TOGETHER_WS@HUAHIN : สถานีรถไฟหัวหิน-ตลาดหัวหิน-หาดหัวหิน-อุทยานราชภักดิ์-ตลาดจั๊กจั่น-88backpackers



หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์
9-10 ตุลาคม 2558

หนึ่งวันก่อนเดินทาง น้องมีนไปซื้อตั๋วรถไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพงไว้
น้องมีนเช็คราคาตั๋วไปหัวหินไว้แล้วเป็น รถไฟขบวนที่ 43กรุงเทพ - สุราษฎ์ธานี ราคา 400 กว่าบาทต่อคน รอบ 8.05 น ถึงหัวหิน ประมาณ11.45 น.จากเวปไซต์ของการรถไฟไทย
//www.railway.co.th/checktime/checktime.asp

9 ตุลาคม 2558
เวลา 6.30 น. : ก้าวเท้าออกจากบ้านไปสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพชรบุรี

น้องมีนใช้บริการโทรเรียกพี่แท็กซี่มารับที่หน้าบ้าน เบอร์ 1661 (สหกรณ์แท็กซี่สยาม)
โทรไว้ตอนสองทุ่มและนัดให้มารับหกโมงครึ่ง
พี่โอเปอเรเตอร์จะจดเบอร์โทรศัพท์และจุดที่จะให้ไปรับไว้ ก่อนถึงเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง
พี่โอเปอเรเตอร์จะโทรมาแจ้งทะเบียนรถและสีของรถแท็กซี่ที่จะมารับเรา
เราต้องเตรียมตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนนะคะ เพราะพี่แท็กซี่จะมารอรับเราที่หน้าบ้านก่อนเวลานัด 5-10 นาที

ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เราก็มาถึงรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเพชรบุรี


น้องมีนใช้รถไฟฟ้าใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล นั่งจากสถานีเพชรบุรีไปสถานีหัวลำโพง

จ่ายค่ารถไฟฟ้าใต้ดินคนละ 30 บาท
“สถานีปลายทาง หัวลำโพง...” เสียงสวยๆ คุ้นหูคนในรถไฟใต้ดิน
เราก็พากันออกทางประตู 2 ไปสถานีรถไฟหัวลำโพง
บริเวณทางเดินทำคล้ายพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เกี่ยวกับรถ
ให้ความรู้และก็เดินเพลินดี
คนข้างๆน้องมีนยิ่งตื่นเต้นกว่า เดินทางซ้ายทีทางขวาที ดูป้ายโน้น โผล่ป้ายนี้ ฮ่าๆๆๆ ตามไม่ทัน



เวลา 7.20 น. โดยประมาณ : หิวๆๆ ที่ร้านสุภาโภชนา

เราเดินผ่านโถงสถานีรถไฟหัวลำโพง แป๊ปนึง!!!
ก็พากันบ่นหิวเลยออกทางประตูของสถานีรถไฟหัวลำโพงข้าง KFC
ด้านหน้าสถานีเราจะมองเห็นร้านอาหารตั้งเรียงกันลิบๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง
เราเลยพากันเดินข้ามถนนรองเมือง




เราหยุดกันอยู่ที่ ร้านสุภาโภชนา และเลือกโต๊ะนั่งตรงหน้าร้าน
รอบๆโต๊ะของเรา มีต่างชาวชาติมานั่งกินอาหารเช้ากันสองสามโต๊ะนี่แหละ
“บรรยากาศเหมือนเราไปเที่ยวต่างประเทศกันเลยเนอะ”
“ก็เหมือนนะ” คนข้างๆน้องมีน นั่งเอนหลังเต็มพนักเก้าอี้พลาสติกสีขาว อมยิ้มเล็กๆ
เราสองคนกินไม่ค่อยเยอะ ตัวน้องมีนอยากกินแค่กาแฟ ส่วนคนข้างๆก็แค่อยากมีอะไรรองท้อง
จึงสั่งบะหมี่แห้งมาชามนึงและกาแฟอีกถ้วยนึง
“อร่อยอ่ะ ดูธรรมดามาก แต่อร่อยนะ เส้นบะหมี่ก็อร่อย น้ำซุบก็อร่อย”
รสชาติกาแฟชงก็โอเคนะ มื้อนี้เราเช็คบิลไปแค่ 70 บาท




