Medley Harley Hurray~~
Group Blog
 
All blogs
 

ทัวร์ยุโรปรอบสอง-เยอรมัน-สเปน-โปรตุเกส-ฝรั่งเศส ตอนที่ 1

และก็มาถึงทริปยุโรปรอบสองเมื่อปี 2006 (ดองไว้จนเปรี้ยวได้ที่ละ ส่วนทริปแรกดองเค็มค่ะ อิอิ) ทริปนี้เดินทาง 15 พ.ค. กลับ 8 มิ.ย. ระยะเวลารวมประมาณ 23 วัน เหตุจูงใจคือเบื่อๆไม่มีไรทำ(ตังค์เหลือเยอะ..ซะเมื่อไหร่เล่า) ไปเที่ยวดีกว่า แล้วจะไปไหนดี? ในที่สุดตัดสินใจไปเยี่ยมพี่สุดที่เลิฟ(ที่เดินทางไปด้วยกันในทริปที่แล้ว) ตอนนี้แกไปเรียนต่อที่โน่น(อีกคนละ) และซัมเมอร์นี้แกและเพื่อนที่โน่นจะไปเที่ยวสเปนกัน เราก็เลยไปแจมด้วยโดยวัตถุประสงค์หลักๆของเราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปที่ไหนหรือดูอะไร แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ไปเยี่ยมเพื่อน ไปกินสตรอเบอรี่ เชอรี่ และไอติมอร่อยๆแค่นั้นส่วนตัวจึงไม่ได้วางแผนอะไรทั้งสิ้นค่ะ จองตั๋วกับ THAI TRAVEL INFO SERVICE บินด้วยสายการบิน KLM ROYAL DUTCH แวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน SCHIPHOL(AMSTERDAM) ระยะเวลาบิน 11:25 ชม.แล้วต่อไปยัง BERLIN TEGEL อีก 1:20 ชม. ราคาตั๋วโดยสาร 22600 + ภาษี 8100 = 30700 บาท

แผนคร่าวๆ(ที่พี่และเพื่อนร่วมทริปวางแผนไว้) คือ จะไปสเปนกันวันที่ 23 พ.ค.แวะชมเมืองต่างๆได้แก่ Barcelona-Granada-Cordoba-Sevilla แล้วเข้าไปยังโปรตุเกส-Porto-Lissabon-Sintra-Batalha-Fatima-Serra da Estrela-Salamanca-ปิดท้ายด้วยฝรั่งเศส Toulouse (ตามแผนว่าจะไป Lyon และ Nimes ด้วย แต่จริงๆตัดออก เพราะนั่งรถกันเหนื่อยแล้วค่ะ) แล้ววกกลับเข้ามายังสเปนอีกครั้ง Zaragoza-Carcassone-Barcelona เพื่อบิน กลับเบอลิน ในวันที่ 6 มิ.ย.

สำหรับการเดินทางช่วงแรกคือวันที่ 15 เดินทางออกจากปท.ไทยไปถึงเบอลินวันที่ 16 แล้วก็ไม่ลืมสิ่งที่ตั้งใจไว้ค่ะ กินสตรอเบอรี่และเชอรี่ให้หนำใจ กินเช้า กลางวัน เย็น มืดๆตบท้ายด้วยไอติม Mövenpick


แล้วก็ไป Brandenburger Tor มาเบอลินไม่มาที่นี่ไม่ได้นะคะ

Unter den Linden - Deutsche Staatsoper
โรง Royal Opera นี้เปิดใช้เมื่อปี 1743 ในยุคของ King Friedrich II

Berliner Dom (Berlin Cathedral)

Fernsehturm (TV Tower) ปีนี้เบอลินเป็นเจ้าภาพแข่งขันฟุตบอลโลกค่ะ ก็เลยตกแต่งเป็นแบบนี้

Kaiser Wilhelm Gedächtniskirche
โบสถ์นี้ถูกสร้างในระหว่างปี 1891-1895 ในรูปแบบ Neo-romanic-style และบางส่วนของโบสถ์นี้ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 1943) หากไปเที่ยวก็จะยังคงเห็นความเสียหายที่ถูกทิ้งไว้เป็นความทรงจำ

The Reichstag หรือ Parliamentary Building มารอบที่แล้วก็คนเยอะ รอบนี้ก็ยังเยอะเหมือนเดิมแถวย๊าว ยาว แต่ไม่เป็นไร ฟรี รอด้ายย..


