TOGETHER_WS@Hanoi : เดินทางครั้งนี้เห็นอะไร?






ความเดิมตอนที่แล้ว

"ฮานอย"
เวียดนาม
13 - 18 เมษายน 2557

ช่วงหยุดสงกรานต์ตอนที่ทำงานอยู่เมืองไซยะบุรีของลาว มีความตั้งใจเล็กๆ ว่าจะไปเวียดนาม และก็เคยเห็นที่เมืองวังเวียงมีให้บริการ รถบัสนอนจากวังเวียง(ลาว) ไปฮานอย(เวียดนาม) แค่พันบาท จุดเริ่มต้นของการผจญภัย

น้องมีนจัดการแบกเป้เลยค่าาาา พร้อมกับผู้ติดตาม พอไปถึง อ้าว!!! สงกรานต์ ไม่มีคนขับรถ บัสนอนไม่วิ่ง "ทำไงๆ หนูจะไปๆ"
ไหนจะเริ่มป่วยอีก ไหนจะเที่ยวอีก ไปถึงใช้ภาษามือเป็นภาษาสื่อสารอีก 5555+ พีคมาก

แต่ก็แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดการเดินทาง และอยากจะบอกต่อว่า "ขุ่นนุ้งมีน!!! ปลื้ม ฮานอยมักๆ"




โอ้ว!!! เมืองฮานอยมอไซต์เยอะสมคำร่ำลือ คึกคักไปหมด ได้ยินเสียงแตรตลอดเวลา



รู้วิธีข้ามถนนที่อาศัยความมั่นใจล้วนๆ
ขณะที่น้องมีนนอนพักอยู่ห้อ
คนข้างๆ เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ และเปรยขึ้นมาว่า
"น้องมีน เคารู้วิธีข้ามถนนที่นี่แล้วล่ะ"
"อ่ะ!!! ยังไง รถมอไซต์เยอะมากเลยนะ"
"ง่ายๆ...เดินข้ามไปเลย...เขาไม่ชนเราหรอก"
"จริงงงงงงงงงดิ"
เช้าไปเดินเล่นกัน คนข้างๆพาทำ จริงด้วยค่ะ
😁





ชุดโต๊ะเล็กๆ แบบนี้ ตั้งอยู่ริมฟุตบาท มีทั่วเมืองเลยมั้งคะ คงเป็นสไตล์ร้านกาแฟริมทาง น้องมีนยังไม่ได้ลองชิมรสชาติกาแฟเลย คราวหน้าไม่พลาด ฮึ่ม!!!




ตื่นหูตื่นตากับอาคารบ้านเรือนของเมืองเค้า มันได้บรรยากาศผสมจีน ดูจากหลังคากระเบื้องดินเผาอาคารปูนเก่าๆ คลาสสิคดี น้องมีนชอบ

ภาพทุ่งนาที่น้องมีนมองจากหน้าต่างรถบัสสนามบินเข้าตัวเมืองฮานอย เนี่ยก็สุดยอด บอกไม่ถูกค่ะ สวยและสดชื่นจริงๆ





อันนี้เป็นภาพที่ถ่ายที่เวสต์เลคค่ะ
โรแมนติกมาก ทะเลสาบกว้างและสวยมาก ลมแรงใช้ได้ หัวเหนียวนิดหน่อยพอรับได้ค่ะ ฮ่าๆๆ

ขณะเดินเล่นถนนรอบทะเลสาบเห็นกิจกรรมชาวเมืองหลายอย่าง ทั้งสอนลูกทำการบ้าน วิ่งจ๊อคกิ้ง ปั่นจักรยานยกแก๊ง นั่งจิบกาแฟข้างทาง 

และที่เจ๋งสุดๆ "คู่รักพายเรือลอยละล่องในทะเลสาบ" คือมันกว้างมากและลมแรกมากค่ะ สำหรับเรามันน่ากลัวแต่เขาคงชินและชิว





ประเด็นนี้ ที่น้องมีนพบระหว่างเดินทาง
บอกเลยยยยยยว่า "คนที่นี่ น่ารักมาก เขาพยายามช่วยน้องมีนอ่ะ ทั้งๆที่เราสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ค่อยจะเข้าใจ" ไม่ใช่แค่เหตุการณ์เดียวนะคะ ตลอดการเดินทางเลย

ณ ป้ายรถเมล์สุดท้ายที่มาจากสนามบิน
เรื่องเต็มอ่านในกล๊อกนะคะ เรื่องย่อ...น้องมีนจะหาร้านหนังสือ เลยถามคนแถวนั้น คนที่ถามช่วยไม่ได้ คนรอบข้างก็มารุมช่วยน้องมีนกัน "น้องมีนอยู่ท่ามกลางเวียดนามมุง" ฮ่าๆๆๆ ส่วนคนข้างๆน่ะหรอ ยืนยิ้มดูอยู่ไกลๆ จนมีมือนึงของกลุ่มคนที่มุงชี้ทางให้น้องมีน เราเซย์แต้งค์ถึงได้ไป ฮ่าๆๆๆ

ณ ร้านหนังสือ
น้องคนขายช่วยน้องมีนหา map Vietnam ver.Eng อยู่นาน ทั้งนั่งพื้น ทั่งคุ้ย ทั้งสื่อสารกันไม่ค่อยจะเข้าใจ แต่เรารู้สึกได้ว่าเค้าพยายามช่วยเต็มที่

ณ เกสต์เฮาส์
น้องมีนไม่สบาย น้องที่ช่วยดูแลเกสต์เฮาส์เอาข้าวมาเสิร์ฟ ซึ่งไม่ใช่หน้าที่เขา เราขอร้องเพราะน้องมีนป่วย น่ารักมาก

ยังมีอีกนะคะ ต้องอ่านเรื่องราวในบล๊อกแล้วละค่ะ ^_^


- together -




Create Date : 07 สิงหาคม 2559
Last Update : 13 ตุลาคม 2559 15:54:37 น.
Counter : 1081 Pageviews.

