Medley Harley Hurray~~
Group Blog
 
All blogs
 

ตะลอนโตเกียววันสุดท้าย-สรุปทริป&ปิ๊กบ้าน

วันนี้เรารีบตื่นตั้งแต่ 4.45 น. อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ยังมีเวลากินเค้กช็อกโกแล็ตที่เหลืออีกชิ้นเป็นอาหารเช้า ตรวจดูว่าไม่ลืมอะไรแล้วก็เข็นกระเป๋าออกจากที่พักกันเลย ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงสถานี


ยังไม่มีใครเลยค่ะ มีแต่เราสองคน รถที่เราจะนั่งคือ Rapid Airport Narita ด้วยราคา 1280 เยนเหมือนขามา เที่ยว 6.12น.จะไปถึงสนามบิน 7.37น.เหลือเวลาตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะกว่ารถจะมา วางกระเป๋าเตรียมพร้อมไว้ก่อน

ขามาเราเข็นกระเป๋ามากันคนละใบ ขากลับเราก็เอากระเป๋าสะพายใบใหญ่ออกมาใส่ของฝากได้พอดิบพอดีค่ะ
สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์อยู่ Terminal 1 : South Wing (เพื่อนๆนั่งสายการบินอะไรอย่าลืมเช็คก่อนนะ จะได้ไม่เดินเก้อผิดฝั่ง เหมือนเรา)เช็คอินเรียบร้อยมีเวลาซื้อของฝากอีกนิดหน่อย ขากลับนี้เครื่องก็ออกเร็วเช่นเดิมค่ะ นั่งประจำที่แล้วก็หลับๆๆหมดแรงทีเดียว อีกไม่นานก็จะถึงบ้านแล้น..คร่อก..
เอาหล่ะ..จบทริปแล้ว มาสรุปค่าใช้จ่าย(ต่อคน)สำหรับทริปนี้กันดีกว่าค่ะ
ค่าตั๋วเครื่องบิน+วีซ่า = 19250+980 = 20230 บาท(ตั้งแต่ 1 เม.ย. 51 เป็นต้นไปค่าวีซ่าเหลือ 900 บาทแล้วค่ะ ขอวีซ่าเร็วไป 5 วัน ไม่น่ารีบเลย)
ค่าที่พัก(1 ห้อง) 44700/2 = 22350 เยน = 7450 บาท
ค่าเดินทาง(รถไฟ+ค่าเรือTokyo cruise+Hakone free pass) = 12790 เยน = 4264 บาท
ค่าเข้าสถานที่เที่ยว = 8560 เยน = 2854 บาท
ค่าอาหารการกิน= 21900 เยน = 7300 บาท
รวม 42098 บาท(ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เป็นของฝาก)
สำหรับทริป 7 วัน 6 คืน ถือว่าโอเคสำหรับการเที่ยวแบบสบายๆตามใจตัวเอง(จนขาเดี้ยงไปอีกหลายวันหลังจากกลับมาแล้ว) ส่วนใครที่ต้องการประหยัดก็อาจเริ่มจากหาตั๋วเครื่องบินที่ถูกกว่านี้ สำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วง Golden week ตอนแรกคิดว่าการรีบออกตั๋วภายในสิ้นเดือนมีนาน่าจะถูกกว่าออกตั๋วช่วงเดือนเมษา แต่ตั๋วที่เราจองเดือนมีนาคมราคาประมาณ 22000 พอราคาตั๋วใหม่ออกมาต้นเดือนเมษากลับถูกลงเป็น 19000 ดังนั้นลองเช็คราคาดูก่อนนะคะเพื่อนๆ
การแลกเงินปกติก็แลกที่ซุปเปอร์ริช(ประตูน้ำ)มี 2 ร้านราคาต่างกันนิดหน่อย ตอนเราไปราคาขาย 100 เยนประมาณ 30.30 บาท ช่วงนี้ขึ้นมาอีกหน่อย ถ้าใช้บัตรเครดิตก็จะจ่ายแพงขึ้นอีกนิด แต่ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่พกเงินสดไปไม่พอ(แต่ถ้าคิดรูดบัตรเพราะจะสะสมแต้ม เห็นจะไม่คุ้มเพราะส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมันมากกว่ามูลค่าแต้มที่ได้ค่ะ)
หากต้องการประหยัดค่าที่พัก ก็หาที่พักแบบใช้ห้องน้ำร่วมกับคนอื่น(ถ้าไปหลายๆคนแชร์ห้องพักกันก็จะถูกลงนะคะ) อาหารการกินก็อาจเลือกกินแบบประหยัดได้ค่ะ แต่อย่าถึงกับขนมาม่าจากเมืองไทยไปเลยนะไปเที่ยวทั้งที อย่างน้อยไปกินมาม่าญี่ปุ่นแท้ๆก็น่าดีกว่าจะได้ชิมรสชาติที่ไม่จำเจ สำหรับตั๋วรถให้เลือกซื้อพาสเฉพาะวันที่จำเป็น วันไหนไปที่ๆต้องใช้เวลาเที่ยวนานๆก็ไม่ต้องซื้อค่ะ อย่างพาสที่รวม 2 สาย(ราคา 1000 เยน)เนี่ย บางทีเราอาจจะไม่ได้ใช้ขนาดนั้น แต่ถ้าต้องการสะดวกไม่ต้องคิดมากก็โอค่ะ
ใครที่มีเวลาเตรียมตัวจะแวะไปเก็บข้อมูลที่ JNTO อาคารรามาแลนด์ ชั้น 19 ก็ดีค่ะ เค้ามีเอกสารแจกฟรีมากมาย แถมเจ้าหน้าที่ใจดีเต็มใจให้ข้อมูลสุดๆ(เราเพิ่งไปตอนกลับมาแล้วค่ะ เตรียมไว้สำหรับกลับไปเที่ยวอีกรอบสอง) หรือถ้าจะหาหนังสือเที่ยวญี่ปุ่นมาอ่านก็มีหลายเล่มเลือกเล่มที่อัพเดทหน่อยก็ดีค่ะ บางเล่มเค้าแนะนำร้านอาหาร ที่พักราคาประหยัดพร้อมคอมเม้นต์ไว้ให้เสร็จสรรพ แนะนำให้อ่านแล้วโน้ตใส่สมุดเล็ก หรือเอาปากกาเมจิกลากเส้นทางเที่ยวลงไปในแผนที่ที่เรามีแล้วโน้ตรายละเอียดไว้ข้างๆ ไม่ต้องพกหนังสือไปเที่ยวเพราะว่ามันหนัก(เราพกไป 1 เล่มวันแรก จากนั้นทิ้งมันไว้ที่ห้องแหละ เก็บแรงไว้หิ้วของอย่างอื่นดีกว่า)
ปิดท้ายกันที่ข้อมูลที่พักและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เคยหาไว้ ก่อนไปเที่ยว

