Poetry begins to communicate long before it is understood.
Group Blog
 
All Blogs
 

ประสบการณ์ตายที่ริมทาง




ฉันถูกแทงตาย
ศพแอ้งแม้งอยู่กลางฟุตบาท
บอกเวลาตายที่แน่นอนไม่ได้
ฉันรู้แต่ว่า
เมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว
โจรเข้ามาประชิดตัว
ใช้มีดจี้ขู่เอาเงิน
ฉันหยิบกระเป๋าเงินละล้าละลัง
มันคงเห็นท่าไม่น่าไว้ใจ
จึงแทงมีดเข้าไปเต็มปรี่
แล้ววิ่งหนีไป
ฉันทรุดตัวลง
นอนดูดวงจันทร์เดียวดายบนฟากฟ้า
“โอ้จันทร์เจ้าขา”
แล้วหลับตาผลอย
จะมีใครแจ้งตำรวจไหม
จะมีรถพยาบาลไหม
ฉันไม่อยากนอนเดียวดาย
รถยนต์ผ่านไปผ่านมา
แต่ก็เร็วจนมองข้ามฉัน
เด็กเช็ดกระจกที่กลางสี่แยก
ก็คงง่วนจนไม่ว่างมองมาทางนี้เหมือนกัน
สาวคาราโอเกะเดินมาแต่ไกล
พอเห็นร่างฉันนอนอยู่
มือกุมอก หน้าตาเลิกลั่ก แล้วเดินอ้อมผ่านไป
หมาขี้เรื้อนตัวนึง
เดินมาเลียหน้าฉันแปลบแปลบ
แล้วก็เผ่นแน่บไป
ข้างๆคนจรเก็บขยะจิบเหล้าขาว
ไม่คิดจะย่างกรายมาหาฉัน
(อาจเพราะกลัวว่าถ้าฉันตื่น ก็จำต้องแบ่งเหล้าขาวให้ก็เป็นได้)
สักพักแท็กซี่มาจอดใกล้ๆ
โชเฟอร์ลงมาเยี่ยว
กลิ่นเหม็นชะมัดแล้วก็ขับผ่านไป
เวลาล่วงไปช้าๆจวบจนพระอาทิตย์ขึ้น
ฝูงชนล้อมรอบตัวฉัน
เสียงถ่ายภาพจากกล้องมือถือลั่นรอบทิศ
พวกเขาคงมีเรื่องไปโม้ที่โต๊ะกาแฟยามเช้าในที่ทำงาน
แล้วร่างฉันก็ถูกร่วมกตัญญูเอาผ้าขาวห่อ
หิ้วแหวกฝูงชนออกไป
ฝูงชนสลายตัวโดยฉับพลัน
เทศกิจปฏิบัติหน้าที่
เอาน้ำราดพื้น ผงสีขาวโรย
แล้วใช้แปรงถูๆๆๆ
คราบเลือดถูกลบหมดจด
ฉันมองจากรถขนศพ
อยากจะโบกมือลาผู้คนใจจะขาด
ประตูรถขนศพปิด
ทางเท้าเปิด
พวกเขาเดินผ่านที่เคยเกิดเหตุได้อย่างสะดวกดาย
ไม่ต่างจากเช้าวันวาน
เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
(คนที่ตื่นสายหน่อยคงไม่รู้ว่าเกิดอะไร)
อากาศเริ่มร้อนแดด
ฉันปลงตก
หลับตาสู่สุคติ
ตระหนักว่า
ในมหานคร
ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไป
เหมือนไม่เคยมีความตาย




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:30:02 น.
Counter : 365 Pageviews.  

บันทึกจากปักกิ่ง





1.

