สอบขับรถในญี่ปุ่น แบบละเอียด

หลังจากพูดคุยเรื่องการสอบขับรถในญี่ปุ่น ณ ศูนย์สอบ Makuhari Menkyo Center ไปเพียงวันเดียว ก็ได้รับเม้นต์จากเพื่อนๆ น้องๆ ว่ามันมีสาระและค่อนข้างเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจจะสอบขับรถ อีกทั้งยังได้เม้นต์จากเพื่อนสนิทว่า จุ๋มเพิ่งจะสอบผ่านไปไม่นาน น่าจะยังจำรายละเอียดได้ว่าขั้นตอนการสอบนั้นมีอะไรบ้าง เพราะถ้าผ่านไปเป็นปีแล้วความรู้มันจะกลับเข้ารูเีสียหมด เพื่อนเลยอยากให้เีขียนแบบละเอียด เลยเป็นที่มาของบล็อคในวันนี้ค่ะ

ยังไงเสียก็จะพยายามเขียนให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จำได้แล้วกันนะคะ

ก่อนอื่นมาดูผังการสอบก่อนนะคะ ผังนี้สำหรับผู้ต้องการสอบขับรถด้วยเกียร์ออร์โต้เท่านั้นนะคะ ส่วนการสอบชนิดอื่นๆ เค้าก็จัดสอบในวันและเวลาเดียวกัน แต่ต่างกันที่ผัง ดังนั้นระหว่างการสอบเราก็จะเห็นรถคันอื่นๆ วิ่งขวักไขว่ไป-มาด้วยค่ะ




เริ่มการสอบขับรถเลยแล้วกันนะคะ

หมายเหตุ
"วัน" หมายถึง การมองกระจกหลัง
"ทู" หมายถึง การมองกระจกข้าง
"ทรี" หมายถึง การเปิดไฟเลี้ยว
"โฟ" หมายถึง การหันข้าง

1. เมื่อถึงคิวสอบของเรา ให้เดินไปยังจุดเริ่มต้นที่รถจอดอยู่ ...จุดที่ลูกศรชี้....ระหว่างที่ยืนรอข้างๆ รถสอบ คนคุมสอบจะแนะนำผู้สอบคนก่อนหน้าเรา และเมื่อผู้สอบคนก่อนหน้าออกจากรถแล้ว ให้เราเดินดูรถด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง (ไม่ต้องถึงกับรอบคันก็ได้ค่ะ) โดยก้มดูใต้รถเล็กน้อย


รถที่ใช้สอบ



2. ก่อนเปิดประตู ให้มองซ้าย-ขวา (ไม่มีรถอื่น แต่ต้องแกล้งทำให้ดูเหมือนว่าปลอดภัย) และเปิดประตู

3. ยื่นเอกสารให้คนคุมสอบ พร้อมกล่าว "โยโรชิขุ โอเนไกชิมัตสึ"

4. ปรับเก้าอี้ขึ้น-ลง และปรับพนักพิงหน้า-หลัง ที่บริเวณข้างขวาของเก้าอี้, คาดเข็มขัดนิรภัย, ปรับกระจกมองหลัง และมองข้าง ที่บริเวณประตูด้านขวา (ทำสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง แต่ก็ไม่ควรนานเกินไปค่ะ) เสร็จแล้วกล่าว "จุมบิก๊ะ เดคิมัตชิตะ" (ปรับเสร็จแล้วค่า)

5. คนคุมก็จะบอก "โดโซะ" จากนั้นก็เหยียบเบรค และมองว่าเกียร์อยู่ที่ตัว "P" หรือเปล่า สตาร์ทรถ (เท้ายังแตะที่เบรคอยู่) เปลี่ยนเกียร์เป็นตัว "D" และปลดเบรคมือ (รถคันนี้ให้ดึงเบรคมือขึ้นเ้ข้าหาตัวค่ะ)

6. ขวา "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และเหยียบคันเร่ง ขับให้ชิดขวา

7. คนคุมจะบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ก็ให้เราชิดซ้าย "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" ก่อนเลี้ยวซ้ายให้มองซ้าย-ขวา ก่อนและเลี้ยวให้ชิดซ้ายให้มากที่สุด ระหว่างเลี้ยวให้มองกระจกซ้ายด้วย

8. เข้าถนนแล้วให้ขับเลนซ้าย (มีสองเลนในฝั่งเดียวกัน) โดยขับให้อยู่ตรงกลาง

9. ขับให้ได้ประมาณ 20 กม./ชม. เมื่อเข้าโค้งห้ามแตะเบรค

10. เมื่อเข้าถนนแนวยาว คนคุมจะบอกให้เร่งเครื่องเป็น 40 กม./ชม. ก็ทำตามห้ามขาดและเกิน

11. ก่อนเข้าโค้งขวา ให้แตะเบรคเพื่อลดความเร็ว และเข้าโค้ง ห้ามแตะเบรคขณะเข้าโค้งเด็ดขาด