***ข้อมูลที่พัก***
1. เว็บโรงแรมเครือ prince
//www.princehotelsjapan.com/Reservations/res-hotellist.asp
ราคาของ shinagawa prince อยู่ที่
//www.princehotelsjapan.com/Reservations/Hotel_Reservations/shinagawa.asp
อังคาร-เสาร์ ราคาต่อคน 7700/9200/11400 เยน
อาทิตย์-จันทร์ 5500/7500/9500 เยน ขึ้นกับชนิดห้อง

2. โรงแรม Matsushima
//www.tokyo-hostels.com/en/rooms.php
ห้อง twin/ double ห้องละ 7800 เยน ใกล้สถานี MINOWA

3. //www.vc-en.com/
มี 2 แห่ง เป็นแคปซูล คืนละ 3300 เยน/คน
Hotel Siesta, discout hotel in Ebisu, Shibuya, Tokyo
ดูสะอาดดี มีห้องเดี่ยวด้วยนอนได้ 2 คน ไม่มีห้องน้ำในตัว คืนละ 7100 เยน
Central Inn Gotanda, discount hotel in Gotanda, Shinagawa, Tokyo
มีห้องเดี่ยวนอนได้ 2 คนและห้องคู่(2เตียง)ด้วย รู้สึกว่ามีห้องน้ำในตัว คืนละ 12000-13000

4. //www.toyoko-inn.com/e_hotel/00029/index.html
TOYOKO-INN : SHINAGAWA-EKI TAKANAWA-GUCHI
ห้องดับเบิ้ล คืนละ 9240
หรือลองดูสาขาอื่นที่ //www.toyoko-inn.com

5. //www.sansuiso.net/price_e.htm
เป็น Ryokan 2 คน 9000 เยน ใกล้สถานี Gotanda

6. //www.kangetsu.com/sub7.htm
เป็น Ryokan 2 คน 10800 เยนห้องน้ำในตัว ใกล้สถานี Chidoricho

7. K's House Tokyo
//kshouse.jp/tokyo-e/access/index.html ราคา 3400/3700 ต่อคน แชร์ห้องน้ำ ใกล้สถานี Kuramae on Oedo line

8. โรงแรม New Izu
//www.izuhotel.co.jp/indexfEnglish.htm
ห้อง Twin 12600 เยน ถ้าพักเกิน 3 คืน 11000 เยน ต่อห้อง
ห้อง Double (1 เตียง) 9400 จองผ่าน อีเมล์หรือ โทรจอง เดิน 5 นาที จาก Ueno station

9. โรงแรม New Azuma
//www9.ocn.ne.jp/~h-azuma/
ราคา 2900 ต่อคน เดิน 7 นาที จาก MINAMISENJYU ST.

10. //www.oakhouse.jp/eng/modules/sharestyle/es_search_details.php?h00ID=35เดิน 7 นาที จากสถานี Gotanda
หรือดูสาขาอื่นๆในหน้านี้

11. //www.urvest.com/e/ohmori/access.html
2 คน 13650 เยน อยู่หน้าสถานี Keikyu Omorikaigan

12.1 //www.thehotel.co.jp/en/sutton_ueno/room2.php
Sutton Place Hotel Ueno ห้องเดี่ยวนอน 2 คน ราคา 11000 เยน
1-min. walk from JR Ueno station Iriya exit

12.2 City Hotel Lonestar Shinjuku
//www.thehotel.co.jp/en/lornstar/room2.php
ห้องเดี่ยวนอน 2 คน ราคา 10500/12075 เยน
1-minute walk from Tokyo Metro (Marunouchi Line & Shinjuku Line) Shinjuku 3 chome Station Exit C8

12.3 Gotanda Arietta Hotel&Trattoria
//www.thehotel.co.jp/en/arietta/map.html
ห้องเดี่ยวนอน 2 คน ราคา 12600 เยน
5-min. walk from JR Yamanote Line Gotanda Station East Exit

13. //www.wmt.co.jp/
เว็บภาษาญี่ปุ่นนะ

14. รวมรายชื่อโรงแรม พร้อมราคาเริ่มต้น หน่วยเป็นยูโร(1 ยูโร ประมาณ 50 บาท)
//www.boo.com/tokyo/hostels

15. รวมรายชื่อโรงแรม
//www.hiraganatimes.com/hp/acomo/list/list-tokyo23south-e.html

16. //ace-inn.jp/rooms/index.html
แบบหอ 4- 8 คนต่อห้อง 3150 เยน/คน

17. Tokyo Hostel
//www.tokyohostels.com/

18. Shinjuku Apartment
//www.japandanceart.com/shinjukuapartment.html
3800 yen/day Extra person: 1,700 yen/day (Room rate are calculated by day not night) Kitchen, bathroom, toilet, wash machine, dryer are sharing use. Minimum 4 days (3nights).

19. Sakura Hostel
//www.sakura-hostel.co.jp/

20. Khaosan Tokyo ที่พักยอดฮิต
//www.khaosan-tokyo.com/en/

21. ที่พักที่คามาคุระ
//www.green-g.com/links0.html

22. ที่พักที่โอซาก้า
//www.osaka-hotelweeklygreen.com/wgenglish.html
พักเป็นสัปดาห์ๆละ 29400 เยน

ข้อมูลที่พักข้างบนนี้หาไว้ในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. 51 ซึ่งข้อมูลราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ลองเข้าไปเช็ครายละเอียดด้วยตัวเองในเว็บอีกครั้งจะดีที่สุดค่ะ
------------------------------
ข้อมูลอื่นๆ
***สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย***
//www.th.emb-japan.go.jp/th/index.htm

***องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น***
//www.yokosojapan.org

***Japan Travel Guide ***
//www.japan-guide.com/

***Japanese Train Route Finder***
//www.jorudan.co.jp/english/norikae/

***เช็คตารางเวลาและค่าโดยสารรถ***
//www.hyperdia.com/cgi-english/hyperWeb.cgi

***YOKOHAMA SEA PARADISE***
//www.seaparadise.co.jp/english/index.html

***Tokyo Disney Resort***
//www.tokyodisneyresort.co.jp/index_e.html

สำหรับทริปนี้ก็คงจะมีเท่านี้ หวังว่า คงจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่คิดจะไปเที่ยวโตเกียวบ้างถึงจะไม่มาก แค่ซักกะติ๊ด..ก็ยังดีค่ะ




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 21 พฤษภาคม 2551 16:54:59 น.
Counter : 2499 Pageviews.  

