Pahpong Blog
Group Blog
 
All Blogs
 
weeks 19 การขอคืนพื้นที่ (ไส้ติ่ง) เพื่อให้ลูกวิ่งเล่น (30 พฤษภาคม-5 มิถุนายน 2553)

หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วทุกอย่างปกติดีและไม่มีเหตุการณ์ให้คุณพ่อได้เขียนเล่าเท่าไหร่ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติเกิดขึ้น
โดยเริ่มต้นจากวันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม คุณแม่ได้เกิดมีอาการปวดท้องด้านขวา บางครั้งก็ปวดทางด้านหน้าบริเวณ มดลูกบ้าง จนวันอังคารตอนเที่ยงก็ยังปวดอยู่ พ่อจึงพาแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลทันที พอไปถึงก็ตรวจกับหมอกีรนุช เพื่อดูอาการ และทำการอัลตราน์ชาวน์กับหมออีกท่านนึงก่อนเวลา เพราะจริงๆแล้ว นัดวันเสาร์ เพื่อเช็คดูความปกติของลูก และดูว่าปวดท้องผิดปกติหรือไม่ ผลออกมาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่สิ่งที่เห็นคือมีก้อนเนื้อเล็กๆข้างมดลูกซึ่งไม่เป็นอันตราย และเห็นส่วนต่างๆของลูกทุกส่วน รวมทั้งเห็นว่าลูกเป็นลูกชายแน่นอน ขนาดของความกว้างของหัวของลูก(BPD) ประมาณ 4.2 cm. เส้นรอบวงของศรีษะ(HC)ประมาณ 15.5 cm. เส้นรอบวงของท้อง(AC)ประมาณ 14.2 cm. ความยาวช่วงบนท่อนขา(FL) 2.6 cm. น้ำหนักลูกประมาณ 254 Gram เมื่อคำนวณโดยเครื่อง แล้วอายุของลูกคือ 18 Weeks 5 days ซึ่งตรงตามอายุครรภ์จริง สุขภาพสมบูรณ์ดีทุกประการ
หลังจากที่พบหมอสูติแล้ว ก็ไปพบกับหมอด้านอายุรกรรมเพื่อดูว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ ซึ่งคุณหมอประเสริฐ ไตรรัตน์วรกุล ให้เจาะเลือดดูว่าผลเลือดเป็นอย่างไร เมื่อวิเคราะห์แล้วก็ให้นอนพักให้น้ำเกลือ เพื่อรอดูอาการอีกวันหนึ่งก่อน วันรุ่งขึ้น(วันพุธ)หมอมาดูอาการตอนเช้าแล้ว วิเคราะห์แล้วสรุปว่าน่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดเอาออกก่อนที่จะอักเสบจนแตก และอาจจะมีปัญหากับมดลูกได้ เราจึงตัดสินใจผ่าตัดในบ่ายวันนั้น ช่วงเวลาที่ตัดสินใจช่างยากเย็นเหลือเกินเพราะไม่สามารถวิเคราะห์ได้ชัดเจนว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบจริง เนื่องจากเอกเรย์ไม่ได้ และที่สำคัญเรากลัวว่าการผ่าตัดจะกระทบกับลูกหรือเปล่า เราจึงอธิษฐานให้พระเจ้าดูแลลูกและแม่ให้ปลอดภัยในการผ่าตัดครั้งนี้ด้วย หลังจากใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 ชม. หมอก็มาพบพ่อที่ห้องและอธิบายว่ามีไส้ติ่งอักเสบจริงเพราะเส้นเลือฝอยแดงก่ำรอบๆไส้ติ่ง เป็นไปได้ว่ามีอะไรไปอุดทางออกทำให้มูกด้านในไม่สามารถออกมาได้จนบวมและอักเสบ ซึ่งถ้าไม่ผ่าออกอาจเกิดการแตกได้ และจะมีผลทำให้มดลูบีบรัดตัวเป็นอันตรายกับลูกและแม่ได้ รวมทั้งการผ่าตัดทำการทำได้ยากกว่ามาก
หลังจากผ่าตัดเสร็จคุณแม่ออกมาและมานอนพักฟื้นต่ออีก 2 วันในโรงพยาบาล จริงๆแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ โอกาสในการเกิดเช่นนี้กับคนท้อง ประมาณ1:1000 คน ซึ่งก็เกิดขึ้นกับเราคุณแม่แอนต้องประสบเหตุครั้งนี้ในช่วงท้องต้องอดทนมาก ลำพังแค่อุ้มท้องอย่างเดียวก็ลำบากมากอยู่แล้วแต่ต้องมาเจ็บแผลหลังผ่าตัดอีก ลูกคงรู้นะว่าแม่เจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องผ่าตัดเพื่อให้ลูกไม่ได้รับอันตราย เมื่อลูกเกิดออกมาแล้วต้องรักคุณแม่ให้มากนะ น้องเซ้นท์ รู้ไหมว่าคุณแม่ต้องเอาไส้ติ่งออกเพื่อเคลียพื้นที่ให้ลูกขยายตัวได้อย่างเต็มที่เลยนะ
สำหรับตัวลูกในสัปดาห์นี้ลูกจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว เซลล์สมองยังคงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ประสาทไขสันหลังเริ่มหนาตัวขึ้น ตอนนี้ต่อมรับรสของลูกเจริญเต็มที่แล้วและลูกจะเริ่มรับรู้รสหวานของน้ำคร่ำในมดลูกแล้วนะ นอกจากการรับรู้รสในช่วงนี้การได้ยินซึ่งพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วและไวพอที่จะได้ยินเสียงที่สูงหรือต่ำเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะได้ยินอีกด้วย และที่สำคัญ ลูกยังเติบโตขึ้นอีก 1 ซม. จากสัปดาห์ที่แล้ว ดังนั้น ตอนนี้ลูกจึงมีลำตัวยาวประมาณ 19 ซม. แล้ว



Create Date : 04 กรกฎาคม 2553
Last Update : 4 กรกฎาคม 2553 23:16:11 น. 0 comments
Counter : 251 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pahpong
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pahpong's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.