ระหว่างที่นั่งไปกินไป ชิวไป และคุยกันไป
“นั่นไง เขากำลังก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน สถานีหัวลำโพง อยู่” ชี้ให้คนข้างๆดู
“ตรงนั้นน่ะหร่อ เอ้อ!! เกร็นตี้เครนตรงนั้นไว้ยกอะไรอ่ะน้องมีน”
“ยกชิ้นส่วนอุโมงค์รถไฟใต้ดินไปข้างล่างไง”
“น้องมีนๆ ถ่ายรูปหลังคาเกร็นตี้เครนให้หน่อยซิ ที่ไซต์ทำใหญ่ไปอ่ะ”
น้องมีนก็ถ่าย แชะ!!! เก็บไว้ให้
“น้องมีนๆ มันยกได้กี่ตันน่ะ
เริ่มมาละๆ เริ่มละ งานเริ่มเข้ามาในหัวละ
“พอค่ะพอ หยุด!!! เลิกคิด เรื่องงาน” บ่นปุ๊บเรียกคิดตังค์เลย น้องมีนเบนความสนใจ
แล้วบ่นตัวเอง ไม่น่าจุดประเด็นเล้ยยยยย ฮ่าๆๆๆ


เวลา 7.50 น. : เย้!! หัวหิน ถิ่นมีหอย

ถึงเวลาอันสมควรแก่การวิ่งไปขึ้นรถไฟ
เราสองคนเดินทะลุโถงทางเดินของสถานีผ่านเข้าไปยังชานชาลาของตัวรถไฟ
“น้องมีนๆ ทางนี้ๆ”
เราเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บข้างบนชั้นวางกระเป๋าเหนือหัว ตรงกับเบาะที่เรานั่งกัน
“อุ๊ย!! มีแอร์ สะอาดอยู่น้า” น้องมีนยิ้มกรุ้มกริ่ม
เสร็จจากการวุ่นวายกับกระเป๋า เราเหลือเวลาก่อนรถไฟออกนิดนึง
น้องมีนเลยชวนคนข้างๆ ลงไปดูตัวชานชาลาของรถไฟ
ดูพนักงานกำลังทำงานกันขยันขันแข็ง ในขณะที่เราจะไปเที่ยวกัน
อีกอย่างรถไฟไทยก็มี เทรนโฮสเตส นะจ๊ะ
ใส่เสื้อสูทสีชมพู กางเกงขายาวสีดำดูทะมัดทะแมง
กำลังเดินไปที่ทางขึ้นรถไฟ คันที่น้องมีนนั่งนั่นแหละ
เราสองคนเลยเดินตามสองสาว เทรนโฮสเตส ไปเบาะที่นั่งของเรา พร้อมเดินทางแล้วค่ะ






รถไฟขบวนที่เรานั่งกัน ออกตรงเวลาเด๊ะ!!! ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากชานชาลา
ทั้งๆที่รถไฟผ่านกลางกรุงเทพนะ แต่พอน้องมีนมองออกไปนอกหน้าต่าง
เห็นสีเขียวของต้นไม้ซะส่วนใหญ่ ร่มรื่น คล้ายอยู่ต่างจังหวัด

เวลา 10.45 โดยประมาณ : เทรนโฮสเตสให้บริการ

เทรนโฮสเตสจะเสิร์ฟเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ น้ำชา น้ำเปล่า น้ำอัดลม ประมาณแปดโมงกว่า
พอเกือบสิบเอ็ดโมงถึงจะเสิร์ฟอาหารสำเร็จรูป เมนูก็มี ข้าวสวย ไข่ต้มพะโล้ และแกงกะหรี่ยี่ห้อปุ้มปุ้ย
รสชาติใช้ได้เลยค่ะ เราสองคนได้มาคนละชุด แต่เปิดกินแค่ชุดเดียว ก็มันเยอะนี่นา

พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนสิคะคราวนี้ ตามสูตร
น้องมีนหลับ...Zzzz