ตะลอนโตเกียววันที่6-Imperial Palace-Harajuku-Shibuya

วันสุดท้ายของทริปนี้แล้วค่ะ วันนี้เราจะไป Imperial Palace และสถานที่ยอดฮิตเท่าที่พอมีเวลา เริ่มมื้อเช้าด้วย ปู(spider crab)ซื้อมาจากซุปเปอร์มาเก็ตเมื่อคืนนี้ค่ะ(1500 เยน) แช่ตู้เย็นไว้ เอาออกมากินได้เลย แต่อาจไม่อร่อยเท่าตอนกินร้อนๆ


5 วันที่ผ่านมาเราไม่ได้ซื้อ one day pass เลยเพราะไม่มีความจำเป็น
แต่วันนี้วันสุดท้ายคาดว่าจะไปหลายที่ เราเลือก Tokunai pass(Tokyo Metropolitan District Pass ) ราคา 730 เยน เริ่มการเดินทางของวันนี้ด้วยการนั่งรถ1 สถานี ไปลงที่สถานีโตเกียวก่อน

สถานีนี้เป็นสถานีเก่าแก่ประมาณหัวลำโพงบ้านเรา ตอนนี้เค้ากำลังบูรณะค่ะ เราค่อยๆเดินจากสถานีชมวิวข้างทางไปเรื่อยๆ เห็น tokyo tower ด้วยค่ะ

แล้วก็ไป Imperial Palace ที่ประทับขององค์จักรพรรดิ์ Akihito จักรพรรดิ์องค์ที่ 125 ของญี่ปุ่น ช่วงที่เดินๆอยู่ฝนเริ่มโปรยปรายอีกแล้ว ไปถึงหน้าวังมีทหารยืนอยู่ 2 นาย สะพานหินหน้าวังนี้เรียกว่า Meganebashi (Eyeglass Bridge)

ส่วนอีกสะพานนึงที่อยู่ด้านหลังเป็นสะพานไม้(มองๆไปน่าจะเป็นเหล็กมากกว่าน้า...)

ถ้าเราอยู่ที่บริเวณลานกว้างหน้าวัง(Kokyo Gaien)แล้วมองไปที่สะพานจะเห็นเป็นสะพาน 2 ชั้น(ชั้นแรกคือสะพานหิน ชั้นที่2คือสะพานไม้) จึงมีชื่อว่า Nijubashi (Double Bridge) คนมายืนดูกันเต็มเลยค่ะ

ปกติพระราชวังนี้จะไม่เปิดให้คนนอกเข้าค่ะ ยกเว้นวันปีใหม่ กับวันเกิดองค์จักรพรรดิ์ (23ธ.ค.) มีโอกาสเข้าชมเพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้นค่ะ แต่ยังมีอีกส่วนนึงภายในพระราชวัง(ต้องเดินเลียบถนนเลยจากส่วนนี้ไปอีกหน่อยนะคะ)ที่เปิดให้เข้าชมได้ฟรี(ยกเว้นวันจันทร์กับศุกร์)คือสวน East Garden(Kokyo Higashi Gyoen)

วันที่เราไปเป็นวันอาทิตย์มีคนมาวิ่งออกกำลังกายและขี่จักรยานเยอะแยะ เราเริ่มสังเกตว่าคนขี่จักรยานมีเยอะผิดปกติ ทั้งผู้ใหญ่แบบใส่ชุดกีฬา แบบชุดธรรมดาๆ เด็กเล็กๆก็ด้วย มารู้ตอนหลังว่าเค้าปิดถนนบางช่วง และมีบริการจักรยานให้ขี่ฟรี แถมใกล้ๆจุดรับจักรยานยังมีลานสอนขี่จักรยาน เป็นการสนับสนุนให้คนออกกำลังกาย เยี่ยมมาก เราก็เลยไปรับรถมาขี่บ้างแบบขี่ 2 คนเหมือนที่หาดบางแสน(อยู่บางแสนไม่เคยขี่เลย มาขี่ที่โตเกียวซะนี่) เจ้าหน้าที่ทั้งหลายเป็นคุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย แบ่งหน้าที่กันรับลงทะเบียน ซ่อมรถ สอนขี่รถ บางคนไปยืนสังเกตการณ์ตามเส้นทางเผื่อรถคันไหนมีปัญหา (อ้อ เค้าไม่อนุญาตให้ขี่จักรยานของเค้าไปแวะเที่ยวนะคะ ผิดวัตถุประสงค์) รูปนี้ที่จุดรับ-ส่งรถ

เราเถลไถลอยู่แถวๆวังนานไปหน่อยค่ะ ทั้งที่จริงแล้วไม่มีอะไรให้เที่ยวมาก(ใครมีเวลาน้อยไม่ไปก็ได้นะ) กว่าจะไปฮาราจูกุก็บ่ายๆไปแล้ว รูปนี้หน้าสถานี คนเยอะเชียว

เดินไปที่ถนน Takeshita คนยิ่งแน่นเข้าไปใหญ่ วันนี้วันอาทิตย์เด็กๆตรึม(คนแก่ก็ด้วย) เดินไหลไปเรื่อยๆค่ะ

มาที่นี่อย่าพลาดกินเครปร้านต้นตำรับ ร้านข้างๆก็คนเยอะนะคะรสชาติต่างกันไหมต้องลองเองค่ะ แต่รอนิดสสส์..นึงเพราะแถวยาวมาก

ส่วนเราพลาดไป(อีกแล้ว) รู้ทั้งรู้ว่าจะมากินเครป แต่พลาดท่าให้กับสปาเก็ตตี้ร้านก่อนหน้าไปซะเต็มพุง กินอะไรอีกไม่ไหวแล่วว..