Holocaust Memorial
เดินจาก Brandenburger Tor มาทางใต้ไม่ไกลนัก จะเจออนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงชาวยิวที่ถูกฆ่า ที่นี่มีคอนกรีตสี่เหลี่ยมหลายขนาด ประมาณ 2700 ก้อน(คิดว่าเป็นเสมือนตัวแทนของโลงศพน่ะค่ะ)

Berlin Wall
รูปนี้ถ่ายใกล้ๆ Potsdamer Platz ค่ะ

เที่ยวเบอลินมาเยอะแล้ว คั่นด้วยการนั่งรถออกไปนอกเมืองบ้างดีกว่า ไป Potsdam กันค่ะ เมื่อมาที่ Potsdam ก็ต้องไปชม Sanssouci park ส่วนรูปนี้The New Palais สร้างในปี 1763-1769 มี 200 ห้องค่ะ

Schloss Charlottenburg
เป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในเบอลิน โดย Elector Frederick III ต้องการสร้างให้เป็นพระราชวังฤดูร้อนให้กับพระชายา Sophie Charlotte

Ägyptisches Museum(Egyptian Museum) พิพิธภัณฑ์นี้ชื่อก็บอกอยู่แล้ว แสดงรูปปั้นของอียิปต์ ชิ้นที่โดดเด่นก็คือรูปปั้นท่อนบนของพระนางNefertiti แล้วก็มีมัมมี่ด้วย ตอนถ่ายรูปรู้สึกว่ารูปมันไม่ค่อยชัดเอาซะเลยถ่ายกี่รอบๆก็ไม่ชัด ทำให้นึกไปได้ว่าอาจเป็นเพราะ..... มือไม่นิ่งมั้ง อิอิ ค่าเข้าชม 4 ยูโรค่ะ


สำหรับวันท้ายๆในเบอลินก็นั่งรถออกนอกเมืองไปปิกนิกกันค่ะ ไปโบสถ์ ไปทะเล เดินเล่น โบสถ์นี้ชื่ออะไรก็จำไม่ได้แล้วค่ะ

เมื่อกลับมาก็เริ่มเก็บของจะไปบาเซโลนากันแร้ว..พบกันตอนที่ 2 นะคะ




 

Create Date : 23 เมษายน 2551    
Last Update : 23 เมษายน 2551 21:55:18 น.
Counter : 836 Pageviews.  

