Each time history repeats itself, the price goes up. ~Author Unknown
Group Blog
 
All Blogs
 

เดอะแกรนด์เดสท์เอ็นเตอร์ไพรส์ - ตอนที่หนึ่ง

พิรัส จันทรเวคิน

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการน้อมถวายสมเด็จพระปิยะมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่สยามประเทศ เนื่องในวโรกาสครบรอบหนึ่งร้อยปีแห่งการเสด็จสวรรคต


นี่คือเรื่องราวของเส้นทางรถไฟสายหนึ่งที่มีความยาวเกือบ 2,000 ไมล์ เส้นทางรถไฟที่ได้หลอมรวมประเทศเข้าไว้ด้วยกัน แต่ในขณะเดียวกันกลับนำมาซึ่งความขัดแย้งและการกดขี่ข่มเหงในสิทธิ์ของความเป็นมนุษย์ เส้นทางรถไฟที่จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของชนกลุ่มหนึ่งและการทำลายล้างของชนอีกกลุ่มหนึ่ง เส้นทางรถไฟสายมรณะที่ต้องเซ่นสังเวยด้วยชีวิตของคนงานนับพันที่สร้างมัน เส้นทางรถไฟที่ทอดผ่านทุ่งหญ้าแพรี่ที่กว้างใหญ่และท้องทะเลทรายอันร้อนระอุและเปลี่ยนให้มันกลายมาเป็นแดนเถื่อนที่ไร้ทั้งข้อกฏหมายและหลักศีลธรรม (The Wild West) เส้นทางรถไฟที่ถูกสร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำมือของมนุษย์ตัวเล็กๆที่มีชัยชนะเหนือธรรมชาติของขุนเขาอันยิ่งใหญ่ เส้นทางรถไฟสายนี้จะเป็นเส้นทางรถไฟสายที่มีความสำคัญเป็นที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ชาติ เพราะว่าเมื่อทำการก่อสร้างมันเสร็จสิ้น ประเทศมหาอำนาจแห่งภาคพื้นทวีปประเทศหนึ่งก็จะถือกำเนิดขึ้นบนพื้นพิภพ สหรัฐอเมริกาจะไม่เป็นเหมือนเช่นดั่งเดิมอีกต่อไป เพราะผลพวงของทางรถไฟสายประวัติศาสตร์เส้นนี้ และนี่ก็คือเรื่องราวความเป็นมาของเส้นทางรถไฟข้ามทวีป (Transcontinental Railroad) สายแรกของโลก

เรื่องราวของมันเริ่มต้นขึ้นในปี 1863 ช่วงเวลาที่ประเทศเกิดใหม่อย่างสหรัฐอเมริกากำลังใกล้ที่จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆเพราะพิษของสงครามกลางเมืองอันร้อนระอุ ในห้วงเวลานี้เองที่ประธานาธิบดีลินคอนน์ได้ออกประกาศเชิญชวนวิศวกรฝีมือดีจากทั่วทุกสารทิศของประเทศให้มาช่วยกันสร้างทางรถไฟ เส้นทางรถไฟสายที่จะเชื่อมต่อชายฝั่งแอตแลนติกเข้ากับชายฝั่งแปซิฟิกและหลอมรวมประเทศเข้าไว้ให้เป็นหนึ่งเดียว มันเป็นงานทางวิศวกรรมที่มีความท้าทายและต้องใช้เม็ดเงินลงทุนเป็นจำนวนมหาศาล ทว่าเป็นที่น่าประหลาดใจที่กลุ่มบุคคลผู้ที่จะมารับคำท้าทายนี้ของท่านประธานาธิบดีกลับมิใช่นายธนาคารกระเป๋าหนักหรือว่านักอุตสาหกรรมผู้ร่ำรวยแห่งมหานครนิวยอร์ก แต่เป็นบรรดาเหล่านักลงทุนรายย่อย (the shopkeepers) ในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งที่แทบจะไม่ปรากฏชื่ออยู่บนแผนที่ เมืองที่มีประชากรราวหนึ่งหมื่นสามพันคนที่มีชื่อว่า “ซาคราเมนโต” ในมลรัฐแคลิฟฟลอร์เนีย และเรื่องราวทุกอย่างก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ.ที่เมืองเล็กๆแห่งนี้

8 มกราคม ปี 1863 มีการเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริกมโหฬารในเมืองซาคราเมนโต เมื่อนักธุรกิจรายใหญ่ประจำเมืองสี่รายที่นำโดย ลีแลนด์ สแตนฟอร์ด เจ้าของร้านขายเครื่องอะไหล่และ ชาร์ล ครอคเกอร์ เจ้าของร้านขายของชำ ตอบรับคำท้าทายของท่านประธานาธิบดีในการที่จะสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อระหว่างชายฝั่งแปซิฟิกเข้ากับชายฝั่งแอตแลนติก และทำความฝันของคนอเมริกันให้กลายมาเป็นความจริง นักธุรกิจทั้งสี่ได้ร่วมกันลงขันจัดตั้งบริษัท เซ็นทรัลแปซิฟิกแรลโรด ขึ้น โดยมีสแตนฟอร์ดรับหน้าที่เป็นประธานบริษัทและชาร์ล ครอคเกอร์ทำหน้าที่เป็นรองประธานฯ ต่อมาบุคคลทั้งสี่คนนี้จะเป็นที่จดจำเรียกขานกันในนามของ “เดอะบิ๊กโฟร์” และแล้วการก่อสร้างเส้นทางรถไฟข้ามทวีปสายแรกของโลกก็ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ลีแลนด์ สแตนฟอร์ดลงมือใช้พลั่วตักดินพลั่วแรกขึ้นมาจากพื้นเพื่อเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของโครงการ



<ยังมีต่อ>

สงวนลิขสิทธิ์ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ห้ามนำบทความหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบทความ มิฉนั้นจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2553    
Last Update : 4 ตุลาคม 2553 23:29:54 น.
Counter : 776 Pageviews.  

