คัมภีร์ภูต โดย จินตวีร์ วิวัธน์






🌁☁คัมภีร์ภูต☁🌁
ผลงานเรื่องที่สองของคุณจินตวีร์ที่เราได้อ่าน ก็ยังสนุกเหมือนเดิมค่ะ
อ่านแล้วไม่ผิดหวัง อ่านเพลินเชียว ป้อบแป๊บๆหมดเล่ม ตอนอ่านมฤตยูเขียวก็เหมือนกัน
จุดเด่นของงานเขียนที่เรารู้สึกคือ ทุกตัวละครมีบทบาท มากบ้างน้อยบ้าง แต่ลงตัวมากๆ
ความเกี่ยวพันของตัวละครสมเหตุสมผล มีความเป็นเพื่อน ความรัก(ไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่) ความแค้น
ครบรสจริงๆ อรรถรสที่เราได้รับส่วนมากเลยคือภาษา มันลื่นไหลอ่านเพลินจริงๆ
อย่างเรื่องนี้ จะเป็นเกี่ยวกับคัมภีร์ขอมโบราณ เก่าแก่นับพันปี มีการมาค้นพบ ก็ดูแล้วไม่น่ามีอะไร
เออแต่อ่านแล้วเพลินมาก
นิยายนอกจากพล็อตจะสำคัญแล้วสำหรับเราภาษาก็สำคัญมากด้วย
บางเรื่องพล็อตดูน่าสนใจมากแต่อ่านแล้วไม่มีอะไรเลยก็เยอะ
คิดๆดูบางทีการที่เราได้อ่านนิยายดีๆมันก็เหมือนกับเราได้ใส่ข้อมูลดีๆเอาไว้ในตัว
รู้สึกว่าได้ใช้เวลาอย่างมีคุณค่า เล่มนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
เล่มนี้ตอนเดินป่านึกถึงเพชรพระอุมาเลย
🍁คีย์เวิร์ด🍁
ศรราม หมอโปรย หมอเพ็ง จามิกร สุบรรณ ดร จรัล ปราลี ความฝัน ผีหัวขาด หนังมนุษย์ เจนละ กฤตยามนตร์ มธูรเทวี ความแค้น รอแก้แค้น ดวงตาสีเลือด ฟันขาว ปราสาทหิน ห้องใต้ดิน โลงศพ กำบังตา
🌊เรื่องย่อ🌊. สปอยล์ขั้นสุด🌊
คัมภีร์ขอมโบราณนับพันปีใครผู้ได้ครอบครองจะต้องประสบกับเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกเสมอ เงาดำทมึนไร้หัว ยิ่งผู้ใดได้ทดลองอ่านอักขระโบราณนั้นด้วยละก็ จะเกิดเหตุการณ์ถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว เพราะอะไรกัน....
ศรรามนักโบราณคดีหนุ่ม ได้รับซื้อคัมภีร์นี้มาจากลูกศิษย์หมอโปรย หมอผีมีชื่อผู้พบเป็นศพตายอย่างปริศนาพร้อมกับหลานชายภายในบ้านพัก ด้วยความเป็นนักโบราณคดีเขาสนใจคัมภีร์นี้มากได้เอาไปให้เพื่อนรุ่นพี่ผู้มีความรู้ภาษาขอมโบราณช่วยอ่าน คืนนั้นเองเพื่อนรุ่นพี่คนนี้ก็ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ความทราบถึงดร จรัล พ่อของเพื่อนซึ่งมีความสนใจในสิ่งลี้ลับและสาขาวิชานิรุกติศาสตร์ ท่านได้ขอคัมภีร์นั้นไว้ทดลองอ่านและสอบถามไปยังเพื่อนชาวอินเดีย คืนนั้นถ้าจามิกรลูกชายซึ่งมีสัมผัสพิเศษเข้ามาช่วยไม่ทัน ดร จรัลก็คงจะสิ้นชื่อไปแล้ว นั่นทำให้่ทุกคนตระหนักถึงความอันตรายของคัมภีร์นี้มากขึ้น ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญทางอินเดียก็ได้ให้ข้อมูลมาว่า คัมภีร์นี้เป็นคำภีร์โบราณของขอมในสมัยอาณาจักรเจนละโน่นเลยทีเดียว และเนื้อความที่บันทึกไว้นั้นเกี่ยวกับการเรียกผีให้มาหา
