ฝึกลูกน้อยให้มีระเบียบวินัย

ลูกน้อยให้มีระเบียบวินัย
หน่วยจิตเวชเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์


ระเบียบวินัย คืออะไร
ระเบียบวินัย เป็นโครงสร้างที่ผู้ใหญ่กำหนดขึ้นเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่าสิ่งใดที่เขาสามารถทำได้ อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาการควบคุมตนเองภายใต้เงื่อนไขที่จะเลือกแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับของผู้อื่นในสังคม ซึ่งจะส่งผลให้เด็กสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ระเบียบวินัยสำคัญจริงหรือ
การที่เราจะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง และระเบียบวินัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ เพราะถ้าหากเราปลูกฝังให้เด็กมีระเบียบวินัยแล้ว เด็กย่อมเรียนรู้ที่จะเคารพในสิทธิของผู้อื่น ในโลกของความเป็นจริงมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่เด็กก็สามารถเรียนรู้ได้จากการกระทำของผู้ใหญ่และสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองว่าสิ่งใดที่ทำลงไปแล้วผู้อื่นจะให้การยอมรับ และเข้าใจได้ในทันทีว่าควรจะปฏิบัติตามหรือไม่ เช่นคำว่า "อย่า" ทำสิ่งนี้ไม่ดี เราะเคยได้รับคำห้ามจากผู้ใหญ่เกี่ยวกับอันตรายนั้น ๆ มาก่อน นอกจากนี้ยังเรียนรู้ว่าหากดื้อที่จะทำสิ่งนั้น ๆ ต่อไปก็อาจถูกลงโทษ เด็กส่วนใหญ่ต้องการให้ผู้ใหญ่ควบคุมเขา แต่ไม่ใช่ด้วยการข่มขู่ หรือใช้ความรุนแรง เพราะเด็กอาจจะไม่ให้ความร่วมมือ และเสียสัมพันธภาพที่ดีต่อกันอีกด้วย

ประโยชน์จากการฝึกวินัย
1. เด็กสามารถแสดงออกภายในขอบเขตที่เหมาะสม
2. เป็นการเรียนรู้สิทธิ และความเป็นส่วนตัวทั้งของตนเองและผู้อื่น
3. เรียนรู้ที่จะรับผิดชอบหน้าที่ที่ตนได้รับ
4. สามารถควบคุมตนเองได้ดี

ทำอย่างไรเจ้าตัวน้อยจึงจะให้ความร่วมมือในการฝึก
1. ควรมีการสื่อสารกับลูกให้ชัดเจน โดยใช้คำพูดที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับกฎระเบียบของบ้าน ซึ่งสมาชิกในบ้านจะต้องร่วมกันปฏิบัติโดยปราศจากข้อโต้แย้ง เช่น "ลูกทุกคนจะต้องมาพร้อมกันที่โต๊ะกินข้าวตอน 6 โมงเย็น" "เด็ก ๆ ไม่ควรเข้านอนเกิน 3 ทุ่ม" เป็นต้น
2. เรียนรู้ถึงขอบเขตของตนเอง เพื่อให้เรียนรู้ว่าสิ่งใดสามารถทำได้และทำไม่ได้ เช่น ลูกโกรธได้ แต่จะตีน้องไม่ได้ อาจตีหมอนหรืตุ๊กตาแทน" เป็นต้น
3. รู้จักผ่อนคลายความเครียด มีประโยชน์ในการคิดหาทางออกที่เหมาะสม เช่น เมื่อโกรธ ก็ควรแยกให้อยู่คนเดียวเงียบ ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
4. ฝึกให้ทบทวนการกระทำของตนเอง โดยเขียนบันทึกลงสมุดว่าในแต่ละวันทำอะไรบ้างเพื่อให้ติดเป็นนิสัยจนเกิดเป็นทักษะ
5. ฝึกให้ใช้การกระทำแทนคำพูดอย่างเดียว ด้วยการสัมผัสเพื่อกำหนดพฤติกรรม เช่น "ลูกไม่มีสิทธิไปหยิบอาหารจากจานของผู้อื่น แต่ลูกสามารถหยิบจากจานลูกได้เท่านั้น" พร้อมทั้งดึงมือเด็กกลับมายังจานของตนเอง
6. ฝึกให้รู้จักการการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยผู้ปกครองอาจเป็นผู้สมมติสถานการณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อให้เด็กรู้จักวิธีคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาได้ทันทีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจริง
7. ฝึกให้รู้จักทำความดี โดยการให้รางวัลเมื่อเด็กทำสิ่งที่ดี แสดงความชื่นชมทั้งด้วยวาจา และภาษากาย เช่น กอด หอมแก้ม พูดชมเชย เป็นต้น
8. ฝึกให้มีการตกลงร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษร

เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในกรณีที่เด็กสามารถทำได้ตามข้อตกลงเด็กมีสิทธิได้เลือกทำในสิ่งที่ชอบ การฝึกระเบียบวินัยจะได้ผลดีต้องได้รับการฝึกอย่างสม่ำเสมอ ผู้ปกครองต้องมีความเด็ดขาดในการปฏิบัติตนเพื่อรักษากฎระเบียบ ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และสีหน้าจะต้องสื่อได้อย่างชัดเจนว่าการกระทำนั้นไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ใหญ่ นอกจากนี้ควรปฏิบัติต่อเด็กด้วยการกระทำมากกว่าที่จะใช้คำพูดเพียงอย่างเดียว และต้องไม่ลืมว่าเด็กแต่ละวัยมีความสามารถในการรับคำสั่งหรือข้อปฏิบัติแตกต่างกันออกไป ดังนั้นผู้ปกครองควรคำนึงถึงความสามารถในการรับรู้ประกอบการออกกฎเกณฑ์ด้วย

เด็กทุกคนต้องการการฝึกพัฒนาทักษะและวุฒิภาวะด้านอารมณ์ เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถควบคุมอารมณ์ตามสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ สามารถยอมรับข้อผิดพลาดได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องวางขอบเขตด้วยความมั่นคง สม่ำเสมอ และเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะเด็กสามารถซึมซับพฤติกรรม และเลียนแบบบุคลิกของพ่อแม่มาเป็นของตนเองได้ในเวลาต่อมา ฉะนั้น บทบาทของพ่อแม่จึงมีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาการของลูก ในการก้าวไปสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ทั้งกายและใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก
//www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=61




 

Create Date : 20 มกราคม 2552    
Last Update : 20 มกราคม 2552 12:40:47 น.
Counter : 537 Pageviews.  

เลี้ยงเด็กให้เป็นคนดี

เลี้ยงเด็กให้เป็นคนดี

โดย ชัยอนันต์ สมุทวณิช
2 มีนาคม 2551 11:47 น.
อ้างอิงจาก//www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000025760
//www.pantip.com/cafe/family/topic/N6386874/N6386874.html


ผมมีลูก 3 คน เป็นฝาแฝดชาย-หญิง และคนเล็กเป็นชาย คนเล็กเพิ่งแต่งงานไปเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมนี้เอง โบราณว่าเป็นฝั่งเป็นฝากันหมดแล้ว ผู้ใหญ่ที่ไปงานบอกว่า เรามีบุญที่มีลูกๆ ดีทุกคน เหมือนกับแต่ก่อนที่ใครๆ พูดว่าพ่อ-แม่ผมมีลูกดีทุกคน

การมีลูกดีคงหมายถึง ลูกซึ่งมีความประพฤติดี มีการงานทำเป็นหลักเป็นฐาน การเลี้ยงลูกให้ดีนั้น เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน แต่ละครอบครัวมีวิธีการเลี้ยงดูอบรมต่างกัน

ตามประสบการณ์ของผม การเลี้ยงลูกให้ดีนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องแม่ ป้าครูหรือคุณครูเนี้ยน สโรชมาน ชอบบอกผมว่า ผมจะต้องเป็นเด็กดี เพราะแม่ผมนั้นเวลาท้องผม ก็กินแต่ผักเพื่อให้ผมเติบโตมาแข็งแรง และฉลาดมีสุขภาพอนามัยดี คนสมัยใหม่บางคนเปิดเพลงให้เด็กในท้องฟังด้วย นัยว่าเป็นการกล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน

เมื่อเด็กเกิดมาแล้วพอรู้ความก็จะได้รับการสั่งสอนอบรม ทั้งความประพฤติและมารยาท นอกจากนั้น ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกที่ผมอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับท่านผู้อ่านคือ

1. การเล่านิทานก่อนนอน เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเด็กได้เรียนรู้หลายอย่าง การเรียนรู้ด้วยการเล่าเรื่องเป็นวิธีการสอนที่สนุกและเพลิดเพลิน ผมนอนกับย่า ย่าผมมีเรื่องเล่าเยอะแยะ ตั้งแต่นิทานจักรๆ วงศ์ๆ ไปจนถึงเรื่องที่ย่าแต่งเองก็มี

2. อย่าสอนให้เด็กมีความอิจฉาริษยา หากมีพี่น้องก็อย่าเปรียบเทียบ โตขึ้นเด็กจะมีจิตใจไม่ดี

3. อย่าขู่เด็ก แต่ควรหาเหตุผลมาพูดกับเด็ก เวลาต้องการให้เด็กทำอะไร ควรพูดจาหว่านล้อมมากกว่าการข่มขู่หรือหลอก

4. ผู้ใหญ่ควรรักษาอารมณ์ให้คงเส้นคงวา อย่าตำหนิหรือลงโทษเด็กด้วยการใช้อารมณ์ หรือการประชดประชัน

5. แม้จะมีปัญหาครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาระหว่างสามี-ภรรยา ปัญหาการเมือง ปัญหาการงาน ก็ไม่ควรนำมาพูดให้เด็กฟัง

6. เมื่อเด็กโตขึ้น พ่อ-แม่ควรอยู่บ้านอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา โดยเฉพาะเวลาอาหารเย็น และมีเวลาว่างที่พาลูกไปเที่ยว