ทัวร์ยุโรปรอบแรก-เยอรมัน-ปราก-สวิส-อิตาลี-ออสเตรีย

ที่จริงทริปนี้ดองไว้นานมากแล้ว(ตั้งแต่ปี 2004) กะว่าจะผ่านเลยไปไม่เอามาเขียนบล็อก เพราะคงจำอะไรไม่ค่อยจะได้ แต่ก็อยากจะเขียนเก็บไว้เป็นความทรงจำที่แสนประทับใจกับการเดินทางยาวๆและไกลๆครั้งแรก ตอนไปเที่ยวเนี่ยไม่ได้รู้เล้ยว่าที่นี่เค้าเรียกอะไร สำคัญยังไง อาศัยว่าถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนหล่ะ ไว้ค่อยกลับมาหาข้อมูลกันทีหลัง ไม่ทราบเพื่อนๆเป็นอย่างงี้กันบ้างละป่าว
ทริปนี้เดินทาง 31 มี.ค. กลับ 18 เม.ย. ระยะเวลาประมาณ 20 วัน เดินทางด้วยสายการบินคาเธ่ย์ ราคาตั๋วประมาณ 28,500 บาท ก่อนไปก็ซื้อ Eurail Global pass 15 วัน แบบ Saver(เดินทาง 2 คนขึ้นไป) ราคา ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท(มั้งคะ ไม่ได้จดไว้ง่ะ) งบประมาณรวมสำหรับทริปนี้วางไว้ที่ 100,000 บาท
แผนการเที่ยวของเราเริ่มต้นที่เยอรมัน(เดรสเดน-ไลป์ซิก-เบอลิน)จากนั้นไปปราก แล้วกลับมาเยอรมัน(เดรสเดน)เพื่อเก็บข้าวของ แล้วต่อไปสวิต(เบิร์น-ลูเซิร์น) แล้วค่อยไปอิตาลี(เวนิซ) ต่อด้วยออสเตรีย(เวียนนา-ซาลบวกซ์)สุดท้ายวกกลับมาที่เยอรมัน(มิวนิก) แล้วกลับไปแพ็คของที่เดรสเดนก่อนกลับบ้านค่ะ
เหตุที่จุดเริ่มต้นการเดินทางอยู่ที่เดรสเดนเพราะตอนนั้นพี่ที่ทำงานด้วยกันไปเรียนต่ออยู่ที่นั่นได้ระยะหนึ่งแล้ว เราเลยหาเหตุไปเยี่ยมเยียน+เที่ยว ไปกับพี่สุดที่เลิฟอีกคนที่วางแผนการท่องเที่ยวให้เสร็จสรรพ เมื่อไปถึงแฟรงต์เฟิตนั้นค่อนข้างตื่นเต้น.. เพราะคนเยอะแยะมากมาย ภาษารึก็อ่านไม่ค่อยจะออก แต่พนักงานที่สนามบินบางคนที่พอจะเดาได้ว่าเรามาจากเมืองไทย ก็จะมีทักทาย ยิ้มแย้มดี ก็เลยใจชื้นขึ้นมานิดส์นึง..
เมืองแรกที่เราไปเที่ยวคือเมือง Leipzig สถานที่นี้เรียกว่า Völkerschlachtdenkmal หรือภาษาอังกฤษคือ Monument of the Battle of the Nations เป็นอนุสรณ์สถานของการรบกันในปี 1813 ระหว่างฝั่งหนึ่งที่มีออสเตรียร่วมกับสวีเดน รบกับอีกฝั่งคือกองทัพนโปเลียน และผลจากการปะทะครั้งนั้นทำให้มีทหารล้มตายมากกว่า 100,000 นาย รูปนี้ถ่ายด้านหน้า ไปกันตั้งแต่เช้า เลยไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ แถมตอนนั้นเค้ากำลังบูรณะบางส่วนด้วย ค่าเข้า 3 ยูโรค่ะ(1 ยูโร ประมาณ 49 บาทค่ะตอนนั้น)


ด้านในก็จะมีบอร์ดให้ข้อมูล ทั้งภาษาเยอรมันและภาษาอังกฤษ รูปข้างล่างนี้เป็นส่วนกลางของอนุสาวรีย์นี้ ทีมีหน้าคนเล็กๆ 2 คนแอบอยู่ข้างๆนั่นไม่ใช่วิญญาณนะค๊า อย่าเข้าใจผิด

จากด้านในนี้สามารถขึ้นบันไดไปยังด้านบนซึ่งสูงขึ้นไปจากชั้นล่างประมาณ 90 เมตร สามารถมองเห็นเมืองไลป์ซิกโดยรอบได้
วันต่อมาเราไปเที่ยวเบอลินกัน แต่หารูปเบอลินของทริปนี้ไม่เจอ ไว้เพื่อนๆรอดูรูปทริปหน้าแล้วกันนะ
หลังจากเที่ยวในเยอรมันไป 2 เมือง พวกเราก็นั่งรถไฟจากเดรสเดนไปยัง ปรากเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค เราไปพักกันที่ ALICE ถ้าใครสนใจไปดูเว็บได้ที่นี่ //www.penzion-alice.cz เป็นอพาร์เมนต์หน้าตาน่ารัก มีห้องครัวพร้อมอุปกรณ์พร้อมสรรพ ไปเช็คอย่าลืมแลกเงินของเค้าไปด้วย (1.00 EUR ประมาณ 25 CZK แต่บางร้านก็รับเงินยูโรค่ะ แต่เราจะขาดทุนนะเวลาจ่ายเป็นยูโร) สถานที่เที่ยวหลักๆในปรากก็คงหนีไม่พ้น
Prague Castle สังเกตทหารที่ยืนอยู่ด้านหน้า ยืนตรงและนิ่งสุดๆ ไม่ว่าใครจะไปถ่ายรูปก็ไม่มียิ้มให้เลย แต่ก็เท่ห์ระเบิดอ่ะ

