พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
3
4
5
6
10
11
13
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ตอนที่ 1 วันฝนพรำที่...รอสต๊อก (Rostock) ...Germany
ย้อนเวลาไปเดือนมีนาคม 2547 

ปิดเทอม 2 หลังจากที่ได้มีการวางแผนการเดินทาง ด้วยการคิดฝันเป็นเวลาร่วมเดือนและหาข้อมูล
เรื่องการเดินทาง เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ตอนแรก ก็มีสมาชิกร่วมเดินทางอีก 3 คน ไปๆมาๆ ก็เหลือ
1 คนต่อมา ก็เหลือฉันคนเดียวโด่เด่

ตอนเเรกฉันก็อยากจะยกเลิกไม่ไปเหมือนกันเเต่พอเอาหัวเเม่เท้าก่ายหน้าผากอยู่ 2 นาที
หลังจากที่พี่ๆเขายกเลิกกัน ฉันก็ตัดสินใจว่า " Keep walking " หากไม่กล้าที่จะก้าว
เมื่อไรจะได้ออกจากกะลาไปสู่โลกกว้างซะที พอคิดได้อย่างนี้เเล้ว ฉันก็" ลุยค่ะ "

จากเดิมที่ไม่ต้องวางแผนเพราะจะมีพี่คนที่เป็นหัวหน้าทัวร์เสมอ เป็นคนหาข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟ
สถานที่เที่ยวจอง Jungendherberger ( Youthhotel) กลับกลายเป็นว่า ฉันต้องหาข้อมูลเอง
ทั้งเส้นทางการเดินทาง ,ตารางรถไฟ ,สถานที่จะไปเที่ยว ,จอง ที่พักพร้อมกับเตรียมอาวุธ
ป้องกันตัว เช่น ออกกำลังกายให้ฟิตๆหน่อย ซ้อมเตะต่อยเล่นๆนอกเหนือจากอาวุธที่แม่ให้มา
ก็คือหน้าตาแล้ว ......เพื่อความไม่ประมาท

เพราะทริปนี้ฉันต้องเดินทางคนเดียว...ในต่างประเทศ..ในเยอรมัน....และเป็นการเดินทาง
คนเดียวครั้งแรก...ที่เป็นการท่องเที่ยวด้วยค่ะ   ตื่นเต้น.........ตื่นเต้น.............ตื่นเต้น


ฉันก็ ได้ไปทำ Bahn Card กับ Die Bahn ซึ่งเป็นรถไฟสายหลักของเยอรมันซึ่งจาก
การคำนวณจากการเดินทาง และค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว สรุปว่า ฉันได้ทำ Bahn Card 50 
ซึ่งจะสามารถใช้ลดราคาค่ารถไฟของDie Bahn ได้ 50 % ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้เอกสาร
สำรองมาก่อน บัตรจริงซึ่งจะมีรูปฉันด้วยจะได้ภายใน 4 อาทิตย์ และอายุบัตร 1 ปี

เส้นทางการเดินทางของฉันมีดังนี้

เริ่มต้นจากการเดินทางจากสถานีรถไฟที่เบอร์ลิน-รอสต๊อก ( Rostock) – ลือเบกค์ (Luebeck) – 
ฮัมบูร์ก (Hamburg)-เบรเมน (Bremen) – ฮิลเดสไฮม์ (Hildesheim) – ฮาเมลน (Hameln) – 
กอสลาร์ (Goslar) – กลับเดรสเดน (Dresden) 

บางเมืองบางคนอาจจะได้ยินแล้วค่ะเพราะว่ามีทีมฟุตบอลดังๆอยู่ค่ะ แต่บางเมืองบางคน
อาจจะยังไม่เคยได้ยิน แต่เดี๋ยวตามไปดูกันค่ะว่าจะมีอะไรดีน่าสนใจบ้างค่ะ

การเริ่มต้นเกาะอก....พกกล้อง....ท่องเยอรมัน (เหนือ) ของฉันได้เริ่มขึ้นแล้ว….... ณ.......
......ที่แห่งนี้



