เคล็ดศาสตร์ฮวงจุ้ยกับที่อยู่อาศัย
 
 

ฝ้าเพดานกับศาสตร์ฮวงจุ้ย

ในศาสตร์ฮวงจุ้ยก็ให้ความสำคัญกับฝ้า เพดานเช่นกัน ทั้งในด้านที่ใช้ตกแต่งเสริมความสวยงามให้กับตัวบ้านเพิ่มความเป็นสิริมงคล หรือแม้แต่นำฝ้าเพดานมาปกปิดลดกระแสมุมที่ไม่ดีของตัวบ้าน


 


เรามักพบเห็นกันอยู่บ่อยๆ เกี่ยวกับศาสตร์ฮวงจุ้ยว่ามักจะนำเอาฝ้าเพดานนั้นมาปิดซ่อนขื่อคานของตัว บ้าน ซึ่งถือว่าขื่อคานของตัวบ้านนั้นเป็นสิ่งที่มีลักษณะกดทับอันจะทำให้กระแสลม หายใจแห่งมังกรมิให้หมุนเวียนภายในตัวบ้านได้สะดวก


 


อีกทั้งถ้าขื่อคานนั้นดันไปอยู่ในตำแหน่ง กดทับตำแหน่งที่สำคัญของตัวบ้าน เช่น ไปอยู่ตรงที่นอน อยู่ตรงโต๊ะทำงานหรือโต๊ะบัญชี อยู่ตรงห้องรับแขก อยู่ตรงโต๊ะกินข้าว อย่างนี้ถือว่าขื่อคานนั้นจะทำให้เกิดความไม่เป็นมงคลอย่างมากสำหรับสมาชิก ภายในบ้านภายในอาคารซึ่งใช้พื้นที่ตรงส่วนนั้นอยู่เป็นประจำ


 


 


 


 


 



วิธี ง่ายๆ ที่ศาสตร์ฮวงจุ้ยมักแนะนำให้แก้ไขปกปิดขื่อคานที่มีลักษณะกดทับเช่นนี้ก็ ด้วยการนำฝ้าเพดานมาปกปิดขื่อคานนั้นไว้ แล้วทำให้ห้องนั้นมีเพดานที่เรียบตรงเหมือนกับว่าภายในห้องนั้นไม่มีขื่อ คานอยู่


 


แต่ปัจจุบันนี้การติดตั้งฝ้าเพดานได้มีการ ดัดแปลงรูปแบบของฝ้าเพดานไปมากมายจากในสมัยก่อนที่มักจะทำฝ้าเพดานเป็นแบบ เรียบตรงอย่างเดียว ปัจจุบันได้มีการทำฝ้าเพดานออกเป็นรูปแบบอื่นๆ อีกมากมาย และยังมีการเล่นระดับของฝ้าเพดานให้ดูสวยงามมีมิติที่แตกต่างกันไปมากมายอีก ด้วย


 


เมื่อมีการทำฝ้าเพดานให้มีรูปร่างมีมิติ ที่สวยงามแปลกตาอย่างในยุคปัจจุบันมากมายเช่นนี้ บางท่านก็ไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่ารูปแบบที่มีมิติมากมายของฝ้าเพดานที่ท่านทำ นั้น บางแบบก็ถือว่าเป็นฝ้าเพดานที่เป็นมงคล บางแบบก็ถือว่าเป็นฝ้าเพดานที่ไม่เป็นมงคล แก่ผู้ที่พักอาศัยหรือผู้ที่ทำงานในตัวบ้านตัวอาคารนั้น


 


ในฉบับนี้จึงขอพูดถึงรูปแบบของฝ้าเพดานที่ ควรทำและไม่ควรทำว่ามีลักษณะเช่นไรบ้าง อันจะเป็นประโยชน์และทำให้กระแสลมหายใจของมังกรซึ่งถือว่าเป็นกระแสแห่งโชค ลาภไหลเวียได้สะดวก