เวลา 11.45 น. : สถานีระหว่างทาง(ไปสุราษฎร์ธานี)...สถานีหัวหิน

ดีนะคนข้างๆน้องมีนหลับๆ ตื่นๆ ไม่งั้นไปโผล่สถานีปลายทางแน่ๆ
“น้องมีน ใกล้ถึงแล้ว ป่ะ เราลุกไปยืนรอตรงทางลง” สะกิดน้องมีนเก็บของแล้วพากันไปรอตรงทางลงรถไฟ
มีฝรั่งคนหนึ่งยืนรอก่อนหน้าเราสองคนอยู่แล้ว
ข้างหลังเราก็มีคนลุกจากที่นั่งมายืนรอและต่อแถวรอลงกันยาว
เรามาถึงแล้ว...หัวหิน ถิ่นมีหอย เย้!!! สีสันสถานีรถไฟหัวหินจัดจ้านได้ใจมากๆ



เวลา 12.00 น. : เช่ารถมอเตอร์ไซต์ ตะลุยหัวหิน

เรานั่งพี่วินมอเตอร์ไซต์จากสถานีรถไฟหัวหิน ไปตลาดหัวหิน คนละ 20 บาท (คันเดียว 2 คน เสีย 40 บาท)
เพราะว่าคนข้างๆ น้องมีนเคยเห็นว่ามีร้านเช่ามอเตอร์ไซต์อยู่ ซอย หัวหิน 55/2 เดินไม่นานก็เจอ ค่าเช่ามอเตอร์ไซต์ วันละ 200 บาทต่อคัน
เราทำสัญญากับเจ้าของร้าน วางบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่นี่ไม่ต้องวางเงินประกัน
ก่อนจะตะลุย เราต้องหาที่พักกันก่อน น้องมีนเลยถามเจ้าของร้านเช่ามอเตอร์ไซต์นี่แหละ
แกแนะนำให้ไปดู ซอยหัวหิน 88 ราคาถูก

ข้าวไม่กินกันค่ะ กว่าจะได้ที่พักก็ปาเข้าไปบ่ายสองโมงเย็น
โอ้โห..เรื่องยาวมาก...เอาเป็นว่า เรารู้สึกดีที่ได้เลือกนอนที่นี่ 88 Backpackers ค่าที่พักคืนละ 690 บาทค่ะ






เวลา 17.00 น. : เท้าเหยียบทราย ถึงจะนับว่าถึงทะเลนะจ๊ะ...ชายหาดหัวหิน

บ่ายสามหลังจากเข้าที่พักเสร็จเราถึงไปหาข้าวจานด่วนกินกันที่ food court ของ Hua Hin Market Village
ฝนก็ทำท่าจะตกซะด้วย ถือซะว่าหลบฝนไปในตัว
ฝนหยุด ท้องอิ่ม เราพร้อมตะลุยหัวหินแล้วค่ะ
ทางลงชายหาดหัวหิน เราขับมอเตอร์ไซต์ผ่านเมื่อกี้ จำได้ว่าอยู่ซอย หัวหิน 65
น้องมีนชอบมอเตอร์ไซต์เพราะมันซอกแซกได้ และเร็วนี่แหละ
ทางเข้าชายหาดค่อนข้างแคบ เราจอดรถมอเตอร์ไซต์ไว้ที่จุดจอดรถ
แล้วเราก็พากันเดินลงชายหาดกัน
ซ้ายมือของเราจะมีร้านขายของที่ระลึกของหัวหิน


ก้าวเท้าลงทรายก้าวแรก จะเห็นเลยค่ะ ม้าให้นั่ง ม้าจริงๆจ่ะ สีน้ำตาล สีขาว สีดำ หรือสลับสี
มากันหลายตัวเลยแล้วเดินรอบๆชายหาด (เสียตังค์นะ)
น้องมีนไม่ได้ถามราคาไว้ว่าเท่าไหร่ ใจน้องมีนยังมุ่งไปยังชายหาดอยู่


แล้วน้องมีนก็ได้เดินเล่นชายหาดหัวหินสมใจ
ทรายละเอียดสีขาว เดินเหนื่อยอ่ะ เลยต้องไปเดินตรงทรายเปียกหน่อย
มองไปในทะเลคนก็เล่นน้ำกันนะ แม้ว่าจะมีโขดหินเยอะแยะไปหมด
เพราะอย่างนี้ละมั้งที่นี่ถึงชื่อว่า หัวหิน


