Muscat -- Oman

เรื่องราวมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อสองเดือนที่แล้ว ...

อิชั้นก้าวกระโดดจากรั้วมหาวิทยาลัยมาทำงานได้ปีกว่า หัวหน้าเห็นว่าฉายแววท่าจะถึก เปรยเบาๆว่า  "โอเค คุณอยู่นี่ก็ทำงานได้แล้ว ไหนลองไปอยู่ที่ที่ไม่มีระบบซิ" แล้วสองอาทิตย์หลังจากหัวหน้ากล่าวประโยคนี้ อิชั้นก็บินเดี่ยวมาปรากฏร่างที่นี่ค่ะ เมืองหลวงของประเทศโอมาน มัสกัด

บริษัทแม่ที่ประเทศไทยมีบริษัทลูกอยู่ที่ตะวันออกกลางเพื่อรองรับการสำรวจและขุดเจาะของ ปตท สภ. ที่ยื่นแขนยาวมาไกลถึงทางนี้ อิชั้นพนักงานตัวเล็กๆก้าวจากบริษัทแม่มาสู่บริษัทลูกป๊ะเข้ากับความแตกต่างอย่างรุนแรง ทีมทั้งทีมที่นี่เป็นชาวต่างชาติ สองคนชาวอินเดีย อีกสองคนชาวโอมานี่ ผู้ชายล้วน ผู้หญิงหน้าบานๆผิวขาวๆอย่างอิชั้นแลดูเป็นตัวประหลาด สำเนียงก็ฟังลำบากหู ระบบก็ลุ่มๆดอนๆ จากบริษัทมหาชนแล้วมาทำบริษัทข้ามชาติเล็กๆมันเป็นอย่างนี้นี่เอง หุบปากเงียบแล้วเก็บโกยประสบการณ์ต่อไปSmiley

ประเทศนี้อย่างที่ทราบ อยู่ตะวันออกกลาง เวลาช้ากว่าที่ประเทศไทยโดยประมาณสามชั่วโมง สภาพภูมิประเทศก็อย่างที่รู้ๆกัน มองไปทางไหนก็ทะเลทราย ดีหน่อยตรงที่มัสกัดเป็นเมืองริมทะเลเลยได้กลิ่นได้เห็นได้ยินอยู่บ้าง อากาศตอนกลางวันก็ร้อนซะ คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด เย็นๆได้ยินเสียงสวดมนต์ลอยมาจากมัสยิดที่มีอยู่ทั่วไป อ่า ช่างมีมนต์ขลังเสียจริง

รูปที่ถ่ายจากออฟฟิศ มองไปเห็นมหาสมุทรนะเออ

 

 

กำหนดการคือตูนต้องอยู่ที่นี่สองเดือนเพราะวีซ่าให้แค่นั้น ตอนนี้เหลืออีกสิบสองวันก็จะได้กลับบ้านแล้ว อยากกลับเป็นที่สุด ตั้งแต่มามัสกัตก็ไม่ค่อยได้เที่ยวที่ไหน เพราะมัสกัดไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวนัก ไปตามห้าง แล้วก็ขับรถเลียบชายหาดมากกว่า เห็นเพื่อนร่วมทีมชาวอินเดียเล่าให้ฟังว่าถ้าเดือนหน้าอากาศจะดีเป็นพิเศษถือเป็นไฮซีซั่น เพราะอากาศริมทะเลจะเย็นมาก ทะเลก็จะใสสด สีฉุดฉาด ตบท้ายด้วยการชักชวนแกมบังคับให้ต่อวีซ่าซะเถิด ถ้าเทออยู่ถึงช่วงนั้นชั้นจะพาเที่ยวแหลกลาญ เชอะ ชั้นไม่อยู่หรอกย่ะ คิดถึงส้มตำน้ำตกจะแย่

เรื่องอาหารการกินก็อีกอย่าง ที่นี่เนื่องมาด้วยอากาศอย่างที่บอก จึงทำให้หาร้านข้างทางลำบาก คิดว่าร้านข้างทางมีแต่ตอนกลางคืนเท่านั้น การกินส่วนใหญ่จึงเป็นการทำกินเอง หรือไม่ก็ตามร้าน ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ที่นี่เท่าที่เจอคืออาหารอิเดีย กับอาหารปากี พวกแป้งนานจิ้มแกง ไก่ย่างสีน้ำตาลแดง ปลาย่างทั้งตัว ที่สำคัญคือตูนไม่ทานเนื้อ มาอยู่นี่จึงจำกัดตัวเองได้กินแค่ไก่เป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่ประปรายคืออาหารทะเลซึ่งสดพอประมาน กับที่พิเศษจริงๆคิดว่าเคยกินแค่สองครั้งคือแพะ ตอนนี้ที่อยากสุดๆคงจะเป็นคอหมูย่าง คิดว่าถ้าไม่ได้เข้าปากภายในสิบห้าวันคงจะลงแดงเป็นแน่

พิซซ่าอิยิป ลองมาหนึ่งครั้ง ก็พอกินได้

ค่าครองชีพที่นี่ค่อนข้างสูง ประเทศโอมานใช้สกุลเงิน Omani Rial ซึ่ง 1 OMR = 81.3 THB แพงเว่อร์ หากเข้าร้านอาหารปากีข้างทางตอนดึกๆ กินคนเดียวเรียวกว่าๆก็น่าจะอยู่ หากเข้าร้านอาหารอินเดียต่อหัวก็ซักสามเรียว หากเข้าร้านอาหารจีน (ซึ่ง Hot and Sour Soup อร่อยมาก) ก็จะตกคนละสี่เรียวขึ้นไป แต่สิ่งที่ถูกจนน่าเกลียดคือน้ำมัน บางทีเต็มถัง Prado ตกสามสี่เรียว เพราะงั้นคนที่นี่จึงมีรถกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เป็นประเทศที่ไร้ซึ่งขนส่งมวลชน อิชั้นไปไหนมาไหนทีก็ไหว้วานทีมบ้าง คนขับรถของบริษัทบ้าง ไม่เคยได้เหยียบขึ้นแท๊กซี่ซักครั้ง อยากจะไปไหนมาไหนเองก็ลำบาก จึงติดอยู่แต่บ้านพักพนักงาน วันๆนั่งทำงานหัวฟู ได้เงยหน้าไปเดินมินิมาร์ทบ้างบางครั้ง  

เพื่อนร่วมงานชาวอินเดียก็ช่างดีแสนดี พรุ่งนี้จะมาขับรถพาไปเที่ยววังเก่า เอาวะ จะกลับแล้ว เที่ยวบ้างถ่ายรูปบ้าง เอาไว้อวดลูกหลานว่าถึงอิชั้นมาทำงานกันดารไกลถึงเมืองนอกเมืองนาก็ไม่ได้นั่งหัวฟูอยู่หน้าจอคอมอย่างเดียวนะยะ เที่ยวบ้าง ถึงจะไม่ค่อยมีที่ให้เที่ยวก็เหอะSmiley

หากมีเวลาว่างก็จะมาอัพรูปสวยๆที่จะได้จากวันพรุ่งนี้ให้ชมกันนะคะ อิอิ

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะSmiley




Create Date : 02 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2555 3:51:38 น.
Counter : 1387 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีครับ ทักทาย





โดย: ต้นกล้า อาราดิน วันที่: 2 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:01:11 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หวั่นไหวคล้ายเงา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]