จนในวันหนึ่ง ปราลีหรือปอ คนรักของราม ซึ่งเป็นลูกสาวของดร ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ได้ล้มป่วยลงกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา โดยหมอก็หาสาเหตุไม่พบ คืนหนึ่งรามฝันเห็นหญิงแต่งกายโบราณแบบขอม มาบอกว่าให้ไปตามหาเธอให้พบแล้วคนรักของเขาจะปลอดภัย
ด้วยความรักที่มีต่อปอ ทำให้เขาตัดสินใจที่จะสืบหาต้นตอของคัมภีร์นี้เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไปพบนางขอมคนนั้นและคนรักเขาจะได้ฟื้นขึ้นมา เพื่อนของเขาจามิกรและดร จรัลตัดสินใจที่จะร่วมทางไปด้วยเพราะมีความสนใจในเรื่องนี้ รวมทั้งสุบรรณเพื่อนอีกคนหนึ่งที่เป็นนักเขียนนิยายที่ต้องการไปหาพล็อตเขียนเรื่องใหม่ๆ
ทราบจากลูกศิษย์หมอโปรยว่าคัมภีร์เล่มนี้หมอโปรยได้มาจาก หมอเพ็ง หมอผีที่มีชื่อเสียงทางอิสานทั้งสี่จึงได้เดินทางไปพบหมอเพ็งเพื่อสอบถามเกี่ยวกับคัมภีร์นี้ กล่าวได้ว่าการเดินทางในครั้งนี้เป็นการเดินทางอย่างมะงุมมะงาหราอย่างแท้จริงเพราะเป็นการเดินทางอันเนื่องมาจากความฝันครั้งนั้นของรามเท่านั้น แต่จามิกรผู้มีลางสังหรณ์ก็ยังแน่ใจว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะสำเร็จตามประสงค์ เพราะนางขอมนั้นจะต้องคอยชี้ทาง เปิดทางให้แน่ๆ
เดินทางไป แต่แล้วไม่พบหมอเพ็ง แกเพิ่งเข้าป่าไปเก็บสมุนไพร จึงทำให้ทั้งสี่สลดเสียใจมากเพราะไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ แต่แล้วในคืนนั้นเอง รามได้ฝันเห็นนางขอมอีกครั้ง นางได้ทำให้รามเห็นปราสาทขอมโบราณกลางป่า ซึ่งนางมาวาดสลักแผนที่ไว้ที่ด้านหลังคัมภีร์ให้เลยและบอกให้ไปตามทางนั้น
ทั้งสี่ได้ว่าจ้างพรานและลูกหาบ พรานเมินได้บอกว่าป่าที่จะไปนั้นเป็นป่าอาถรรพ์ ไม่ค่อยมีใครเข้าไปนักแต่เขาก็ยินดีที่จะพาไป เดินไปได้สักระยะทั้งหมดได้ตามไปทันหมอเพ็ง ทำให้ดีใจกันมากเพราะจะได้สอบถามถึงเรื่องราวเกียวกับคัมภีร์ ทำให้ทราบว่าคัมภีร์นี้ มีสองส่วน ส่วนที่หมอโปรยได้ไปจนตกมาถึงมือรามนั้นเป็นส่วนเรียกผี และอีกส่วนหนึ่งนั้นอยู่ที่หมอเพ็งเป็นส่วนที่ปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ส่วนแรกนั้นถ้าใครไม่มีวิชาอาคมจริงอ่านคัมภีร์ไปก็จะอันตรายถึงแก่ชีวิตเพราะเป็นการเรียกผีมา จนผีทำร้ายถึงตายได้
ทั้งหมดเดินทางมาถึงปราสาทขอมโบราณที่ซุกซ่อนอยู่กลางป่าด้วยกฤตยามนตร์ของนางขอม พวกลูกหาบสัมผัสถึงอันตรายจึงขอรออยู่ข้างนอกไม่ยอมเข้าไปในตัวปราสาท แต่สำหรับรามแล้วเขายินดีทำทุกสิ่งเพื่อให้คนรักรอดปลอดภัย
หมอเพ็งเดินนำขบวนเข้าไปในปราสาท ปราสาทนี้เป็นปราสาทเล็กเพราะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเจนละแต่อย่างไรก็ตามศิลปะขอมโบราณยังสมบูรณ์มาก ทั้งหมดเดินเข้าไปถึงห้องโถงด้านในมีรูปปั้นพระวิษณุอยู่ตรงกลาง แต่ที่นี่พวกเขาก็ยังไม่พบนางขอม หมอเพ็งจึงชี้ให้ดูทางลงห้องใต้ดินซึ่งซ่อนอยู่ตรงมุมอย่างแนบเนียน ระหว่างที่เดินลงไปนั้นจามิกรสัมผัสได้ว่านางขอมต้องอยู่ด้านล่างแน่