6 comment
TOGETHER_WS@Hanoi : EP.07 – ก่อนกลับไปทำงาน...หลวงพระบาง (ลาว)




ความเดิมตอนที่แล้ว

EP.01 – ก็แค่จะไปขึ้นรถไปฮานอย(เวียดนาม) ที่วังเวียง(ลาว) เอง

EP.02 – สงกรานต์ที่วังเวียง(ลาว)

EP.03 – หาหมอที่เวียงจันทน์(ลาว)

EP.04 - วันและคืนแรกที่...ฮานอย

EP.05 - เดินเล่นที่...ฮานอย

------------------------------------------------



หลวงพระบาง (ลาว)


18 เมษายน 2557




วันนี้เราต้องเดินทางกลับเข้าไซต์ เพื่อไปทำงาน


แต่...เราตื่นสาย...


ไม่ทันรถบัส หลวงพระบาง - ไซยะบุรี รอบ 8.00 น.




ตกใจซะที่ไหน!!


หาข้าวเช้ากินกันก่อนละกันเนอะ 


"ท้องอิ่ม จะได้คิดออก"





ร้านประชานิยม


ร้านดังเมืองหลวงพระบาง 


ริมแม่น้ำโขง


เราเดินจากที่พักเราไปไม่ถึง 5 นาที


เพื่อกินโจ๊ก กับปาท๋องโก๋


และกาแฟชงมือรสประชานิยม




กินเสร็จกลับมาเก็บกระเป๋า


เช็คเอ้าท์และฝากกระเป๋าไว้ข้างล่าง


คิดออกละ "ป่ะ ไปเดินหารถกลับกัน"




เมื่อวาน ตอนที่เราเดินเล่นรอบพูสี


น้องมีนสังเกตเห็นบริษัททัวร์ท้องถิ่น


ตั้งหลายร้าน บริเวณตลาดมืด


"เขาคงมีรถเหมาไปส่งเรา"


"ลองเข้าไปถามดู"




ผลที่ได้ คือ มีจริงๆ


ตกลงราคา และนัดเวลามารับที่หน้าที่พักเรียบร้อย



"เรามีเวลาเหลือ...เดินรอบพูสีอีกซักรอบดีกว่า"





จุดแรก...ตลาดสดตอนเช้า ตรงซอยบุฟเฟ่ต์ 10 พันกีบ












พอออกจากตลาดสด


เราเดินเล่นตาม ถนน Kingkitsarath


ดูเมืองไปเรื่อยๆ จนหยุดชมวิวแม่น้ำคาน (Nam Khan River) เป็นจุดที่ 2


ยืนดูก็อยากรู้ เค้าทำอะไร อยู่กันยังไง










ยืนอยู่ซักพัก พร้อมสูดกลิ่นอาย และบรรยากาศ จนพอใจ


เราเดินต่อจนครบรอบกลับมาซอยบุฟเฟต์ 10 พันกีบอีกครั้ง


บริเวณถนนสีสะหว่างวง ที่ตั้งตลาดมืด


กะว่าจะเลี้ยวขวาไปที่พักแล้ว


แต่สังเกตเห็น ห้องสมุดหลวงพระบาง (Luangprabang Library) 


ตั้งอยู่ทางซ้ายมือ กำลังเปิดอยู่


น้องมีนคลั่งไคล้ในหนังสือ เห็นเป็นไม่ได้ ต้องขอใกล้ชิดนิดนึง 


ตรงนี้จึงเป็นจุดแวะสุดท้ายของวัน















ที่นี่เข้าฟรี มีหนังสือหลากหลาย น้องมีนอ่านให้คนข้างๆ ฟังบ้าง


เปิดดูรูปด้วยกันบ้าง ความสุขเล็กๆ ของการได้ทำในสิ่งที่น้องมีนชอบ


ใกล้ถึงเวลานัดรับพวกเรา...เราก็ออกไปจากที่นี่ พร้อมกลับไปทำงาน





การเดินทางครั้งนี้


เป็นการเดินทางที่เราสองคนยังพูดถึงมันเสมอ


และประทับใจไม่มีทางลืม





เพราะมันเป็น...


"การเดินทางที่เราเดินตามหัวใจตัวเอง ในทุกๆ ก้าว"


"การเดินทางที่ไม่ต้องกังวล กับสิ่งใด 


ไม่ว่าจะความเจ็บป่วย หรืองบประมาณที่จำกัด"


"การเดินทางที่เราได้ใช้ชีวิตปกติ เหมือนเราอยู่ที่นั่น"


และ


"การเดินทางช่วงสั้นที่น้องมีนถูกดูแลเป็นอย่างดี"


ขอบคุณคนข้างๆ ที่ตามใจมากๆ ไม่เถียง ไม่ว่า


ได้ใจไปเต็มๆ ค่ะ ฮ่าๆๆ


ซึ่งความจริงแล้ว "การได้รับอย่างเดียวแบบนี้ มันไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก"


"หลังจากนี้ น้องมีนจะดูแลคนข้างๆ ด้วย เช่นกัน"



- together -

สรุปการเดินทาง Day 7 :


แผนที่สถานที่ที่เราเดินเล่นรอบพระธาตุพูสี



Camera : Olympus XA-2
Film : Kodak 400tx

Photographer : together





Create Date : 15 กรกฎาคม 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 13:12:42 น.
Counter : 545 Pageviews.