7. ควรพาลูกไปงานตามสมควร อย่างน้อยก็ไปบ้านญาติหรือไปร่วมงานที่เด็กไปได้ จะเป็นการสอนให้เด็กรู้จักวางตัวเข้าสังคม

8. ไม่ควรให้รางวัลเด็กอย่างพร่ำเพรื่อ หรือมากจนเกินไป การที่เด็กประพฤติดี เรียนดี ถือว่าเป็นการทำหน้าที่อยู่แล้ว

9. ไม่ควรให้เงินเด็กมากเกินไป

10. ควรสอนเด็กด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่าง หากไม่ต้องการให้ลูกเล่นการพนัน สูบบุหรี่ กินเหล้า พ่อ-แม่ก็ต้องละเว้นจากอบายมุขเหล่านี้ด้วย

11. พ่อแม่ต้องพาเด็กไปวัดไปหาพระ และประกอบพิธีทางศาสนา

12. ที่บ้านควรมีตู้หนังสือ สอนการรักการอ่านให้กับเด็ก การอ่านหนังสือเป็นการสร้างสมาธิและการคิด

13. การที่จะทำให้เด็กมีจิตใจดี มีเมตตากรุณานั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าการให้เด็กมีสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข (ลูกๆ ผมรักสุนัขมาก โดยเฉพาะคนเล็กชอบเก็บหมามาเลี้ยง เวลาไปเล่นกอล์ฟก็ชอบซื้อขาไก่ และขนมต่างๆ ให้หมากิน) การเลี้ยงหมามีผลต่อการสร้างความเมตตา และทำให้จิตใจอ่อนโยนยิ่งกว่าการฟังหรือเล่นดนตรี เพราะการเลี้ยงหมาเป็นปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต

14. ควรหางานอดิเรกให้เด็กทำ เพราะเป็นการสอนการใช้เวลาว่างที่ดี

15. ควรสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก โดยยกตัวอย่างผู้มีความดี หรือประสบความสำเร็จให้เด็กอยากเอาอย่าง

16. ควรสร้างความเชื่อมั่นในตนเองให้เด็ก ให้เด็กทำสิ่งที่ง่ายไปหายาก และคอยให้กำลังใจ ไม่ตำหนิหากเด็กมีความผิดพลาด

17. สอนให้เด็กมีสัมมาคารวะ มีความอ่อนโยน แต่ก็มีจิตใจที่เข้มแข็ง

18. ให้เด็กรู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่เห็นแก่ตัว

19. ไม่สนับสนุนให้เด็กชอบความหรูหรา ฟุ่มเฟือย หรือนิยมวัตถุสินค้าราคาแพง

20. สอนให้เด็กเข้าใจว่า การตรงต่อเวลามีความสำคัญ

21. สอนให้เด็กตระหนักถึงความซื่อสัตย์ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

22. สอนให้เด็กมีความอดทนในการทำงาน และทำงานอย่างมีคุณภาพ

23. สอนให้เด็กรู้จักการแบ่งเวลา

24. สอนให้เด็กมีวินัยในตนเอง ควบคุมตัวเองได้ ใช้เวลาในทางที่เป็นประโยชน์

25. สอนให้เด็กมองโลกในแง่ดี รู้จักอุเบกขา และการให้อภัย ไม่ผูกใจเจ็บอาฆาตคน แต่ต้องรู้จักระมัดระวังตัว หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และความรุนแรง

26. สอนให้เด็กรู้จักเสียสละ และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว

27. พาเด็กไปเที่ยวในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติที่สวยงาม เพื่อย้อมใจให้เกิดความรักในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

28. เวลาเด็กทำผิด หากไม่ใช่ความผิดที่ร้ายแรงก็เพียงแต่ตักเตือน การตักเตือนอาจใช้เพียงภาษากายก็พอ ไม่จำเป็นต้องดุด่าว่ากล่าว หากเด็กรู้ตัวว่าผิดแล้วก็ไม่ควรซ้ำเติม

29. ให้ความไว้วางใจแก่เด็ก ไม่ใช่เอาแต่ห้ามหรือคอยระแวดระวังจับผิด

30. ให้ความเป็นเพื่อนกับเด็ก

ทั้ง 30 ข้อนี้เป็นประสบการณ์ที่ผมได้จากครอบครัว และผมใช้ปฏิบัติต่อลูก รวมไปถึงเด็กนักเรียนวชิราวุธ ในขณะที่ผมเป็นผู้บังคับการอยู่ด้วย เป็นการเลี้ยงดูอบรมเด็กที่บางคนอาจเห็นว่า “อ่อน” เกินไป เพราะไม่มีการบังคับจ้ำจี้จ้ำไช แต่เด็กๆ ที่ได้รับการอบรมบ่มนิสัยแบบนี้ จะมีความไว้วางใจผู้อื่น มีวินัยในตนเอง เกรงกลัวบาป มีความเป็นอิสระ มีจิตใจดี โอบอ้อมอารี ไม่เห็นแก่ตัว มีความเมตตากรุณา



หนูจะเป็นเด็กดีค่ะ


















 

Create Date : 29 มีนาคม 2551    
Last Update : 16 ธันวาคม 2551 21:07:29 น.
Counter : 488 Pageviews.  

ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค

ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค

ฝึกสมองไบรท์ด้วย 9 เทคนิค
โดย วนิษา เรซ ผู้เชี่ยวชาญด้านอัจฉริยภาพจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

"ผู้หญิงสมัยนี้อยากสวย ฉลาด และสุขภาพดี ทุกคนจึงพากันดูแลรูปร่างด้วยการออกกำลังกาย เคร่งครัดเรื่องอาหารการกิน แต่ไม่เคยมีใครสนใจว่าจะดูแลสมองอย่างไรให้มีสุขภาพดี ทั้งที่สมองเป็นอวัยวะที่ตัดสินใจทุกเรื่องของชีวิต

เราจึงควรเอกเซอร์ไซส์สมองให้ไบรท์ด้วยเทคนิคง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์ เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มี น้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ

2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้ กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ ช่วงที่มีคลื่น Theta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุดๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถ จินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ (ถ้าไม่ได้ทำตอนเช้าให้หัดทำตอนก่อนนอนทุกวัน)

4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะ ปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอนเดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขหลั่งออกมา เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา ฯลฯ เพราะการ เรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอนเดอร์ฟินและโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ไปเรื่อยๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเองเป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Graceful Journal ทุกวัน
เขียนขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข ฯลฯ เพราะการเขียนเรื่องดีๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มี ความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึก ๆ
สมองใช้ออกซิเจน 20-25 เปอร์เซ็นต์ของออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึกๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนานๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยืดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกซิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 เปอร์เซ็นต์

การมีสมองที่ดีก็เหมือนกับทักษะทุกอย่างในโลกที่เรียนรู้ได้ แต่จะเก่งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ถ้าเราดูแล และฝึกฝนสมองให้ดี คุณภาพชีวิตก็จะดีตาม"


ลองมาฝึกเป็นคนสมองไบรท์กันนะคะ




 

Create Date : 29 มีนาคม 2551    
Last Update : 29 มีนาคม 2551 1:08:20 น.
Counter : 337 Pageviews.  

ทำนายจากกรุ๊ปเลือด

กรุ๊ปเลือด เอ A
คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่พูดคุยในหมู่เพื่อนๆ
คุณเป็นคนที่พูดเก่ง คุยเก่ง เป็นคนชอบพูดมักกว่าชอบฟัง คุณคุยได้ทุกเรื่องขอให้มีคนเปิดประเด็น

คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน
คุณไม่ชอบทะเลาะ เกะกะระรานกับใครๆ ก่อน ไม่ชอบไปวุ่นวายกับใคร หากเขาไม่เข้ามาวุ่นวายกับคุณก่อน คุณเป็นคนสุขุมเยือกเย็น เวลาที่คุณไม่พอใจใครคุณจะไม่ค่อยพูด แต่มักใช้สายตาในการทะเลาะมากกว่าการพูดด้วยความโกรธ

เรื่องราวความรักของคุณ
คุณเป็นคนกล้าๆ กลัวๆ ในเรื่องการแสดงออกให้คนที่คนแอบชอบว่าคุณมีใจให้เขา ไม่กล้าบอกรักหรือกล้าที่จะเข้าไปจีบ ฉะนั้นความรักของคุณยากที่จะสมหวัง เพราะต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ

เป็นอย่างไรเมื่อเวลาโศกเศร้า เจ็บปวดใจ
คุณเป็นคนคิดมาก เป็นคนจำง่ายแต่ลืมยากในเรื่องที่ทำให้คุณเจ็บปวดใจ ยอมรับไม่ค่อยได้เกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้คุณต้องเสียใจ คุณจะเฝ้าครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้คุณเสียใจตลอดเวลาและคุณจะไม่สามารถทำใจได้จนกว่าคุณจะยอมรับในเรื่องนั้น

ความขยันเรื่องการเรียนการศึกษาของคุณ
คุณเป็นคนขยันขันแข็งในเรื่องการศึกษา แต่เป็นคนแบ่งเวลาไม่ค่อยถูกว่าเวลานี้ควรทำอะไร จนบางครั้งงานบางอย่างกลายเป็นดินพอกหางหมู ทำให้โดนตำหนิได้

กลยุทธ์และวิธีปลอบใจในเวลาที่คุณเศร้า
ในเวลาที่คุณเศร้า ถ้ามีคนพูดปลอบใจดีๆ คำพูดหวานๆ คำชมทุกชนิดที่สามารถสรรหาได้ในโลกนี้ คุณจะหายโศกเศร้าลงได้มากหากมีใครโทรศัพท์หาคุณพร้อมกับคำพูดปลอบใจหวานๆ

ทำอย่างไรจะทำให้คุณหายโกรธ
คนอย่างคุณเนี่ยลองโกรธให้ใครแล้วหายยากจริง เข้าลักษณะโกรธง่ายหายช้า ยากจะหาวิธีทำให้คุณหายโกรธได้ นอกจากปล่อยให้เวลาผ่านไป หรือปล่อยให้อยู่คนเดียว อารมณ์โกรธของคุณก็จะคลายหายไปเอง