12. ชะลอความเร็วเพื่อรอเข้าโค้งขวาอีกหน แต่เนื่องจากมุมซ้ายมือมีทางเชื่อม ให้หันมองซ้าย ขับต่อจะมีสิ่งกีดขวางด้านซ้ายมือ ขวา "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และเบี่ยงขวา ระหว่างนี้คนคุมจะบอกให้เลี้ยวขวาที่หมายเลข 11 ก็ขวา "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และชิดขวาที่สัญลักษณ์เล็กๆ กลางถนนเพื่อรอเลี้ยวขวา

13. เลี้ยวขวาเ้ข้าเลนซ้ายและขับให้อยู่ตรงกลาง รอสัญญานไฟเขียว-แดง
- ถ้าไฟเขียวให้ชะลอมองขวา-ซ้ายและตรงไป
- ถ้าไฟแดงให้หยุด อย่าทับเส้นทึบขาวด้านหน้า

14. ขับตรงไป เพื่อเลี้ยวซ้ายที่หมายเลข 5 ซ้าย "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และชิดซ้ายให้มากที่สุด ขณะเลี้ยวซ้ายให้มองกระจกข้างซ้าย

15. ขับกลางเลน เพื่อเลี้ยวซ้ายที่หมายเลข 4 โดย ซ้าย "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และชิดซ้ายให้มากที่สุด ขณะเลี้ยวซ้ายให้มองกระจกข้างซ้าย

16. ขับกลางเลน เพื่อเลี้ยวซ้ายที่หมายเลข 17 โดย ซ้าย "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และชิดซ้ายให้มากที่สุด ขณะเลี้ยวซ้ายให้มองกระจกข้างซ้าย

17. ขับกลางเลน เพื่อเลี้ยวซ้ายที่หมายเลข 50 โดย ซ้าย "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" ชะลอเพื่อกะระยะการเลี้ยวรถหักศอก (Clank) จุดนี้ห้ามปีนเกาะ แต่ถ้าปีนแล้วสามารถถอยหลังเพื่อขับใหม่ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง (จุดนี้ช้าๆ แต่ชัวส์ดีกว่าค่ะ เพราะถ้าปีนไปแล้ว ใจมันแ้ป้ว กู่ไม่กลับค่ะ)

18. เวลาออก ต้องขวา "วัน ทู ทรี" และหันขวา-ซ้าย ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนน

19. เข้าถนน ขับกลางเลน เพื่อเลี้ยวขวาที่หมายเลข 14 โดย ขวา "วัน ทู ทรี" หันซ้าย-ขวา และเลี้ยวชิดขวาให้มากที่สุด เลี้ยวไปยังเลนขวา เพื่อรอสัญญานไฟจราจรเลี้ยวขวาอีกครั้ง ห้ามขับรถทับเส้นทึบสีขาวด้านหน้า

20. จุดไฟจราจร ก่อนออกตัวให้หันซ้าย-ขวา และเลี้ยวขวา เข้าเลนซ้าย และขับตรงกลาง

21. ขับกลางเลน เพื่อเลี้ยวซ้ายที่หมายเลข 3 โดย ซ้าย "วัน ทู ทรี" "วัน ทู โฟ" และชิดซ้ายให้มากที่สุด ขณะเลี้ยวซ้ายให้มองกระจกข้างซ้าย

22. เข้าโค้งซ้ายขับช้าๆ เพื่อรอเลี้ยวซ้ายที่หมายเลข 42 ซ้าย "วัน ทู ทรี" จุดนี้ให้ชะลอเพื่อกะระยะรถและการเลี้ยวตัวเอส "S" จุดนี้กฎเดิมคือห้ามปีนเกาะ ถ้าปีนทดลองใหม่ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง

23. เวลาออก ต้องขวา "วัน ทู ทรี" และหันขวา-ซ้าย ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนน

24. ขับกลางเลน เพื่อเลี้ยวขวาที่หมายเลข 74 โดย ขวา "วัน ทู ทรี" หันซ้าย-ขวา และเลี้ยวขวา เข้าช่องหมายเลขที่คนคุมบอก เช่น 1 หรือ 2 โดยขับตรงกลางเลน

25. ขับกลางเลน ณ จุดทางม้าลาย ถ้ามีคนข้ามถนนให้จอดให้สนิท ถ้าไม่มี ให้ชะลอนิดหน่อยแล้วขับต่อไปจอดในจุดที่คนคุมกำหนด โดยห้ามจอดทับเส้นทึบสีขาว

26. เหยียบเบรค เข้าเกียร์ "P" เท้าซ้ายเหยียบเบรคมือ ดับเครื่อง และปลดเข็มขัดนิรภัย

27. สุดท้ายก็ตัวใครตัวมันว่า จะได้รับเอกสารคืนหรือไม่ ถ้าได้รับคืน ก็แสดงว่าสอบไม่ผ่าน ต้องนำเอกสารไปขอนัดสอบครั้งต่อไปค่ะ