 


ฝ้าเพดานที่มีลักษณะเรียบตรง ถือว่าเป็นฝ้าเพดานที่เป็นมงคล แต่มีข้อแม้ว่าความสูงของฝ้านั้นต้องเหมาะกับตัวห้องตัวอาคารด้วย เตี้ยไปหรือสูงไปจะไม่ก่อนให้เกิดมงคล เหมือนดั่งว่าท้องฟ้านั้นกดต่ำหรือสูงเกินไปนั่นเอง ตรงนี้ท่านต้องพิจารณากะเอาด้วยตัวของท่านเองให้พอเหมาะพอเจาะ


 


ฝ้าเพดานที่มีลักษณะเป็นรูปโดม หรือ โค้งขึ้น ถือว่าเป็นฝ้าเพดานที่เป็นมงคล จะมองดูแล้วเหมือนดั่งท้องฟ้า กระแสลมหายใจแห่งมังกรจะไหลเวียนได้สะดวก อีกทั้งยังถือว่าเป็นรุปทรงที่สามารถระบายความร้อนได้ดีรูปทรงหนึ่งด้วย


 


ฝ้าเพดานที่มีลักษณะสามเหลี่ยม หรือ คล้ายตัว V คว่ำและหงาย ถือว่าเป็นฝ้าเพดานที่ไม่เป็นมงคล เพราะจะทำให้เกิดมุมแหลมทิ่งแทงภายในตัวบ้าน อีกทั้งรูปทรงตัว V นี้ยังถือว่าคล้ายรูปทรงสามเหลี่ยมอันเป็นรูปทรงเรขาคณิตของธาตุไฟ แล้วดันไปอยู่ในส่วนบนของตัวบ้านอันเสมือนท้องฟ้าที่แผ่ความร้อนลงมา อันจะทำให้ผู้ที่พักอาศัยหรือผู้ที่ทำงานในตัวบ้านตัวอาคารนั้นมีแต่เรื่อง เดือดเนื้อร้อนใจให้พบเจออยู่ตลอดเวลา


 


ฝ้าเพดานที่มีความลาดเอียงไม่เท่ากัน ด้านหนึ่งสูงอีกด้านหนึ่งต่ำ ถือว่าเป็นฝ้าเพดานที่ไม่เป็นมงคลเลย เพราะฝ้าเพดานลักษณะดังกล่าวนั้นก็ไม่แตกต่างกับขื่อคานที่กดทับพลังงานใน ตัวบ้านของท่านเช่นกัน แถมยังถือว่าร้ายกว่าด้วย เพราะไม่เพียงกดทับโชคลาภของท่านเท่านั้น มันยังทำให้ชีวิตของท่านเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ขึ้นๆ ลงๆ อีกด้วย
ฝ้าเพดานที่มีการไล่ระดับ ฝ้าเพดานเช่นนี้ถือว่าเป็นฝ้าเพดานยอดฮิตในปัจจุบัน เนื่องจากมีมิติดูแล้วเกิดความสวยงามดูหรูหรา แต่ควรเล่นมิติให้ถูกต้องโดยส่วนกลางของฝ้าเพดานนั้นควรจะต้องสูงกว่าตรง ส่วนขอบทั้งสี่มุม เพราะในรูปแบบของฝ้าเล่นระดับแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายฝ้าเพดานแบบรูปโดมซึ่ง ถือว่าเป็นมงคล


 


แต่ถ้าท่านเล่นระดับโดยให้ส่วนกลางของตัว ฝ้าเพดานนั้นต่ำกว่าส่วนมุมทั้งสี่ด้าน (คล้ายรูปท้องช้าง) จะถือว่าไม่เป็นมงคล เพราะนั่นคือฝ้าเพดานในลักษณะกดทับอีกเช่นกัน จึงไม่ควรทำ


 