0 comment
TOGETHER_WS@Hanoi : EP.06 – แวะ...หลวงพระบาง (ลาว)




ความเดิมตอนที่แล้ว

EP.01 – ก็แค่จะไปขึ้นรถไปฮานอย(เวียดนาม) ที่วังเวียง(ลาว) เอง

EP.02 – สงกรานต์ที่วังเวียง(ลาว)

EP.03 – หาหมอที่เวียงจันทน์(ลาว)

EP.04 - วันและคืนแรกที่...ฮานอย

EP.05 - เดินเล่นที่...ฮานอย


------------------------------------------------



หลวงพระบาง (ลาว)



17 เมษายน 2559

"ถึงเวลาต้องกลับมาทำงานแล้วสินะ

แต่น้องมีนยังป่วยอยู่เลย

ก่อนเข้าไซต์ที่เมืองไซยะบุรี

งั้นไปหาหมอที่หลวงพระบางก่อนแล้วกัน"



เช้านี้เราออกจากเกสต์เฮาส์ที่ฮานอย(เวียดนาม)

ไปนั่งรถเมล์ที่สถานีปลายทาง

จุดเดิมที่เราลงตอนขามา

เรากลับทางเดิม ง่ายๆ มาขึ้นสนามบิน

มุ่งหน้าไปยัง เมืองหลวงพระบาง (ลาว)

และเราจะนอนที่นี่คืนนึง


"พรุ่งนี้ค่อยนั่งรถจากหลวงพระบาง

กลับไปทำงานต่อที่ไซยะบุรี"


วิวบนเครื่องบินมองลงมาหลวงพระบาง

ขณะร่อนลงจอด ที่ สนามบินนานาชาติหลวงพระบาง

ทิวทัศน์เมืองนี้มีแต่...ภูเขา ภูเขา และภูเขา

สลับซับซ้อนไปมา สวยนะคะ "สวยมากๆเลยล่ะ"

แต่...snap รูปอะไรมาเนี่ย แหะๆ







สิ่งแรก เมื่อมาถึง...

คนข้างๆ รีบพาน้องมีนไปหาหมอด่วนเลย

ที่ โรงพยาบาลหลวงพระบาง

(Lao-China Friendship Hospital)

“ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น เราต้องกลับกรุงเทพฯ กันนะ”


คนข้างๆ เหมาจัมโบ้จากสนามบินมาโรงพยาบาล

"ไปโรงหมอครับ"พี่คนขับจัมโบ้ก็พาบึ่งมาที่นี่

ค่ารถ 50พันกีบ (50,000kip) เงินไทยก็ประมาณสองร้อยบาท




โชคดีที่น้องมีนได้พบคุณหมอทันที

ไม่ต้องรอคิวนาน

และคุณหมอเป็นคนไทย

"โอ้!!! พระเจ้าช่วย"

และยาก็ยาที่หิ้วมาจากไทย

"โอ้!!! รอดแล้วไม่ต้องกลับไทย"

หลังจากที่คุณหมอเช็คอาการน้องมีน

ก็ได้รู้ซักทีว่าน้องมีนเป็นอะไร

"ทอลซิลอักเสบ จร้าาาา"

ตุ่มขาวหลายตุ่มในคอเลยล่ะ

"อุ๋ย!!! น่ากลัว"

มิน่าน้องมีนเจ็บคอมาก กลืนน้ำลายไม่ลง

เสียงหาย และมีไข้ขึ้นสูง


สัมภาษณ์คุณหมอเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่สิ...คุณหมอจ่ายยาเรียบร้อยต่างหาก


ทำให้เรารู้ว่า

"มีโครงการแลกเปลี่ยนคุณหมอ (รพ.กรุงเทพ)ด้วยล่ะ...สุดยอด"


เสร็จภารกิจหาหมอแล้ว

มาเมืองหลวงพระบาง (เมืองมรดกโลก) ทั้งที

ต้องแวะเดินชมหลวงพระบางซักนิดก่อนกลับไปทำงานกันเนอะ





ก่อนอื่นเลยเรานั่งจัมโบ้ ไปที่พักที่ แม่โขงมูนอิน

(Mae Khong Moon Inn)

ไม่ได้จองนะคะ ใช้วิธี walk-in

น้องมีนเคยมากับเพื่อนที่นี่

ไม่อยากคิดเยอะ เลยเดินไปที่เดิมนี่แหละ


เพราะจากที่พักที่นี่

ซ้ายมือเราเดินไปร้านกาแฟประชานิยมได้

ขวามือเราเดินไปวงเวียนไปรษณีย์เดินเล่นตลาดมืดได้

ฝั่งตรงข้ามเป็นตลาดที่เราเดินทะลุไปบุฟเฟต์ 10พันกีบ ได้

และที่นี่สะอาด ห้องโอเค ในราคา 700 บาทต่อคืน





เก็บกระเป๋าเรียบร้อย

ถึงเวลาเดินเล่นแล้วค่ะ

เรามาหลวงพระบางทุกครั้งจะพากันขึ้น พระธาตุพูสี

"เดินขึ้นพาคนข้างๆไปไหว้พระด้านบนชมวิวเมืองหลวงพระบางกัน"




เดินไปขึ้นไประยะหนึ่งจะมีจุดจ่ายค่าธรรมเนียมนะคะ

ค่าธรรมเนียมขึ้นชม 20พันกีบ(80บาท)

"เดินขึ้นบันไดเหนื่อยใช้ได้อยู่นาาาา"


พอถึงยอดพูสี

น้องมีนพาคนข้างๆ ไป เข้าไปไหว้พระก่อนนะคะ


เมื่อได้ธูป เทียนและดอกไม้มา

เราพากันเดินเวียนรอบพระธาตุ 3 รอบ

แล้วค่อยเข้าไปไหว้พระภายในวัดหลังเล็กๆตั้งอยู่ใกล้พระธาตุค่ะ



ช่วงนี้อยู่ในช่วงวันปีใหม่ลาว

สาวลาวจะใส่ผ้าสิ้นมาไหว้พระกันเป็นปกติค่ะ"สวยมาก"




เสร็จแล้วก็เดินออกมา

"ตรงนู้นมีจุดให้ชมวิวเมืองหลวงพระบางนะ"

เราสองคนนั่งพักตรงม้าหินอ่อนคุยกันนู่นนี่นั่นกัน

ระหว่างนั้นก็....ผลัดกันเกาะราวกันตกส่องดูวิวฮ่าๆๆๆ




ฝั่งตรงข้ามของเรา จะมองเห็นวิวแม่น้ำโขง




เราลงจากพูสี ก็เกือบจะหกโมงเย็น

ปากทางขึ้นลง จะเป็นถนนที่ตั้งตลาดมืด

ได้เวลาที่ตลาดเริ่มตั้งแล้วละค่ะ

"มีตลาดมืด กำลังตั้งด้านหน้าพิพิธภัณฑ์"