เมื่อทั้งหมดลงไปถึงพบโลงศพขนาดใหญ่ตั้งอยู่กึ่งกลางห้องโถงนั้น ทั้งหมดช่วยกันเปิดหีบศพออกและพบโลงทองอยู่ภายในอีกหนึ่งชั้น จึงตัดสินใจเปิดโลงทองออกอีก ด้านในพบศพแห้งกรัง ตามวันเวลานับพันปีของนางขอมตนนั้น เป็นที่น่าหดหู่ใจและสยองใจเป็นอย่างยิ่ง
หมอเพ็งได้ชี้แจงว่านางขอมตนนั้นคงต้องการให้อ่านคัมภีร์เพื่อปลุกนางให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา จึงได้บังคับเหตุการณ์ให้เป็นไปต่างๆนาๆจนพวกเขาต้องมาจนถึงที่นี่
...แล้วหมอเพ็งก็เริ่มอ่านคัมภีร์...
บรรยากาศบีบคั้น ชวนให้เสียสติ เมื่อหมอเพ็งอ่านมาจนถึงช่วงท้ายของคัมภีร์นางขอมตนนั้นได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาผิวหนังที่เหี่ยวย่นกลับเต่งตึง ดวงตาลึกโบ๋กลับเต็มขึ้นมา ทุกอย่างกลับกลายเป็นสภาพณ ตอนที่นางขอมได้สิ้นชีวิตลง มีแต่ดวงตาสีเลือดและฟันขาวเขี้ยวโง้งอย่างฟันสัตว์เท่านั้น ที่บ่งบอกว่านางขอมนั้นเป็นราชินีผีดิบอย่างแท้จริง
ที่จริงแล้วนางขอมคือนางมธูรเทวี ปกครองเมืองนี้ ได้หลงรักรามในอดีตชาติซึ่งเป็นขุนพล แต่รามปฏิเสธ ความรักจากพระนางทำให้กลับกลายเป็นความแค้น สร้างห้องเก็บพระศพนี้ไว้เพื่อรอวันแก้แค้นรามให้อยู่ใต้เบื้องพระบาทแห่งองค์ตลอดไป โดยได้ชุมนุมหมอผีทั้งหลายมาสร้างคัมภีร์มรณะนี้ขึ้นโดยต้องสังเวยชีวิตในการสร้างคัมภีร์นี้เป็นร้อยๆเพื่อที่จะได้มีอำนาจมากจนถึงกับปลุกชีวิตของพระนางให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ได้
รามนั้นปฏิเสธความรักจากพระนางเพราะรังเกียจที่พระนางมีอายุร้อยกว่าปีแล้วแต่ใช้กฤตยามนตร์ทำให้ยังสาวอยู่ และไม่ได้มีความรักให้แก่พระนาง ทำให้พระนางแค้นมาก
ในที่สุดวันนี้รามก็มาให้พระนางแก้แค้นให้สมกับที่รอคอยมาเป็นพันๆปี
รามไม่หวั่นเกรงใดๆเลยเขาปลงกับชีวิตเสียแล้ว จะให้พระนางทำอะไรก็ได้ ขอแค่ให้ปราลีฟื้นขึ้นมาเท่านั้น แต่จามิกรและหมอเพ็งไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ในช่วงที่พระนางเผลอจามิกรได้ดึงตัวรามออกมาจากแผ่นหินใหญ่ที่รามยืนอยู่กับพระนาง แล้วทันใดนั้นเองแผ่นหินที่พระนางยืนอยู่ก็พลิกกลับอย่างรวดเร็วทำให้พระนางหล่นลงไปในหลุมลึกดำด้านล่าง(ซึ่งพระนางจัดเตรียมไว้ไปอยู่กับรามอย่างนิรันดร์)แล้วแผ่นหินก็กลับปิดสนิทดังเดิม
ทั้งสี่รีบออกมาจากห้องใต้ดินนั้นเหลือไว้แต่หมอเพ็งผู้ซึ่งต้องการทำพิธีขังนางขอมไว้ในหลุมนั้นตลอดกาลไม่ให้มีโอกาสออกมาได้อีก หมอเพ็งได้ลงมนตราไว้ไม่ให้ใครมาปลดปล่อยนางได้นอกจากท้าวเวสสุวรรณเท่านั้น ซึ่งท่านก็คงไม่ทำเช่นนั้น และได้ซ่อนปราสาทขอมนี้ไว้ไม่ให้ใครเห็น (กำบังตา) จะได้ไม่มีใครถูกผีร้ายเล่นงานได้อีก
ปอฟื้นจากการหลับไหลไม่ได้สติแล้ว และอีกไม่นานเพื่อนๆคงได้กินเลี้ยงงานแต่งของรามและปอ
----------จบ----------








