บ้านมังคุด+ สวนมะลิ รวมทุกเรื่องที่ (ตัวเอง) อยากรู้
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
17 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Last Friends –มิตรภาพของผองเพื่อน

ตอนที่เห็นชื่อเรื่องนี้ก็ให้เกิดคำถามขึ้นในใจ เนื่องจากไม่แตกฉานภาษาอังกฤษ ก็เลยแปลกันซื่อๆ ว่า “เพื่อนคนสุดท้าย” แต่พอดูซีรีย์จบก็เลยขอให้คำจำกัดความว่า “มิตรภาพของผองเพื่อน” ซึ่งน่าจะตรงใจฉันมากที่สุด

Last Friends เป็นซีรีย์ญี่ปุ่นที่ออกฉายในปีค.ศ. 2008 ได้ดาราระดับดาวรุ่งหลายคนมาร่วมแสดง โดยรวมดาราจาก “โนดาเมะ” ไว้ถึงสามคน คือ เอตะ (รับบท ทาเครุ) ,อะซูมิ มิซากาวะ (รับบท เอริ) และอุเอะโนะ จูริ แต่ที่แรงสุดๆ ก็เห็นจะเป็นจูริ ที่เคยเล่นเป็นโนดาเมะนี่แหละ ในซีรีย์นี้เธอรับบท “รุกะ” สาวหล่อนักแข่งมอเตอร์ครอสที่หลงรักเพื่อนหญิง “มิจิรุ” มาตั้งแต่ชั้นมัธยม รับบทโดย มาสามิ นางาซาวะ จาก operation love และยามาซากิ ชิเกโนริ รับบท “โอกุริ” โดยทั้งหมดเป็นเพื่อนที่อยู่ในแชร์เฮ้าส์ (บ้านที่จ่ายค่าเช่าแล้วแบ่งพื้นที่กัน) ส่วนเรียว นิชิกิโด จาก 1 Litre of Tears มารับ “โซสึเกะ” คนรักของมิจิรุ ซึ่งมาสร้างความปั่นป่วนให้กับทุกคนโดยถ้วนหน้า แต่ก็ช่วยตอกย้ำสายสัมพันธ์ของเพื่อนให้แน่นแฟ้นขึ้น

เนื้อเรื่องของ Last Friends สะท้อนแง่มุมหลายอย่างของสังคมญี่ปุ่น ความล่มสลายของสังคมครอบครัว ที่นำมาซึ่งความโดดเดี่ยวอ้างว้างของทั้งพ่อแม่และลูกๆ ที่บางคนเลือกที่จะไขว่คว้าหาหลักยึด ไม่ให้ชีวิตไว้พลัดพรายไปกับกระแสสังคม ด้วยการเปลี่ยนคู่รัก คู่นอนไปเรื่อยๆ จนถึงการสร้างครอบครัวใหม่ ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังว่าต้องดีกว่าเก่า เนื่องจากผ่านบทเรียนชีวิตที่ไม่สมหวังมา และความคาดหวังนั้นก็ตกมาสู่ลูกๆ ที่ต้องหาทางออกบางอย่าง เหมือนอย่างที่ตัวละครที่เอตะแสดง ทางออกของพี่สาวทำให้เขาต้องกลายเป็นคนกลัวผู้หญิง จนใครๆ คิดว่าเป็นเกย์ แต่ด้วยพื้นฐานของครอบครัวที่จัดว่าดี ในเรื่องไม่ได้บอกภูมิหลังตัวละครมากนัก แต่เดาเอาจากความเป็นคนที่มีจิตใจดี และมีวุฒิภาวะตามวัย