น้องมีนชี้ให้คนข้างๆ ดูด้วยกัน








มื้อเย็นมื้อนี้เรากินกันง่ายๆ

ย่านบุฟเฟต์ 10 พันกีบ (VegetarianBuffet)

ลูกค้าก็จะเป็น ฝรั่ง น่าจะเป็นชาวแบ็คแพ็กเกอร์ซะส่วนใหญ่

ต่างคนต่างตักอะไรก็ได้เต็มจาน จานละ สิบพันกีบ (40 บาท)

แล้วก็มานั่งกินร่วมโต๊ะกัน






หม่ำกันเรียบร้อย

แวะกดตังค์ที่เอทีเอ็มแปปนะคะ

บัตรเอทีเอ็มไทยที่มี Visa. หรือ Master Card ระบุไว้ กดได้ค่ะ

แต่จะเสียค่าธรรมเนียมแพงกว่าที่บ้านเรา






เริ่มค่ำแล้วเราเดินเล่นรอบพูสีไปเรื่อย

น่าจะเป็นร้าน Hive bar& restaurant

น้องมีนมองเข้าไปจากซอยด้านข้างของร้าน

"มีโชว์เต้น B-boy ด้วยอ่ะ"

น้องมีนลากแขนคนข้างๆ เข้าไปดู



แล้วเราก็มาหนุดร้านข้างๆแทน

เป็นร้านน้ำชา ที่เต็มไปด้วยหนังสือ

น้องมีนเจ็บคอ คนข้างๆเลยสั่งน้ำชาอุ่นมาดื่มกัน

ขณะเดียวกันกับที่น้องมีนเดินเลือกหนังสือมานั่งอ่านให้คนข้างๆฟัง

ทุกครั้งที่มาค้างคืนหลวงพระบาง

น้องมีนต้องแวะมานั่งพักที่ ร้าน L'EtrangerBook & Tea


เดินวนจนครบรอบพูสี

มาหยุดอยู่ที่ วัดใหม่สุวรรณภูนาราม (watMai Monastery)

พอดีมองเห็นด้านในมีสรงน้ำพระ

เราสองคนจึงเข้าไปร่วมด้วย

"คนเยอะเนอะ"หลังจากไหว้สรงน้ำพระเสร็จ

น้องมีนได้เก็บภาพบรรยากาศไว้บ้างค่ะ

"สวยนะ สวยมาก และรู้สึกดีมากๆ"

ส่วนใหญ่เป็นชาวลาว น้องมีนสังเกตจากการห่มสไบ




วิธีการสรงน้ำพระที่นี่ไม่ใช่เราตักน้ำแล้วสรงลงบนองค์พระนะคะ




จะมีแท่นไม้เราเดินขึ้นไป

ตักน้ำลงบนราง

แล้วน้ำจะไหลตามรางไปยังองค์พระค่ะ










อิ่มอก อิ่มใจ สุขอก สุขใจ

ถึงเวลาที่เราต้องพักกายแล้วค่ะ

คืนนี้นอนหลับฝันดี...อาการป่วยน้องมีนก็เริ่มดีขึ้น


- together -

สรุปการเดินทาง Day 6 :


แผนที่สถานที่ที่เราเดินทางจากสนามบินหลวงพระบาง ไปหาหมอ




แผนที่สถานที่ที่เราเดินทางในตัวเมืองหลวงพระบาง



Camera : Olympus XA-2
Film : Kodak 400tx, Kodak pro image

Photographer : together




Create Date : 03 กรกฎาคม 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 13:12:54 น.
Counter : 822 Pageviews.

3 comment
TOGETHER_WS@Hanoi : EP.05 – เดินเล่นที่...ฮานอย




ความเดิมตอนที่แล้ว

EP.01 – ก็แค่จะไปขึ้นรถไปฮานอย(เวียดนาม) ที่วังเวียง(ลาว) เอง

EP.02 – สงกรานต์ที่วังเวียง(ลาว)

EP.03 – หาหมอที่เวียงจันทน์(ลาว)

EP.04 - วันและคืนแรกที่...ฮานอย

------------------------------------------------


ฮานอย (เวียดนาม)



16 เมษายน 2557


เช้านี้ตื่นขึ้นมาสดชื่นขึ้นไข้ลดลงหน่อย

น้องมีนเช็ดตัวแล้วเราก็ลงไปเดินหาอะไรกินที่ตลาดกัน


"เดินหาจริงๆ เดินไปเรื่อย"




ณท้องถนนเมืองฮานอย


เราออกจากเกสต์เฮาส์มาปุ๊บ

"อยากข้ามถนนอ่าาาา"

"โอเค พอดีตลาดอยู่ฝั่งนู้น"

คนข้างๆแวะมาเดินสำรวจไว้บ้างแล้วเมื่อวาน

ตอนที่น้องมีนนอนพักฟื้น


ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องข้ามถนนที่ฮานอย (เวียดนาม) ให้ได้

ประชากรส่วนใหญ่เขาใช้รถมอเตอร์ไซต์กันเนอะ

ข้ามไม่ถวดดดดเลย"น้องมีน งง ค่ะ" ฮ่าๆๆ

"ยัง...ยังจะยกกล้องมา snap shot"






"รถเยอะมากกกกกกเราจะข้ามกันได้ไง...น่ากลัวววววว"







คนข้างๆจูงแขนน้องมีนเดินนิ่งๆ ข้ามไปเฉยเลย

รถแต่ละคันที่มาเจอกับเรา จะหยุดและหลบเราได้

คงเป็นปกติของเค้าละมั้ง

น้องมีนรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยว่า

"มันข้ามกันง่ายขนาดนี้เลยหรอ"