ข้อควรระวัง
- พยายามให้ได้คิวสอบหลังๆ เพื่อจะได้นั่งในรถระหว่างที่คิวก่อนหน้าเราเค้ากำลังสอบขับ เพื่อการศึกษาเส้นทาง
- ระหว่างนั่งอยู่หลังรถ อย่าไปให้ความสนใจกับการขับของคนข้างหน้ามากนัก เพราะจะทำให้เราไขว้เขว
- การหันมองข้าง หรือขับรถชิดขอบซ้าย-ขวา ทำให้เห็นชัดๆ ก็ดีนะคะ
- การสอบขับที่ศูนย์นี้ สามารถขอสอบได้ไม่จำกัดจำนวน ภายในเวลา 6 เดือนค่ะ ถ้า 6 เดือนไปแล้วยังสอบไม่ผ่าน ก็ต้องกลับไปสอบข้อเขียนใหม่ค่ะ


* * * * * * โชคดีนะคะ * * * * * *



ปล. ผิดพลาดประการใด จุ๋มขออภัยเป็นอย่างสูงที่สุดนะคะ แต่ถ้าจะกรุณาช่วยเม้นต์แจ้งบอกก็จักขอบพระคุณยิ่งค่า





 

Create Date : 02 ธันวาคม 2552    
Last Update : 2 ธันวาคม 2552 21:54:02 น.
Counter : 238 Pageviews.  

สอบขับรถในญี่ปุ่น


:: 01.12.09 จุ๋มสอบขับรถที่มาคุฮาริ ::



ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นนับจนวันนี้ก็ประมาณปีครึ่งแล้ว จำได้ว่าจุ๋มเองเพิ่งจะส่งใบขับขี่ตลอดชีพของตัวเองไป JAF (อ่านรายละเอียดการแปล คลิกที่นี่ ค่ะ) เพื่อทำการแปลจากไทยเป็นญี่ปุ่นก็เมื่อต้นปีนี้เองก่อนที่จะกลับไปเที่ยวเมืองไทย และคว้าใบขับขี่สากลกลับมาญี่ปุ่นให้อุ่นใจเวลาัขับรถแถวบ้าน (ตามกฎหมายญี่ปุ่น ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่าและอาศัยในญี่ปุ่นเกินกว่า 1 ปีขับรถโดยใช้ใบขับขี่สากล) แม้จะผิดกฎหมาย...แต่ก็เป็นยันต์กันผีได้มิใช่หรือคะ

และก็ไม่ผิดหวังค่ะ หลังจากได้ใบขับขี่สากลมาจุ๋มก็เพลิดเพลินกับการขับรถแถวๆ บ้าน เช่น ไปซุปเปอร์ ไปช้อบปิ้ง ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น พาลูกไปหาหมอ ไกลหน่อยก็ไปรับ-ส่งสามีที่สนามบินนาริตะ.....ประโยชน์ของการขับรถนี่มีมากมาย ไปยาลใหญ่เลยนะคะ

ขับจนเริ่มรู้สึกผิดและก็อยากมีใบขับขี่ญี่ปุ่นขึ้นมาตะหงิดๆ หลังจากได้รับใบแปลจาก JAF เมื่อต้นปี จุ๋มเลยถือเอาฤกษ์ปลายปีไปติดต่อขอเปลี่ยน (ไม่ควรเรียกว่า "เปลี่ยน" แต่ควรเป็น "ทำใหม่") ใบขับขี่ไทยเป็นญี่ปุ่นที่ Makuhari Menkyo Center เมื่อตอนเพื่อนชวนไปช้อบที่ Cosco สาขา Makuhari





เอกสารที่ได้เตรียมไปในวันนั้นมีไม่มาก ดังนี้ค่ะ

1. ใบขับขี่รถยนต์ (ประเทศไทย)
2. หนังสือเดินทาง
3. บัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว
4. ใบแปลจาก JAF (มีอายุแค่ 1 ปีนะคะ)
5. รูปถ่าย 1 นิ้ว 1 ใบ
6. ค่าธรรมเนียมการสอบ 2,400 เยน

จากนั้นก็ไปขอใบสมัครจากเจ้าหน้าที่ช่องหมายเลข 10 (ซึ่งจะเปิดเฉพาะเวลา 8.30-9.00 น. และ
1.00-1.30 น. เท่านั้น) และยื่นเอกสารพร้อมใบสมัครได้เลย (รายละเอียด คลิกที่นี่ ค่ะ)





จากนั้นก็นั่งรอเรียกชื่อและเข้าสอบข้อเขียน ซึ่งมีอยู่ 10 ข้อ (7 ข้อขึ้นไปผ่านค่ะ) เป็นถูก/ผิด และเป็นภาษาไทยค่ะ