เราสองคนกำลังเพลินกับบรรยากาศไม่ถึงสิบนาทีค่ะ
วิ่ง!! ค่ะ ฝนตก
พอเราวิ่งถึงรถปุ๊บ!!! ฝนหยุดค่ะ
จร้า...ฟ้าไม่เป็นธรรม งั้นไปที่เที่ยวต่อไปเลยละกัน

เวลา 17.45 น. : อุทยานราชภักดิ์

9 กิโลเมตร จากชายหาดหัวหิน เราถึงจะถึงเป้าหมายถัดไป

ณ สี่แยกปากทางซอยหัวหิน 65
เราเลี้ยวซ้ายเข้าถนนเพชรเกษมกันอย่างเรื่อยๆ สบายอารมณ์
แต่เอ๊ะ!!!! หางตาเราสองเหลือบไปเห็น
พี่ตำรวจจราจรที่ยืนอยู่ตรงป้อมตำรวจตรงซ้ายมือ
กวักเรียกกันใหญ่เลย คนที่หนึ่งเรียก คนที่สองเรียกแล้วเดินจะตามมาทางเรา
เอ๊ะ!!! เขาเรียกใคร อะไรกันยังไง
หมวกกันน๊อคเราก็ใส่นี่นา เราก็เลยขับแบบเรื่อยยๆของเราต่อไป
จนถึงอุทยานราชภักดิ์...อุทยานที่สร้างขึ้นด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
มานึกถึงเหตุการณ์นี้ย้อนหลัง
อ๋อ เราผิดเองที่เลี้ยวซ้ายไม่ดูป้ายห้ามเลี้ยว
เลยเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ไม่รอไฟแดง
เราขอโทษค่ะ จะไม่ทำอีกนะคะ



ที่นี่เพิ่งสร้างเสร็จกำลังเป็นกระแสในโซเชียลช่วงนี้เลย เราต้องแวะมาชื่นชมสักหน่อย


บริเวณนี้เป็นลานโล่ง ร้อนมากเราจึงเดินหลบเข้าไปในเต๊นท์
ภายในเต๊นท์มีเรื่องราวการก่อสร้าง โชว์เป็นไทม์ไลน์ให้ดู
มีภาพถ่ายของอุทยานราชภักดิ์ที่ได้ประกวดไปแล้ว
เราสองคนชอบรูปนึง รูปนี้แสดงให้รู้สึกได้ถึงความศรัทธา
ความรักและจงรักภักดีต่อสมเด็จพระมหากษัตริย์ของเรา (พูดแล้วขนลุก)
เป็นภาพนี้ ขณะที่รถบรรทุกเคลื่อนย้ายรูปหล่อนั้น ด้านข้างของถนนมีคุณลุงคนนึง...ก้มกราบ

เวลา 18.20 น. : หลบฝน

หลังจากเราออกมาจากอุทยานฯ มุ่งหน้ากลับไปยังตัวเมืองหัวหิน
เราขับรถกลับเข้าสู่ถนนเพชรเกษม
พอเลยโค้งทางแยกไปหนองแคนิดเดียวแค่นั้นแหละ
ฝนลงเม็ดมาเลย เหมือนจะหนัก
เราจึงรีบบึ่งรถ มองหาที่หลบฝนกัน
อาคารปูนหลังคาทรงไทย ทางซ้ายมือ
ไม่มีป้ายบอกว่าเป็นที่ไหนแฮะ แวะหลบฝนในนี้แหละ
ดูแล้วมันคือ Bus Station
น้องมีนเห็นรถสายนึงน่าสนใจ คือ รถบัส สนามบินสุวรรณภูมิ – หัวหิน ราคา 274บาท
เดินทาง 4 ชั่วโมง ตัวรถใหม่ เบาะนั่งดูกว้าง จองและซื้อตั๋วทางอินเตอร์เน็ตได้
มาถึงนี่แล้วเราต้องลอง ตกลงกันปุ๊บน้องมีนเดินไปซื้อตั๋วเลย
ถามซื้อรอบสิบโมงของวันถัดไป แต่..รถเต็ม...อดค่ะ
กลับมาเขียนบันทึกแล้วหาข้อมูลอีกครั้ง ถึงรู้ว่าที่นี่คือ Hua Hin Bus Station



เวลา 18.30 น. : ชิคๆ ที่ตลาดจั๊กจั่น (CICADA MARKET)