กรุ๊ปเลือด บี B
คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่พูดคุยในหมู่เพื่อนๆ
คุณเป็นคนมีเอกลักษณ์ในการพูด มีความสามารถพิเศษในการเจรจาพูดคุย เวลาพูดชอบออกท่าทางประกอบไปด้วย ทำให้เพื่อนๆ เข้าใจและคล้อยตามไปด้วยดึงดูดความสนใจผู้คนได้ดี

คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน
คุณเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว เวลาโกรธหรือไม่พอใจให้ใคร ไม่จำเป็นต้องให้ใครมายุ คุณมีความสามารถเฉพาะตัว ไม่เห็นแก่หน้าใคร สามารถด่าได้ทุกคำทุกภาษาที่มีในโลกนี้ ใครที่ทะเลาะกับคุณถือว่าซวยมากๆ ต้องรีบไปทำบุญถวายสังฆทานเจ็ดวัดเจ็ดวาเพื่อสะเดาะเคราะห์

เรื่องราวความรักของคุณ
คุณเป็นคนที่ใจร้อนในเรื่องของความรัก หากสนใจใครแล้วมักจะไม่รอช้าคิดหาวิธีในการเชื่อมความสัมพันธ์กับคนนั้นอย่างรวดเร็ว แต่บางครั้งการใจร้อนเกินไปไม่เกิดผลดีกับคุณเลย

เป็นอย่างไรเมื่อเวลาโศกเศร้า เจ็บปวดใจ
สาเหตุที่ทำให้คุณต้องเสียใจ ส่วนมากจะมาจากความใจร้อนหรืออารมณ์ร้อนของคุณเอง คุณเป็นคนคิดอะไรได้รวดเร็วกว่าคนอื่นๆ คุณคิดได้ในขณะที่คนอื่นยังคิดไม่ทันในเรื่องเดียวกัน เป็นคนหัวเร็ว ตัดสินใจรวดเร็ว จนบางครั้งการตัดสินใจด่วนของคุณอาจทำให้คุณเสียใจ

ความขยันเรื่องการเรียนการศึกษาของคุณ
คุณเป็นคนคิดใหม่ทำใหม่อยู่เรื่อยๆ มักเปลี่ยนใจได้รวดเร็ว ความขยันมักขึ้นกับอารมณ์ของคุณเพราะคุณมักมีนิสัยที่เปลี่ยนใจง่ายดังนั้นผลการสอบที่ออกมามักขึ้นกับอารมณ์ของคุณตอนช่วงที่ดูตำราก่อนสอบเสมอ

กลยุทธ์และวิธีปลอบใจในเวลาที่คุณเศร้า
ในเวลาที่คุณเศร้า ไม่จำเป็นต้องปลอบใจอะไรมาก เพียงแค่มีคนให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ หรืออาจซื้อขนมหรือของกินเล็กๆ น้อยๆ มาฝากคุณคุณหายแล้วล่ะ

ทำอย่างไรจะทำให้คุณหายโกรธ
วิธีที่ทำให้คุณหายโกรธนั้นไม่ยาก เพราะคุณเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว โกรธไม่นานก็ลืมหมด ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรมาก ถ้าขืนไปใส่ใจมากจะยิ่งไปกันใหญ่ สรุปว่าหากคุณโกรธ ใครอยากจะทำให้คุณหายโกรธ ไม่ต้องมายุ่งกับคุณ ปล่อยไว้สักพัก คุณก็จะหายโกรธเอง หากไม่เข้าใจมาเกะกะระรานในเวลาที่คุณโกรธเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ

กรุ๊ปเลือด เอบี AB
คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่พูดคุยในหมู่เพื่อนๆ
คุณไม่ค่อยพูด มักเป็นฝ่ายนั่งฟังคนอื่นพูดมากกว่า จึงทำให้เพื่อนๆ ชอบอุปนิสัยของคุณและมักจะระบายความในใจให้คุณฟังอยู่ประจำ

คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน
คุณเป็นคนใจดี ไม่ชอบทะเลาะหรือหาเรื่องกับใครก่อน หากไม่มีความจำเป็น คุณสามารถระงับสติอารมณ์ได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนมากมักเป็นกรรมการห้ามคนอื่นที่เขาทะเลาะกันมากกว่าที่จะไปหาเรื่องทะเลาะกับใครๆ

เรื่องราวความรักของคุณ
คุณไม่ค่อยเที่ยวแสวงหาความรัก เพราะคุณเป็นมั่นใจในตนเองมาก คิดว่าตัวเองมีเสน่ห์และเท่ห์มาก คุณมักทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาหาคุณเองมากกว่าคุณจะเป็นฝ่ายติดต่อเข้ากับเขาก่อน และคุณมักจะถูกเพศตรงข้ามตามตื้อและขอความรักเสมอ
เป็นอย่างไรเมื่อเวลาโศกเศร้า เจ็บปวดใจ
คุณเป็นคนเก็บอารมณ์ได้ดี ถึงแม้จะเสียใจมากแค่ไหน น้อยนักที่ใครจะเห็นน้ำตาของคุณ หรือแม้แต่การแสดงออกทางอารมณ์และสีหน้าซึ่งแสดงว่าคุณเสียใจ ยากมากที่ใครจะได้เห็น ยอมรับว่าคุณเก่งจริงๆ