St Vitus's Cathedral

Charles Bridge กับแม่น้ำ Vltava แม่น้ำสายยาวที่สุดของสาธารณรัฐเช็ค

Astronomical Clock นาฬิกาที่มีกลไกลพิเศษ มีการแสดงข้อมูลเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ที่จุดนี้จะมีคนมารอชมช่วงที่นาฬิการ้องว่าเสียงจะเป็นยังไง อะไรจะเคลื่อนไหว แล้วจะมีตัวอะไรโผล่มานะ อันนี้ลืมถ่ายวีดิโอค่ะ มัวแต่ลุ้น


รูปวิวของเมืองปราก สวยงามเหมือนภาพวาด จากรูปจะเห็นยอดโบสถ์ที่เรียกว่า "Church of Our Lady before Tyn" ที่หลังคาแหลมๆน่ะค่ะ


จากนั้นเราเดินทางกลับมาเที่ยวเดรสเดนเมืองหลวงเก่าของเยอรมัน ที่แรกค่ะโบสถ์ Frauenkirche (Church of Our Lady) ตอนที่ไปกำลังบูรณะคาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2006 (เลยคิดในใจว่าไม่เป็นไรไว้ อีก 2 ปีมาใหม่ แต่แล้วเมื่อกลับมาเยอรมันอีกในปี 2006 ก็ไม่มีโอกาสกลับไปเที่ยวเดรสเดนอีก เพราะต้องประหยัดงบ อิอิ แอบเสียดายเล็กน้อย)

Fürstenzug (Procession of the dukes)

พระราชวัง Zwinger ทางเข้าเป็นรูปมงกุฏ ใครไปเดรสเดนห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ

อาคารนี้อยู่ภายใน Zwinger ทุก 15 นาที นาฬิกาจะดังเหมือนสั่นกระดิ่งกังวานๆค่ะ เพราะดี

รูปนี้เป็นบริเวณภายใน Zwinger

Semper Opera House

จากเดรสเดนเราก็เก็บข้าวของ เดินทางไปยังเมืองเบิร์น(Bern),สวิสเซอร์แลนด์ หลังจากที่เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วพักที่ Bern Backpackers ค่ะ 2 คืนๆละ 39 CHF ต่อคน (1 CHF ประมาณ 31 บาท)เป็นห้อง 2 เตียง ไม่มีห้องน้ำส่วนตัวนะ ห้องสะอาด มีครัวให้ใช้ด้วย ที่แรกที่ไปก็คือบ่อหมี(Bear Pit) มีหมีตัวเป็นๆให้ดู มาเมืองหมีก็ต้องมาดูหมีสิจริงไม๊คะ จากนั้นก็ไปที่นี่ค่ะ
Cathedral - Münster

เมื่อขึ้นบันได(อันน่าหวาดเสียว)ขึ้นไปด้านบนจะเห็นวิวสวยๆแบบนี้ค่ะ

จากนั้นไปแวะเยี่ยมบ้านอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ผู้มีชื่อเสียงในวงการวิทยาศาสตร์ ถึงแม้เขาจะเกิดที่เยอรมันและตายที่อเมริกา แต่วัยเรียนเขามาเรียนอยู่ที่ Zurich และทำงานใน Bern ในระหว่างปี 1902-1909 ค่าเข้าชมคนละ 3 ยูโร