ฝ้า เพดานที่มีการเล่นระดับหลายระดับหลายส่วนของตัวฝ้า ฝ้าเพดานเช่นนี้ถือว่าเป็นฝ้าเพดานซึ่งถ้าจะพูดตามหลักฮวงจุ้ยแล้วนั้นจะ อธิบายได้ยาก เพราะในผืนฝ้าเพดานผืนเดียวนั้นจะมีทั้งตำแหน่งที่ดีและไม่ดีรวมกันอยู่หลาย จุด


 


ฉะนั้นถ้าทำฝ้าเล่นระดับหลายระดับหลายส่วน ของตัวฝ้าเช่นนี้แล้ว ข้อสำคัญอย่างหนึ่งที่ท่านต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ อย่าไปตั้งที่นั่งที่นอนประจำในส่วนที่ฝ้าเพดานนั้นมีลักษณะกดทับย้อยลงมา ควรจะไปตั้งที่นั่งที่นอนนั้นในส่วนที่โค้งโปร่งขึ้นจะดีกว่า


 


เมื่อได้อธิบายการตกแต่งฝ้าเพดานที่เป็น มงคลและไม่เป็นมงคลไปหลายรูปแบบแล้ว คราวนี้ก็จะมีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งสำคัญมากสำหรับฝ้าเพดานอีกเรื่องหนึ่งซึ่ง นั่นก็คือ “ฝ้าเพดานชำรุด”


 


ฝ้านั้นถ้าจะให้เปรียบหรือจำลองแล้ว ก็เปรียบเสมือนกับว่าตัวพื้นบ้านเรานั้นก็เป็นเสมือนพื้นโลกที่เราอยู่อาศัย ส่วนฝ้าเพดานนั้นก็เปรียบเสมือนดั่งท้องฟ้า




ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก  //www.horamahawed.com




Free TextEditor




 

Create Date : 07 กันยายน 2553   
Last Update : 7 กันยายน 2553 16:51:26 น.   
Counter : 3341 Pageviews.  


เลือกซื้อบ้าน ตามหลัก “จิ๋นซีฮ่องเต้”

หลายๆครั้งเราคงเคยได้ยินญาติผู้ใหญ่โดยเฉพาะคนที่มีเชื้อสายจีนพูดว่า “ให้หันหน้าบ้านไปทางทิศใต้แล้วจะดี” กันอยู่บ่อยๆ โดยที่เมื่อถามถึงเหตุผลแล้วก็อาจจะไม่ได้รับคำตอบใดๆ ทุกท่านคงสงสัยว่าแท้จริงแล้วการที่หน้าบ้านหันหน้าไปทางทิศใต้นั้นดีจริง หรือไม่ ก่อนอื่นคงต้องขอย้ำอีกครั้งว่าการจัดฮวงจุ้ยให้ได้ผลดีนั้นเราจำเป็นต้อง คำนึงทั้งในเรื่องของ “องศาทิศทาง” (Compass Theory) และ “ชัยภูมิ” (Landform Theory) โดยในบทความนี้ผม จะเขียนถึงการพัฒนาแนวคิดของการวางหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้ตามแนวคิดของกา รัดฮวงจุ้ยในเชิงชัยภูมิเป็นหลักก่อน


  


โดย การพัฒนาการของศาสตร์ฮวงจุ้ยทางด้านชัยภูมินั้นมารุ่งเรืองถึงที่สุดในสมัย ราชวงศ์ฉิน(220 BC – 200 BC) ซึ่งแนวคิดของศาสตร์นี้ได้ถูกพัฒนามาจากการสร้างเมืองเพื่อป้องกันการรุกราน ของอาณาจักรอื่นๆ โดยทิศด้านหลัง (ทิศเหนือ) และด้านข้าง (ทิศตะวันออกและตะวันตก) ของเมืองต้องเป็นภูเขาสูงเพื่อเป็นแนวป้องกันการรุกรานของข้าศึกโดยเฉพาะ อาณาจักรมองโกลที่อยู่เหนือขึ้นไป ซึ่งอาณาจักรมองโกลนั้นก็คือราชวงศ์หยวน (1279 AC – 1368 AC) นั่นเอง