เบอร์ลิน- สถานี Zoologischer Garten




วัน เวลา ....ศุกร์ 12 มีนาคม 2547 เวลา 10.00 น.
การเดินทาง ....โดยรถไฟ ( Die Bahn)
จุดเริ่มต้น ..... เบอร์ลินสถานี Zoologischer Garten 
ปลายทาง........รอสต๊อก Rostock HBF


ฉันได้ไปซื้อตั๋วรถไฟที่ สถานี Zoologischer Garten ที่เบอร์ลิน ( Berlin) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟ
ที่ใหญ่มากแห่งหนึ่งของเบอร์ลิน ยืนต่อแถวจะซื้อตั๋วที่ counter ประมาณ 5 นาที มีเจ้าหน้าที่
สาว (น้อย)มาแนะนำให้ซื้อบัตรตั๋วด้วยตู้โดยใช้บัตรเครดิต

ไอ้เราก็ใจง่ายเห็นคนเอื้ออารีก็ไม่อยากปฏิเสธ กว่าจะกดปุ่มโน้นปุ่มนี้ให้ตั๋วออกมาได้
ฉันคิดในใจว่า ,, ถ้าต่อแถวต่อไปป่านนี้ได้ตั๋วแล้วนะเนี่ย“

หลังจาก ครึ่งชั่วโมงผ่านไปในที่สุดฉันก็ได้ตั๋ว จาก เบอร์ลิน ไปยัง รอสต๊อก (Rostock hbf)
เรียบร้อย ราคาเต็มของตั๋ว 29.6 ยูโร แต่ฉันซื้อได้ในราคา 14.8 ยูโร อันเนื่องมาจากฉันมี
Bahn Card 50% นั่นเอง

ตอนนี้เวลา 10.45 น. โอ้โฮ ... ฉันต้องรอรถไฟอีก 1 1/2 ชม. แน่ะ......จะทำไรดีละเนี่ย 
ว่าแล้วก็ออกไปซื้อ Cola มาขวดหนึ่ง แล้วนั่งรอรถไฟ แล้วก็สังเกตการณ์สภาพแวดล้อมต่อไป


ตอนนี้ที่รออยู่นั่น ก็มีแม่พาลูกสาวลูกชาย อายุประมาณ 5-6 ขวบลูกสาวเขาเนี่ยใส่เสื้อ
กันหนาวเหมือนฉันเลย แต่ว่า....สาวเอเชียผมดำไซส์ยุโรปกับน้องหนูหน้าใสตาสีฟ้าเหมือน
ตุ๊กตาบาร์บี้ ใส่เสื้อกันหนาวสีครีมมีขนปกปุยๆที่ปกเสื้อและต้นแขน ใครจะน่ารักกว่ากัน 55

และที่ใกล้ๆกันนั้นก็มีผู้ชายผิวสีหมึก คาดว่ามีเชื้อสายนิโกร ก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบ 3 คน
มาขอดู Passport ไอ้เราก็พลอยตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอก เพียงแต่ว่า กลัว
ตำรวจจะมาขอดู Passport เราด้วยไม่รู้ว่าจะกลัวทำไมเหมือนกันเพราะเอกสารต่างๆที่
จำเป็นก็มีครบทั้งหมด

ตอนแรกหนุ่มผิวหมึกคนนั้นไม่ยอมให้ดู ถามตำรวจว่า....... ไม่เห็นใส่เครื่องแบบ เลย...
ตำรวจก็บอกว่า....วันนี้มานอกเครื่องแบบ...หนุ่มผิวหมึก ก็ขอดูบัตรประจำตัวตำรวจก็
โชว์เหรียญกลมๆสีทอง ที่แบบหนังตำรวจใน hollywood เลย หนุ่มผิวหมึกก็ยังไม่ยอมอีก
บอกว่าขอดูบัตรประจำตัว