จากเบิร์นเราเดินทางต่อไปยังเมืองลูเซิร์น เมืองยอดฮิตของทัวร์ไทย
เราพักกันที่นี่ค่ะ //www.pensionpanorama.com/ ข้อมูลได้มาจากหนังสือเล่มนึงจำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นห้อง 3 เตียง (แต่เราไปกัน 2 คนเองอีกเตียงเลยไม่ได้ใช้งาน) 1 คืน 70 CHF ห้องพักแม้ไม่ถึงกับใหม่เอี่ยมแต่ก็ค่อนข้างประทับใจเพราะเจ้าของชื่อคุณ Kurt อัธยาศัยดีมาก พูดไทยได้และอนุญาตให้ใช้ครัวได้อีกต่างหาก ราคารวมอาหารเช้าค่ะ วันที่ 2 ที่ไปพักคุณ Kurt แกมีช็อคโกแลตกระต่ายให้ด้วยค่ะ(สำหรับเด็ก อิอิ)เพราะช่วงนั้นเป็นเทศกาลอีสเตอร์พอดีค่ะ สถานที่ที่เราไปเที่ยวได้แก่ JUNGFRAUJOCH ตอนนั่งรถไฟไต่เขาขึ้นไปเจอคนไทยด้วยค่ะ เมืองนี้จัดเป็นอีกเมืองหนึ่งที่คนไทยมาเที่ยวเยอะ วันนั้นโชคไม่ดีที่หิมะตกค่อนข้างแรง ฟ้าไม่เปิด ทำให้มองวิวไม่ชัด จะออกไปถ่ายรูปข้างนอกก็ไม่ได้ เสียดายมากๆ เอารูปป้ายไปแทนละกัน ดูซิว่าสูงขนาดไหน

รูปนี้ถ่ายที่สถานีรถไฟ หรือบนรถไฟ จำไม่ได้ค่ะ

ค่าตั๋วไปยุงฟราวก็ 254 CHF ค่ะ
วิวเมืองลูเซิร์น ถ่ายจากหน้าต่างห้องพักค่ะ สังเกตว่ารูปอาจจะขมุกขมัวหน่อย เพราะช่วงที่เราไปฝนตกเกือบทุกวัน หนาวและเย็นสุดๆค่ะ

Kapellbrücke (Chapel Bridge)

ล่องเรือไปในทะเลสาป Vierwaldstätter See (Lake Lucerne) ด้วยอานิสงค์ของบัตร Eurail pass นั่งฟรีค่ะ

อยู่ลูเซิร์นซะ 3 คืน ส่วนใหญ่เดินหนาวไปสั่นมา เหมือนเป็นคนที่โน่น คือไม่ค่อยได้เที่ยวค่ะ(เพราะโชคไม่ดีที่ฝนตกและติดวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์) สำหรับคืนสุดท้ายใน Lucern เราพักที่ Hotel De La Piax(//www.hotel-de-la-paix.ch) ตอนแรกเราจองที่พักบ้านคุณ Kurt ไว้แค่ 1 คืน พอเปลี่ยนแผนจะอยู่อีก 2 คืน ห้องก็ว่างอีกเพียงคืนเดียว คืนที่ 3 ไม่มีห้องว่างซะแล้ว เลยแวะเข้าห้องสมุดหาข้อมูลที่ซุกหัวนอนสำหรับคืนที่ 3 ก็ได้โรงแรมนี้ อยู่ใกล้มากๆ ราคาคืนละ 90 CHF ไม่รวมอาหารเช้า
วันสุดท้ายหลังจากช้อปช็อคโกแลต นาฬิกาและมีดสวิสเป็นของฝากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว(จนกระเป๋าตังค์เบา แต่กระเป๋าเป้หนัก) ก็ได้ฤกษ์ออกเดินทางไปเวนิซ,อิตาลี ระหว่างที่นั่งรถไฟออกนอกประเทศก็พยายามคุยกับเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจตั๋วและพาสปอร์ตเพื่อให้เขาประทับตราลงในเอกสารขอคืนภาษี เจ้าหน้าที่ 2 คนนี่ก็พูดอะไรไม่รู้เป็นชุดๆเลย(ไม่แน่ใจว่าภาษาฝรั่งเศสหรือเยอรมัน แต่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแน่นอน)แล้วท่าทางก็ดูน่ากลัวมั่กๆ หลังจากพูดๆอยู่พักใหญ่ เขาขอดูของที่ซื้อมา และสุดท้ายก็เขียนเอกสารพร้อมประทับตราให้ค่ะ เฮ้อ..กว่าจะได้ภาษีคืนมาประมาณ 10 ยูโรมั้งคะ ส่งภาษาและลุ้นซะเหงื่อแตก
เมื่อมาถึงเวนิซก็ต้องเห็นเรือกอนโดลาที่คู่รักนิยมเป็นนักหนา แต่พวกเราไม่ใช่คู่รักกันจึงไม่นั่ง(แต่ที่จิงงกน่ะค่ะ อิอิ) ดูจากรูปนี้อาจนึกว่าเมืองนี้แสนสงบโรแมนติก แต่ไม่ใช่ค่ะคนพลุกพล่านมาก(แค่คนไทยก็เยอะแล้ว แอบนึกว่าแว้บกลับมาอยู่เมืองไทยชั่วขณะ) โดยเฉพาะบริเวณ Piazza San Marco ทั้งคนทั้งนกพิราบเยอะมาก รูปที่ถ่ายมาดูพลุกพล่านไปหน่อยเลยขอผ่านไม่เอารูปลงสำหรับบริเวณนี้