 


และยังเป็นการป้องกันสภาพอากาศที่หนาวเย็นเนื่องจากลมตะวันออกเฉียงเหนือที่ พัดมาจากทางด้านไซบีเรียหรือรัสเซียในปัจจุบันด้วย และนี่เป็นเหตุผลให้ทางด้านซ้ายของเมืองควรจะมีสภาพภูเขาที่สูงกว่าทางด้าน ขวาของเมือง ส่วนด้านหน้า (ทิศใต้) ของเมืองนั้นจะเป็นแม่น้ำเพื่อใช้ในการทำการเกษตร โดยหากแม่น้ำมีลักษณะโค้งโอบเมืองก็จะทำให้ดินในฝั่งเมืองอุดมสมบูรณ์เนื่อง จากมีการพัดพาเอาตะกอนเข้ามาเก็บไว้ จึงเป็นเหตุผลหลักเหตุผลแรกที่ทำให้นักปราชญ์จีนในสมับก่อนแนะนำให้สร้าง สิ่งปลูกสร้างหรือที่พักอาศัยหันหน้าไปทางทิศใต้นั่นเอง ซึ่งผลงานในการสร้างกำแพงเมืองจีนของ "ฉินสื่อหวงตี้” หรือ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ที่เรา รู้จักกันดี ก็ได้นำมาจากหลักการส่วนหนึ่งของฮวงจุ้ยทางด้านชัยภูมินี้ รวมไปถึงการวางผังเมืองของประเทศจีนก็ได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดนี้ด้วย


 


นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลที่ทำให้นักปราชญ์ จีนนั้นให้ความสำคัญกับการหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ได้แก่การค้นพบลักษณะการ เคลื่อนตัวของกระแสแม่เหล็กโลกนั่นเอง เพราะคนจีนนั้นสังเกตุว่าทุกครั้งที่ดูเข็มทิศนั้นปลายของเข็มทิศจะหันไปที่ ทิศเหนือเสมอ นั่นแปลว่ามีพลังงานกระแสแม่เหล็กเหนี่ยวนำให้ปลายเข็มนั้นพุ่งขึ้นไปที่ทิศ เหนือ ดังนั้นกระแสแม่เหล็กของโลกจึงได้ถูกตั้งสมมุติฐานว่าจะเคลื่อนตัวมาจากทิศ ใต้ ซึ่งหากเราเปิดปากประตูบ้านเข้าหาทิศใต้นั้นแปลว่าบ้านของเราจะหันรับกับการ เคลื่อนตัวของกระแสแม่เหล็กโลกโดยตรง ซึ่งจะสอดคล้องกับสมมุติฐานหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ย นั่นคือพลังงานกระแสแม่เหล็กของโลกนั้นจะมีผลกับร่างกายของคนเรานั่นเอง


 


โดยนักวิทยาศาสตร์ในยุค ปัจจุบันก็ได้ค้นพบว่าปลายเข็มทิศนั้นมีคุณสมบัติเป็นกระแสแม่เหล็กขั้วบวก ดังนั้นการที่ปลายเข็มทิศหันไปที่ขั้วโลกเหนือเสมอจึงแปลว่าที่ขั้วโลกเหนือ มีกระแสแม่เหล็กเป็นขั้วลบ และที่ขั้วโลกใต้นั้นจึงมีกระแสแม่เหล็กเป็นขั้วบวก ซึ่งกระแสแม่เหล็กขั้วบวกนั้นจะวิ่งเข้าหากระแสแม่เหล็กขั้วลบเสมอ จึงเกิดแนวพลังของกระแสแม่เหล็กโลกพุ่งขึ้นมาจากขั้วโลกใต้วิ่งสู่ขั้วโลก เหนือ ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวคิดของนักปราชญ์จีนโบราณที่มีแนวคิดว่าพลังงานจะวิ่ง จากทิศใต้ไปทิศเหนือเช่นเดียวกัน