เมื่อท้องอิ่มแล้ว คราวนี้ไปดูเด็กๆเค้าแต่งตัวสุดขั้วกันบ้างดีกว่า

สวน Yoyogi Park คนมากมายมีทั้งมาปิคนิก มาเล่นกีฬา มาเล่นดนตรี

เดินจนทั่วแล้วก็ข้ามฝั่งค่ะ ผ่าน NHK Studiopark มัวแต่แวะดูวัยทีนเล่นดนตรี อิอิ

จากฮาราจุกุเราเดินทะลุไปยังชิบุย่า ไป TEPCO Electric Energy Museum เข้าฟรีค่ะ ไปดูว่าพลังงานไฟฟ้ามีบทบาทกับชีวิตและสังคมยังไง และได้รู้ว่าประชากรโลกตอนนี้เท่าไหร่แล้ว(ตัวเลขมันจะเพิ่มตลอดเวลานะ)

แล้วก็แวะช้อปปิ้งร้านฮาร์เลย์ซะหน่อย ชั้นล่างขายรถและชิ้นส่วน ชั้นสองขายเสื้อผ้าและอื่นๆ

วันนี้ยังใช้พาสที่ซื้อมาไม่คุ้ม เพื่อการนี้เราจึงตัดสินใจเอาของไปเก็บที่พักก่อน ระหว่างเปลี่ยนรถ แวะเก็บภาพที่จุดเริ่มต้นของโตเกียว กิโลเมตรที่ศูนย์(อยู่ในสถานี Shinagawaค่ะ)

แล้วนั่งรถไฟออกมาตะลุยราตรีที่ Shinjuku กันต่อ

แล้วก็นึกได้ว่าตั้งแต่มาเที่ยว ฉันยังไม่ได้กินเค้กของญี่ปุ่นที่เค้าว่าอร่อยๆเลยนี่ ระหว่างเดินเที่ยวก็สอดส่ายสายตาหาร้านเบเกอรี่(ยากหน่อยเพราะจะห้าทุ่มแล้ว) เจอจนได้ ซื้อมา 3 ชิ้น

กลับมาถึงที่พักเที่ยงคืนกว่า หม่ำเค้กไปสองชิ้น (อร่อยสมคำร่ำลือ) แล้วรีบเก็บข้าวของยัดใส่กระเป๋า เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2551 23:40:55 น.
Counter : 3691 Pageviews.  

ตะลอนโตเกียววันที่5-Odawara-Hakone

วันนี้เราจะไปฮาโกเน่เพื่อดูฟูจิซังกันค่ะ เราออกจากที่พักไปที่สถานีชินจุกุเพื่อซื้อ Hakone Free Pass แบบ 2 วันด้วยราคา 5000 เยน ถึงเราจะไปแค่วันเดียวแต่จากการคำนวณค่าใช้จ่ายแล้วซื้อพาสจะประหยัดกว่า ตอนแรกกะจะนั่งรถไฟ Romance car แต่ไม่มีที่นั่งว่างจนถึงรอบบ่ายสอง เราก็เลยนั่งรถธรรมดานี่แหละค่ะไปลงที่สถานี Odawara วันนี้วันเสาร์แล้วก็เป็นช่วง Golden week ของญี่ปุ่นด้วย คนจึงมาเที่ยวเยอะมาก ช่วงแรกๆต้องยืนค่ะพอได้ที่นั่งปุ๊บดิฉันก็หลับตลอด(ก็เพลียมาหลายวันแย้วนี่) เรากะว่าจะเดินไปเที่ยว Odawara Castle ก่อนไปดูฟูจิซังค่ะ เมื่อถึงโอดาวาร่าอากาศกำลังดีเราแวะกินโซบะร้านเก่าแก่คนต่อคิวยาวร้านนี้ค่ะ


น่ากินขนาดไหน ดูเอง มื้อนี้ 2 ชุด 2450 เยน

วันที่เราไป(3 พ.ค.)โชคดีที่นี่เค้ามีงาน Odawara Hojo Godai Matsuri Festival ไฮไลต์ของงานคือ Musha Gyoretsu (ขบวนแห่สวมชุดนักรบ)นอกจากนี้ยังมีพาเรดแสดงดนตรี ร้องเพลง และเต้นรำแบบพื้นเมืองด้วย จะเริ่มขบวนประมาณ บ่ายโมงครึ่ง เริ่มแห่ที่ปราสาทไปตามถนนหลักของเมือง ก่อนขบวนจะเริ่ม ไปชมปราสาทโอดาวาร่าที่อยู่ของนักรบตระกูล Hōjō ถึง 5 รุ่นด้วยกัน

ค่าบัตรขึ้นชมปราสาท 360 เยน แต่ละชั้นจะมีข้าวของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายของนักรบในสมัยนั้นให้ดูค่ะ คราวนี้มาดูรูปขบวนแห่กันบ้าง เริ่มจากขบวนนักรบ เค้ากำลังเป่าแตรเขาสัตว์แก้มป่องเลย สังเกตน้องหมาสิคะมีชุดเกราะกับเค้าเหมือนกัน

ซามูไรสาว

ขบวนนี้ เค้าช่วยกันแบก mikoshi มาแล้วค่ะต้องใช้คนอย่างน้อย 20-30 คน มีคนแบก แล้วก็มีคนคอยดันเหมือนเป็นหางเสือ เพราะคนแบกแค่แบกก็แย่แล้วค่ะ

แบกอันเดียวก็ยากแล้วนะคะ เค้ายังให้ต่อ mikoshi 3 ขบวนเป็นแนวหน้ากระดาน เมื่อพร้อมทั้ง 3 ขบวนแล้วก็วิ่งไปข้างหน้าค่ะ ฮึ่ยๆๆ.. ลุ้นน่าดูช่วงนี้

รูปนี้คุณป้าบนรถเค้าร้องเพลงให้ขบวนเด็กน้อยที่ตามมาเต้นรำตามจังหวะ

บ่ายสามแล้วเราเพิ่งจะออกเดินทางไป Hakone-Yumoto เวลาเที่ยวของเราจึงน้อยเต็มที(ไม่ได้วางแผนมาค้างที่นี่ จึงต้องรีบกลับก่อนรถจะหมดค่ะ) เราเดินทางตามเส้นทางคือต่อจาก Hakone-Yumoto ไปยัง Gora เมื่อไม่มีเวลามากจึงไม่ได้แวะ Hakone Open Air Museum แต่ไม่เป็นไรค่ะเรานั่ง Cablecar ต่อไปยัง Sounzan แล้วก็นั่งกระเช้า(Ropeway)กันสองคนไร้คนรบกวน ไปยัง Owakudani ระหว่างทางก็ชมวิวสวยๆ เสียดายนิดนึงตรงที่เราไม่ได้ลงไปต้มไข่ดำกินอย่างที่เพื่อนๆหลายคนมาเล่าให้ฟัง เลยอดอายุยืนไปอีก 7-8 ปี
ที่โอวาคุดานิเราแค่แวะไปฉี่ แล้วชะเง้อชะแง้ดูวิว สูดกลิ่นกำมะถันอยู่แป๊บนึงแล้วก็นั่งกระเช้าต่อไปยัง Togendai เพื่อล่องทะเลสาปอาชิ ลำนี้ค่ะ