รูปนี้บรรยากาศรวมๆ

สำหรับที่พักในเวนิซตอนแรกเราจองไว้ที่ hotel casa linger 1 คืนห้อง 3คน ราคา 98 ยูโรห้องน้ำในตัว แต่เมื่อไปถึงไม่ได้พักที่นั่นเพราะเกิดขัดข้องบางประการ เขาให้เราไปพักอีกที่นึงแทนชื่อ hotel astoria ผู้จัดการอิตาเลียนท่าทางเจ้าชู้เชียว ร่าเริงคุยเก่ง ใส่ฟันทองด้วย แกพามาที่ห้องแล้วก็จุ๊บแก้มลาสาวๆคนละหนึ่งฟอด จั๊กกะจี้เชียว
Bridge of Sighs

เราอยู่เวนิซกัน 3 คืน เดินจนรอบเกาะล่ะค่ะ ตรอกซอกซอยเล็กๆบนทางหินเชื่อมต่อถึงกันไปหมด มีร้านค้าให้ช้อปสองข้างทางเลย ส่วนราคานั้นพูดได้คำเดียวค่ะ "แพง" อิอิ วันที่เราจะบ๊ายบายเวนิซ สบายใจกันมากเกินไปรึเปล่าไม่รู้ค่ะ เดินทางไปขึ้นรถไฟไปเวียน(Wien) หรือเวียนนา,ออสเตรียเกือบไม่ทัน วิ่งแบกเป้กันตัวปลิว(เหมือนว่าเป้เบ๊าเบา..) นั่งเรือไปสถานีรถไฟก็ลุ้นๆๆ ทำไมเรือมันแล่นช๊าช้า...แต่ก็ทันพอดีค่ะ
เมื่อไปถึงเวียนนา(Vienna)เราตรงไปยังที่พักก่อน คืนนี้เราพักกันที่ Hotel Cyrus 3 คน 81 ยูโร ห้องกว้างแต่ไม่สะอาดซักเท่าไหร่ให้ 3 ดาวละกัน ถ้าจำไม่ผิดห้องน้ำไม่มีประตู สงสัยไว้โชว์หวิว แต่โชคดีตอนเราอาบพี่ๆก็หลับไปหมดแระ ไม่งั้นมีเขิลล์
สถานที่เที่ยวแรกในเวียนนาค่ะ
Stephansdom

Square Josefsplatz,National library และอนุสาวรีย์ของ Kaiser Josef II

Square Michaelerplatz

Old castle (alte Hofburg) และอนุสาวรีย์ของ Kaiser Franz I

Square Heldenplatz(Memorial of Heroes)
และอนุสาวรีย์ของ Erzherzog Karl และ Prinz Eugen von Savoyen

Hofburg: Erzherzog Karl Denkmal (Archduke Karl Monument)
อยู่บริเวณตรงกลางของ Heldenplatz ซึ่งสามารถมองเห็นรูปปั้น Archduke Charles ขี่ม้า รูปนี้ชอบจัง ใครถ่ายนะ