ฉันก็ขำและคิดในใจว่า “ ตกลงใครเป็นตำรวจใครเป็นผู้ต้องสงสัยกันแน่ฟ่ะ....เพราะ
ตั้งแต่คุยมาเกือบสิบนาทีเนี่ยมีแต่ตำรวจต้องโชว์เอกสาร และบัตรให้หนุ่มผิวหมึกดู
อยู่ฝ่ายเดียว “

สักพักหนึ่ง หนุ่มผิวหมึกก็โชว์ Passport ซึ่ง ตำรวจก็ดูอยู่นานมากไอ้เราก็เริ่มหวั่นๆ
เพราะว่ารถไฟกำลังจะมา ถ้าตำรวจมาขอดูนานอย่างนั้นสงสัยต้องตกรถแน่ๆเลย .....
อีกสักครู่ ใหญ่ ตำรวจก็คืนเอกสารหนุ่มผิวหมึกคนนั้นไปแล้วก็เดินผ่านฉันไปเลยไม่
ขอตรวจเอกสารฉัน ก็เลยโล่งอกไป





สถานีรถไฟที่ Zoologischet garten 


รถไฟออกเดินทาง 12.30 น.

บนรถไฟก็จะมีชั้นบนกับชั้นล่างฉันเลือกที่จะนั่ง ชั้นบนติดริมหน้าต่าง เพราะจะได้มองเห็
วิวที่เป็นพื้นที่ภาคเกษตรกรรม (Landschaft) ที่นี่ได้ชัดเจน

ช่วงนี้ที่เยอรมันเป็นปลายฤดูหนาว(winter ) และกำลังเริ่มฤดูใบไม้ผลิ ( Fruehling) 
พื้นที่ในชนบทต้นหญ้าเล็กๆจะขึ้นช่อ...ผลิพุ่มออกมาเขียวขจีไปสุดลูกหูลูกตาตัดกับ
ขอบฟ้าสีฟ้า...หรือบางทีก็ปกคลุมด้วยเกล็ดหิมะสีขาวใส...วะวาว...ระยิบระยับ... 
ยามเมื่อต้องแสงตะวันยามเช้า

สถานีต่อมา....

มีสาวเยอรมันมานั่งข้างๆนั่งได้สักพักเธอก็หยิบยกขนมปังขึ้นมาเคี้ยวหงับๆๆ อย่าง
อเร็ดอร่อยเราก็เลยหยิบช๊อคโกแลตที่ซื้อตุนไว้ขึ้นมากินบ้าง สักพักหนึ่งความคิด
ที่มักจะผุดขึ้นเวลาเจอคนแปลกหน้าว่าเพื่อนคือคนแปลกหน้าที่เรายังไม่รู้จัก

งั้นฉันจะรีรออะไรอยู่ล่ะ " hi ฉันชื่อมายด์ค่ะจากไทยแลนด์ค่ะ “ (เป็นชื่อที่เอาไว้
ให้เพื่อนต่างชาติเรียกค่ะ เพราะออกเสียงง่ายเเละไม่เพี้ยนค่ะ)

สาวเยอรมัน “ หือฉันชื่อคัทริน จากด้อยชลันด์ค่ะ”
สาวไทย“ เดินทางไปรอสต๊อกเหมือนกันหรือค่ะไปเที่ยวหรือเปล่าคะ”
สาวเยอรมัน “ เปล่าหรอกกลับไปบ้านไปเยี่ยมพ่อกับแม่ แล้วจะพักอยู่ที่นั่นสักสองสามวัน
วันจันทร์ก็กลับเบอร์ลินแล้ว“ 

จากคำตอบของเขา...พาให้นึกถึงตอนเรียนป.ตรี ที่พอปิดเทอมก็ต้องกลับบ้านที่ต่างจังหวัด 
พอเปิดเทอมก็ต้องกลับมากทม. เรียนต่อ
สาวไทย “ แต่ช่วงนี้ปิดเทอมอยู่ไม่ใช่หรือ“
สาวเยอรมัน “ อ๋อ ช่วงนี้ทำงานพิเศษเลยหยุดได้แค่สองสามวันอ่ะ”