มาฮาโกเน่คราวนี้เราเห็นฟูจิซังนิ๊ดดเดียวเองค่ะตอนนั่งกระเช้า เพราะเมฆเยอะ ฟ้าปิดมองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ อาศัยดูจากเว็บคนอื่นเอาละกันฉัน แล้วจินตนาการเอาว่าตอนมาก็แบบนี้แหละ พอลงจากเรือเราก็ต่อรถบัสกลับไปที่ Hakone-Yumoto เพื่อขึ้นรถไฟกลับ ขากลับเข้าเมืองเราแวะที่สถานี Shimo-Kitazawa ที่นี่คงไม่คุ้นหูใช่ไหมคะ เพราะไม่มีอยู่ในรายการของสถานที่ท่องเที่ยวเลย แต่เราจะไปซื้อรองเท้าค่ะ ได้มาสมความตั้งใจ ราคาถูกกว่าที่อื่นถ้าเพื่อนๆว่างก็ลองไปแวะดูนะ หน้าสถานีมีผู้ชายคนนึงปูผ้าพลาสติกมีหนังสือวางเรียงราย ตอนแรกนึกว่าขายหนังสือเก่า แต่ไม่ใช่ค่ะ เค้าทำอาชีพเล่าการ์ตูนให้ฟัง ลูกค้าเลือกหนังสือมาแล้วเค้าจะเล่าๆๆ สนุกอ่ะ ยืนฟังแล้วต้องได้รอยยิ้มแน่นอน(ถึงจะแปลไม่ออกก็เถอะ) ทำเสียง ทำมือ ออกท่าทางประกอบด้วย ถ้ามีฉากกุ๊กกิ๊กไม่รู้ว่าพี่แกจะเล่ายังไงเนอะ ค่าเหนื่อย 1 ชม. 3900 เยนค่ะ

ซื้อของเรียบร้อยแล้วก็แวะกินโอโคโนมิยากิของโปรด คราวนี้เป็นสูตรฮิโรชิมาอร่อยกว่าร้านที่กินวันแรกเยอะ ทำให้ดูสดๆ จะๆ เห็นๆ เน้นๆ เนื้อๆ

บนรถไฟขากลับคนไม่เยอะ ก็เลยเก็บภาพบริเวณที่นั่งพิเศษ(Priority Seat)มาให้ จะมีที่นั่งแบบนี้ทุกตู้ในขบวนรถไฟ สังเกตสีที่นั่งจะแตกต่างจากที่อื่น(ส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง)สำหรับคนแก่ คนเจ็บ คนพิการ คนท้อง หรือคนที่มีลูกเล็กต้องอุ้ม ที่จับด้านบนก็จะยาวกว่าที่อื่นเพื่อให้จับได้สะดวก ใครอยู่บริเวณนี้อย่าลืมปิดมือถือด้วยนะคะ

ที่จริงคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เวลาขึ้นรถแล้วเค้าก็ไม่เสียงดัง เวลาคุยกันค๊อยค่อย..(บางทียังแอบเงี่ยหูฟัง ทั้งที่ฟังไม่รู้เรื่อง) บางคนก็เล่นโทรศัพท์เงียบๆ ฟังเพลง เล่นเกมส์ ไม่ค่อยรบกวนคนอื่น มารยาทดีทีเดียวค่ะ ต้องขอชื่นชมด้วยความจริงใจ




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2551 0:55:02 น.
Counter : 3856 Pageviews.  

ตะลอนโตเกียววันที่4-Asakusa-Odaiba

วันนี้สภาพอากาศไม่เป็นใจพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนตกเราก็พกร่มออกจากที่พักกันได้เลย และเมื่ออากาศไม่ดีเราจึงยังไม่ไปฮาโกเน่ ไปอาซากุสะก่อนแล้วกัน ด้วยความมั่นใจของคุณแฟนว่าไม่ไกลๆเดินสบายๆชมเมืองเดี๋ยวก็ถึง แรกๆก็ดีค่ะสังเกตสังกาไปเรื่อยไปเจอตำรวจกำลังเดินรอบๆรถคันนึงอยู่


จากการสังเกตและเก็บข้อมูลพบว่า รถคันนี้จอดเกินเวลาค่ะ ที่ตู้สำหรับหยอดเงินและลงเวลาจอด ริมถนนข้างๆรถคันนั้นมีไฟแดงขึ้นอยู่ ตำรวจก็เลยมาเขียนใบสั่ง ที่ญี่ปุ่นเองก็มีตึกที่ให้บริการที่จอดรถด้วยถ้าจะใช้บริการก็แค่ขับเข้าไปในช่องชั้นล่างสุด แล้วมันจะเหมือนลิฟต์ยกเอารถไปเก็บเข้าช่องที่ว่างชั้นบนให้ ก็พื้นที่เค้าน้อยต้องใช้ประโยชน์ให้เต็มที่แบบนี้แหละค่ะ มีรถก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการจอดรถด้วย คนส่วนใหญ่จึงนิยมใช้การขนส่งสาธารณะซึ่งสะดวกมาก แต่ถ้าคิดจะนั่งแท๊กซี่ก็สังเกตข้างกระจกด้านเบาะนั่งหลังซึ่งบอกอัตราค่าบริการเริ่มต้น ส่วนใหญ่อยู่ที่ 700 เยนในระยะ 2 กม.แรก(มีบางคันเริ่มที่ 500) เดินๆไปเจอจุดทิ้งขยะรีไซเคิล เค้าแบ่งเป็นวันๆว่าวันไหนทิ้งประเภทไหน

จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆแวะซื้อร่มเบาๆซักคันเผื่อเอากลับไปใช้ที่บ้าน ซื้อสตรอเบอรี่เดินกินเพลินๆ แวะซื้อไปรษณียบัตรส่งถึงเพื่อนซักแผ่น เดินชมวิวไปเรื่อยไม่ถึงซักทีเริ่มเมื่อยค่ะ แต่อดทนเดินต่อไปรวมระยะทางประมาณ 3 กม.ได้(เพิ่งเริ่มวันก็เดินซ้า..) กว่าจะเจอป้ายนี้ ขาแทบลาก..

