Group Blog
 
All blogs
 

ขอร้องอย่าชวนไปญี่ปุ่น ตอน Beppu Hell or Heaven

 




อาบดิน แช่น้ำร้อน ...เที่ยวบ่อนรกกลับเจอสวรรค์ที่ “ เบ็บปุ ”

....ไอ้โรคบ้า ออนเซ็นของฉัน ทำอย่างไรก็รักษาไม่หายซะที ....




ครั้นรู้ว่าเมือง เบ็บปุ (อ่านออกเสียงแบบไทย หรือออกเสียงแบบคนญี่ปุ่นว่า เบ่บปู๊ ) เมืองออนเซ็นแห่งการแช่น้ำพุร้อนที่ใหญ่ที่สุดในเขตตะวันตกของญี่ปุ่น คู่แข่งเมืองอาบน้ำแร่แช่น้ำนมที่สำคัญ อย่างเมืองBath ประเทศอังกฤษ และ Baden Baden ของเยอรมัน หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก แท้จริงแล้วเมืองนี้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนที่บ้าสปาอย่างฉันจะมาสัมผัส แถมราคาแช่น้ำแร่ก็พอจะเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวกระเป๋าบางอย่างฉันอีกเช่นกัน ด้วยเหตุผลประการทั้งปวง มีหรือที่ฉันจะพลาด !!!

เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วไม่รอช้าออกเดินทางทันที จากฟูกูโอกะ ถ้านั่งรถไฟก็ใช้เวลาแค่ 1 ชม ครึ่งเท่านั้น เมื่อมาถึง “เบ็บปุ” ทันทีที่เท้าก้าวแตะชานชาลา กลิ่นของไอทะเลและแร่ธาตุจากบ่อน้ำแร่ลอยมาปะทะจมูกเข้าอย่างจัง อะไรมันจะสดชื่นปานนี้

“แค่นี้หัวใจก็สั่นระทวย อยากจะกระโดดเข้าหาออนเซ็นจนตัวสั่น!!”



เหตุผลที่อยากจะหาโรงอาบน้ำน่ะ ไม่ใช่เพราะว่าชั้นบ้าออนเซ็นจนเกินเหตุหรอกนะ เหตุเพราะเมื่อเช้ารถไฟออกแต่เช้าตรู่ อย่าว่าแต่เวลาจะอาบน้ำเลย แค่ตื่นมาให้ทันก็เก่งแล้วล่ะ ตอนนี้กลิ่นทะเลกับกลิ่นตัวตุตุผสมกันเป็นกลิ่นแปลกๆ เป็นสัญญานเตือนว่าฉันควรจะต้องบุกโจมตีสถานที่เป้าหมายโดยด่วน

ที่สถานีรถไฟเมืองเบ็บปุ จะมีเคาน์เตอร์ Travel Service ไว้บริการนักท่องเที่ยว และก็ต้องขอบคุณที่นี่เลย ที่แนะนำ “Takegawara Spa” โรงอาบ น้ำที่เก่า(แก่)ที่สุดของเมืองนี้ให้






“ you must go there where everyone visits , it’s the symbol of Beppu”

Takegawara Spa ออนเซ็นเก่าแก่ เรียกได้ว่า อยู่คู่กับเมืองเบ็บปุมาตั้งแต่รุ่นสมัยคุณทวดกันเลยทีเดียว ภายในโรงอาบน้ำเป็นโครงสร้างง่ายๆ โรงอาบน้ำสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบ่งครึ่งเป็น 2 ห้อง ผู้ชายฝั่งซ้าย ผู้หญิงฝั่งขวา ตรงกลางเป็นบ่อแช่ตัวสี่เหลี่ยมจุตรัส ขนาดเท่าสระว่ายน้ำเด็ก ล้อมรอบด้วยบริเวณที่อาบน้ำขัดตัว ฝาผนังปูนบุด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลืองอมน้ำตาลแบบโบราณผสมคราบไคลน้ำบ่งถึงความเก่าแก่ของที่นี่ได้เป็นอย่างดี ยิ่งมองเพื่อนร่วมอาบน้ำข้างๆที่มีแต่รุ่นลายครามแล้ว ยิ่งทำให้ได้บรรยากาศย้อนยุคสุดสุด เสมือนอาบน้ำอยู่ในสมัยสงครามโลกยังไงอย่างนั้น ! อย่างไรก็ตามถึงที่นี่จะเป็นโรงอาบน้ำเก่าแต่ก็สะอาดใช้ได้เลยค่ะ ฉันขอรับประกัน




หลังอาบน้ำ สระผม ล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกชมเมืองอย่างเป็นทางการ หากคุณมาที่เบ็บปุ แล้วเห็นกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งจากหลังคาบ้านเป็นร้อยหลังคาเรือน อย่าตกใจ !!! คิดว่าไฟไหม้ แท้จริงคือกลุ่มไอน้ำร้อนจากออนเซ็นที่กระจายอยู่ทั่วเมืองนั่นเอง