ถ้าสอบผ่านก็ต้องรออีกครั้งเพื่อทำการตรวจสายตาด้วยเครื่อง ซึ่งเค้าจะให้มองผ่านเครื่องและตอบให้ได้ว่าบรรทัดไหน สัญลักษณ์หันไปทางใด ซ้าย-ขวา-บน-ล่าง (พูดญี่ปุ่นไม่ได้ ก็ให้มือแสดงแทนค่ะ)

ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง สุดท้ายเค้ายังไม่ให้สอบขับรถค่ะ แต่ต้องไปนัดวันสอบอีกที ที่ช่องข้างๆ โดยวันนัดเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทางโทรศัพท์ค่ะ และสามารถนัดได้ครั้งละ 1 หนเท่านั้น แต่ถ้าสอบไม่ผ่านนัดใหม่ได้เรื่อยๆ ค่ะ เค้ามีเวลาให้เลือกแค่ 2 ช่วง คือ 8.30 และ 1.30 เท่านั้น


สนามสอบ



จุ๋มนัดสอบครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ไปถึงก่อนเวลาเยอะเลยยื่นเอกสารก่อนใครเพื่อน วันนั้นได้สอบลำดับที่หนึ่งเลยค่ะ ผลเหรอค่ะ........ยังไม่ทันครบรอบ เค้าก็ไล่ให้กลับแล้วค่ะ ประสบการณ์วันนั้นคือ เจอคนคุมสอบที่มีน้ำเสียงเป็นอาวุธ แถมตัวเองภาษาญี่ปุ่นก็ไม่กระดิก ฟังก็ไม่รู้เรื่อง รถที่ขับก็ไม่ถนัด จะปรับอะไรก็ประหม่าไปหมด เลยไปไม่รอดค่ะ (ตอนนั้นยังปลอบใจตัวเองว่า ใครๆ เค้าก็ตกรอบแรกกันทั้งนั้น....เอาหน่า...)

มีผังสอบมาให้ดูด้วยค่ะ




สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากทราบขั้นตอนการสอบอย่างละเอียด (เท่าที่จุ๋มจะจำได้) โปรด คลิกที่นี่ ค่ะ

รอบสองนัดสอบวันที่ 17 พ.ย. พยายามไม่ทิ้งเวลานานเกินไป เพราะกลัวลืมผังสอบและกลัวสอบไม่ผ่านในเวลา 6 เดือน (เอกสารการสอบมีอายุ 6 เดือน ถ้าสอบขับรถไม่ผ่านต้องกลับไปสอบข้อเีขียนใหม่ค่ะ) วันนี้ฝนตก คนสอบเลยดูบางตา แต่ก็ได้เจอพี่คนไทย 2 คน พี่ก็ช่วยแนะนำโน่นนี่ คนแรกสอบมาแล้ว 14 หน ส่วนอีกคนเพิ่งมาค่ะ......ผลเหรอคะ.......ตกอีกแล้วครับทั่น


รถที่ใช้สอบ



แต่คราวนี้รู้สึกสบายใจเพราะทำได้ดีกว่ารอบแรกเยอะมาก ตอนแีรกแอบหวังว่าจะผ่าน แต่ก็ตก....ไม่เข้าใจคนญี่ปุ่นแก่ๆ ที่นั่งคุมเล้ย

นัดต่อไปรอบที่สามวันที่ 1 ธ.ค. วันนี้สามีใจดีลาหยุดแถมต้องพกลูกไปสอง เพราะโรงเรียนน้องเอยหยุดไข้หวัด 2009 ยาวทั้งสัปดาห์ อาจเป็นเพราะสามีพาไปสอบหรือไรไม่ทราบได้ วันนี้เลยแต่งหน้ามัดผมอย่างสบายใจ แถมไปแวะ IKEA ได้อีก

วันนี้ได้คิวที่ 4 และได้เจอพี่คนไทยที่เคยเจอคราวที่แล้วด้วย คนคุมคนใหม่ ดูดุๆ แต่ก็ดีกว่าไอ้คนแรกเย้อะ......ผ่านไป 3 ตกหมดเลย.....ตาตรูละ


จุดรอสอบ



ผ่านไปประมาณ 10 นาที ก็กลับมายังจุดสิ้นสุด จำได้ว่าเพื่อนฟิลิปปินส์ที่เคยตกไป 6 หนบอกมาว่า ถ้าสอบเสร็จแล้วไม่ผ่านคนคุมจะสั่งสอนและยื่นเอกสารส่งคืนให้กลับไปนัดสอบใหม่ แต่ถ้าผ่านเค้าก็จะเก็บเอกสารของเราเอาไว้

ของจุ๋มวันนี้คนคุมไม่ยื่นแฮะ....ผ่านแล้วดิเรา.......(อมยิ้ม) ยังไม่ทันตั้่งสติเค้าก็ไล่เข้าไปรอข้างใน