พอเริ่มเข้าใกล้วัดเซนโซจิ เราก็เริ่มร้อนตัว เอ๊ย ไม่ใช่ ก็เริ่มเห็นร้านอาหาร ร้านขนมเยอะขึ้นเรื่อยๆ แวะซื้อยากิโซบะมาหนึ่งกล่อง 450 เยน ไม่อร่อยอ่ะ แล้วเราก็เดินมาถึงประตูสายฟ้า(Kaminarimon Gate)จนด้าย..เก็บรูปซักหน่อย แถมถ่ายรูปใต้โคมไว้ด้วย

พ้นประตูไปก็เจอถนน Nakamise Dori ฝนเจ้ากรรมก็โรยตัวลงมาเรื่อยๆ แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะพกร่มมาด้วย ไม่ใช่เฉพาะเราที่พร้อม เด็กนักเรียนและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มีร่มมาพร้อมเหมือนกันค่ะ ที่ถนนนี้จะมีขนมยอดนิยมอย่างหนึ่งคือขนมไข่รูปโคม รูปนก รูปสถูป5ชั้นไส้ถั่วแดง มีขายหลายร้านแต่ร้านนี้ถูกค่ะ 2 ถุง 500 กินร้อนๆตอนฝนตกอร่อยมาก

ส่วนร้านนี้ขายขนมดังโงะ 5 ไม้ 300 เยน กินคู่กับชาเขียวเย็นแก้วละ 100 เยน

ร้านขายของบนถนนนี้มาหลายร้านขายหลายประเภทลองเลือกและเช็คราคาก่อนนะ ไม่ต้องรีบซื้อ ร้านนี้ขายตุ๊กตาแมว แต่มีอีกร้านนึงถูกกว่าร้านนี้ค่ะ

ผ่านถนนช้อปปิ้งไปก็จะเจอกระถางธูป ไหว้แล้วก็เอามือพัดๆให้ควันธูปเข้าหาตัว จากนั้นไปล้างมือ ตักน้ำใส่กระบวย เทน้ำเพื่อล้างมือ แต่อย่าให้หมดนะ ให้เหลือไว้ส่วนหนึ่งจากนั้นจับก้านกระบวยตั้งขึ้นให้น้ำที่เหลือไหลลงมาล้างก้านกระบวย วางคว่ำกระบวยสำหรับคนต่อไป สะอาดแล้วก็ไปไหว้เจ้าแม่กวนอินข้างบน ใครสนใจเครื่องรางก็มีให้เลือกหลายแบบค่ะ

ไหว้พระแล้วก็เดินเที่ยวต่อไป ข้างๆนั้นเป็นสถูป 5 ชั้น
ไม่ห่างกันมีร้านขายไอศกรีมและพาย เราเลือกกินไอศกรีมรสวาซาบิค่ะ เผ็ดใช้ได้เลย

จากวัดผ่านถนนช้อปปิ้งก็เดินเลยไปท่าเรือ เพื่อล่องแม่น้ำสุมิดะ(Sumidagawa) ด้วยเรือ Tokyo Cruise จาก Asakusa แวะรับ-ส่งคนแป๊บนึงที่ Hamarikyu ปลายทางที่ท่าเรือ Hinode Pier ใกล้ๆ Odaiba เป็นการล่องเรือชมวิวลอดใต้สะพานทั้งหมด 16 สะพาน ใช้เวลา 40 นาที มีไกด์แนะนำสะพานและเส้นทางไปตลอด(แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นอ่ะ) ตั๋วหนึ่งเที่ยวราคา 760 เยน เรือที่เรานั่งลำนี้ค่ะ

เริ่มแรกก็จะเห็นตึกเบียร์อาซาฮี รูปอาจจะดูอึมครึมหน่อยเพราะฝนตกเกือบทั้งวัน

เห็น Tokyo Tower ด้วย

ลงจากเรือแล้วก็เดินต่อไปขึ้นรถไฟลอยฟ้าสาย Yurikamome ที่สถานี Hinode ไปลงที่สถานี Odaiba-kaihinkoen 240 เยน
ไปถึงก็แวะที่ Decks และ Aqua City Odaiba ถ่ายรูปสะพานสายรุ้ง(Rainbow Bridge)

และเทพีเสรีภาพ

แล้วก็ไป Fuji TV Headquarters ขึ้นไปข้างบนได้ฟรีค่ะ แต่ตรงลูกกลมๆต้องเสียค่าเข้าชม

ถ่ายภาพจากข้างบน เห็น Palette Town

หลังจากชมวิวิแล้วก็เดินช้อปปิ้งเล็กน้อย ของที่นี่ค่อนข้างแพงลองเช็คราคาซักนิดนะคะ เราซื้อเข็มขัดที่นี่สามพันกว่า ไปเจอที่ฮาราจูกุไม่ถึงสองพันอ่า.. จากนั้นเลยไปเดินที่ Venus Fort เข้าไปปุ๊บจะรู้สึกถึงบรรยากาศเหมือนตอนไปยุโรปเลยล่ะ แถมช่วงที่ไปมีเทศกาลฮาวายเค้าก็เลยมีการแสดงพื้นเมืองฮาวายให้ดูฟรีๆด้วย

เถลไถลจนจะสามทุ่ม ก็รีบจ้ำไปขึ้นรถกลับเพื่อไปซื้อกล้องขากลับนี้เรานั่งสาย Rinkai Lineที่สถานี Tokyo Teleport เพื่อไป Shinjuku ค่าตั๋ว 480 เยนใช้เวลาประมาณ 24 นาทีสะดวกรวดเร็ว ทำให้เราไปซื้อกล้องที่ Yodobashi camera ที่ชินจุกุได้ทันเวลาพอดี สาเหตุที่เราซื้อกล้องเพราะเมมโมรี่ที่เอามาไม่พอแล้วก็ขี้เกียจหาที่ถ่ายข้อมูลลงแผ่น เราเลยเลือกซื้อ Sony T2 ด้วยราคา 27700 เยนเพราะตัวนี้มีเมมโมรี่ในตัว 4 GB ราคาในไทยอยู่ที่ 13990 บาท ถึงตัวที่ซื้อเมนูจะเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ไม่เป็นปัญหานักเพราะคุณแฟนอ่านได้(ส่วนรุ่นเดียวกันที่เป็น international model เมนูภาษาอังกฤษรับประกัน Worldwide ราคา 41790 เยน)นักท่องเที่ยวลดให้ อีก 5% ค่ะ พรุ่งนี้ไปเที่ยวจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด เมมโมรี่เต็มอีกต่อไป
สบายใจแล้ว มื้อดึกวันนี้กินราเมงร้อนๆแก้หนาว(เพราะฝนยังคงตกอยู่)

วันนี้วันศุกร์คนทำงานออกมาเที่ยวสังสรรค์กันเยอะ สาวๆบางคนเมาหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เดินเซไปเซมา..เดินข้ามถนนทั้งที่ไฟคนข้ามยังแดง เกือบโดนรถชน คืนนี้กลับที่พักหลังเที่ยงคืนอีกแล้น..ขาเดี้ยงเลยล่ะค่ะ




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2551 14:03:07 น.
Counter : 3743 Pageviews.  