ความขยันเรื่องการเรียนการศึกษาของคุณ
คุณชอบเตรียมวางแผนในเรื่องต่างๆไว้ล่วงหน้าเสมอแต่บางครั้งก็ไม่สามารถทำตามแผนการที่วางแผนไว้ได้หากยึดมั่นตามแผนการเกินไปกลับจะเป็นผลเสียมากกว่าดังนั้นคุณไม่ควรหักโหมจนเกินไปทำเท่าที่คุณสามารถทำได้

กลยุทธ์และวิธีปลอบใจในเวลาที่คุณเศร้า
ในเวลาที่คุณเศร้าเสียใจ ยากนักที่ใครจะรู้และเข้าใจ นอกจากจะปล่อยให้คุณอยู่เงียบๆ คนเดียวเดี๋ยวก็หายไปเอง

ทำอย่างไรจะทำให้คุณหายโกรธ
คุณเป็นคนมีเหตุผล เมื่อโกรธให้ใครแล้วย่อมมีเหตุผลเพียงพอกับความโกรธเสมอ ไม่งั้นคุณไม่โกรธหรอก ใครที่ทำให้คุณโกรธนั้นจะต้องยอมขอโทษคุณก่อนความโกรธของคุณจึงจะคลายลง

กรุ๊ปเลือด โอ O
คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่พูดคุยในหมู่เพื่อนๆ
คุณชอบคุยเรื่องที่ทำให้คุณเป็นจุดเด่นขึ้นมา แต่ไม่ใช่เป็นคนขี้โม้นะ บางทีคุณก็เงียบและเป็นฝ่ายนั่งฟังเหมือนกัน

คุณเป็นคนอย่างไรในยามที่ทะเลาะกับชาวบ้าน
หากใครมาทะเลาะกับคุณ คนๆ นั้นถือว่าซวยจริงๆ เพราะคุณเป็นคณเถียงแบบไม่ถอย ไม่ยอมใครง่ายๆ จะแพ้หรือชนะนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คุณสู้ไม่คอยอยู่แล้ว นอกจากจะแพ้ชนะกันไปข้างหนึ่ง ลักษณะเป็นคนหัวแข็งหน่อยนะ เพลาๆ ไว้บ้าง

เรื่องราวความรักของคุณ
คุณเป็นคนชอบเข้าข้างตัวเองในเรื่องความรัก บางครั้งจนเกือบหลงตัวเองไปนิดๆ เป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมารักใครแล้วคุณก็จะแสดงออกเปิดเผยกับเขาตรงๆ ชอบบอกรักแบบรวดเร็ว และมักผิดหวังในเรื่องความรัก เพราะบางครั้งไปรักคนที่มีเจ้าของ รักเขาข้างเดียว รักคนที่เขาไม่รักเรา .....

เป็นอย่างไรเมื่อเวลาโศกเศร้า เจ็บปวดใจ
คุณไม่ค่อยใจใส่กับเรื่องเล็กๆ น้อย ไม่ค่อยเก็บมาคิดให้รกสมองและเสียเวลาที่จะทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากกว่า คล้ายเป็นคนธรรมะธัมโม (ปลงได้) ฉะนั้นเรื่องที่ทำให้เสียใจคุณสามารถทำใจได้อย่างรวดเร็ว

ความขยันเรื่องการเรียนการศึกษาของคุณ
คนเป็นคนฉลาด มีความจำเป็นเยี่ยม แต่จะขี้เกียจไปหน่อยในการอ่านหนังสือ ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้น ชอบอ่านหนังสือหรือติวข้อสอบอย่างเอาเป็นเอาตายไม่ได้หลับไม่ได้นอนในช่วงใกล้สอบ

กลยุทธ์และวิธีปลอบใจในเวลาที่คุณเศร้า
ดูภายนอกคุณเป็นคนเข้มแข็งแต่ความจริงแล้วคุณค่อนข้างอ่อนไหวง่าย ในเวลาที่คุณโศกเศร้าเสียใจ ขอเพียงแค่คุณได้ระบายความรู้สึกให้ใครซักคนฟัง แล้วคนๆ นั้นพูดว่า ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดีจ้ะ ความเศร้าของคุณก็จะค่อยๆ หายไป

ทำอย่างไรจะทำให้คุณหายโกรธ
คุณเป็นคนมีเหตุผล มักโกรธหรือไม่พอใจง่ายๆ แต่หากคุณโกรธให้ใครล้วนแต่มีเหตุผล (ของคุณ) ที่จะโกรธให้เสมอ วิธีที่ทำให้คุณหายโกรธได้นั้น ทุกคนต้องยอมอ่อนข้อให้คุณ คุณจึงจะหายโกรธ






 

Create Date : 08 สิงหาคม 2550    
Last Update : 23 ตุลาคม 2551 15:44:27 น.
Counter : 263 Pageviews.  