สุดท้ายจนทุกคนสอบเสร็จ เค้าก็จะพาคนผ่าน ซึ่งวันนี้มีสองสาวไทยเท่านั้นที่ผ่าน ไปที่ช่องหมายเลข 10 เพื่อยื่นเอกสาร และรอเรียกชื่อเพื่อไปจ่ายเงิน 2,100 เยนเป็นค่าออกบัตร จากนั้นก็ไปทำบัตร โดยยื่นเอกสารและตรวจสอบข้อมูล และถ่ายรูป (ดีนะตรูแต่งหน้ามา ปกติเป็นศพเลย) ไม่นานเค้าก็นำบัตรมาส่งให้ ดูไปอมยิ้มไป.......ทำไมมันสุขใจจริงน้อ......คนเราเนี่ย (ขออภัย ถ้าทำให้ใครบางคนแอบอ้วกนะค๊า) ดึกมากแล้วยังแอบยิ้มได้อยู่ ไปนอนดีกว่า.....ราตรีสวัสดิ์นะคะ







 

Create Date : 01 ธันวาคม 2552    
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 19:41:54 น.
Counter : 194 Pageviews.  

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น


:: 18.11.09 จุ๋มกับเพื่อนๆ ที่ร้านครัวริมทาง ::



แวะมาบอกต่อความอร่อยตอนดึกๆ ของคืนวันพุธ...


วันนี้ได้มีโอกาสกลับไปทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นกับเพื่อนๆ หลังจากรอคอยมาสักพักใหญ่ๆ โดยมีนัดกับเพื่อนตุ้ม น้องเก๋ และน้องออย รวมเด็กๆ และ ฒ ผู้เฒ่า (คุณพ่อและแม่สามีของน้องออย) แล้วก็นับได้ 9 คนค่ะ

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นร้านนี้มีที่มา คือ น้องเก๋กับน้องเหมียวๆ ได้ชวนกันไปลองชิมอาหารเนื่องจากเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ บังเอิญวันที่ไปถึงนั้นร้านปิด แต่ยังโชคดีที่เจอเจ้าของร้าน สองสาวจึงขอซื้อกลับบ้าน โดยเหมียวๆ คิดว่าก๋วยเตี๋ยวที่ตัวเองถือติดมือกลับไปนั้นเป็นหมู สาวเจ้าไม่ทานเนื้อ ทานไปชมไปเป็นระยะๆ จนหมด แถมยังแนะนำสามีตัวเองอีกว่า "สุดยอดของความอร่อย" เสมือนเป็นช้อยยังไงยังงั้น

จากนั้นน้องทั้งสองก็มาการันตีความอร่อยโดยการบอกต่อและชักชวนพี่ๆ เพื่อนๆ ไปชิมกัน แค่เค้าชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ น้ำลายก็จะไหลแล้วค่ะ ยิ่งมาย้ำอีกว่าอร่อยนักอร่อยหนา เลยรีบรับนัดทันที

ไปถึงร้านไม่สั่งอะไรเลย นอกจากก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น.......ตอนยกมาก็ตกก๊ะใจ ไหงชามใหญ่นักจะไหวเรอะ แต่พอได้กลิ่นเนื้อตุ๋นตบจมูก และทันทีที่ซดน้ำซุป.....โอ้วๆๆ แอนด์ โอ้ว แม่เจ้า อร่อยมั่กๆๆๆ ค่ะ น้ำซุปกลมกล่อม แถมเนื้อและเอ็นตุ๋นนั้นก็แสนจะเหนียวนุ่ม เคี้ยวได้สบายลิ้นจริงๆ ประกอบกับผักบุ้งลอยเต็มชาม กร๊อบ กรุ๊บๆ เข้ากั๊นเข้ากัน โรยหน้าด้วยคึ่นฉ่ายและกระเทียมเจียวหอม (ไม่ชอบทั้งคึ่นฉ่ายและกระเทียม แต่งานนี้ฟาดหมดชาม)

ข้างๆ ยังมีเครื่องปรุง พริกป่น น้ำตาล น้ำปลา และ น้ำมันพริกเผา (อันนี้เด็ด คือถ้าไม่ใส่จะไม่อร่อย แต่ถ้าไม่ระวัง อาจถึงตาย เพราะเผ็ดมากๆ)


หน้าตาน้องตุ๋น ผักบุ้งหนีหนาวไปเที่ยวไทยค่ะ



นอกจากเมนูเด็ดก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็มีผัดไทย ที่อร่อยแบบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มอีก นอกจากใครชอบใส่ถั่วป่น ก็จะมีให้เพิ่มเติมบนโต๊ะค่ะ และตอนนี้ยิ่งมีเมนูให้เลือกอีกมากมายเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น คะน้าหมูกรอบ ข้าวหมูแดง ข้าวขาหมู ต้มยำกุ้ง ผัดกะเพรา ผัดซีอิ๊ว ส้มตำไทย หรือส้มตำปูปลาร้า (ปูเพียบเลย) ราคาตกประมาณจานละ 700 เยนค่ะ