ระหว่างรอฝน เซิร์ชในกูเกิลดีกว่า ว่า Cicada Market อยู่ตรงไหน
“อยู่ใกล้ตรงที่เราอยู่ตอนนี้ ทางไปเขาตะเกียบ” น้องมีนเรียกคนข้างๆมาดู
ฝนหยุดตกแล้วเราจะไปหาข้าวเย็นกินที่นั่นกัน

ถึงซะที...ตลาดจั๊กจั่น (Cicada Market)…ทันเวลาข้าวเย็นพอดี หิวๆๆ





เราจอดมอเตอร์ไซต์ไว้ ใกล้ๆกับทางเข้าตลาด
แล้วเริ่มเดินจากป้ายตลาดไปเรื่อยๆ ดูบรรยากาศของตลาด
ที่นี่เหมือนเป็นลานโชว์ของ (เอาความสามารถมาโชว์) มีน้องๆวัยรุ่นเล่นดนตรีกันเป็นกลุ่ม
เต้นบีบอย โชว์เรียงขวดเบียร์ ฯลฯ ไม่เล่าหมดนะคะ อยากให้ไปดูกันเองมากกว่า
เดินตามทางเดินตลาดทางซ้ายมือจะเป็น โรงละครกลางแจ้ง ไฮไลต์อย่างหนึ่งของที่นี่เลย
น่าดูนะแต่เราก็เดินผ่านไป เพราะหิวข้าวแล้ว ราคาเข้าชมเราก็เลยไม่สนใจ
แต่ยังแวะก่อนเข้าไปยังศูนย์อาหาร เราเดินแวะดูของขายตามทางเดินภายใจตลาดเรื่อยๆ
ก็ไปหยุดอยู่ที่โซน ภาพวาด มีศิลปินมาวาดให้ดูกันสดๆ หากใครสนใจงานก็ซื้อไปได้


ตรงกลางตลาด มีบ้านตั้งตรงกลางตลาดเลย ให้เราได้เข้าไปนั่ง ฟรี
เราสามารถขั้นไปนั่งบนบ้าน ใต้ถุนบ้าน มีโซฟานุ่มๆ ตกแต่งน่ารักให้นั่ง
และลานบ้านยังมีโต๊ะให้นั่งกินข้าวได้ด้วยนะคะ








ส่วนร้านอาหารจะจัดตั้งรอบๆบ้าน เราต้องออกบ้านไปแลกคูปองก่อนแล้วค่อยไปซื้อมานั่งกินภายในบ้าน
เอ้อ!! ใต้ถุนบ้านมีร้านกาแฟด้วยนะ
เมนูที่เราสั่งมากินก็มี กาแฟคาปูชิโนหนึ่งแก้ว 65 บาท ชุดหมั่นโถกับหมูพะโล้ 100 บาท
และก็บาร์บิคิว 2ไม้ 100 บาท



>

ระหว่างที่รอฝนหยุดตก ก็นั่งกินกันไป คุยกันไป มองออกนอกบ้านบ้าง
เห็นคนเดินกางร่มกัน บางทีเหมือนร่มมีขาเลยแฮะ
แล้วก็กลับมากิน มาคุยกันอีกที ของกินหมด ฝนเริ่มหยุด

น้องมีนเริ่มไข้ขึ้นและเริ่มงอแงคนข้างๆแล้ว
“กลับกันเหอะ น้องมีนเหมือนจะไม่สบายเลย” คนข้างๆ จึงกุลีกุจอ เก็บของของเราแล้วก็กลับที่พักกัน
คืนนั้นน้องมีนไข้ขึ้น หนักเลย คนข้างๆต้องวุ่นวายไปซื้อยามาให้กินแล้วก็นอนพัก

10 ตุลาคม 2558
เวลา 8.00 น. โดยประมาณ : เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านกัน