เลขบัตรประชาชนพยากรณ์

เลขบัตรประชาชนพยากรณ์
แบบที่1 : การดูเลขชีวิต
เลขรหัสบัตรประจำตัวประชาชนนั้นมี 13 ตัว แต่เราจะดูเลขตัวสุดท้าย..คือการดูเลขชีวิตท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตัวอย่าง : เลขในบัตรประจำตัวประชาชนคือ 5 6485 54823 48 6 เลขตัวสุดท้ายคือเลข 6

แบบที่2 : การดูเลขคู่ชีวิต
เลขรหัสบัตรประจำตัวประชาชนนั้นมี 13 ตัว แต่เราจะเอาเลข 3 ตัวสุดท้ายมารวมกัน..คือการดูเลขคู่ชีวิตท่านว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ตัวอย่าง : เลขในบัตรประจำตัวประชาชนคือ 5 6485 54823 48 6 เลข 3 ตัวสุดท้ายคือ 4+8+6=18( ได้ 18 นำ 1+8=9 )

ความหมายของเลขศาสตร์ ตามบัตรประจำตัวประชาชนมีดังนี้

หมายเลข 1
แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำในหน้าที่การงาน อยู่ในจำพวกแนวหน้า และบางครั้งถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือทั้งทรัพย์สินเงินทอง และคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา จนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควร แต่หากไม่พอใจใครแล้ว เขาจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรีฆ่าได้หยามไม่ได้ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร หากจำเป็นจริงๆ ยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น จะมีนิสัยละเอียดอ่อนในเรื่องความรัก ยอมหมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรักในอนาคตหากเป็นนักธุรกิจ จะประสบความสำเร็จ และสามารถทำงานได้ดีทุกแขนง

หมายเลข 2
แสดงถึงความสำเร็จ ความอบอุ่น จากมิตร-บริวาร แต่บางครั้งไม่ค่อยมีความเด็ดขาดไปบ้าง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียว หากจะลงทุนทำธุรกิจถ้าได้ร่วมทำกับคนอื่นจะดีกว่าทำคนเดียว จะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้าม เป็นที่รักใคร่ของเหล่าเพื่อนฝูง แต่บางครั้งจะโดนอิจฉาอยู่บ่อยๆ เพราะเสน่ห์ดีเกินไป ตามเลขศาสตร์บ่งบอกว่าหากจะให้ ทำงานสำเร็จ โด่งดัง มีชื่อเสียง จะต้องทำงานร่วมกับคู่ครองตนเอง วัยกลางคนจะได้มีความสุขกับครอบครัวฐานะดีมีความสบายตามลำดับ

หมายเลข 3
แสดงถึงความทุกข์ใจ จะมีปัญหาเรื่องต่างๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆ หากจิตใจไม่เข้มแข็งจะทำให้ ทุกข์ใจไม่สบายกายอยู่เรื่อยไป และจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่คู่ครอง และครอบครัวให้มากกว่าเดิม ระวังจะมีปัญหากับบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างความแตกแยกในครอบครัว ( หมายเลข 3 นี้เป็นเลขแห่ง เงารัก เงาร้าง ) ถ้าจะลงทุนทำธุรกิจ ไม่ควรที่จะร่วมหุ้นหรือไว้ใจบริวารให้มากนัก อย่าเป็นนักบุญให้ผู้อื่นจนเกิดเป็นความทุกข์ให้กับตนเอง และหากช่วยเหลือใครแล้ว จะหวังผลคืนได้ยาก เพราะหมายเลข 3 เป็นเลขของผู้ให้ๆ อย่างเดียว แต่เมื่อผ่านปัญหาทั้งปวงไปแล้วอีกไม่นาน จะมีความสุขความสบายกับครอบครัว

หมายเลข 4
แสดงถึงเลขแห่งจักรพรรดิ จะมีคนคอยเป็นห่วง จะเป็นที่รักใคร่ของผู้สูงอายุ แต่จะมีความเหน็ดเหนื่อยมากอยู่เหมือนกัน เพราะคำว่า " แม่ทัพ " ก็รู้ความหมายอยู่แล้ว ไม่มีแม่ทัพคนใดไม่มีผลงานแล้วจะได้เป็นแม่ทัพหรอกน่ะ แต่หมายเลข 4 เป็นเลขแห่งความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า ความท้าทาย หากจะให้มีความเจริญ ก้าวหน้าเร็วๆ ก็ต้องกล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ แต่ระวังจะมีเพศตรงข้ามหลงรัก และเข้ามาขอสวามิภักดิ์ด้วย และไม่ต้องเป็นห่วงจะทำอะไรก็จะมีคนคอย สรรเสริญเยินยอ แต่ก่อนที่จะมีการเยินยอก็จะมีการติฉินนินทาก่อน หากอดทนไม่สนใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นได้ละก็ชีวิตนี้รวยใจสบายกายอย่างแน่นอน