เมือง Beppu จัดว่าเป็น เมืองแห่งสปาที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่ง เหตุที่เมืองนี้ได้รับการขนานนามว่า "The Capital of Onsens" ก็เนื่องมาจากว่าไม่มีที่ไหนอีกแล้วในประเทศญี่ปุ่นที่จะมีแหล่งน้ำพุร้อนมากมายเท่านี้ ด้วยลักษณะภูมิประ เทศและแนวภูเขาไฟที่เอื้ออำนวยจึงทำให้ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนบ้าสปาไปโดยปริยาย อีกทั้งที่เบ็บปุยังมีสปาให้เลือกหลายแบบ จะเลือกแช่ออนเซ็นในร่มเรียกว่า “โอะฟุโร” หรือแช่แบบกลางแจ้งเรียกว่า “โระเทนบุโร” หรือจะหมักโคลนร้อน(Mud bath) อบไอน้ำร้อน(Steam bath) อาบน้ำตก(Waterfall Bath) และที่มีชื่อเสียงที่สุดและน่าสนใจมากของเมืองเบ็บปุก็คือ หมักทรายร้อนหรือSand bath นั่นเอง


สถานที่หมักทรายร้อนที่ขึ้นชื่อก็คือ " Beach Sand Bath " เพราะที่นี่เป็น สปาหมักทรายร้อนริมทะเล เราจะนอนริมชายหาด เค้าจะเอาทรายมาไถกลบบนตัวเราเว้นไว้แต่หัว จากนั้นเราก็นอนดูท้องฟ้า ดูทะเลจนครบเวลา เค้าเชื่อกันว่าแร่ธาตุที่อยู่ในทรายร้อนนั่นช่วยบำรุงผิวพรรณทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่งเชียวล่ะ





ถ้าว่ากันตามศาสตร์ฮวงจุ๊ยตามความเชื่อของจีน ต้องยกนิ้วให้ทำเลที่ตั้งของ "เมืองเบ็บปุ"ว่า เฮง เฮง เฮง อันเนื่องมาจากการที่มีฉากหลังเป็นภูเขา 3 ลูก ภูเขาซึรูมิ ( Mt. Tsurumi) ภูเขายูฟู ( Mt Yugu )และ ภูเขาการัน( Mt. Garan) ส่วนด้านหน้าคือ คุ้งทะเล Beppu Bay ซึ่งนอกจากจะมีทำเลที่ดีแล้ว การที่เมืองถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติจึงทำให้วิวทิวทัศน์ของ "เมืองเบ็บปุ "งดงามเหนือคำบรรยาย

และด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติประกอบกับภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม ที่ได้สรรค์สร้างความงดงามทางธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งคือ
" บ่อน้ำพุร้อน จิโกกุ" จิโกกุที่แปลเป็นไทยว่า "นรก " นั่นแหละค่ะ

“บ่อน้ำพุร้อนจิโกกุ” หรือบ่อนรก เป็นความอัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ก่อกำเนิดน้ำพุร้อนจากใต้พิภพขึ้นมาผสมกับแร่ธาตุที่ชั้นผิวดินทำให้บ่อน้ำพุร้อนเกิดเป็นสีต่างๆแตกต่างกันไป สีฟ้า สีแดง สีขาวมุก สีโคลน เป็นต้น สวยงามมากหาชมที่ไหนไม่ได้จนบางคนถึงกับเปรยว่า
" Hell that is more like Paradise "
นรกที่ไหนกัน ฉันว่ามันคือสวรรค์ตังหากเล่า !!








การทัวร์บ่อนรก จัดว่าเป็น กิจกรรมที่"ต้อง"ทำอีกอย่างหนึ่งเมื่อคุณมาถึงเบ็บปุ บ่อนรกจะมีทั้งหมด 8 บ่อซึ่งในแต่ละบ่อก็จะมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน เริ่มแรกของการทัวร์ นั่งรถประจำทางสาย 43 จากหน้าสถานีรถไฟเบ็บปุ ใช้เวลาประมาณ 16 นาที ลงที่ป้าย ยูมิชิโกกุเม ( Umijigoku Mae) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทัวร์บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้

จุดชมบ่อน้ำพุร้อนจะแบ่งเป็น 2 จุดใหญ่ จุดแรกคือตำแหน่งที่เราอยู่ตอนนี้จะมี 6 บ่อเดินถึงกัน ส่วนที่เหลืออีก 2 บ่อ จะอยู่ที่จุดที่ 2 ซึ่งจะต้องนั่งรถต่อไปดูกันอีกที บ่อแรกคือ บ่อไฮไลท์ ยูมิ -จิโกกุ (Umi-Jikoku) บ่อน้ำพุร้อนสีฟ้าใส ฉันเดินดูรอบบ่อน้ำแห่งนี้ เห็นลักษณะคล้ายชะลอมแขวนบนปลายไม้จุ่มอยู่ในน้ำสีฟ้า ถึงได้ตระหนักว่า ไม่ว่าชนชาติใด ภาษาใด เห็นน้ำพุร้อนเป็นไม่ได้ ต้องขอเอาไข่ไปต้มซะอย่างงั้น จะว่าไป ก็เป็นความคิดที่ดีใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากไข่ต้มโป่งน้ำร้อนเชียงใหม่ มาเป็นไข่ต้มน้ำร้อนสีฟ้าที่เบ็บปุ ก็เก๋ไม่ใช่เล่น