หน้าตาเรียบๆ แต่อร่อยเลย ไม่ต้องปรุงค่ะ



จานนี้ที่รอคอย


วันนี้ตอนที่กำลังจะเข้าร้าน เพื่อนตุ้มเห็นป้ายและพยายามอ่านว่าร้านชื่ออะไร เพราะป้ายมีแต่คาตาคานะ แต่ทันทีที่เจอพี่นิภา เจ้าของร้านเท่านั้นแหละ เพื่อนตุ้มก็รีบนำเสนอว่า ป้ายร้านน่าจะมีภาษาไทย เพราะเดาชื่อกันมั่วไปหมด พี่นิภาก็รับคำโดยดีและว่าจะทำเพิ่มเติม เท่านั้นไม่พอเพื่อนตุ้มสนองพี่นิภาเลยว่าไม่เป็นไร หนูทำได้ พี่แค่พาหนูไปซื้อสีก็พอ เดี๋ยวหนูจัดการให้เอง


มืออาชีพมากๆ ลงสีแบบไม่ต้องร่างก่อนเลย



พี่นิภา เจ้าของร้านค่ะ



อ้อ ร้านชื่อ ครัวริมทาง เนื่องจากร้านอยู่ติดถนนหลักสาย 51 ร้านเปิดตั้งกะสิบโมงเช้าถึงสี่ทุ่มค่ะ







 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 19:43:12 น.
Counter : 150 Pageviews.  

ตรวจสุขภาพประจำปี


:: 23.10.09 พี่เอย ณ ห้องนอน ::



เรื่องเก่าเอามาเล่าใหม่วันนี้ว่าด้วยเรื่องสุขภาพค่ะ เพราะจุ๋มเพิ่งไปตรวจสุขภาพประจำปีของบริษัทประกันฯ ที่ทางบริษัทของคุณพ่อบ้านใช้บริการอยู่ (อ่านแล้วงงไหมคะ)

ทุกๆ ปีจะมีจดหมายเรียกให้ไปตรวจสุขภาพส่งมาถึงบ้านประมาณช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ล่วงหน้าประมาณ 2-3 เดือน เพื่อเตือนให้ไปตรวจสุขภาพ โดยเราสามารถเลือกสถานที่ที่มีในลิสต์ได้ตามความสะดวก

จดหมายเรียกตรวจสุขภาพจะประกอบไปด้วย แบบฟอร์มเพื่อให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัวและสุขภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพ และอุปกรณ์สำหรับเก็บ "วัตถุจำเป็น"


ซองและเอกสารสำหรับการตรวจสุขภาพ



"วัตถุจำเป็น" ที่ว่ามีดังนี้ค่ะ

1. อุนจิ (คำนี้คิดว่าน่ารักที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับภาษาไทยและอังกฤษ) ที่กำหนดไว้ว่า ต้องเก็บได้หนึ่งวันล่วงหน้าและภายในวันตรวจ เท่านั้น ขอบอกว่า มิสามารถทั้งปีที่แล้วและปีนี้ค่ะ

***ข้อควรระวัง ต้องมีสติในการเก็บ***

อุปกรณ์สำหรับพี่อุนค่ะ



2. โอชิโกะหรือพีๆ (คำนี้คิดว่าอังกฤษก็น่ารักไม่แพ้ญี่ปุ่นนะคะ) ที่ต้องเก็บทันทีที่ตื่นนอนในเช้าวันตรวจฯ

***ข้อควรระวัง นิ้วของท่านอาจเปียกและมีกลิ่น***


อันนี้ของน้องพี



3. กรณีเลือกที่จะตรวจภายในด้วยตัวเอง ต้องทำข้อนี้ค่ะ คือ เก็บน้ำทิพย์จากช่องน้อย (แต่พอตัว)

***ข้อควรระวัง อุปกรณ์อาจทำให้ท่านเคลิ้มชั่วขณะ***


ส่วนนี่ก็ของน้องทิพย์


4. เก็บทั้ง 3 ข้อแล้ว ก็ต้องมาเตรียมบอดี้ของตัวเอง คือ ห้ามรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มใดๆ ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ของคืนวันก่อนตรวจฯ และ

5. ระหว่างการตรวจฯ ก็ห้ามแด๊กอะไรเหมือนกันค่ะ


ระหว่างยื่นรอคิวด้านนอก



เมื่อเข้ามาอยู่ในบริเวณห้องตรวจแล้ว ขั้นตอนต่างๆ มีดังนี้ คือ

1. การยื่นเอกสารและวัตถุจำเป็นทั้งสามให้เจ้าหน้าที่ จากนั้นจะได้รับชุดกาวน์พร้อมถุงพลาสติกให้นำไปเปลี่ยนที่ห้องข้างๆ