ตะลอนโตเกียววันที่3-Tokyo Disneyland

จากแผนที่คิดว่าจะไปดิสนีย์แลนด์หรือดิสนีย์ซีที่ใดที่หนึ่ง และแล้วคุณแฟนก็เลือกไปดิสนีย์แลนด์(ทั้งที่เคยไปแล้วแท้ๆ) ส่วนเราไม่มีปัญหาที่ไหนก็ได้เที่ยวและเที่ยวได้อยู่..
เหมือนเช่นเคยในตอนเช้า เราเช็คสภาพอากาศประจำวันพบว่าเอื้อแก่การไปเที่ยวสวนสนุก เราตั้งใจไปให้ทันดูโชว์ ตอน 10.10 น.
เมื่อออกจากที่พักเราแวะซื้อน้ำและข้าวกล่องไปด้วยค่ะ(ทั้งที่อาหารในดิสนีย์แลนด์เค้าว่ากันว่าอร่อย)ไปถึงที่หมายตามเวลาที่ต้องการ เมื่อถึงสถานี Maihama เจ้าหน้าที่จะแนะนำให้เราซื้อตั๋วขากลับไว้เลย เพราะช่วงที่เรากลับคนอาจต่อคิวยาวมากๆ
พร้อมแล้วก็เดินเข้าสู่ดิสนีย์แลนด์กันได้ ตั๋วของเรา(ที่ซื้อจากร้าน Ticket King ในราคา 5500 เยน) หน้าตาแบบนี้ค่ะ


รีบเดินไปดูโชว์ 25th Anniversary Greeting ตอน 10.10 น.บริเวณหน้าปราสาท แต่คนเยอะสุดๆ ได้แต่ชะเง้อดูจากด้านหลัง ไกล๊ ไกล...

และปีนี้ครบรอบ 25 ปี เค้าจะมีของที่ระลึกหลากหลาย ที่คนสนใจกันมากคือกุญแจ Disney Dream มีหลายสีราคาอันละ 1800 เยน ไม่รวม Plate แผ่นรูปปราสาทหรือตัวอักษรที่ใส่เข้าไปส่วนปลายกุญแจอีกอันละ 300 เยนและ Bead อันเล็กๆที่ใส่ต่อให้เต็มก้านกุญแจอีกอันละ 100 เยน สวยค่ะอยากได้ แต่เค้าต่อคิวยาวววมากกก...รอไม่ไหว พอเย็นๆก็หมดแล้ว ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้คิดถึง จากรูปจะเห็นเงาสะท้อนของคนที่กระจก ใครๆก็สนใจอยากได้เลยมามุงกันใหญ่

คราวนี้ก็เริ่มวางแผนการเล่นแอนด์เที่ยว เริ่มด้วยการไปกด FastPass ที่ Splash Mountain ก่อน ได้คิวช่วงเวลา 12.05-13.05 น.ช่วงกลางวันนี้จะเล่นอันไหนคนก็เยอะ คิวยาวทั้งนั้น บางอันถ้าไม่ใช้ FastPass อาจต้องรอเป็นชั่วโมง ระหว่างรอเวลาเราก็เอาบะหมี่กล่องที่เตรียมไว้ออกมากิน บวกกับขาไก่งวงย่างอีกคนละขา เห็นคิวยาวๆและกลิ่นหอมๆแล้วอดใจไม่ไหวจิงๆ แต่ไม่ผิดหวังที่อุตสาห์รอนานเพราะอร่อยมากๆค่ะ การเตรียมของกินไปด้วยก็ดีตรงที่ไม่ต้องเสียเวลารอคิวนี่แหละ
หลังจากอิ่มท้องแล้วก็ไปขึ้นเรือ Mark Twain River Boat ล่องแม่น้ำชมวิว ไม่ห่างกันก็จะมีท่าเรือสำหรับลงพายเรือ Beaver Brothers Explorer Carnoes (เราขี้เกียจพายน่ะค่ะ เลยไม่เล่นอันนี้)

ลงจากเรือล่องแม่น้ำแล้วก็ไปเข้ารอเข้าชม The Mickey Mouse Revue รูปนี้ถ่ายหน้าห้องโชว์ค่ะ ช่วงแรกจะฉายเหมือนหนัง จากนั้นก็จะมีตุ๊กตาเพื่อนๆมิกกี้แสดงโชว์เป็นชุดๆไป ใช้เวลาดูประมาณ 10-15 นาที

จากนั้นเราไปกด Fast Pass สำหรับ Big Thunder Mountainไว้ก่อน(ได้ช่วง15.50-16.50) พอ 12.50น.เราก็รีบไปเข้าแถวเล่น Splash Mountain ผลจากการใช้ Fast Pass ก็เสียเวลารอเพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ ภาพนี้ถ่ายตอนที่เรือ(ซุง)ของเราขึ้นไปค้างอยู่ข้างบนเตรียมไถลลงสู่ด้านล่าง โอย..หวาดเสียวๆ ใครอยากได้รูปสวยๆเท่ๆก็ต้องโพสช่วงนี้แหละค่ะ เค้าตั้งกล้องไว้ 2-3 ตัวด้านขวามือเห็นไหมเอ่ย?

เล่นเสร็จยังเหลือเวลาอีกตั้ง 2-3 ชม.กว่าจะถึงเวลาเล่น Big Thunder Mountain ที่กด FastPass ไว้ เราก็เดินถ่ายรูปและเห็นว่า It's A Small World คนไม่เยอะ เข้าอันนี้ละกัน ที่นี่เราจะนั่งเรือสบายๆลำนึง 8-10 คนล่องเข้าไปในโลกแห่งตุ๊กตาน่ารักๆ เต็มไปหมด

ไปต่อคิวเล่น Roger Rabbit's Car Toon Spin ตอนต่อแถวเข้า ชุดที่เล่นก่อนหน้าคงบังเอิญไปชนโดนปุ่มอะไรซักอย่างทำให้ระบบเซฟตี้ทำงาน(ไฟดับน่ะค่ะ) ต้องรอเกือบ 20 นาทีกว่าจะได้เล่นได้ปกติ เล่นอันนี้จะเวียนหัวนิดหน่อย เพราะรถที่เรานั่งจะเลื่อนจากห้องนึงไปห้องนึงหมุนไปมา ถ้ายังไม่มึนพอเราสามารถหักพวงมาลัยให้รถหมุนตามใจได้อีกต่างหาก
พอเวลาประมาณบ่ายสองจะสังเกตว่าคนเริ่มจับจองพื้นที่สำหรับดูพาเรดตอนบ่ายสามกันแล้ว แต่เราก็ยังใจเย็นเดินเที่ยวอีกหน่อย (พอใกล้บ่ายสามเกือบหาที่นั่งไม่ได้แน่ะ) รูปนี้รถราง Jolly Trolly