วันต่อมาในเวียนนาก็ไปพระราชวัง Schönbrunn ค่าเข้าชม 8 ยูโร รูปนี้เป็นสวนในบริเวณพระราชวัง จะเห็นน้ำพุ The Neptune Fountain และด้านบนเป็น Gloriette เป็นอาคารสึดท้ายที่ถูกสร้างขึ้นในสวนของราชวัง เคยใช้เป็นที่รับประทานอาหารของจักรพรรดิ์ หรือจัดงานรื่นเริง

รูปนี้เป็นสวนและด้านหลังพระราชวัง Schönbrunn

จากเวียนนาเราเดินทางต่อไปยังเมือง Salzburg รูปบ้านพักสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ของเรา มีภูเขาล้อมรอบ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ชื่อ HAUS REICHL เจ้าของบ้านผู้หญิงใจดีชื่อ Franziska สนนราคา 24ยูโร/คน/คืน รวมอาหารเช้าที่จัดไว้อย่างแสนจะน่ารัก

รูปห้องพักค่ะ 3 เตียง(อีกเตียงเก็บภาพมาไม่หมดค่ะ) มีกาต้มน้ำและชากาแฟให้ มีระเบียงดื่มกาแฟร้อนๆ พร้อมชมวิวได้


ไปเมืองนี้ก็ไม่พลาดไปเยี่ยมบ้านของโมสาร์ต(แต่ไม่ได้เข้าไปข้างในหรอกค่ะ แค่เฉียดๆไปถ่ายรูปหน้าบ้านเท่านั้น คิดว่าคงไม่มีอะไรให้ดูมาก แถมเราก็ไม่มีเลือดศิลปินซักเท่าไหร่ แต่เลือดนักวิทยาศาสตร์เข้มข้นกว่าเลยยอมเสียตังค์เข้าบ้านไอน์สไตน์ อิอิ)
ต่อไปเป็นป้อมปราการThe Fortress เรียกว่า Hohensalzburg อยู่บนเขาค่ะ แหงนมองขึ้นไปจะได้วิวประมาณนี้

ภาพเมืองเก่า(Altstadt) กับแม่น้ำสายหลักของเมือง Salzach River

รูปสุดท้าย Mirabell Garden & Castle ค่ะ

จากออสเตรียเราก็เดินทางกลับเข้าไปยังมิวนิก หรือที่เยอรมันเรียก München พักที่นี่ 2 คืนค่ะคืนละ 26 ยูโรต่อคน ห้อง 3 คนห้องน้ำส่วนตัว //www.haus-international.de ที่เที่ยวแห่งสุดท้ายของเราก็คือ ปราสาทต้นแบบของปราสาทในดิสนีย์แลนด์นั่นเอง อยู่บนเขาตอนขึ้นนั่งรถขึ้นไปค่ะ ขาลงเดินเองเป็นการออกกำลังกาย+ประหยัด อิอิ ค่าเข้าชม 9 ยูโร
Schloss Neuschwanstein,Fussen สวยงามเหมือนเทพนิยายจริงๆ

สำหรับทริปนี้ถึงจะผ่านมาเกือบ 4 ปีแต่ก็ยังพอจะจำรายละเอียดได้บ้างโดยเฉพาะเรื่องที่พัก เพราะเพื่อนเป็นคนวางแผนเรื่องเส้นทางเที่ยว ส่วนเรารับหน้าที่จองที่พัก ทริปนี้ยังไม่ค่อยรู้เรื่องที่พักแบบประหยัด ก็เลยหมดไปกับค่าที่พักพอสมควร และสังเกตว่าทริปนี้แทบไม่ได้พูดถึงของกินเลย เพราะส่วนใหญ่เราจะซื้อขนมปังมาทำแซนวิชพกไปด้วยเวลาเดินทางค่ะ แม้ไม่ค่อยอร่อยแต่ก็ประหยัดไปได้โข




 

Create Date : 18 เมษายน 2551    
Last Update : 23 เมษายน 2551 2:10:47 น.
Counter : 1422 Pageviews.  


LiTTleGipsy
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กระเป๋าแบนแห้งแล้งอยู่บ้าน กระเป๋าบานหาเรื่องเที่ยวอีกละ อิอิ..

**สงวนสิทธิ์เนื้อหาทั้งหมดในบล็อกนี้ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539**
Friends' blogs
[Add LiTTleGipsy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.