2. หลังจากถอดจนเหลือลิงตัวเดียว ก็ใส่ชุดกาวน์และใส่ชุดที่ถอดลงถุง นำไปเก็บไว้หน้าห้อง

3. วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก และวัดสายตา

4. วัดความดันและเจาะเลือด

5. เช็คกระแสความร้อนแรงในตัว (เค้าเช็คอะไรให้ก็ไม่รู้ เห็นเอาสายขั้วไฟฟ้ามาหนีบที่เท้าและแขน)

6. ตรวจเต้านม โดยทาเจลและซาวด์หาสิ่งผิดปกติ จะว่าอายมั๊ยก็ไม่นะคะ ห่วงอยู่อย่างเดียวแหละคือ กลัวพยาบาลเปลืองเจล (กร๊ากกๆๆๆ)

7. ห้องท้ายสุดเป็นห้องคุณหมอ แกจะขอฟังเพลงน้องบี้ ว่าจังหวะการเต้นหัวใจเป็นอย่างไร พร้อมแนะนำเรื่องสุขภาพทั่วไป

8. (นึกว่า) ใกล้เสร็จละ พยาบาลบอกให้ลงไปชั้นล่าง ไปยังรถตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ เพื่อเข้าไปเอ็กซเรย์ปอด


:: รถเอ็กซเรย์เคลื่อนที่ ::



9. ถัดมาพยาบาลเอายามาให้ทาน พร้อมกำชับว่าห้ามเรอ และนำยาเคลือบกระเพาะสีขาวข้นให้ดื่มก่อนเข้าไปเอ๊กซเรย์กระเพาะในห้องข้างๆ โดยจุ๋มต้องขึ้นไปยืนบนเครื่องขนาดเท่าความสูงของคน ในขณะนอนอยู่บนเครื่องนี้ พยาบาลจะออกคำสั่งผ่านไมโครโฟน ว่าให้บิดขวานิด ซ้ายหน่อย และระหว่างบิดอยู่นั้น เจ้าเครื่องที่ว่าก็จะโยกขึ้นลงเป็นระยะ (ไอ้ขาวข้นมันจะสำรอกก็คราวนี้แหละค่ะ)

10. เสร็จกรรมวิธีทั้งหลาย เค้าก็จะให้ยามาสองเม็ด โดยต้องรับทานทันที เพื่อกำจัดเจ้ายาเคลือบกระเพาะนั้นออกไป (ยาระบายดีๆ นี่เอง)

กระบวนการหลักๆ ก็มีเท่าที่ว่าแหละค่ะ ส่วนผลของการตรวจจะถูกส่งมาให้ที่บ้านภายหลังวันตรวจฯ ประมาณ 2 เดือนให้หลังค่ะ





 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 7 ธันวาคม 2552 19:51:11 น.
Counter : 160 Pageviews.  

งานแต่งงานเพื่อนญี่ปุ่น


วันหนึ่งเราได้รับจดหมายซองสีชมพูเล็กๆ น่ารักส่งมาถึงคุณพ่อบ้าน เมื่อเปิดดูก็เห็นการ์ดเล็กๆ พร้อมแผนที่เชิญให้ไปร่วมงานแต่งงานที่ "ร้านอาหาร" แห่งหนึ่งในโตเกียว

เมื่อเรามาถึงก็เห็นป้ายงานเล็กๆ น่าัรัก (อีกแล้ว) ตั้งอยู่ ร้านค่อนข้างเล็ก แอบแปลกใจเล็กน้อย นึกว่างานจะใหญ่เหมือนที่เมืองไทย

Photobucket
:: พี่เอยกะป้ายงาน ::


หลังจากเข้าไปในงาน จะเจอโต๊ะเล็กๆ จัีดไว้ให้แขกได้เขียนโน้ตอวยพร ดูอัลบั้มรูปบ่าว-สาว รวมถึงให้จ่ายเงินค่าแต่งงาน (ไม่รู้เรียกว่าไรแฮะ) ครอบครัวเราจ่ายไป 15000 เยน

Photobucket
:: ลงทะเบียนและมอบเงินให้บ่าวสาว ::


จากนั้นก็ไปนั่งที่โต๊ะที่ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ยังไม่ทันได้นั่ง ตาก็เหลือบไปเห็นถุงของขวัญบนโต๊ะที่ทางเจ้าภาพจัดไว้ให้แขกเป็นที่ระลึก นอกจากนั้นยังมีรายการอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมกระดาษ Bingo

เมื่อได้ฤกษ์งามยามดี พิธีกรก็ประกาศให้แขกทั้งหลายออกไปรอรับบ่าวสาวข้างนอก (อากาศเย็นมั่กๆ)

Photobucket
:: ยิ้มทักทาย (หนาวแทนเจ้าสาวจัง) ::