จากการเริ่มต้นง่ายๆกับคนแปลกหน้าที่หน้าไม่แปลกอย่างนี้ก็เลยได้คุยกันยาวประมาณ 
1 ชั่วโมง จากการคุยกันไปกันมา ก็ได้รู้ว่า เธอเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน
ช่วงนี้ปิดเทอมแต่เธอก็ยังทำงาน อยู่

ฉันก้อเลยบอกว่าช่วงนี้ฉันได้วันหยุดยาวเนื่องจากปิดเทอม ก็เลยจะมาพักสมอง 
อาทิตย์หนึ่งโดยมีมีรอสต๊อกเป็นจุดเริ่มต้น

พอคัทรินได้ยินอย่างนั้นก็สวมวิญญาณททท.ของเมืองรอสต๊อกทันทีทั้งๆที่ฉันเตรียม
ข้อมูลมาเป็นอย่างดีแล้วแต่ก็ยังรู้สึกขอบคุณเธอไม่หายที่แนะนำทริค สายรถและ
เส้นทางง่ายๆที่ไปยังที่สำคัญที่เป็น high light ของเมืองรอสต๊อก เธอยังบอกอีกว่า 
ถ้าไปถึงเมืองแล้วเธอจะลองขอรถแม่เธอมาเที่ยวกับฉันด้วย เย้...เย้...เย้

แต่ทว่า....หลังจากเจอคุณแม่ของคัทรินที่ สาถานีรถไฟแล้ว ......





ฉันก็รู้เลยว่า ฉันคงต้องเดินทางคนเดียว อย่างแน่นอน...

ค่ะ...คุณแม่ของคัทรินยังเป็นคนเยอรมันที่ยังรังเกียจคนต่างชาติอยู่ แม้แต่ฉันจะทักทาย 
อย่างสุภาพแล้ว...แต่หน้าของฉัน เขายังไม่มองเลยค่ะ T___T"

เเต่ไม่เป็นไร....ยังไงที่เมืองนี้สิ่งที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นหนา และมั่นคงในใจแล้วคือ ฉันจะมา

ทะเล...........ทะเล...............ทะเล...........ทะเล
กินปลาหมึก........ปลาหมึก...........ปลาหมึก........ปลาหมึก

แค่นั้น...แต่สิ่งอื่นที่ได้เห็นและได้รู้ที่มากไปจากเป้าหมายที่ตั้งใจไว้นั่นคือ...กำไรชีวิต
ฉันมาพักผ่อน.....มาเติมไฟ....มาปลดปล่อยความเครียด...จากการสอบ


ฉันไปถึงรอสต๊อกประมาณ 15.30 น. ก็ต่อ S-Bahn ไปที่ Warnemuende ซึ่งเป็นปากน้ำของ
ทะเลโอสเซ( Ostsee ) เลยค่ะ

ปากน้ำทะเล Ostsee ค่ะ รูปนี่ถ่ายบนสะพานไม้ค่ะ



อีกสักรูป





ตามทางเดินจะเป็นร้านไอติม ร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า ตามทางที่ผ่านมาก้อคนมาเดิน
ออกกำลังกายกันมากมาย บ้างก็มาเป็นคู่จูงมือจู๋จี๋กันมา บ้างก็มาเป็นครอบครัวมาจ๊อกกิ้ง
กัน บางคนก็มาถ่ายรูปฉันก็ได้โอกาสเนี่ยเเหละ เดินตามเขา เเล้วก้อ

"
สวัสดีค่ะพี่ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยนะคะ "

พูดเสร็จเเล้วฉันรีบเอากล้องส่งให้เขาเลย

ข้อเสียอย่างหนึ่งของการเที่ยวคนเดียวคือเราจะมีเเต่รูปวิว เเต่รูปเราจะน้อยมากเพราะ
บางทีเราก็ไม่ไว้ใจคนที่จะถ่ายรูปให้เราว่าเขาจะเชิดกล้องเราไปหรือเปล่า หรือบางคน
ที่น่าจะไว้ใจได้(ส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก คนเเก่ เเละสตรีมีครรภ์ ) ก็ถ่ายรูปออกมา 
เเขนขาดบ้างหัวหายไปหน่อยหนึ่ง หรือมีเเต่ตัวเราวิวที่ต้องการไม่ได้อยู่ในเฟรม -__- "
นานๆจะเจอคนที่ถ่ายรูปเเล้วเราออกมาสวยสักทีหนึ่ง    เพราะนอกจาก จะต้องมีฝีมือเเล้ว 
ยังต้องเฮงอีกด้วย 555