โต๊ะจีน
คือ
ประวัติศาสตร์
คือ
ความเป็นไป
เรา
คนต่างถิ่น
ไม่รู้จักหน้าค่าตา
มาด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกัน
คือ
กิน
บริกรสาวจีนเรียงราย
ทยอยนำความหลากหลาย
อันประเมินค่ามิได้
มาจากทุกอาณาบริเวณ
เริ่มต้นด้วยชุดเรียกน้ำย่อย
เธอวางจานถั่วลิสงอบเกลือ แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานหัวไชเท้าหั่นฝอยคลุกน้ำส้มสายชู แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานผักสีเขียวใบเปื่อยบางราดซอสถั่วปนงา แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานแผ่นหมูรมควันแล่บาง แล้วยืนเงียบ
เธอรินน้ำชาให้กับแขกเหรื่อทุกคน แล้วยืนเงียบ
เราคีบกินพอเป็นพิธีพร้อมสนทนาปราศรัยบ้างประปราย
พวกเธอยืนเงียบ มองว่าต้องรินน้ำชาให้ใครเพิ่มหรือไม่
จานที่ว่างเปล่าถูกยกออกไป
แล้วอาหารหนักก็ตามมาในทันที
เธอวางชามน้ำแกงสาหร่ายเขียวที่มีเมือกหนืดๆคลุม ตักให้ แล้วยืนเงียบ
เธอวางชามเนื้อไก่ฉีกเป็นเส้นปนผักกาดในน้ำซุปแดงฉานมันแผลบ แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานเป็ดย่างหนังกรอบแล่บางและแผ่นแป้งห่อพร้อมซอสหนืดข้น แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานเนื้อแพะผัดรสจัดจ้านแต่เนื้อนุ่ม แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานปลานึ่งซีอิ๊วตัวใหญ่เท่าท่อนแขน แล้วยืนเงียบ
เธอวางจานจาปาตีไส้เนื้อวัวเครื่องเทศ แล้วยืนเงียบ
พวกเราบรรจงคีบอย่างสรวลเสเฮฮา
พวกเธอยืนเงียบรอคำสั่งภาษามือจากเราว่าต้องเติมน้ำชาหรือไม่
เมื่อเธอยกจานท้ายๆอย่างหมั่นโถวกับข้าวผัดมา
พวกเราก็อิ่มจนอ่อนล้าลง
แล้วไม่นานเธอก็ยกผลไม้มา
เหมือนจะบอกว่า
โต๊ะหรรษากำลังสิ้นสุดลง
คนต่างถิ่นอย่างเราทยอยลุกออกไป
ทิ้งแต่เศษกากก้าง กากกระดูก กากเมล็ด
กระจายอยู่เต็มโต๊ะ
คนสุดท้าย ฉันลุก
ประตูทางออก
มองกลับไป
พวกเธอเก็บกากทิ้งอย่างรวดเร็ว
ยืนเงียบล้อมรอบอาหารที่เหลือไว้
จับมันเป็นเชลย
สายตาฉันได้ยินว่า
นี่แหละคือ
นี่แหละคือ
ส่วนแบ่งที่เป็นธรรม



2.

ในเมืองที่มีแต่หมอก
และควันแห่งการสันดาป
ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอเธอ
หากเธอยืนเปลือยกายตรงหน้า
ฉันจะเห็น
เนินเขาลดเลี้ยว
ลุ่มน้ำกสิกรรม
ที่ราบอันกว้างใหญ่
แต่เท่าที่ฉันเห็นคือ
เส้นผมที่แผ่สยายเหมือนสายถนนสร้างใหม่
ผิวขาวนวลที่เหมือนหินอ่อนต้องมลพิษในวังต้องห้าม
แก้วแว่นตาใสวามวาวที่เหมือนกระจกตึกเกิดใหม่ในเมือง
และด้วยการประดับประดา
เสื้อแขนกุดสีเหลือง
กางเกงยีนส์สี่ส่วน
กระเป๋าสีเงินวาวแบรนด์เนม
เธอก็งดงามไม่ต่างจาก
สาวชาวจีนสมัยใหม่ทั่วไป




ปล. ที่หายไปสักพักนึงแล้วไม่ได้อัพบล็อกก็คือไปจีนมานี่แหละครับเพื่อไปประชุมวิชาการแล้วหนึ่งสัปดาห์แล้วเพิ่งกลับมา




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:30:26 น.
Counter : 282 Pageviews.  