เสร็จจากข้างนอก ก็ได้เวลางานในร้าน โดยบ่าวสาวก้าวเข้าร้านและเดินไปนั่งบริเวณกลางงาน จากนั้นพิธีกรก็ประกาศว่าทั้งคู่เป็นคู่รักกันแล้ว โดยให้บ่าวสาวแสดงทะเบียนสมรส แหวนแทนใจ และแขกก็ขอให้ทั้งคู่จูจุ๊บกัน

พิธีต่อมาคือ การเปิดตัวว่าที่เจ้าสาวคนต่อไป โดยการโยนช่อดอกไม้แสนสวยของเจ้าสาวไปยังกลุ่มสาวโสดทั้งหลาย และเมื่อได้ว่าที่เจ้าสาวแล้ว ก็เป็นการแสดงความยินดีต่อบ่าวสาว ด้วยการยกแก้ว "คัมไป"

ขั้นต่อมา พิธีกรประกาศให้แขกทุกคน มาร่วมแต่งหน้าเค้กแต่งงาน โดยขอให้แขกรุ่นเล็กเข้ามาแต่งก่อน จากนั้นก็ปล่อยให้รุ่นเดอะมาทีหลัง
Photobucket
:: คิวต่อไปอยู่ที่สาวชุดฟ้า ::


ระหว่างการรับทานอาหารที่หน้าตาดีและแสนอร่อย สักพักใหญ่เราก็เห็นเจ้าบ่าวพาเจ้่าสาวเข้ามาในงานอีกครั้ง คราวนี้เจ้าสาวมาในชุดสีส้มน่ารัก ค่อยๆ เดินเข้ามาเพื่อจุดไฟประจำโต๊ะให้แก่แขกในงาน แล้วเดินไปจุดฟบริเวณกลางงาน จากนั้นก็เป็นพิธีการตัดเค้กค่ะ

:: จุดเทียน (ชัย) ให้โต๊ะของเรา ::


ต่อมาก็เป็นบรรยากาศแบบผ่อนคลาย โดยเพื่อนๆ ของบ่าวสาว ร่วมร้องเพลง พร้อมๆ กับแขกคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน จากนั้นก็มีลุ้นของรางวัลกับเกมบิงโก (ระหว่างนี้ เจ้าสาวหายตัวไปอีกแล้ว ปล่อยให้เจ้าบ่าวเดินทักทายแขกในงานตามลำพัง)

งานดำเนินเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าสาวปรากฏตัวที่ประตู (ในชุดใหม่ ชุดที่สามแล่ว) โดยเจ้าบ่าวเดินไปรับ เพื่อพิธีการต่อไปคือ การชมภาพประวัติตั้งกะหนุ่มและสาวของเจ้าของงาน

ในช่วงสุดท้าย พิธีกรก็ประกาศว่า ถึงช่วงสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด เนื่องจากต้องจบงานนี้ที่นี่ เพื่อไปต่องานแต่งอีกแห่ง โดยแขกทั้งหลายสามารถไปต่อได้ (ถ้าคิดว่าแน่และไม่เหนื่อยเสียก่อน) จากนั้นช่างภาพก็ขอให้ทุกคนร่วมถ่ายภาพแบบรัวๆๆๆๆๆ ร้อยช็อต...เป็นอันเสร็จพิธี...

:: ขอบคุณประชาชี ::


:: โตเกียวทาวเวอร์ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากงาน ::


เมื่อกลับถึงบ้าน เราก็ต้องประหลาดใจปนปลื้มใจเล็กๆ เมื่อเห็นว่าของขวัญจากเจ้าภาพสองกล่องนั้น คือ เค้กช้อคโกแลตสุดละมุน และแคตตาล็อคของขวัญ ซึ่งเราสามารถเลือกของชิ้นใดก็ได้ในนั้น แล้วส่งความต้องการไปยังบริษัทเพื่อให้ส่งของชิ้นนั้นกลับมาให้เรา

:: ของขวัญบางชิ้นที่แสดงในแคตตาล็อคค่ะ ::



แม้ว่างานแต่งงานจะแตกต่างกัน แต่เราก็แอบชอบใจเล็กๆ ว่า คนญี่ปุ่นนี่เค้าช่างใส่ใจในรายละเอียด โดยไม่ลืมที่จะทำให้แขกรู้สึกดีทั้งก่อนและจากเลย




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2552 0:06:25 น.
Counter : 126 Pageviews.  


โอก้าจัง
Location :
ChiBa Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับสู่บ้านสีชมพูค่า

. . . . . . . . . . . . . . . . .


Daisypath - Personal pictureDaisypath Christmas tickers

เพื่อน คนกำลังชมบ้าน
เพื่อน คนแวะมาแล้ว

Group Blog
  • ส า ร บ า ญ
  • ญี่ ปุ่ น
  • บ้ า น ข อ ง ฉั น
  • บั น ทึ ก รั ก
  • พี่ เ อ ย
  • น้ อ ง ธี ม
  • เ ดิ น ท า ง
  • โ ร ง แ ร ม
  • จิ ป า ถ ะ
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add โอก้าจัง's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.