ณ ตลาดสดหนึ่งของเมืองฮานอย


เราข้ามถนนได้เดินเลียบคลองชลประธานไปไม่ไกล

จนเห็นแผงค้าขายเล็กๆ ตั้งล้นออกมาจากซอกมุมตึก

"ในนี้แหละ เดินเข้ามาเลยน้องมีน"

คนข้างๆ เลือกซื้อมะนาวให้น้องมีน

ไม่รู้หรอกเท่าไหร่ คุยกันก็ไม่เข้าใจ

ใช้วิธีแบเงินในมือให้แม่ค้าจับเอาเลย

"มีทอนด้วย" วิธีนี้อาศัยความไว้ใจล้วนๆ

กับสัญชาตญาณ ว่ามันน่าจะถูกต้องแล้วล่ะ

ลักษณะแผงลอยของเขาก็คล้ายบ้านเรานะ

แต่ตลาดตรงนี้ไม่มีกลิ่นคาวของสด


เดินเข้าไปข้างในหน่อย

ก็จะเป็นรถเข็นขายอาหาร วัยรุ่นมุงกันเต็ม

เราเดินวนๆ ดู แต่ไม่ได้ซื้ออะไรกินกัน

เพราะน้องมีนเจ็บคอมาก ชะเง้อมองเมนูแล้วไม่ไหว

กลับไปซดข้าวต้ม ความจริงคือข้าวในน้ำซุปที่เกสต์เฮาส์ดีกว่า





ณ ตัวเมืองฮานอย


เราเดินเลียบคลองไปเรื่อยๆ

"เดินเลียบคลองนี่แหละ เห็นง่ายจะได้ไม่หลง"







เดินดูเมืองไป แวะร้านค้ารายทางไป

เจอร้านขายของยี่ห้อ thenorth face ทั้งร้าน

ไม่ว่าจะเป็น เส้อแจ๊คเก็ต กระเป๋า กางเกง ฯลฯ

น้องมีนหยิบกระบอกน้ำสุญญากาศเอาไว้ใส่น้ำอุ่น

"เป็นเงินไทยเท่าไหร่คะ"

"200กว่าบาท"

"แม่เจ้า!!! ถูกมาก"

คนขายพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง

ส่วนอย่างอื่นน้องมีนไม่ให้คนข้างๆซื้อ

555+ ก็นิสัยไม่ดีนี่นา เห็นของถูกจะจัดหนักอย่างเดียว

เราไม่จำเป็นต้องใช้ซะหน่อย


เดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้เพลินนนนนน

จนเหนื่อย...





สภาพอาคารบ้านเรือนเค้า

ให้ความรู้สึกกึ่งๆจีน

หลังคากระเบื้อง ตึกปูนไม่สูงมาก ประตูหน้าต่างเป็นไม้

ให้บรรยากาศคลาสสิคค่ะ คลาสสิคมาก น้องมีนชอบนะ






ณ ร้านกาแฟที่ฮานอย


น้องมีนวิ่งหาน้ำอุ่น

ลักษณะร้านอยู่ในตึกแถว เปิดประตูกระจกเข้าไป

การจัดวางโต๊ะ เหมือนร้านชาบู

โต๊ะหิน และเก้าอี้หินมีหลังพนักพิงชนกับเก้าอีตัวถัดไป

อากาศที่เวียดนามวันนี้ชื้นๆ อึมครึม เหมือนฝนจะตก

และค่อนข้างเย็น หลังจากสั่งเมนูร้อนๆกันเสร็จ

"น้องมีนหยิบแผนที่มาด้วยค่ะ"

พูดพลางกางแผนที่ไปด้วย

"มีที่ไหนน่าเที่ยวนะ"

นิ้วชี้เราสองคนลากวนไปวนมาในแผนที่


"มันมีชิงช้าสวรรค์ตรงนี้"

"งั้นเราไปที่นี่กัน"


จัดแจงถามทางกับเจ้าของร้านค่ะ

ได้ข้อมูลมาคร่าวๆ ก็ตรงดิ่งไปป้ายรถเมล์เลย






ณ รถเมล์มุ่งหน้าไปชิงช้าสวรรค์


พอถึงป้ายรถเมล์ก็ถามสาววัยรุ่นที่กำลังยืนรอรถเมล์อยู่ว่า

"เราจะต้องขึ้นสายไหนหรอคะ" 

เราได้คำตอบมา รอซักพักก็ได้กระโดดขึ้นรถ


คนในรถค่อนข้างแน่น เราสองคนต้องยืนเบียดเสียดกันไป

น้องมีนขอให้พี่กระเป๋าช่วยสะกิดเราด้วย เมื่อถึงชิงช้าสวรรค์

คิดว่าเขาคงเข้าใจเรานะ 555+ดูแกนิ่งๆ


บรรยากาศนั่งรถเมล์ในเมืองฮานอย







น้องมีนยังทันได้นั่งก่อนลง และก็หวังไว้ในใจ

ว่าเราจะไม่เลยป้าย

เป็นการนั่งที่ตูดไม่ติดเบาะ 

น้องมีนชะเง้อดูทางตลอดเวลา







พี่กระเป๋าบอกให้เตรียมตัวลง

เราก็โดดลงกัน

"เราอยู่ตรงไหนกันอีกเนี่ย"


เราถามคนแถวนั้นอีกครั้ง

ได้ความว่าต้องเดินตัดไปถนนอีกเส้น

ถนนที่รถเมล์วิ่งไม่ใช่เส้นเลียบทะเลสาบ

เราต้องเดินตัดไปถนนเลียบทะเลสาบ

เดินตามถนนนั้นไปเรื่อยๆ จะถึงชิงช้าสวรรค์สวรรค์เอง




ณ ทะเลสาบเวสต์เลค


ถึงแล้วถนนเลียบทะเลสาบ

"นู่นไงชิงช้าสวรรค์" นิ้วน้องมีนชี้ไปทางนั้น

ดีใจสิคะ มาถึงจนได้ เย้ๆๆๆ




แต่...ไกลโฮกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ต้องเดินเลียบไปไกลมากกว่าจะถึง