พระพุทธเจ้าหลวงกับการเลิกทาสในประเทศไทย

พิรัส จันทรเวคิน

พระพุทธเจ้าหลวงหรือสมเด็จพระปิยะมหาราชนอกจากจะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีคุณูประการอันใหญ่หลวงต่อประเทศแล้ว ท่านยังเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะของคนไทยทุกหมู่เหล่า บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์


หากจะมีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดที่ถูกจดจำและเป็นที่กล่าวขานถึงด้วยความรักและเทิดทูนสูงสุด ก็คงจะหนีไม่พ้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์สมเด็จพระปิยะมหาราชเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า พระราชกรณีณียกิจของพระองค์ในด้านต่างๆมีมากมายหลากหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปฏิรูปประเทศให้ทันสมัยตามแบบอย่างชาติตะวันตก หรือการธำรงรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกราชของชาติไทยจากเงื้อมมือของชาติมหาอำนาจผู้รุกราน หากทว่าที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะได้แก่การยกเลิกระบบทาสที่มีอยู่มาช้านานในสยามประเทศ

ในช่วงที่พระองค์เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อปีมะโรง พุทธศักราช ๒๔๑๑ นั้น ราชอณาจักรสยามมีทาสประเภทต่างๆอยู่เป็นจำนวนถึงหนึ่งในสามของจำนวนประชากรทั้งหมด หลังจากที่ทรงขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน พระองค์ทรงมีดำริให้มีการเลิกทาสในสยามประเทศ โดยได้ทรงตราพระราชบัญญัติขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๑๗ ให้มีการลดจำนวนเงินค่าตัวของทาสลงในแต่ละปี โดยมีผลย้อนหลังไปถึงปีที่เสด็จขึ้นครองราชย์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าลูกทาสที่เกิดในปี ๒๔๑๑ จะสามารถมีความเป็นไทได้โดยสมบรูณ์เมื่อมีอายุครบ ๒๑ ปีบริบรูณ์ โดยให้ขาดจากความเป็นทาสทั้งชายและหญิง นอกจากนี้ยังได้ทรงตรากฏหมายห้ามการซื้อขายทาส โดยมีการกำหนดบทลงโทษทางอาญาแก่ผู้ฝ่าฝืน และทรงกระทำพระองค์เป็นแบบอย่างด้วยการบริจาคพระราชทรัพย์เพื่อไถ่ถอนทาสในวโรกาสต่างๆ



ครั้นเมื่อลุถึงปีพุทธศักราช ๒๔๔๘ ก็ได้ทรงออกพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้ทาส ร.ศ.๑๒๔ ยกเลิกสภาพความเป็นทาสให้กับเด็กที่เกิดจากทาสในเรือนเบี้ย ส่วนพ่อแม่ที่เป็นทาสอยู่ก่อนแล้วนั้น ก็ให้นายทาสจ่ายค่าตอบแทนให้ในอัตราที่กำหนด เป็นผลให้สยามประเทศปราศจากการมีทาสโดยสิ้นเชิงในปีที่มีการตราพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว นับเป็นการบรรลุพระราชปณิธานที่ได้ทรงตั้งไว้เมื่อครั้งเสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ

นโยบายเลิกทาสของรัชกาลที่ห้าด้วยการลดจำนวนเงินค่าตัวของทาสลงในแต่ละปีนั้น แม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนานถึง ๓๐ ปี แต่ก็สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรงในประเทศ อันอาจนำมาสู่สงครามกลางเมืองและการสูญเสียเลือดเนื้อ เหมือนอย่างเช่นที่เคยเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุนี้จึงเป็นผลให้สามารถพัฒนาประเทศได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ล้นพ้นของพระองค์ ด้วยการให้ความป็นไทแก่คนไทยที่เป็นทาส เหล่าทวยราษฏร์ทั้งหลายจึงได้แซ่ซ้องสรรเสริญ และถวายพระราชสมัญญานามแด่พระองค์ว่า สมเด็จพระปิยะมหาราช อันมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน"



ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท
พระปิยะมหาราชแห่งชาติสยาม
ทรงเลิกทาสประกาศไทในเขตคาม
จึงคงความเป็นไทยในวันนี้
เคยร่มเย็นเป็นสุขในยุคก่อน
กลับรุ่มร้อนแบ่งฝ่ายเป็นหลายสี
กราบพระบาทขอบุญญาพระบารมี
หลอมทุกสีให้เห็นเป็นหนึ่งเดียว

(ประพันธ์โดย ด.ร.อุไรรัตน์ วรรณยิ่ง)


สงวนลิขสิทธิ์ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ห้ามนำบทความหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของบทความ มิฉนั้นจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย




 

Create Date : 13 เมษายน 2553    
Last Update : 30 มิถุนายน 2553 16:54:29 น.
Counter : 1622 Pageviews.  


piras
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีความสวยงาม ไม่แพ้ภาษาของชนชาติใดในโลก

free counters
Friends' blogs
[Add piras's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.