคู่หูค่ะสักพัก...ก็มีเสียงกุ๊กกั๊กที่ห้อง 214 ฉันซึ่งกำลังจะออกไปห้องน้ำก็หันไปมอง....


ปรากฏว่า................................... :-O


อั๊ยยะ....Smiley


มีหนุ่มไม่บ่งบอกสัญชาติสองคนมาพักห้อง 214 เเล้วห้องฉันกับไอ้ห้อง 215 เนี่ยมันเปิดถึงกันได้

เเย่เเล้ว.......(ไม่รู้ว่าใครเเย่ ฉันคิดว่าฉันเเย่...สองคนนั้นก็อาจจะคิดในใจเหมือนกันว่าเเย่ 555 )

ก็ข้อมูลที่ฉันได้มาเนี่ย เขาจะเเยกห้องหญิงชายไม่ใช่เหรอฉันก็นึกว่า เเยกกันคนล่ะฝั่งตึกด้วย

เเล้วเเบบนี้จะทำไงดีล่ะเนี่ย

ฉันก็เกิดความกังวลขึ้นมาอย่างฉับพลัน....ถึงฉันจะไม่ได้สวยเลอเลิศในปฐพีเเต่สาวทุกนาง

งามเมื่อยามไฟดับ คืนนั้นฉันก็เลยนอนเปิดไฟทั้งคืนเลย...เเละเลื่อนโต๊ะ เก้าอี้ไปกั้นประตูไว้



เเค่นั่นยังไม่พอฉันเห็นตรงบันไดมีไม้ถูพื้นเเบบมีด้ามยาวๆก็ไปเเอบหยิบมาไว้อีกปลายเตียง

อีกอันหนึ่ง ค่อยยังชั่ว...ค่อยนอนได้หน่อยเเต่คืนนั้นก็นอนหลับๆตื่นๆ ประมาณเที่ยงคืนก็

ได้ยินเสียงกุกกักจากห้องนั้นคงเพิ่งกลับมาจากเที่ยวข้างนอกเเหงๆๆๆ ....

อิจฉา...เป็นผู้ชายก็ดีอย่างนี้เเหละ ...ไปเที่ยว back packer ตอนกลางคืนก้อออกไปเที่ยวได้

เเต่ฉันเองต้องเตือนตัวเองไว้ว่า...ต้องรีบกลับที่พักก่อนจะสองทุ่ม..เสมอ ....

เช้า....ตื่นขึ้นมา....มืดหมอกครึ้มไปหมดเลย ที่วางเเผนไว้ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้น

ตอนเช้าก็เลยอดเลยค่ะ

อาหารเช้าเปิดตอน 7.30 น.ปุ๊ป ฉันก็ไปปั๊บเพราะจะรีบๆทานเเล้วรีบไปเที่ยวต่อ

อาหารเช้าของ YH จะเป็นขนมปังคอนเฟล็ก นม เนย มาการีน น้ำส้ม เเยม

อะไรประมาณนี้

ฉันพยายามกลืนกินไปเยอะๆ เพื่อจะได้ประหยัด เเต่ก็สู้ได้เเค่ขนมปัง 1 ก้อน

กับ คอนเฟล็ก 1 ถ้วยกับนม 1 เเก้วเท่านั้นเอง ตามทางที่จะผ่านไปยังสถานี

รถไฟจะมีโบสถ์ด้วยค่ะซึ่งฉันก็เล็งๆไว้เเล้วโดยเดินตามยอดโบสถ์ไปเรื่อยเรื่อย 

โบสถ์นี้มีชื่อว่า วาร์เนอร์มืนเดอร์ (Die Warnemuende Kirche) 



 ต่อไปจะเป็นโหมดรูปนะคะ ดูรูป+บวกบรรยากาศกันค่ะ ฟ้าครึ้มมาก ไม่มีสีฟ้าเลยค่ะ

ตลาดสด


คนขายปลา



เรือประมง


หลังจากมาสัมผัสทะเลตามที่คิดถึงมากมายเเล้ว ...เราก็ไปเที่ยวในเมืองกันดีกว่าค่ะ

ตามมาเลยค่ะ 

//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=functionaltextiles&month=11-2012&date=02&group=10&gblog=4




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2555 8:34:27 น.
Counter : 877 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

เรียมเจ้าขา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 143 คน [?]



" เรียมเจ้าขา หรือ เก๋ค่ะ "

เขียน blog จริงจัง ปลายปี 2555
Blog นี้ก็จะรวมสิ่งที่ชอบในชีวิต
และเรื่องที่อยากแบ่งปันทั้งเรื่อง
ลูกสาวน้องกล้วยหอม,เรื่องเรียน
ต่อเยอรมนี,Beauty, Skin
care,แฟชั่นสิ่งทอ,ท่องเที่ยว
และก็ตะลอนชิม ค่ะ


ก็ขีดๆเขียนๆข้อมูลต่างๆเอาไว้
และแชร์เผื่อจะเป็นประโยชน์
กับท่านอื่นๆด้วยนะคะ

contact me :
http://www.facebook.com/kimmyandmais
http://instagram.com/sasimamai
ss.suksawang@จีเมล์ดอทคอม

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายรูป

* Canon EOS 600D,
* Canon EF-S 15-85mm f3.5-5.6 IS USM
- Sigma 70mm F/2.8 DG Macro
- Canon EF-S 18-55mm 1:3.5-5.6 IS
- Canon EF-S 55-250 mm./4-5.6 IS
* Ipad 3
* Olympus compact camera.


Started at 5/1/2013
เรียมเจ้าขา Blog เนื้อหาของหน้าเว็บ
New Comments