ย้อนกลับไปที่ความตั้งใจของเราสองคน
มานอนคืนนึงตื่นเช้าไปตลาดสดหัวหินหิ้วของสดกลับบ้าน
ไม่ได้ทำค่ะ ฮ่าๆๆ
น้องมีนไม่สบาย ไม่มีพลังไปขนของกินที่ตลาดสดหัวหิน
ความตั้งใจของเราได้แค่เดินผ่านแว๊ปๆ
เราสองคนก็ไม่ได้ซีเรียสนะคะ
เราตกลงกันถ้าทำได้ ก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ สบายใจ
แต่เพราะความตั้งใจ มันทำให้เราได้พากันมาเจอเรื่องราว ประสบการณ์การเดินทาง สถานที่ใหม่ๆ
ความตั้งใจจึงแปรเปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจ
เช็คเอ้าท์เสร็จ เราสองคนร่ำลาพี่แม่บ้าน
แล้วก็พากันขับมอเตอร์ไซต์ไปคืนที่ตลาด
ระหว่างทางขับหิวข้าวเจอร้านแกงใต้ ก็เลยแวะกินกัน
“นี่มันแกงใต้ ที่กินที่ภาคใต้จริงๆนี่นา อร่อยดีนะ รสชาติแตกต่าง”
ไม่รู้น้องมีนคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ก็อร่อยจริงๆ มื้อนี้จ่ายไป 180 บาท
อิ่มเสร็จ เก็บตังค์ น้องมีนกินยา แล้วเราก็เดินทางต่อ





เวลา 9.30 น. : หัวใจจะวายกับรถตู้กลับบ้าน

เรารู้กันอยู่แล้วว่า ที่หัวหินมีคิวรถตู้กลับอนุสาวรีย์เยอะ
และคนข้างๆน้องมีนดูไว้แล้วว่ามีอยู่มุมไหนบ้าง
เราเลยไม่ได้จอง
พอใกล้ถึงร้านที่เราเช่ามอเตอร์ไซต์ แถวตลาดสด
มองไปทางซ้ายมือเห็นคนนั่งรถขึ้นรถตู้กันอยู่ มีโต๊ะขายตั๋วตั้งอยู่ด้วย
เราจึงจอดถาม แล้วก็ตกลงกลับกับคิวนี้ละกัน
รถตู้อนุสาวรีย์ – หัวหิน ราคาคนละ 180 บาท รอบ 9.30 น. (คิวแถวถนนสระสรง ตรงข้ามสำนักงานเดินรถปรับอากาศหัวหิน)
คนข้างๆน้องมีนปล่อยให้น้องมีนจัดการเรื่องตั๋วที่คิวรถ
ซื้อเสร็จน้องมีนก็นั่งรอในรถ
ส่วนคนข้างๆ ก็เอารถมอเตอร์ไซต์ไปคืน และนั่งพี่วินมอเตอร์ไซต์กลับมา
รถออกตรงเวลา เด๊ะ!!! แต่...ขับเร็วมากกกกกกกกกกกก
นี่แวะรับคนระหว่างทางด้วยนะ แวะเข้าห้องน้ำด้วยแล้ว
ยังถึงอนุสาวรีย์ 11.45 น. (2ชั่วโมง ค่ะ) แม่เจ้า!!! นั่งกันจิกเบาะไม่ใช่ฟินค่ะ กลัวตาย!!! ไม่เอาแล้ว!!! เข็ด!!!
ปกติเราสองคนจะหลับกันในรถ นี่ตากลมป๊อก พยายามข่มตาหลับจะได้ไม่เห็นอะไร แต่ไม่ไหวจริงๆ ฮ่าๆๆ
ลงรถปุ๊บ เฮ้อ!! โล่ง รู้สึกรอดตาย ขับเร็วไป
น้องมีนรู้สึกเหนื่อยและเพลียมากขากลับ
แตกต่างจากขามาเลยรถไฟนั่งสบายมาก น้องมีนไม่รู้สึกเพลียซักนิด

- together -

สรุปการเดินทาง




Camera : Nikon D700+Vivitar 28mm, Olympus pen EL-3, iPhone 5C
Photographer : together



รูปทุกรูป ข้อความทุกข้อความถือเป็นลิขสิทธิ์ของน้องมีนและคนข้างๆน้องมีนนะคะ ห้ามนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน หาตังค์หรือชื่อเสียงเข้ากระเป๋านะคะ เรามาอ่าน สนุกและเดินทางไปด้วยกันเนอะ อย่าเอาเปรียบกันเลยนะคะ







Create Date : 05 มกราคม 2559
Last Update : 12 ตุลาคม 2559 13:07:07 น.
Counter : 2917 Pageviews.

2 comment

together_ws
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



New Comments