เหอๆ ขอดูอยู่ตรงนี้ละกัน


เราสองคนเลยพากันเดินเล่นเลียบทะเลสาบ

ดูชาวเมืองออกกำลังกาย วิ่งจ๊อกกิ้ง

นี่ก็เกือบเย็นแล้วละค่ะ ลมริมน้ำเนี่ยแรงจริงๆ

คอน้องมีนเจ็บมากขึ้น เจ็บจนพูดไม่อยากจะพูด

แต่...ยังเดินดูต่อ ก็อยากรู้นี่นา

"คนที่นี่เค้าอยู่กันยังไงนะ"





ชาวเมืองพายเรือล่องทะเลสาบ

น้องมีนแปลกใจอยู่นะคะว่า

"ทั้งลมแรง และไกลจากฝั่งมากเค้าไม่กลัวเนอะ"

ทะเลสาบนี้มันกว้างมากนะคะ ดูอาคารฝั่งนู้นจิ๋วหลิวไปเลย






ดูบรรยากาศริมทะเลสาบ

ดูเหงาๆเนอะ และหากมาคนเดียวอาจปลิวไปตามลมตกทะเลสาบได้

Caution!!! อันตราย






มาดูฝั่งตรงข้ามทะเลสาบกันซิ

ตึกแถวสวยและเป็นเอกลักษณ์มากเรียงตัวติดๆกันตลอดแนว






เลิกเรียนกันแล้วสินะจ๊ะ

แก๊งจักรยาน...






เดินไปซักพัก ซ้ายมือจะมีรูปปั้นมังกรริมทะเลสาบ

เด็กๆ เลิกเรียนมานั่งคุยกัน







คุณแม่กับคุณลูกแวะมานั่งระบายสี







หันกลับไปทางขวามืออีกที

จะเป็นวัดแล้วละค่ะ






ไฮไลต์ของฮานอยเลยค่ะ

ร้านขายน้ำแบบนี้ พร้อมกับชุดโต๊ะเก้าอี้ไซต์นี้

จะมีเกลื่อนเมือง

น้องมีนป่วยเลยยังไม่ได้ลองชิม

ครั้งหน้ามาซ้ำรอยเดิมไม่พลาดแน่นอน


ถึงเวลาที่เราต้องกลับเกสต์เฮาส์แล้ว

ผ่านวัดนี้ไปไกลก็เจอถนนตัดออกไปถนนเส้นที่รถเมล์วิ่ง

เราสองคนกลับทางเดิม


พอถึงห้องพัก

ตัวน้องมีนรีบกินข้าวต้ม และยาก็เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ

ตกเย็นทีไรไข้หนักขึ้นทุกที


ส่วนคนข้างๆก็ออกไปผจญภัยข้างนอก

กลับมาพร้อมตั๋วเครื่องบินขากลับของวันพรุ่งนี้

ยัง...ยังจะปลุกน้องมีนขึ้นมาเล่าถึงความตื่นเต้นให้ฟัง

"น้องมีนๆ พี่ต้อมออกไปเดินเล่นจะช๊อปปิ้ง

แต่น้องมีนไม่ให้ซื้อเยอะ

ได้แต่ดู เลยเหลือบไปเห็นบริษัททัวร์

อยู่ฝั่งตรงข้ามที่พักเราอ่ะ

พี่ต้อมข้ามถนนไปเองเลยนะ

ได้ตั๋วกลับหลวงพะบางมาแล้วด้วย"

555+ สบายใจแล้วสิ เก่งมาก งั้นก็หลับได้...


- together -

สรุปการเดินทาง Day 5 :


แผนที่สถานที่ที่เราเดินทางในตัวเมืองฮานอย



Camera : Olympus XA-2
Film : Kodak 400tx, Kodak pro image

Photographer : together





Create Date : 21 มิถุนายน 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 13:13:09 น.
Counter : 773 Pageviews.

3 comment
TOGETHER_WS@Hanoi : EP.04 – วันและคืนแรกที่...ฮานอย




ความเดิมตอนที่แล้ว

------------------------------------------------


ฮานอย (เวียดนาม)


15เมษายน 2557


“เมื่อเช้ายังอยู่ เวียงจันทน์(ลาว) อยู่เลย

ไหงเย็นมาโผล่ฮานอย (เวียดนาม) ซะได้”


ณ สนามบินฮานอย

มีฝนปรอยๆ แฮะ…

พลิกล๊อคนิดนึง

ทีแรกว่าจะได้นั่งบัสนอนจากวังเวียงมาฮานอยไปกลับสองพันบาท

แต่สงกรานต์ไม่มีคนขับนะจ๊ะด้วยจิตใจที่มุ่งมั่นแน่วแน่

ยังไงก็ต้องไป...ฮึ่มโดนค่าตั๋วไปกลับคนละหมื่นบาท

เอาน่า...คำนวณละ...รับได้...งั้นลุยกันค่ะ (^__^)






-
ลงจากเครื่องบินมาขึ้น Shuttle bus เข้าอาคารกันต่อ



น้องมีนน่ะชอบฝนมาก

มาเวียดนามเจอฝนเบาๆพอชุ่มฉ่ำอย่างนี้

บรรยากาศสุดยอด... “โรแมนติก”



เราสองคนเดินเข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมือง

ตามธรรมเนียมปฏิบัติ


พอเปิดดูในพาสปอร์ตของเรา

มีตราประทับของเวียดนาม

พร้อมระบุวันที่ให้เราอยู่ในเวียดนามได้เพียง30 วัน


หลังจากผ่าน ตม. ออกมาข้างนอกแล้ว

การผจญภัยเริ่มขึ้น...ก็อยากมาโดยที่ไม่มีแผนเองนี่นา

เอาแล้วไง...ไม่มีแผน...ไปไหนดี


"เข้าไปตัวเมืองฮานอยให้ได้ก่อนละกัน"