เดินไปเรื่อย...ไม่ไกลก็จะถึงทะเลเเล้วค่ะ   เสียงนกร้อง...เเกว้กๆๆๆ...ตีปีกพึ่บพับ
นกมันก็คงจะบินกลับบ้านเเล้ว....เราล่ะ...ไม่มีบ้านให้กลับเลยตอนนี้...


ข้อดีของการเที่ยวคนเดียวคือ มีเวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวน
สิ่งที่ผ่านมาในชีวิต เเละเป็นเพื่อนกับความเหงา

ฉันเดินมาเรื่อย ไปตามทาง ได้กลิ่นทะเลมาเรื่อยๆเเล้ว ตลอดเส้นทางนี้
เป็นคล้ายปากน้ำ ปากคลองมีเรือเล็กๆจอดอยู่หลายลำ เดินไปเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียว

ในที่สุดก็ถึงเเล้วค่ะ  ทะเล ที่มีทรายสีขาวปนน้ำตาล....ยาวไปจรดฟ้าอีกฝั่งหนึ่ง
ท้องฟ้า...เป็นสีน้ำเงินเข้ม...ลมพัดเเผ่วเบา..บาง  ผสมกับไอเเละละอองหนาว
ของปลายหนาว


ตอนเเรกที่ตั้งใจไว้ว่า...จะถอดรองเท้าถุงเท้าเเล้วเดินลุยน้ำทะเล เเต่พอเอามือจุ่ม
น้ำทะเลเเล้วเปลี่ยนใจกระทันหันค่ะ  น้ำเย็นยะเยือกเลย....ขนลุกซู่เลย

ก็เลย เปลี่ยนเป็นนั่ง..เงียบๆ ฟังเสียงคลื่นซัดซาดเป็นจังหวะครุลหุหนักเบาบ้างเป็นจังหวะๆ

นั่งเก็บบรรยากาศนานไปหน่อยฟ้าเริ่มสลัวเเล้วค่ะ ไม่ทันได้เก็บภาพเลย

ว้า...พื้นที่ blog หมดโควต้าความยาวเเล้ว 


โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ....







Create Date : 02 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 25 มกราคม 2556 16:36:55 น.
Counter : 1368 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เรียมเจ้าขา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 143 คน [?]



" เรียมเจ้าขา หรือ เก๋ค่ะ "

เขียน blog จริงจัง ปลายปี 2555
Blog นี้ก็จะรวมสิ่งที่ชอบในชีวิต
และเรื่องที่อยากแบ่งปันทั้งเรื่อง
ลูกสาวน้องกล้วยหอม,เรื่องเรียน
ต่อเยอรมนี,Beauty, Skin
care,แฟชั่นสิ่งทอ,ท่องเที่ยว
และก็ตะลอนชิม ค่ะ


ก็ขีดๆเขียนๆข้อมูลต่างๆเอาไว้
และแชร์เผื่อจะเป็นประโยชน์
กับท่านอื่นๆด้วยนะคะ

contact me :
http://www.facebook.com/kimmyandmais
http://instagram.com/sasimamai
ss.suksawang@จีเมล์ดอทคอม

อุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายรูป

* Canon EOS 600D,
* Canon EF-S 15-85mm f3.5-5.6 IS USM
- Sigma 70mm F/2.8 DG Macro
- Canon EF-S 18-55mm 1:3.5-5.6 IS
- Canon EF-S 55-250 mm./4-5.6 IS
* Ipad 3
* Olympus compact camera.


Started at 5/1/2013
เรียมเจ้าขา Blog เนื้อหาของหน้าเว็บ
New Comments