หมายเลข 5
แสดงถึงเลขแห่งเวทมนต์ และเสน่ห์หากับเพศทั่วไป มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง ยอมก้มหัวให้ผู้อื่นได้แค่กายแต่ใจนั้นไม่ยอมใคร เป็นที่ปรึกษาผู้อื่นได้ดี แต่ตนเองยาม เดือดร้อนหาใครช่วยปรึกษาด้วยนั้นช่างยากมาก เพราะหมายเลข 5 จะมีความสบายกายแต่ทุกข์ใจอยู่เรื่อยเพราะคิดมากจนเกินเหตุ และจะเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตร หากดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารจะประสบความสำเร็จดี มีชื่อเสียง แต่ไม่ว่างานด้านไหนๆ หมายเลข 5 ทำได้หมด แต่จะต้องมีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวบ้าง เช่น เรื่อง ความรักอย่าปล่อยให้นานเกินไป จะได้พึ่งพาอาศัยบุตร-บริวารในภายภาคหน้า จะมีความพอดีกับชีวิต เกิดความสุขตลอดกาล

หมายเลข 6
แสดงถึงคนที่มีดีอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยยอมนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ อย่าปล่อยเวลากับความคิดให้มากนัก หมายเลข 6 เสน่ห์อยู่ที่ " เงา " ของตนเอง จะมีคนรักใคร่ เอ็นดูทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ แต่ต้องแต่งตัวให้เกิดจุดเด่นแก่ตนเอง และมีจิตสัมผัสเหนือธรรมชาติหากได้นั่งสมาธิบำเพ็ญศีลจะมีบารมีสูง ผู้คนจะรักใคร่เอ็นดู จะทำอะไรก็ล้วน แต่ประสบความสำเร็จดีทั้งสิ้น หมายเลข 6 ต้องลดโทนเสียงลงอีกเพราะโทนเสียงนั้นบ่งบอกถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่เกินตัว ไม่เพราะแก่ผู้ได้ยิน ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูสนับสนุน ในด้านการงาน เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ตนเองมักจะเอาตัวรอดได้เสมอ จะมีความสุขในบั้นปลาย

หมายเลข 7
อย่างปล่อยเวลาให้เสียไปกับคนอื่นให้มากนัก และอย่ายึดติดอยู่กับที่ เพราะหมายเลข 7 เป็นหมายเลขที่ต้องเดินทางเพื่อทำการค้า เป็นไกด์ หรือทำงานที่ต้องมีการเจรจา อยู่ตลอดเวลา จะทำให้ประสบความสำเร็จ ระวังจะมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เกิดขึ้นในครอบครัว หรือเรื่องรัก 3 เศร้าเกิดขึ้นในชีวิตคู่ และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณ ก็ไม่ต้องวิตกให้มากนัก เพราะทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดี การเงินถึงจะไม่คล่องบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหมายเลข 7 เป็นเลขที่ส่งลาภผลอยู่เนื่องๆ หากผู้ใดที่ได้หมายเลข 7 ละก็ยอกเหนื่อยหน่อยน่ะในระยะต้นๆ และอีกไม่นานจะมีความสุข โชคลาภเพิ่มพูน และจะได้รับความสุขกับ มิตร-บริวาร

หมายเลข 8
แสดงถึงคนมีบุญบารมี และวาสนาดี มีชื่อเสียงให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ แต่ต้องหมั่นเรียนรู้เร่งศึกษา อย่าอยู่นิ่ง กล้าเปิดเผย กล้าทำ กล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ รีบไขว่คว้าแล้วหน้าที่การงานที่ทำจะได้ผลดีเป็นที่พอใจ และผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือ อย่าหลงใหลมัวเมาในกิเลสตัณหาให้มากนัก อย่าสนุกจนลืมครอบครัว แล้วบั้นปลาย ชีวิตจะมีฐานะดี เป็นที่พอใจของวงศ์ตระกูล มีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของคนทั่วไป ( แต่ต้องขยันให้มากๆ นะ )

หมายเลข 9
แสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ หากเป็นผู้นำจะเจริญก้าวหน้า ทำงานด้วยสมอง เป็นนักพูด หรือนักบรรยายจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่หน้าที่ที่เหมาะคือผู้เผยแพร่ศาสนา จะมีผู้คนยกย่องสรรเสริญ และยังมีจิตสัมผัสเหนือคนทั่วไป บางครั้งสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ใครได้หมายเลข 9 จะเป็นผู้อยู่เหนือลิขิตสวรรค์ จะทำอะไรก็สามารถ ประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง แต่มีข้อเสียเพราะหมายเลข 9 เป็นเลขแห่งคุณความดี หากทำในสิ่งไม่ดี ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม หรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน จะได้รับ ผลกรรม ซึ่งจะหนักกว่าผู้อื่นหลายเท่า และจะต้องระวังเรื่องชู้สาวให้มาก อย่าใจอ่อน จะนำไปสู่ความเดือดร้อน เพราะจะมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม และผู้พบเห็น




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2550    
Last Update : 8 สิงหาคม 2550 14:52:33 น.
Counter : 295 Pageviews.  

1  2  
 
 

ยอดหญิงนักชิม
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คุณแม่ลูกหนึ่ง..ที่อยากรวบรวมเนื้อหาสาระและไม่สาระเอาไว้อ่านยามเหงาๆ อิอิ
[Add ยอดหญิงนักชิม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com