O[r]NgoinG (^^,)GoingO[r]N--สิ่งดี ๆ ซ่อนตัวอยู่ในทุกวันของคุณ
Group Blog
 
All blogs
 
สมองฟิต ความคิดปิ๊ง(ตอนที่ 2)

ไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไร มาทำให้ตัวเองรู้สึกดี หนังสือเล่มบางนิดเดียว แต่อ่านไม่จบสักที เห้อ อ่านมาตั้งหลายวันเพิ่งได้ถึงบทที่ 4 แ้ล้วเมื่อไหร่จะได้ฟิตสมองสักทีละเนี่ย งั้นก็เริ่มเลยแล้วกัน


สิ่งแรกที่ต้องทำในการออกกำลังกายสมองคือ
กระตุ้นสมองยามเช้าและก่อนเข้านอน

เนื่องจากทุกเช้าทุกคนต่างมีภารกิจที่เริ่งรีบ ส่งผลให้สมองทำงานอย่างเต็มสปีด ดังนั้นจึงเป็นการดีหากจะผ่อนคลายตอนเช้าและก่อนนอนด้วยการเติมกิจกรรมที่
แปลกใหม่ ที่เป็นการกระตุ้นสมองให้กระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง ด้วยวิธีการที่ง่าย (ในบริบทของสังคมตะวันตกนะคะ เพราะหนังสือนี้เป็นหนังสือแปลจากผลวิจัยของต่างประเทศ บางอย่างอาจจะทำได้ยากในบ้านเรา)

1.หอมหวานวานิลาหลังลืมตา

เปลี่ยนการรับรู้กลิ่นใหม่ ๆ ในช่วงเช้า แทนที่จะรับกลิ่นกาแฟเหมือนเดิม ลองเปลี่ยนกลิ่นอื่น ๆ ดูบ้าง หรือจะวางพวกกลิ่นบำบัดไว้ข้างเตียง ให้ได้กลิ่นอ่อน ๆ ชวนฝันดี

(การจับคู่กลิ่นใหม่ ๆ กับกิจวัตรช่วงเช้าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เซลล์ประสาทสัมผัสทำงานประสานกันและสร้างเครือข่ายแบบใหม่ ๆ ในสมอง)

2. หลับตาอาบน้ำ

เปิดก๊อกน้ำ ปรับความแรงหรืออุณหภูมิของน้ำโดยใช้ประสาทสัมผัสและความรู้สึก
(แต่ อย่างลืมฝึกวิธีเปิด ปิด ปรับอุณภูมิก๊อกน้ำ่ก่อน ไม่งั้นได้โดนลวกแน่ ๆ)

(การฝึกวิธีนี้เป็นการปลุกสมองโดยการเปลี่ยนแปลงการทำกิจวัตรประจำวันที่ซ้ำซาก
จำเจ ให้มีความแปลกใหม่ ให้สมองตื่นตัว แต่อาจจะไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก และค่อนข้างใช้เวลา)

3.เกมสลับมือ ขยับสมอง

ลองฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัดทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การแปรงวันด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด หมุนฝาหลอดยาสีฟัน หรืออื่น ๆ โดยใช้มือที่ไม่ถนัด

(การฝึกแบบนี้เป็นการกระตุ้นสมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ให้เริ่มสั่งการเพื่อปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ที่สมองซีกนี้ไม่ค่อยได้มีส่วนร่วม ซึ่งจะส่งผลให้วงจรและเครือข่ายสมองในส่วนเยื่อหุ้มสมองที่ทำหน้าที่ควบคุม
และรับส่งคำสั่งจากมือ มีการขยายตัวอย่างมากและในอัตราที่รวดเร็ว หรืออาจลองทำอะไรด้วยมือข้างเดียว ก็ได้)

4. สัมผัสความมีสไตล์

หลับตาเลือกชุดทำงาน ดวยการใช้ประสาทสัมผัสเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือก เช่น วันนี้เป็นวันผ้าไหม ลองสัมผัสเนื้อผ้า และเลือกชุดที่เข้ากัน

(การฝึกใช้มือและนิ้วในการแยกความแตกต่างของผิวสัมผัสของสิ่งของ จะช่วยให้สมองสร้างและขยายเครือข่ายสื่อสารของเซลล์ประสาทที่เกี่ยวข้องกับ
การรับสัมผัส)

5. อยู่ในโลกไร้เสียง

ปิดหูด้วยการใส่หูฟังขณะรับประทานอาหารเพื่อสัมผัสโลกเงียบ

(การสกัดกั้นโสตประสาทรับเสียงโดยสวมหูฟังจะบังคับให้คุณใช้ตัวช่วยอื่น ในการทำกิจกรรมง่าย ๆ เช่น รู้ว่าขนมปังปิ้งที่อยู่ในเครื่องปิ้งได้ที่แล้ว โดยไม่ต้องพึ่งเสียง)

6. เช้าวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ลองเลืิอกทำกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากทุกวัน เช่น เปลี่ยนลำดับการทำกิจกรรม ถ้าเคยกินข้าวก่อนแต่งตัว ลองแต่งตัวก่อนกินข้าวดู หรือ ถ้าเคยกินกาแฟ กับขนมปัง เปลี่ยนมาลองกินข้าวดู เปลี่ยนเีสียงนาฬิกาปลุก เปลี่ยนรายการวิทยุ โทรทัศน์ จูงหมาไปเดินเล่นในถนนที่ไม่เคยไป เป็นต้น

(กิจกรรมใหม่ ๆ จะกระตุ้นเซลล์ประสาททีก่ินพื้นที่สมองชั้นนอกในบริเวณกว้าง วิธีเติมกิจกรรมใหม่นี้จะให้ผลลดลงเมื่อกิจกรรมนั้นกลายเป็นสิ่งที่ำทำเป็นกิจวัตร เนื่องจากสมองต้องใช้พลังในการทำสิ่งใหม่ ๆ มากกว่าตอนทำกิจกรรมที่ทำจนชินแล้ว)

7. เสียงซิมโฟนีในห้องน้ำ

สัมผัสความหรูหราตอนอาบน้ำด้วยสารพัดกลิ่น ผิวสัมผัส และแสงไฟ เพื่อการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทแบบไม่ซ้ำเดิม

(กลิ่นบางกลิ่นจะกระตุ้นอารมณ์เฉพาะ เช่น กลุ่นที่ให้ความรู้สึกกระปรี้กระเปร่า กลิ่นที่ทำให้สงบผ่อนคลาย ในการอาบน้ำแบบนิวโรบิคส์ การจับคู่กลิ่นและเสียงดนตรีเข้ากับกิจกรรมที่ผ่อนคลายนับเป็นการสร้างประสบการณ์
คลายเครียด ที่สมองจะนำอกอมาใช้ใหม่ เมื่อได้รับกลิ่นหรือเสียงนั้นอีกครั้ง)

8. เพลินกับเสียงสุนทรีย์

อ่านหนังสือแบบออกเสียงให้เพื่อนหรือคนใกล้ชิดฟัง แล้วสลับบทบาทกัน ลองเป็นผู้ฟังบ้าง วิธีนี้อาจเป็นการอ่านหนังสือที่ช้า แต่จะช่วยให้คุณใช้เวลาอย่างมีค่าและช่วยให้คุณมีหัวข้อสนทนากับเพื่อนร่วมงานได้

(ขณะอ่านออกเสียง เราใช้วงจรในสมองคนละส่วนกับวงจรที่ใช้ขณะอ่านในใจ ในการฟัเงสียงสมองชั้นนอกจะได้รับการกระตุ้นทั้งซีกซ้ายและขวา ในขณะที่การพูดจะมีการทำงานในสมองทั้งซ้ายและขวารวมทั้งส่วนที่เรียกว่าซีรีเบลลัม ส่วนการอ่านหนังสือด้วยการมองตัวหนังสือเพียงอย่างเดียวจะเกิดการกระตุ้น
ในสมองชั้นนอกซีกซ้ายเพียงส่วนเดียวเท่านั้น)

9. เซ็กซ์ สุดยอดกิจกรรมออกกำลังสมอง

เซ็กซ์เป็นการออกกำัลังกายสมองที่ดี เพราะในกิจกรรมร่วมรักมีการใช้ประสาทสัมผัสทุกอย่างที่ก่อให้เกิดการกระตุ้น
ในวงจรสมองทุกส่วนรวมทั้งวงจรที่รับรู้เรื่องอารมณ์

- - ตอนนี้อ่านได้แค่นี้ เอาไว้อ่านได้ครบแล้วจะมาเพิ่มเติม

ที่มา : Lawrence C.Katz, and Manning Rubin. Keep your brain alive. 2nd. se-ed. BKK : 2007


Create Date : 01 ตุลาคม 2550
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 12:45:15 น. 2 comments
Counter : 270 Pageviews.

 


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:9:57:11 น.  

 
มีประโยชน์มากครับ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ทันที

ขอบคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 10 ธันวาคม 2553 เวลา:12:58:56 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ธีร์ตา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ธีร์ตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.