ปราสาทตอนกลางวัน

สำหรับขบวนพาเรดใหม่ล่าสุด "Jubilation!" นั้นสวยตระการตามาก ถ้าใครจองที่นั่งดีๆอยู่แถวหน้าสุดได้ล่ะก็เยี่ยมเลย รูปนี้เจ้าชายสุดหล่อกับเจ้าหญิงสวยสง่า

คันนี้ Pinocchio

เมื่อสิ้นสุดขบวนพาเรด ก็ได้เวลาไปเล่น Big Thunder Mountain รอไม่นานเหมือนเดิมค่ะ นั่งรถไฟลงจากภูเขา หวาดเสียวปานกลางค่ะ เล่นเสร็จไปกด FastPass ของ Pooh's Hunny Hunt ไว้ก่อนได้ช่วง 3ทุ่ม-4ทุ่มโน่นเลยค่ะ พักกันซักนิดด้วยTom Sawyer Island Rafts ใครเหนื่อยๆ ไม่รู้จะเล่นอะไรก็มานั่งแพข้ามเกาะเพื่อพักผ่อนหย่อนใจสบายๆได้ค่ะ

รูปนี้ถ่ายที่ท่าเรือให้เห็นเรือล่องแม่น้ำลำที่เรานั่งตอนแรกด้วย

ช่วงเย็นๆคนเริ่มน้อยลงแล้วค่ะเล่นได้หลายอย่างเลย
Buzz Lightyear's Astro Blasters นั่งเครื่องบินถือปืนเลเซอร์คนละกระบอกไล่ยิงป้ายตัว Z ที่จะมีอยู่ในที่ต่างๆเก็บคะแนน วัดความแม่นปืน เราได้แสนกว่าคะแนนอยู่ Level 3 ค่ะ
Micro Adventure! เหมือนดูหนัง3มิติ ดังนั้นก่อนเข้าจะต้องสวมแว่นตาสำหรับดูหนังสามมิติก่อน เนื้อเรื่องก็จะเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐของโปรเฟสเซอร์ Wayne นักประดิษฐที่มีชื่อเสียง ใครฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกเค้ามีหูฟังให้เลือกภาษาอังกฤษได้ค่ะจะได้เข้าถึงเรื่องได้ดีขึ้น ดูแล้วสนุกดี เหมือนเราโดนย่อส่วน แถมมีเอฟเฟ็กซ์ประกอบเรื่องราวด้วย
ต่อด้วย Showbase โชว์น่ารักๆจากมิกกี้และผองเพื่อน

โชว์จบเกือบทุ่มครึ่งซึ่งเป็นเวลาของขบวนพาเรด Tokyo Disneyland Electrical Parade Dreamlights รูปนี้หนอนมิกกี้

พาเรดจบก็หาทำเลดีๆนั่งรอดูพลุชุด Dreams ตอน 2ทุ่มครึ่งต่อได้เลย อย่าเพิ่งไปไหน สำหรับพลุที่จุดนี้ไม่ประทับใจเท่าไหร่ค่ะ วันนั้นเค้าจุดห่างออกไปพอสมควร แล้วพลุในงานลอยกระทงในหลายๆจังหวัดบ้านเราสวยกว่าเยอะ แต่มีถ้าสังเกตดีๆพลุที่เค้าจุดช่วงนึงเป็นรูปคล้ายๆมิกกี้ เป็นเอกลักษณ์ไปอีกแบบ
ช่วงหลังสองทุ่มไปนี่คนยิ่งน้อยลงไปอีก ทางสะดวกค่ะจะเล่นอันไหนก็สบาย ไม่ต้องรอนานอย่าง Pirates of the Caribbean ช่วงกลางวันคนเยอะมาก เข้าไปแล้วเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฉากหนังจริงๆเลยล่ะค่ะ สุดยอดเลยอันนี้ ต่อด้วย Pooh's Hunny Hunt ขนาดสามทุ่มแล้วคนยังรอเข้าเยอะค่ะอันนี้ ใครชอบพูห์ไม่ควรพลาดค่ะ และจากที่เวลาเหลือก็ไป Haunted Mansion บ้านผีสิงที่ไม่ค่อยจะน่ากลัวซักเท่าไหร่ และนั่งรถเดินทางไปกับPinocchio's Darling Jouney ปิดท้ายดิสนีย์แลนด์ด้วยรูปปราสาทช่วงกลางคืนแล้วกันค่ะ

มาคราวนี้ก็ได้เล่นเยอะกว่าที่คิดไว้ทั้งที่คนเยอะกว่าตอนไปที่ฮ่องกง ค่อนข้างประทับใจกับโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ถ้ามาคราวหน้าจะไปดิสนีย์ซีบ้าง
2-3วันที่ผ่านมานี้จะสังเกตว่าพอช่วงกลางคืนเราจะไม่ค่อยมีรูปมาให้ดูเลย สาเหตุแรกคือแบตมักจะหมดไปก่อนหน้านั้นแล้ว หรือกล้องเราพอถ่ายตอนกลางคืนแล้วมือไม่นิ่งจริงๆ มันเบลอๆ และวันนี้เมมโมรี่ที่เอามาก็เกือบจะเต็มหมดแล้ว ในที่สุดเราก็ตัดสินใจซื้อกล้องซักตัวจากที่สำรวจราคาไว้วันแรก แต่วันนี้กลับไปก็ซื้อไม่ทันแล้วล่ะ ร้านปิดหมดแล้ว ถ้าพรุ่งนี้อากาศดีเราจะไปฮาโกเน่ คงไม่ได้ซื้ออีก วันนี้เหนื่อย(อีกละ)..ค่อยคิดอีกทีพรุ่งนี้ละกัน




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2551 22:58:30 น.
Counter : 1070 Pageviews.  

1  2  

LiTTleGipsy
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กระเป๋าแบนแห้งแล้งอยู่บ้าน กระเป๋าบานหาเรื่องเที่ยวอีกละ อิอิ..

**สงวนสิทธิ์เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539**
Friends' blogs
[Add LiTTleGipsy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.