สะพานที่ทอดข้ามถ้วยน้ำชา




ด้วยภาษาที่คุณไม่รู้จัก
พวกเขานั่งคุยกัน
ต่อหน้าเค้กและน้ำชาเป็นพยาน
ผู้ไม่อาจสื่อสารได้ คือคุณ
ต่อหน้าแสงเทียน
เขาหันหน้าไปทางซ้ายเปรยกับผู้หญิงด้านข้างนั่น
ชี้นิ้วออกไปข้างหน้า
เธอยักไหล่และคนอื่นทำหน้าเลิกลั่ก
ผู้หญิงอีกคนยื่นหน้ามากลางโต๊ะ
เล่าอีกเรื่องด้วยภาษาที่คุณไม่รู้จัก
คนที่เหลือผลัดกันจิบน้ำชา
มือของเธอกวาดผ่านหน้าอกจากขวามาซ้าย
ขยับฝีปากอย่างรวดเร็ว
แล้วมือซ้ายขยับรุกไปข้างหน้าอย่างเป็นขั้นๆ
คนอื่นๆนั่งนิ่งฟัง
แล้วผู้ชายอีกคนก็พูดสวนขึ้นมาทันใด
ทีละคนทีละคนเริ่มหันไปมองเขา
คุณไม่สามารถพูดอะไรที่พวกเขาฟังรู้เรื่องได้
คุณจะทำอย่างไร?
เขาเอนหลังพิงพนักแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียง
ที่แม้คุณฟังไม่รู้เรื่องแต่ก็รู้ว่าเร่งเร้า
แล้วเขาก็โน้มศีรษะมาทางโต๊ะ
ใช้มือซ้ายและมือขวากรีดเป็นวงรอบตัว
แล้วย้อนเส้นทางเดิมมือขวากับมือซ้ายก็มาบรรจบกันตรงหน้า
พรรณาด้วยภาษาที่คุณไม่รู้เรื่อง
ผู้หญิงที่นั่งข้างๆตบไหล่เขา
แล้วรับช่วงต่อบทสนทนาไป
ไม่นานนักผู้ชายอีกคนเข้ามาสวมรอย
ตาสีฟ้าเขามองเพดาน
พูดพลางทำมือไม้ดึงอากาศลงมาร่วมด้วย
สุดท้ายเขาโพล่ง
ฟาดมือลงบนโต๊ะแล้วอกผายไหล่ผึ่งนิ่ง
ค่อยค่อย ค่อยค่อย เขาอีกคนเริ่มหัวเราะ
เธอก็เริ่มหัวเราะ
เขาเริ่มหัวเราะ
เธอเริ่มหัวเราะ
เขาหัวเราะ
เธอหัวเราะ
เขา และ เธอหัวเราะ
ทุกคนยกเว้นคุณ หัวเราะ
เปลวเทียนสั่นไหว
น้ำชาตรงหน้าคุณส่งเข้าปาก
(เพื่อให้ท่วมลิ้นที่มิอาจสื่อสารได้)
เสียงหัวเราะธรรมดาคุณไม่เคยได้ยิน
รอยยิ้มปกติคุณไม่เคยได้เห็น
ห้วงน้ำชากั้นอยู่ตรงหน้าโปรดได้ไหลผ่านไป
สิ่งเดียวเท่านั้นคุณทำได้คือ
ยิ้มให้กับทุกรอยยิ้มของทุกทุกคน
เพื่อยืนยันว่า
“โลกนี้มีเพียงทวีปเดียว”


(เขียนโดยอ้างอิงถึงการร่วมวงกินน้ำชาและของว่างในสุดสัปดาห์ของสวีเดนที่เรียกว่า Fika)




 

Create Date : 06 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:30:52 น.
Counter : 487 Pageviews.  

หากออกไปสัมผัสฝนบ้าง




คนที่อุดอู้อยู่ในห้องคงไม่รู้สึก
ถึงการถูกกระตุ้นเร้าผัสสะ
เมื่อสายฝนกำลังโปรยปราย
กลิ่นดินชื้นขึ้นแตะจมูก
หูผึ่งด้วยเสียงหวือของสายลม
เส้นขนซู่เมื่อหยดน้ำลงแตกต้องผิว
พื้นถนนเปียกน้ำดังกระจกใสสะท้อนแสงไฟวะวับวะวามตา
และเมื่อเราก้าวออกไปริมทาง
ต้องเยื้องย่างอย่างระวังแอ่งน้ำเจิ่งนอง
ค้อมตัวให้กับกิ่งไม้ที่โน้มตัวลงปะพรมละอองน้ำ
และทำตัว เรียว เล็ก ลีบ แม้จะอยู่ใต้ร่มคันอลังการ

คนที่อุดอู้อยู่ในห้องคงไม่รู้สึก
ว่าการถูกกระตุ้นเร้าผัสสะ
กับความนอบน้อม
มีมาพร้อมกัน




 

Create Date : 01 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:31:32 น.
Counter : 284 Pageviews.  

การเดินทางในสายตา




บนรถไฟข้ามช่องแคบ

ทารกตาโตมองไปยัง

หญิงชรากระพริบตาตอบ

การเดินทาง

ชั่วชีวิต



(จดจำไว้ยามนั่งรถไฟข้ามช่องแคบเออเรซุนด์ที่กั้นระหว่างเดนมาร์กกับสวีเดน)




 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 5 ตุลาคม 2550 1:33:36 น.
Counter : 293 Pageviews.  

1  2  3  4  5  

SteppenWolf
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




The Last Renaissance Man
Free Hit Counter
Friends' blogs
[Add SteppenWolf's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.