บ่อที่สองเป็นบ่อโคลนปุดหรือ โอนิอิชิโบสุ-จิโกกุ( Oniishibozu -Jikoku) ชื่อเรียกว่า โบสุ แปลว่าหัวโล้น เพราะเวลาที่โคลนเดือด ฟองโคลนจะค่อยๆนูนขึ้นมาจากผิวน้ำดูเหมือนหัวโล้น นั่นเอง แหม ช่างจินตนาการจัง
บ่อที่3 ทำเป็นสวนสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่รอบบ่อน้ำพุร้อน ส่วนบ่อที่4 สร้างบรรยา กาศเป็นบ่อนรกของจริงมีตุ๊กตายมบาลกับกระทะทองแทงโดดเด่นเป็นสง่า




สำหรับบ่อที่5 เนี่ย ไม่เหมาะกับสำหรับคนใจเสาะอย่างแรง เพราะเป็นบ่อเพาะพันธุ์จรเะข้ เค้าว่าน้ำพุร้อนเนี่ยทำให้มันผสมพันธุ์กันดีนัก มิน่า ! ถึงมีไอ้เข้เดินยั๊วเยี๊ยเต็มไปหมด หยึ๋ย !!
บ่อที่6 ชิไรเก-ชิโกกุ (Shiraike Jigoku) คือบ่อสุดท้ายในจุดที่ 1 บ่อน้ำพุร้อนสีขาวครีมล้อมรอบด้วยสวนสีเขียวสไตล์ญี่ปุ่น ดูแล้วช่างสบายตายิ่งนัก ต่อจาก Shiraike Jigoku เราจะต้องขึ้นรถเมล์สาย 16 เพื่อไปยังจุดที่ 2 ต่อไป

คราวนี้นั่งแค่แป๊ปเดียวก็มาถึง ชิโนอิเก-ชิโกกุ (Chinoike Jigoku ) บ่อลำดับที่ 7 ใน 8 บ่อ บ่อน้ำพุร้อนสีเลือดแดงฉานอย่างกับใครเอาสีสาดลงไป บ่อสีเลือดนี้เกิดมาจากดินเหนียวชนิดหนึ่ง ได้ยินมาว่าตั้งแต่โบร่ำโบราณ เค้าใช้ดินเหนียวชนิดนี้เป็นยาทารักษาโรคผิวหนังได้ดีทีเดียว ใครสนใจอยากจะลองซื้อหาเก็บไว้เค้าก็มีขายที่ร้านขายของที่ระลึกนะคะ




ในที่สุดก็มาถึงบ่อสุดท้าย ทัสซึมากิ -ชิโกกุ (Tatsumaki-Jigoku) เราจะเห็นนักท่องเที่ยวนั่งรอชมอะไรซักอย่าง ภายใน 5 นาที เมื่อน้ำพุร้อนใต้พิภพมีแรงดันกำลังได้ที่ ก็จะพุ่งทะยานออกมาพ้นเหนือพื้นดินโผล่เป็นน้ำพุให้เราเห็น ในตอนนั้นคนที่มารอดูก็จะปรบมือเฮ กันเสียงดัง เหมือนมาดูโชว์ยังไงอย่างงั้น

.............................................

ฉันกำลังนั่งสาย 16 มุ่งหน้าเข้าเมืองหลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจการทัวร์บ่อนรกที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ฉันแวะลงที่หน้า Beach Sand Bath เพื่อหวังว่าจะมานอนหมกทรายผ่อนคลายความเมื่อยเสียหน่อย
เดินมาถึงด้านหน้าสปากลับดูเงียบเหงาชอบกล ฉันเริ่มสงสัยว่าทำไม สถานที่ฮอตฮิตขนาดนี้ ไหงกลับไร้ผู้คน ครั้นสายตาก็หันไปเห็นมีป้ายติดประกาศไว้
"ปิดทำการทุกพุธที่ 4ของเดือน "

ถูกแผง วันนี้ คือ...........วันพุธ สัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤษภาคม
ช่วยด้วย ฉันรู้สึกตกสวรรค์กระทันหัน ใครก็ได้ฉุดฉันกลับขึ้นไปที !!!









 

Create Date : 16 เมษายน 2552    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 23:31:48 น.
Counter : 391 Pageviews.  


Me and Miles
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอบคุณทุกคนที่แวะมาพัก ในห้องรับแขกของมาย

© All Rights reserved 2009
ข้อความและรูปภาพทั้งหมดในwww.memiles.bloggang.com
Friends' blogs
[Add Me and Miles's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.