Create Date : 04 สิงหาคม 2558
Last Update : 4 สิงหาคม 2558 14:17:37 น. 1 comments
Counter : 714 Pageviews.

 
น่าอ่านจังครับ งานเขียนของคุณจินตวีร์ วิวัธน์ มีเสน่ห์มากๆ ยิ่งเป็นเรื่องโบร่ำโบราณมาแต่ง ผมว่าเขียนไว้ดีมากจริงๆ :)


โดย: Jim-793009 วันที่: 5 สิงหาคม 2558 เวลา:1:37:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

cake&coffee
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





🌹🌹🌹🌹🌹

สงวนลิขสิทธิ์ข้อความในบล็อกนี้

🌹🌹🌹🌹🌹


📚📚📚📚📚📚📚

📒แดนลึกลับเต็มไปด้วยตัวอักษร

เรียงร้อยซ้อนอยู่บนต้นอันโตใหญ่

บางเล่มดุ บางเล่มหวาน อย่ากระนั้นไป

ฉันเก็บไว้เล่มที่ยิ้มเข้าใส่กัน

📒เล่มที่โหด มีเล่ห์กล นั้นร้ายนัก

คอยจะกวักมือเรียกกันอยู่เสมอ

ทั้งที่รู้ว่าอะไรจะต้องเจอ

ทานต่อเธอเป็นเรื่องยากลำบากใจ

📒เล่มที่หวาน อิ่มเอมใจ นั้นอบอุ่น

ความรักกรุ่น ให้พลัง อยู่เสมอ

ด้วยชีวิตมีมากสิ่งที่ต้องเจอ

พบเจอเธอก็เสมือนเยียวยากัน

📒อัญมณีล้วนส่องพราว ดูเต็มต้น

พาให้นักเดินทางฉงน อยากค้นหา

เดินแวะเวียนมาบ้างตามเวลา

แต่ไม่เคยทิ้งกันหนา เพื่อนยาใจ

📒พบเจอกันฉันนั้นมีความสุข

ช่วยคลายทุกข์ ความวุ่นวาย ได้เสมอ

เธอเป็นสิ่งมีคุณค่า รู้ไว้นะเออ

ขอบคุณเสมอที่คอยอยู่ข้างๆกัน

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹

กำลังอ่าน : .......
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
4 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add cake&coffee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.