น้องมีนกดตังค์จากเอทีเอ็มได้เงินเวียดนามมาละ

ต่อไปน้องมีนก็ไปถามที่ touristinformation counter

ได้ข้อมูลมาว่าเราต้องนั่งรถเมล์เข้าไปในตัวเมืองฮานอย

สองคนเดินเหลิกหลักออกมาขึ้นรถเมล์ด้านนอกอาคารผู้โดยสาร



"$¥*%<*€$>...ไม่มีภาษาอังกฤษเลย"

"ชิบ...ไม่อยู่แล้ว"

"เจอแล้ว คันนี้ไงคันนี้" รีบกระโดดขึ้นปุ๊บ

"มั่นใจนะว่าถูกคัน" 5555+

"ในเมื่อคุยกันไม่ค่อยจะเข้าใจ...งั้น...นั่งมันสุดสายละกัน...จะได้กลับถูก"





ณ รถเมล์

ดื่มด่ำกับบรรยากาศนั่งรถเมล์

จากสนามบินเข้าตัวเมืองฮานอย

น้องมีนได้นั่งเก้าอี้เดี่ยวติดกระจกฝั่งซ้ายมือ

ส่วนคนข้างๆ ยืนอยู่พร้อมทั้งดูน้องมีนและกระเป๋าของเรา

ตัวน้องมีนเองเริ่มรู้สึกว่าไข้กำลังจะขึ้นตัวเริ่มร้อน


คุณลุงฝั่งตรงข้ามกับน้องมีน




ภายในรถเมล์...สงบมาก...

แม้จะมีเสียงตามสายของรถเมล์บอกเป็นระยะๆ ด้วยภาษาเวียดนามก็ตาม

ไม่จอแจ บรรยากาศดีเย็นสบาย

ด้านนอกรถยังคงมีฝนตกปรอยๆตลอดทาง

และสองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวชะอุ่มฉ่ำฝน

สวยมากกกกกก...มันภาพเป็นทุ่งนาที่เป็นเอกลักษณ์นะคะ

งอบที่ชาวเวียดนามใส่...นั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างเอกลักษณ์




มีคนลงไปบ้างแล้ว




ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมาถึง...







ณ ป้ายสุดท้ายของรถเมล์จากสนามบิน

"เราอยู่ตรงไหนของฮานอยกันเนี่ย"

สังเกตได้ว่าแถวนี้มีเด็กนักเรียนเยอะมาก

มีโรงเรียนวิทยาลัย ตั้งอยู่ติดๆกัน คึกๆจอแจกันน่าดู


"ร้านหนังสือ...แผนที่" น้องมีนเกิดไอเดียแถวนี้ใกล้โรงเรียนต้องมีร้านหนังสือ

น้องมีนปรี่เข้าไปถามเด็กสาวที่กำลังรอรถเมล์ด้วยภาษาอังกฤษ

แม่เจ้า!!!น่ารักมาก ฟังกันไม่ค่อยเข้าใจ คนแถวนั้นเลยมาช่วยกันหลายคนเลย

เพิ่งเคยเจอเวียดนามมุง!!!และแล้วก็ได้มือนึงชี้มาว่าร้านหนังสือให้ไปทางฝั่งนู้น





ณ ร้านหนังสือ

เราเดินข้ามสะพานลอยไปอีกฝั่ง

พอลงสะพานปุ๊บ!!!ซ้ายหรือขวาดีหว่า เดินตามมือที่ชี้เมื่อกี้ก็...ขวา

เดินตามฟุตบาทชมเมืองไปเรื่อยๆ ก็เกือบกิโลเมตรได้

ฮึ่ย!!!ร้านหนังสือจริงๆด้วย

น้องมีนปรี่เข้าไปเช่นเคย


"Map, I wanta map" สื่อสารอยู่นาน ยังไงก็ไม่เข้าใจกัน

น้องมีนเลยขอเดินหาเองรอบร้าน คนขายก็ตามมาช่วยเหลือ

จนในที่สุด...บรรดาแผนที่ก็หมกตัวอยู่ในมุมหนึ่งของร้าน

มุมชั้นหนังสือในสุดของร้านเรียงตัวกันอยู่ชั้นล่างสุดด้วย


นั่งกับพื้นเลยค่ะขออนุญาต...ไข้น้องมีนกำลังกลับขึ้นมาสูงอีกครั้ง

เหมือนจะไม่มีแรงแล้วแต่ก็ยังมีภารกิจที่ต้องหา Vietnam Map ต่อไป

คนข้างๆก็ไม่รู้ว่าน้องมีนจะไม่ไหวแล้ว

เห็นน้องมีนกำลังสนุกกับการผจญภัยเลยยืนดู...แลอยู่ห่างๆ


ตายละ!!!แผนที่มีแต่ภาษาเวียดนาม

"English language,please" แล้วคนขายก็นั่งย่อๆอยู่ข้างๆ ช่วยน้องมีน

เย้!!!ในที่สุดภารกิจหาแผนที่เวียดนาม ก็สำเร็จ

จำไม่ได้ละว่าจ่ายไปกี่ดองแต่ความรู้สึกตอนนั้น

ตอนตีราคากลับเป็นเงินไทยมันถูกกว่าแผนที่บ้านเราเยอะ

ทราบซึ้งในความพยายามและน้ำใจของคนที่นี่มาก

น้องมีนยิ้มหวานและกล่าวขอบคุณ...

"Thank youvery much for your help." ^______^


หลังจากออกมาจากร้านหนังสือ

โอ่ยยยยย...แรงหมดตัวร้อน อยากจะพับอยู่ตรงนี้

เราเดินไปตามทางในทิศตรงข้ามกับทางที่มาจากสะพานลอย

"ถ้าข้างหน้าเจอเกสเฮ้าส์ หรือโรงแรมอะไร

เข้าพักกันเลยเนอะ...น้องมีนจะน็อคแล้ว"


น้องมีนขมปากและเจ็บคอมาก

เริ่มกลืนน้ำลายไม่ได้

ถึงขั้นต้องหาที่บ้วนออก

เดินตามฟุตบาทอีกซักพักนึง

"ทนไม่ไหวแล้ว ขอนะ"


ด้านซ้ายมือเป็นซอยเล็กๆ

สายตาเล็งไปเห็นท่อระบายน้ำเลียบรั้วคอนกรีต

น้องมีนรีบวิ่งใส่เลย

เสร็จธุระ แหงนหน้ามองขึ้นไปข้างหน้า

"เกสเฮ้าท์!!!"





