Group Blog
 
 
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 

การควบคุมต้นทุนโครงการ - Earned value management (EVM)

Project Cost Management

Earned valuemanagement (EVM) เป็นเทคนิคที่ใช้วัดผลการดำเนินงานความก้าวหน้า หรือปริมาณงานที่ได้ดำเนินการไปแล้วจริงของโครงการ นอกจากนั้นยังสามารถนำมาใช้ในการพยากรณ์ต้นทุนที่จะใช้ทั้งหมดของโครงการและวันที่โครงการควรจะแล้วเสร็จได้อีกด้วย โดยการนำข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตงาน เวลาและต้นทุนมาพิจารณาร่วมกันด้วยการเปรียบเทียบค่าที่ได้กำหนดไว้ตามแผนงานโครงการกับค่าที่ได้เกิดขึ้นจริง



เทคนิคการวัดแบบ EVMนี้จะช่วยให้ผู้จัดการโครงการและทีมงานสามารถคำนวณหาดัชนีของผลการดำเนินงานที่สัมพันธ์กับต้นทุนและตารางเวลาซึ่งจะบอกให้ทราบว่าโครงการกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีมากน้อยเพียงใดเมื่อได้เปรียบเทียบกับแผนที่ได้วางไว้และโครงการดังกล่าวจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ดังแสดงให้เห็นง่ายๆ ดังรูป

เทคนิค EVM เป็นหลักการคำนวณอย่างง่ายระหว่างค่าหลัก 3 ค่าของ แต่ละกิจกรรมจาก WBSของโครงการ โดยจะมีการคำนวณค่าดังกล่าวเป็นระยะ ๆ เช่น ทุก ๆสัปดาห์ ทุก ๆ เดือน หรือทุก ๆ ไตรมาส เป็นต้น ค่าหลักเหล่านั้น คือ

ผลงานที่ควรทำได้ตามแผนคิดจากราคางบประมาณ(Budgetedcost of work scheduled (BCWS)) หรือมูลค่าที่ได้วางแผนไว้ (Plannedvalue (PV)) หรือ งบประมาณของกิจกรรมหนึ่ง เช่นสมมติโครงการหนึ่งมีกิจกรรมสรุปของการซื้อและการติดตั้งเครื่องบริการเว็บเครื่องใหม่ซึ่งใช้เวลา 1 อาทิตย์ และค่าแรงทั้งหมด 10,000 บาท ดังนั้น BCWS หรือ PV ของกิจกรรมนี้คือ 10,000

ค่าใช้จ่ายจริงของงานที่ได้ทำ (Actualcost of work performed (ACWP)) หรือค่าใช้จ่ายจริง (Actualcost (AC)) คือ ต้นทุนรวมที่เกิดขึ้นจริงจากทั้งต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อมที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจนแล้วเสร็จจนกระทั่งถึงวันที่ทำการวัดเช่น สมมติว่าใช้เวลา 2 อาทิตย์และค่าใช้จ่าย 20,000 บาท สำหรับการซื้อและติดตั้งเครื่องบริการเว็บเครื่องใหม่สมมติว่าอาทิตย์แรกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงคือ 15,000 บาทและค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นอาทิตย์ที่ 2 คือ 5,000 บาท จำนวนเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายจริงสำหรับกิจกรรมแต่ละอาทิตย์

ผลงานที่ทำได้คิดจากราคางบประมาณ (Budgetedcost of work performed (BCWP)) หรือมูลค่าที่ได้รับ (Earnedvalue (EV)) คือการประมาณการมูลค่าของงานที่ได้ทำ โดยคำนวณตามงบประมาณค่าใช้จ่ายของโครงการหรือกิจกรรมที่วางแผนตั้งแต่แรกและอัตราประสิทธิภาพของทีมงานที่กำลังทำงานโครงการหรือกิจกรรม

อัตราประสิทธิภาพการทำงาน(Rateof Performance: RP) คือสัดส่วนของงานที่เสร็จจริงกับร้อยละของงานที่วางแผนไว้ว่าจะทำเสร็จในช่วงเวลาที่กำหนดเช่น สมมติว่า เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์การติดตั้งเครื่องบริการทำเสร็จไป 3 ใน 4 อัตาของการทำงานคือ ร้อยละ 75 (75/100) เพราะภายใน 1อาทิตย์ ตารางเวลาที่วางแผนไว้บอกว่างานควรเสร็จร้อยละ 100 แต่งานได้ทำเสร็จไปเพียงร้อยละ 75 ซึ่งก็คือ 7,500บาท


เพื่อที่จะวัดและทราบผลการดำเนินงานที่ได้รายละเอียดและนำไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น เราสามารถนำค่าหลักของเทคนิค EVMมาวิเคราะห์หาค่าความสัมพันธ์ที่สำคัญต่อได้อีก 4 ค่า คือ

ความผันแปรของค่าใช้จ่ายจริงจากงบประมาณตามแผน(Costvariance (CV)) คือ BCWP – ACWP หรือ EV– AC