ส่วนบางคนเลือกที่จะมีชีวิตแบบยอมถูกคนอื่นกระทำ เพื่อให้ได้รับความรัก บางคนเลือกที่จะเก็บกดความเจ็บปวดและอ้างว้างเอาไว้ แล้วปลดปล่อยเป็นความรุนแรง (Domestic Violence: DV) ในภายหลัง เหมือนดังมิจิรุกับโซสึเกะที่ดูแล้วนึกถึงชีวิตของปุ๊กกี้ พรายแสง (อดีตนักร้อง RS) เพราะหน้าตาของมาสามิคล้ายกับปุ๊กกี้ ทั้งบทบาทในเรื่องก็ดูคล้ายคลึงกับชีวิตของเธอยังไงไม่รู้ (อันนี้อ่านจากข่าวของเธอ—หากผิดพลาดก็ขออภัยที่พาดพิง)

นอกจากนี้ในเรื่องยังให้แง่มุมของสังคม (ผู้ชาย) ที่ไม่กล้ายอมรับความสามารถของผู้หญิง การมีเพศที่เลือกไม่ได้ของ “รุกะ” แต่เธอก็ได้พิสูจน์ให้สังคมยอมรับความสามารถของเธอได้ แม้เธอมีใจเป็นผู้ชาย หรือเกิดมาผิดเพศ ตอนที่ตัวละครตัวนี้ชนะการแข่งมอเตอร์ครอส และต้องเผชิญกับข่าวอื้อฉาวที่เธอผิดเพศ เธอบอกกับนักข่าวที่ถามถึงเรื่องดังกล่าวว่า อยากให้ทุกคนมองที่ความสามารถ ก้าวข้ามคำว่า ผู้หญิง ผู้ชาย แต่มองที่ความเป็น “คน” คนหนึ่ง อันนี้น่าประทับใจดี สะท้อนอาการรับไม่ได้ของสังคมญี่ปุ่นที่ถึงแม้จะก้าวหน้าเพียงใด แต่ก็ยังอนุรักษ์นิยมอยู่มาก การผิดเพศแบบนี้มันอาจไม่มีสาหตุจากใดๆ เลยก็ได้ เหมือนอย่าง “รุกะ” ที่มาจากครอบครัวที่อบอุ่น คงต้องบอกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”

ในเรื่องก็มีตัวละครที่มีชีวิตปกติ เพื่อสร้างสมดุลที่ว่าสังคมเรานี้มันก็มีคนหลายประเภท ไม่ได้ถูกกระทำไปซะหมด แม้เนื้อเรื่องไม่ได้บอกภูมิหลังของตัวละครตัวนี้มากนัก ซึ่งก็คือตัวละครที่อะซูมิ สวมบทบาท เธอเป็นแอร์โฮสเตสที่เชื่อว่า “รักแท้ไม่มีอยู่จริง” “เอริ” จึงใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ มีความสุขกับการได้เดินทาง ได้อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ในแชร์เฮ้าส์ และสุดท้ายเธอก็เป็นคนที่ได้แต่งงานมีความสุขกับเพื่อนร่วมงาน ที่ขอมาอยู่ที่แชร์เฮ้าส์ด้วย เนื่องจากไม่กล้าพอที่จะกลับบ้านไปเผชิญหน้ากับภรรยาซึ่งมีชู้ เธอเป็นคนบอกกับโซสึเกะ (เรียว นิชิกิโด) ซึ่งคอยตามราวีมิจิรุ (มาสามิ นางาซะวะ) ด้วยความรักแบบโซสึเกะ ที่ต้องการครอบครอง เพราะไม่อยากถูกทิ้งเหมือนที่เคยถูกแม่ทิ้งไป ว่า “คนเราควรจะมีระยะห่าง หรือพื้นที่ว่างให้คนที่เรารักได้มีชีวิตเป็นของตัวเองบ้าง” ประทับใจอีกเหมือนกัน ความรักควรทำให้คนที่เรารักมีความสุขด้วย ไม่ใช่ตัวเองสุขอยู่ฝ่ายเดียว และนี่อาจเป็นจุดที่ทำให้โซสึเกะตัดสินใจบางอย่าง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดมากๆ และเกิดขึ้นบ่อยๆ ในสังคมญี่ปุ่น แต่ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้นก็คงไม่มีอะไรมาหยุดเขาได้เหมือนกัน เพราะ ”ความกลัว” เป็นความรู้สึกที่อันตรายมากของคนเรา

ความซับซ้อนทางอารมณ์และความคิดของตัวละครอาจทำให้เราดูแล้วอึดอัดไปบ้าง แต่มันก็หมายถึงสีสันของเรื่อง ที่สะท้อนให้เห็นว่าสังคมเรานั้นจริงๆ มันก็ซับซ้อนมากเช่นกัน อย่างการที่ทาเครุ ผู้มีปมในใจเกี่ยวกับผู้หญิงตกหลุมรักรุกะ แม้รุกะจะไม่อาจสานสัมพันธ์แบบหญิงชายได้ แต่ทั้งสองก็ “เพื่อน” ที่รักและเข้าใจกันมากที่สุด และอีกหลายๆ เรื่องที่ควรหามาชมกันค่ะ
อ้อ อีกอย่างที่ชอบก็คือเสียงร้องเพลงของ อูทาดะ ฮิคารุ ที่ฟังทีไรแล้วจัใจจริงๆ โดยเฉพาะเวลาที่เธอออกเสียงคำว่า prisoner of love

ขอบคุณที่อ่านจนจบ
You’re my Last Friends ! (ขอยืมมาจากตอนจบของเรื่อง อิอิอิ)



Create Date : 17 มีนาคม 2552
Last Update : 17 มีนาคม 2552 13:19:54 น. 2 comments
Counter : 334 Pageviews.

 
อ่านเพลินเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้เหมือนกัน จขบ. เขียนได้ตรงใจดีแท้



โดย: k-jap (อ้อมแขนอันอบอุ่น ) วันที่: 18 มีนาคม 2552 เวลา:20:28:06 น.  

 
ดูเรื่องนี้แล้ว เรากลัว Ryo-chan เลยอะ


โดย: four seasons in one day วันที่: 20 มีนาคม 2552 เวลา:8:32:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Baan Mangkut
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนอยากรู้ไปหมดทุกเรื่อง จึงชอบค้นคว้า ทดลองเพื่อให้ได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้

ชื่อ "มังคุด" มาจากแมวน้อยสีเทา บางคนก็บอกว่ามันคือสีสวาด ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาว จึงไปไหนมาไหนไม่สะดวก โลกของมังคุดคือ "บ้าน"

บ้านของมังคุดประกอบไปด้วย คุณแม่ คุณตา คุณยาย และพี่ๆ สี่ขา ได้แก่ พี่สาวมะลิ พี่ขนมตาล พี่น้อยหน่า คุณป้าถุงเงิน และคุณยายมะขาม กับคุณหมาๆ อีก 4 ตัว คือ คุณซาลาเปา คุณดาร์กี้ น้องตังเมและแตงโม
แวดล้อมไปด้วยกองหนังสืออีกมากมายที่อ่านไปแล้วเกือบทุกเล่ม แต่ก็ยังไม่หมดซะที

ส่วน "มะลิ" เป็นชื่อแมวน้อยสีขาว พี่สาวมังคุด ซึ่งโลกของเธอคือสวนและต้นไม้เล็กๆ หน้าบ้าน มะลิมักชอบลับเล็บกับเถาพวงคราม จากนั้นจะปีนขึ้นไปอาบแดดบนหลังคาโรงเก็บของของคุณตา ช่วงหน้าร้อนจะมีนกอีแพรด (คุณตาบอก) สองตัวคอยบินโฉบหัวมะลิทุกเช้าและบ่าย โดยที่มะลิไม่เคยจับมันได้ ยกเว้นบางครั้งที่แอบไปเอาลูกนกจากรังกลับบ้านไปให้คุณยายช่วยเลี้ยง ซึ่งก็ตายทุกที
Friends' blogs
[Add Baan Mangkut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.