ณ เกสเฮาท์




"ที่นี่ไม๊น้องมีน"

"ป่ะ"

เราสองคนเดินเข้าไปในโถงของตึก

ที่มีป้ายติดอยู่ด้านหน้าตึกฝั่งซ้ายมือว่า...Guest House

มีรั้วรอบขอบชิดดีด้านขวามือเป็นร้านข้าวแกงอยู่ในรั้วเดียวกับอาคาร


น้องมีนไม่ไหวแล้วนั่งกุมศรีษะอยู่ตรงโซฟา

ได้แต่มองคนข้างๆผจญภัยแทน

ผู้ดูแลที่พักไม่เข้าใจภาษาอังกฤษที่เราพยายามสื่อสาร

ทำไงละทีนี้จะรู้ไม๊ มีห้องว่างไม๊? ราคาเท่าไหร่? และจะได้พักไม๊?


ฮ่าๆๆๆน้องมีนแอบขำท่าทางการสื่อสารของคนข้างๆ

ทั้งผู้รับสารและส่งสารพยายามกันอย่างมาก

สุดท้ายลงเอยด้วยท่านอนหลับ 

ตามด้วยเขียนบนกระดาษเป็นภาษาอังกฤษถามราคา

ผู้ดูแลใช้คอมแปลภาษา

เค้าพิมพ์ได้อ่านได้นะ แต่คงฟังสำเนียงบริติชของเราไม่เข้าใจ ฮ่าๆๆๆ

และแล้วเราก็เข้าใจกัน"อ้อออออ" ฮ่าๆๆๆ มันส์มาก


เล่าสั้นๆแต่หน้างานทุลักทุเลสุดๆ

ค่าที่พัก คืนละ 350 บาท

ผู้ดูแลก็พาเราขึ้นไปห้องพัก


"ที่นี่มันเป็นหอพักนักศึกษานี่นา"

ตอนที่เราเดินผ่าน บางห้องเปิดประตูอยู่

จะเห็นเด็กนักศึกษาดูโทรทัศน์ด้วยกันคุยและหยอกล้อกัน


ภายในห้องพัก

เมื่อเทียบกับราคาแล้วโอ้แม่เจ้า...ดีมากกกกก

นั่งเตียงปุ๊บนุ่มมากเป็นแบบ Twin Bed

เพดานสูงเลยล่ะน่าจะเกือบ 4 เมตร

ห้องแอร์ มีทีวีติดบนผนัง อย่างสูงอ่ะ เวลานอนดูเหมือนได้แหงน 555+

เดินไปทางห้องน้ำ

ไม่มีระเบียงนะจ๊ะมีมุ้งลวดเหล็กมองออกไปเห็นถนน

รถขวักไขว่เสียงแตรดังตลอดเวลา

ตัวห้องน้ำสะอาดมากเป็นชักโครก

กระเบื้องแบบแปลกตาอ่ะแต่ธีมสีขาว





ณ จุดที่ป่วยมาก

แม้ว่าจะตื่นหูตื่นตากับความแปลกใหม่ที่อยู่ตรงหน้า

ความป่วยก็ไม่ได้หายไป


น้องมีนซมเลยค่ะ...เป็นหนักเลย

คนข้างๆลงไปร้านข้าวข้างล่าง

หาข้าวมาให้น้องมีนก่อนทานยา


ซักพักใหญ่ๆ

คนข้างๆเดินขึ้นมาในมือไม่มีข้าวนะคะ

แต่หน้าตาแป้นแล้นมากกกกกกกก

เล่าให้ฟังใหญ่เลยฮ่าๆๆๆ

“น้องมีนพี่ต้อมสั่งข้าวสนุกมาก ฮ่าๆๆๆ

คือคุยกันไม่เข้าใจพี่ต้อมเลยเดินเข้าไป

ชี้ๆๆๆแล้วก็จิ้มๆๆๆ อันนี้แล้วก็อันนี้”


น้องร้านข้าวแกงน่ารักมาก

เดินขึ้นมาเสิร์ฟอาหารให้เราถึงห้อง

ในถาดมีข้าวสวย 2ชาม

พร้อมกับต้มซุปผักคล้ายๆผักโขม

หรือผักโขมหว่าชามใหญ่เชียว

รสชาติน้ำซุปจะคาวกว่าซุปบ้านเรา

อันที่จริงน้องมีนให้คนข้างๆซื้อข้าวต้ม

แต่คงไม่มีหรือไม่สามารถสั่งได้ก็ประยุกต์เอาละกัน

มื้อเย็นวันนี้เราจึงทานกันแค่นี้


น้องมีนทานยานอน ส่วนคนข้างๆก็นอนดูทีวีไป

น้องมีนเหลือบไปมองนะ

คือต้องใช้ผ้านวมม้วนๆหนุนคอให้สูง

แหงนมองดูทีวีอ่ะฮ่าๆๆๆ



- together -

สรุปการเดินทาง Day 4 :


แผนที่สถานที่ที่เราเดินทางจากสนามบินโหน่ยบ่าย เข้าตัวเมืองฮานอย

โดยไม่รู้ว่าจะลงตรงไหน จึงเลือกลงป้ายสุดท้ายของรถเมล์จากสนามบินฯ




Camera : Olympus XA-2
Film : Kodak 400tx, Kodak pro image

Photographer : together



Create Date : 11 มิถุนายน 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 13:13:22 น.
Counter : 698 Pageviews.

3 comment
1  2  

together_ws
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments