O[r]NgoinG (^^,)GoingO[r]N--สิ่งดี ๆ ซ่อนตัวอยู่ในทุกวันของคุณ
Group Blog
 
All blogs
 
วิธีการ สร้างมนุษย์สัมพันธ์

By Kran KGz., MissConsult.com
June 12, 2006

คุณอยากเป็นคนมีเสน่ห์ไหมคะ? แน่นอนคะ เราทุกคนต้องตอบว่าอยากเป็นคนที่มีเสน่ห์ สามารถเข้ากับทุกคนได้โดยง่าย และ เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมต่างๆได้ด้วยเช่นกัน

คุณเคยสังเกตไหมคะ ว่าทำไมคนบางคน ถึงเข้าสังคมได้อย่างคล่องแคล่ว ทำไมเขาถึงมีความมั่นใจ และ ทำให้คนอื่นรู้สึกอยากคุยด้วย บางครั้งเราเอง ก็เป็นคนมีความมั่นใจ แต่ อาจจะไม่ทราบว่า ต้องทำอย่างไรเราถึงจะเป็นคนที่ทุกคนรู้สึกอยากคุยด้วย และ การได้คุยกับเราเป็นเรื่องไม่น่าเบื่อ เรื่องนี้ไม่ยากคะ เพียงคุณเตรียมพร้อมและมีความตั้งใจในการสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี เราก็สามารถเพิ่มทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ของเราให้ดีขึ้นได้อย่างบุคคลที่เข้าสังคมเก่งๆได้คะ


การจะเป็นผู้ที่มีทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี และ ทำให้ผู้อื่นชื่นชอบได้นั้น เราสามารถยึดหลักง่ายๆดังต่อไปนี้คะ


* ความกล้า : ความกล้าในที่นี้ หมายถึงความกล้าในการที่จะทำจิตใจของเราให้กล้าเข้าไปทักทายผู้อื่นก่อนนะคะ ปัญหาส่วนใหญ่ของคนเราก็คือ ความไม่กล้าที่จะสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นก่อน หรือ เรียกว่า ขี้อาย นั่นเองคะ อาการขัดเขิน เริ่มต้นไม่ถูก เป็นปัญหาที่ทำให้เราพลาดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และ ความกลัวเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราไม่กล้าที่จะทำอะไร และ ในที่สุด ก็จะเป็นการยากที่เข้ากับผู้อื่นได้

ความกลัวนี้ เกิดจากความคิดของเราเป็นหลักคะ แค่เราคิดว่า คนอื่นอาจจะไม่ชอบเรา เราไม่คู่ควรกับคนกลุ่มนี้ เราไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ แค่ความคิดแบบนี้ ก็สามารถทำให้เรากลัว ว่า คนอื่นต้องคิดเหมือนเรา ดังนั้นก็เลยเลือกที่จะเก็บตัวไม่คุยกับใครก่อน ทำให้เป็นการยากที่จะให้ผู้อื่นเข้าถึงตัวเราได้เช่นกันคะ ในความจริงแล้ว เป็นเพราะเราคิดไปเอง และ เลือกที่จะคิดผิดๆ ดังนั้น ทางแก้แรกที่เราควรจะทำก็คือ อย่าพยายามคิดเช่นนั้น คุณควรจะภูมิใจในตนเอง ถึงเราจะไม่มีอะไรเด่นเลิศให้เป็นที่สังเกตได้ แต่ อย่างน้อย เราก็มีคนมีจิตใจดี และ พร้อมจะเป็นมิตรกับทุกคน เราก็เป็นคนที่มีความสามารถ มีความคิด มีสติ ครบถ้วน ไม่ได้ด้อยหรือน้อยกว่าใคร การที่คุณคิดได้แบบนี้ จะทำให้คุณมีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

หลังจากนั้น ก็ต้องเพิ่มความกล้าให้แก่ตนเอง โดยคิดว่า เราต้องกล้ามอบความรู้สึกอยากเป็นมิตรให้คนอื่นก่อน กล้าที่จะเข้าไปทักก่อน คิดเสียว่า เรามีจิตใจที่ดี เราต้องการมิตรภาพ เพียงแต่เราพร้อมจะยื่นให้ก่อน ดังนั้น ไม่ต้องรอที่จะให้ใครทำอะไรให้เรา ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี คุณสามารถเริ่มทำก่อนได้คะ คิดได้ดังนี้ เราก็จะกล้าแล้วคะ และ เป็นความกล้าที่ถูกต้องด้วยคะ ถ้าการเข้าไปทักของเราไม่ได้รับการตอบรับในทางทีดี ก็ไม่ต้องวิตกกังวล เพราะผู้มีมารยาททางสังคม และ คนที่มีไมตรีจิตที่ดี ย่อม ยินดีในการได้รับไมตรีจิตที่ดีจากคุณเช่นกันคะ เป็นไปได้ว่า อาจจะได้พบกับคนที่ไม่มีมารยาท หรือ ไม่เข้าใจในไมตรีจิต จากคุณ เป็นเรื่องธรรมดาคะ อย่าปล่อยให้คนเหล่านั้น ทำให้คุณหมดความเชื่อมั่น และ กลับไปทำตัวลึกลับ ได้เชียวคะ ถ้าเจอแบบนี้ คุณก็แค่คิดว่า ช่างเถอะ ก็แค่คนที่ไม่มีไมตรีจิต หรือ คนไม่มีมารยาท ผ่านแล้วก็ผ่านไป แค่นี้เองคะ



* ยิ้ม ในการสร้างมิตรภาพนั้น หลักที่สำคัญก็คือ อย่าแสดงอาการ หรือ ความต้องการในการสร้างมิตรภาพออกมามากเกินไป เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณแสดงออกถึง ความปรารถนา หรือ ความตั้งใจอย่างมุ่งมั่นในเรื่องนี้ มันจะเกิดผล ลบ กับตัวของคุณเอง นั่นคือ บุคคลอื่นจะหนี ดังนั้น การสร้างมิตรภาพ ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดี และ ความพึงพอใจของเราและบุคคลอื่น ไม่จำเป็นต้องบอกตนเองว่า เราต้องเป็นที่รู้จักของทุกคน หรือ ทุกคนต้องรู้จักเรา

สิ่งที่ดีที่สุดในการสร้างมิตรภาพในความพอดีให้เกิดขึ้น ก็คือ การสร้าง รอยยิ้ม เพราะการยิ้มเป็นการช่วยให้จิตใจสบาย และ ลดความตึงเครียด นั่นคือ เมื่อคุณรู้สึกอยากสร้างมิตรภาพ ให้ยิ้ม และ ควรเป็นยิ้มที่แสดงออกถึงความสบายใจ และ จริงใจของคุณในการสร้างมิตรภาพ อย่ายิ้มแบบ ผ่าน ๆ หรือ ที่เรียกกันว่า ยิ้มตามมารยาท เพราะ ถ้าคุณไม่ใช่คนดังในวงสังคมมาก่อน คุณจะสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นได้ยาก การยิ้มที่เกิดจากความจริงใจ และ เกิดบนพื้นฐานของความรู้สึก จะเป็นรอยยิ้มที่ประทับผู้พบเห็น

* เป็นผู้ให้ก่อน หมายถึงว่า ไม่จำเป็นที่ต้องรอให้ใครทำอะไรให้เราก่อนที่เราจะทำอะไรให้ใคร นั่นหมายถึงว่า ในการสร้างมิตร หรือ มนุษย์สัมพันธ์ ไม่มีกฎเกณฑ์ ว่า คุณจะต้องรอให้ใครสักคนมาทักคุณก่อน หรือ เข้ามาไหว้ คุณก่อน เพื่อแสดงถึงว่า คุณเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รู้จัก ถ้าคุณรู้จักใคร และ สังเกตเห็นเขาก่อน คุณสามารถเดินเข้าไปไหว้ และ ทักก่อนได้เสมอ จำไว้เสมอคะ เราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครให้อะไรเราก่อน แล้วเราค่อยตอบแทน เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง เราทุกคน ชอบที่จะเป็นผู้รับ ดังนั้น จงเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ให้ก่อนเสมอคะ และ คุณจะเป็นที่ชื่นชอบได้โดยง่าย

* ความจำ เรื่องนี้เป็นความสำคัญอย่างยิ่ง คุณควรฝึกความจำให้ดีในเรื่องชื่อของคนแต่ละคน อย่าจำชื่อผิดโดยเด็ดขาด คิดดูสิคะ ถ้ามีใครสักคน เดินตรงดิ่ง พร้อมรอยยิ้มที่ดูคุ้นเคย เดินเข้ามาทักคุณ พร้อมกับถามว่า "สบายดีไหม" คุณย่อมรู้สึกดีมากๆ แต่พอคนผู้นั้นบอกว่า "ยินดีที่ได้เจอคุณอีกนะครับ คุณ สมศักด์ " ทั้งทีๆ คุณชื่อ อรรถพล!

คุณว่า ความรู้สึกดีๆ ทีผ่านมาจะเป็นยังไรคะ แน่นอนคะ คุณคงคิดว่า บุคคลท่านนั้นไม่จริงใจกับคุณแน่ๆ ดังนั้น เรื่องของชื่อเป็นความสำคัญที่จำพลาดไม่ได้ ถ้าจำไม่ได้ ก็สามารถสอบถามจากบุคคลอื่น ก่อนเข้าไปทัก หรือ ถ้าถูกทักก่อน ก็พยายามที่จะซักถามให้ทราบชื่อก่อนที่จะพูดชื่อที่เราไม่มั่นใจออกไปโดยเด็ดขาดนะคะ

* การฟัง การฟังนะคะ ไม่ใช่ การพูด เพราะชอบเข้าใจผิดกันเสมอว่า คนที่เข้าสังคมเก่งคือคนที่คุยเก่ง จริงๆแล้วไม่ใช่เลยคะ คนที่มีเสน่ห์มากที่สุด ก็คือ คนที่ฟังเก่ง มากกว่า คนพูดเก่ง คะ สังเกตที่ตัวเราก็ได้คะ ถ้าเราได้พบท่านผู้หนึ่ง ที่เอาแต่พูด และ พูด พูดแต่เรื่องของตนเอง แน่นอนคะ มันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อที่เราจะต้องนั่งฟัง ไปเรื่อย ๆ ตามมารยาท หรือ บางครั้ง เราไม่ทราบเรื่องมาก่อนเพราะเพิ่งได้รู้จักครั้งแรก ยิ่งทำให้เราอึดอัด แต่ถ้าเปลี่ยนไป พบกับอีกท่านหนึ่ง ที่ซักถามเก่ง ถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรา ถามในเรื่องที่เราทำ ถามโน่นถามนี้ที่เป็นโอกาสให้เราได้พูด ได้เล่า คุณว่า ท่านใด จะทำให้คุณรู้สึกดีกว่ากันคะ

*
การพูด เพราะการฟังสำคัญที่จะทำให้คนอื่นชอบเรา แต่การพูดก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันคะ เพราะถ้าเราไม่พูดเสียเลยก็คงไม่ได้ ดังนั้น เราเองต้องเป็นผู้ที่พูดเป็นด้วยคะ นั่นคือ อย่าพูดในเรื่องเศร้า อย่าพูดแต่เรื่องของตนเองโดยไม่มีใครซักถาม อย่าพูดเชิงสั่งสอนหรือเทศนา อย่าพูดจากที่เป็นเชิงกระทบกระเทียบใคร อย่าพูดนานเกินไปจนไม่รู้จบ ไม่ให้โอกาสคนอื่นได้พูด พยายามพูดให้คนอื่นได้มีส่วนร่วมในการพูดร่วมกับเรา

สำหรับท่านที่ไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นคำพูดอะไรดี สำหรับการรู้จักใครสักคนในครั้งแรก คุณสามารถพูดด้วยคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับสิ่งทั่วๆไป โดยไม่ต้องวิตกหรอกคะว่าจะเป็นคำถามที่คุ้มค่า หรือ ฉลาดถามหรือไม่ เช่น ถามว่าบ้านอยู่ที่ไหน แค่นี้ คุณก็สามารถต่อการสนทนาได้ยาวแล้วคะ เช่น อาจให้คู่สนทนา แนะนำบริเวณนั้น ในกรณีที่คุณไม่รู้จัก ในกรณีที่คุณรู้จัก ก็ชวนคุยในสถานที่ ที่คุณรู้จัก ไปๆมาๆ จะกลายเป็นคู่สนทนาที่คุยกันได้ถูกคอทีเดียวคะ

* มั่นใจ หรือ ความมั่นใจ ก็คือ การไว้ใจตนเอง รักตนเอง แต่ไม่ได้หลงตนเองนะคะ การแสดงออกถึงความมั่นใจ เป็นการแสดงออกบนพื้นฐานของความพอดี และ อารมณ์ที่เปิดรับความคิดเห็น สิ่งต่างๆ ได้โดยไม่รู้สึกเป็นภาระ หรือ วิตกกังวล ความหลงตนเอง คือ การคิดว่า ตนเองต้องดีเลิศ ใครว่าไม่ดีไม่ได้ ใครแสดงอะไรที่คิดว่าจะกระทบกับเราไม่ได้ ดังนั้นจะเป็นอารมณ์ในการปิดกั้น และ บังคับผู้อื่น นะคะ ถ้าอยากเป็นคนมั่นใจ นั่นก็คือ การพัฒนาด้านการแสดงออก การเดิน การพูด ให้อยู่ในรูปแบบของเรา และ เป็นรูปแบบของความสุภาพเรียบร้อย ยิ้มง่าย ไม่ขี้โมโห ไม่วิตกกังวลกับคำพูดเล็กๆน้อย

* ชนะใจ อันนี้เป็นเคล็ดลับในการสร้างมิตรภาพในระยะยาวคะ การชนะใจก็คือการใช้ข้อทั้งหมดร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ผู้สนทนากับเรา รู้สึกเป็นมิตร และ อยากพูดกับเรามากขึ้น รวมถึง ความรู้สึกไว้วางใจ ในการพูดในสิ่งที่คิดได้อย่างอิสรเสรี โดยไม่ต้องวิตกกังวล นั่นคือ เราต้องเป็นคนที่รู้จัก ยกย่องผู้อื่นในจุดที่ยกย่องได้ ไม่เป็นคนคุยข่ม หรือ พูดขัดคอใคร ในเรื่องที่เขากำลังสนทนา เป็นคนที่รับฟังและให้คำเสนอแนะในกรณีมีคนต้องการ และ เป็นคำเสนอแนะในลักษณะที่เป็นบวก

* "ขอบคุณ" แน่นอนคะ เป็นคำที่เราไม่สามารถลืมได้เลย จงเรียนรู้ที่จะพูดคำว่า "ขอบคุณ" ในกรณีที่มีคนทำอะไรให้แก่คุณ แม้นว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ก็ตาม และควรเป็นการพูดที่ตั้งใจและจริงใจด้วยคะ เพราะการพูดขอบคุณแบบตั้งใจ จะทำให้ผู้ฟัง รวมถึง ผู้ได้รับคำขอบคุณ ตระหนักได้ถึงน้ำเสียงและกริยาอาการของคุณ ว่าจริงใจและตั้งใจในการกล่าวนั้น แต่ถ้าคุณพูดแค่เป็นพิธีการ น้ำเสียงและกริยาของคุณจะไม่แสดงออกถึงความโดดเด่น และ มันก็มีค่าเหมือนกับ ไม่ได้พูดอะไรเลยคะ

หวังว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ของเรากับบุคคลรอบข้างนะคะ


Create Date : 10 กันยายน 2550
Last Update : 10 กันยายน 2550 13:40:26 น. 2 comments
Counter : 1301 Pageviews.

 
Just pass by to say"Hi"..


โดย: katoy วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:22:46:13 น.  

 
โดยลักษณะงานและหน้าที่การงาน..เป็นคนทักคนง่ายคะ..
แต่โดยที่พื้นฐานดั่งเดิม..เป็นคล้ายๆเด็กเงียบไม่ค่อยพูด....(ฟังแต่เพลงสากลและมีโลกของตนเอง)สมัยเรียนมัธยมปลาย..อจ.ท่านท่านเคยถามเราว่า..."เริงฤดี"..วันนี้พูดบ้างหรือยัง...???
เดี๋ยวนี้พระมารดาบอก...ทำไมพูดเก่งจัง(รำคาญที่พูดไม่หยุด) หุ หุ หุ..
อย่างไรก็ตาม..ได้ประโยชน์กับคำแนะนำมากค่ะ...


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:13:28:11 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ธีร์ตา
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ธีร์ตา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.