CV= EV - AC

ในกรณีที่ค่า

CVเป็นลบหมายความว่าการทำงานนั้นต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงมากกว่าที่ได้วางแผนไว้

CVเป็นบวกหมายความว่าการทำงานนั้นต้นทุนที่ใช้ไปจริงน้อยกว่าแผนที่ได้วางไว้

CVเท่ากับ 0หมายความว่ากิจกรรมนั้นได้ใช้เงินทุนไปตามที่ได้กำหนดไว้ตามแผนพอดี

ความผันแปรด้านเวลาเทียบกับแผน (Schedulevariance (SV)) คือ BCWP– BCWS หรือ EV-PV

SV= EV - PV

ในกรณีที่ค่า

SVเป็นลบ แสดงว่าการทำงานนั้นใช้เวลามากกว่าที่วางแผนไว้

SVเป็นบวก แสดงว่าการทำงานนั้นใช้เวลาน้อยกว่าที่ได้วางแผนไว้

SVเท่ากับ 0 แสดงว่ากิจกรรมนั้นได้ถูกดำเนินการไปตามเวลาที่ได้วางแผนพอดี

ดัชนีการดำเนินงานด้านค่าใช้จ่าย (Costperformance index (CPI)) เป็นอัตราส่วนระหว่าง BCWP กับ ACWP หรือ EV กับ AC

CPI= EV/AC

ในกรณีที่ค่า

CPI= 1 หรือ 100% แสดงว่าค่าใช้จ่ายจริงเท่ากับค่าใช้จ่ายงบประมาณที่ตั้งไว้

CPI< 1 หรือ 100% แสดงว่ากิจกรรมที่กำลังพิจารณาอยู่นั้นได้ใช้เงินทุนเกินงบประมาณที่ตั้งไว้

CPI> 1 หรือ 100% แสดงว่ากิจกรรมนั้นได้ใช้เงินทุนไปน้อยกว่างบประมาณที่ได้ตั้งไว้

ดัชนีการดำเนินงานด้านเวลา (Scheduleperformance index (SPI)) เป็นอัตราส่วนระหว่าง BCWP กับ BCWS หรือ EV กับ PV

SPI= EV/PV

ในกรณีที่ค่า

SPI= 1 หรือ 100% แสดงว่าเวลาที่ได้กำหนดไว้ตามแผนกับเวลาที่ใช้ไปจริงเท่ากันพอดีหรือเวลาที่ใช้ไปเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้นั่นเอง

SPI< 1 หรือ 100% แสดงว่ากิจกรรมที่กำลังพิจารณาอยู่ได้ดำเนินการไปล่าช้ากว่าแผนที่ได้วางไว้

SPI> 1 หรือ 100%แสดงว่ากิจกรรมนั้นได้ถูกดำเนินการไปเร็วกว่าแผนที่ได้วางไว้

ตามหลักการวิเคราะห์ค่าความสัมพันธ์ทั้ง4 ค่าข้างต้น (CV, SV, CPI และ SPI) นั้น พอจะสรุปได้ว่า

ถ้าค่าความสัมพันธ์CVและ SV มีค่าเป็นลบ หรือถ้าค่าความสัมพันธ์ CPIและ SPI มีค่าน้อยกว่า 1แสดงว่ากิจกรรมที่เกี่ยวข้องหรืออาจรวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องทั้งโครงการกำลังมีปัญหาเนื่องจากผลการดำเนินงานจนกระทั่งถึงวันที่ทำการวัดเป็นไปในทิศทางที่ไม่ค่อยจะดี

สรุปการใช้เทคนิค EVMในการวิเคราะห์และวัดผลการดำเนินงานของโครงการทั้งโครงการสามารถกระทำได้โดยการรวมค่าดังกล่าวข้างต้นของกิจกรรมแต่ละกิจกรรมของโครงการเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เกิดจากการหักกลบลบกันของค่าที่คำนวณได้จากแต่ละกิจกรรมเนื่องจากกิจกรรมบางกิจกรรมอาจจะใช้เงินทุนหรือเวลามากกว่าที่กำหนดไว้ตามแผนขณะที่กิจกรรมบางกิจกรรมอาจจะใช้เงินทุนหรือเวลาน้อยกว่าแผนที่ได้วางไว้ ดังนั้นผลรวมค่าของกิจกรรมทั้งหมด จะช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถวิเคราะห์และวัดผลการดำเนินงานของโครงการในภาพรวมได้ชัดเจนและถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

ท่านสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมจาก YouTube












 

Create Date : 15 ตุลาคม 2557
0 comments
Last Update : 15 ตุลาคม 2557 9:21:13 น.
Counter : 6669 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


apichaij
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




1.ผมสนใจเศรษฐกิจพอเพียง หากปลดเกษียณแล้วทำอย่างไรให้อยู่ได้โดยใช้จ่ายประจำวันอยู่เล็กน้อย
2. เริ่มซื้อที่ดิน 2 ไร่
3. จากนั้นก็เริ่มปลูกทุกอย่าง
4. กำลังหาเพื่อนๆที่จะเดินทางไปทางเดียวกัน
Friends' blogs
[Add apichaij's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.