 


มาถึงตอนนี้เราคงรู้สึกว่าการวางหน้าบ้าน หันหน้าไปทางทิศใต้นั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วแต่ผมยังไม่สรุปอย่างนั้นนะค่ะ เราจำเป็นต้องประเมินการวางหน้าบ้านไปทางทิศใต้ด้วยศาสตร์ฮวงจุ้ยแบบองศาทิศ ทางด้วย เนื่องจากว่าหลักการของศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงขัยภูมินั้นถือเป็นหลักการเบื้อง ต้นที่ได้ถูกคิดค้นมาก่อนที่จะพัฒนาเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยในเชิงองศาทิศทาง


ขอบคุณที่มาของบทความ และแนวคิดดีๆ เจ้าเก่า //horamahawed.com










 

Create Date : 28 สิงหาคม 2553   
Last Update : 28 สิงหาคม 2553 18:39:08 น.   
Counter : 598 Pageviews.  


หลักฮวงจุ้ยของการสร้างบันได

ในศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าการขึ้น – ลงของบันไดนั้น  ไม่ได้เป็นเพียงการขึ้น – ลงของคนภายในบ้านเท่านั้น


แต่ยังมีผลต่อการขึ้นลงของโชคชะตาผู้ที่อยู่อาศัยด้วยเช่นกัน ซึ่งบันไดนั้นเมื่อมีการขึ้น – ลงย่อมก่อให้เกิดกระแสลมและน้ำไหลเวียนภายในบ้านอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหลักแห่งการจัดวางฮวงจุ้ยของบันไดจึงต้องสร้างให้ถูกหลักการดังนี้


 ฮวงจุ้ย


1. บันไดบ้านนั้นควรจะต้องมีแสงสว่างเพียงพอเพื่อเป็นการกระตุ้นฮวงจุ้ยที่ดีและขจัดฮวงจุ้ยที่ร้าย ถ้าพูดในหลักวิทยาศาสตร์ก็คือ ถ้าบันได้บ้านนั้นมีแสงสว่างไม่เพียงพอดูมืด อาจจะทำให้ผู้ที่พักอาศัยพลัดตกบันไดได้ หรือเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์อันไม่พึงปรารถนาได้


 


ดังนั้นบันไดบ้านจึงควรจะต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ อันจะทำให้ไม่เกิดพลังหรือจุดอับที่ชั่วร้าย อีกทั้งไม่ควรนำสิ่งของใดๆ มาวางบนบันไดให้เกะกะ อันจะทำให้การไหลเวียนของฮวงจุยนั้นเกิดการสะดุดอีกด้วย


 


2. บันไดบ้านนั้นไม่ควรที่จะพุ่งขึ้นสูงชันจนเกินไป ถ้าจุดเชื่อมต่อระหว่างแต่ละชั้นนั้นสูง ก็ควรที่จะมีการทำขั้นพักไว้ให้สมดุลกับความสูงของบันได ซึ่งถ้าเปรียบบันไดนั้นเป็นดั่งน้ำตก ถ้าน้ำตกนั้นสูงโดยไม่มีจุดพักรับน้ำ กระแสน้ำที่พุ่งลงมาย่อมจะเป็นกระแสน้ำที่แรง มีพลังในการทำลายล้างสูง ดังนั้นจึงควรทำจุดพักน้ำไว้เป็นระยะเพื่อชะลอกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดให้เกิดความสมดุลของการไหล


 


เมื่อเราทำขั้นที่พักบันไดแล้ว ตรงจุดนั้นย่อมถือว่าเป็นจุดที่กระแสน้ำจะไหลเวียนวนชะลอตัวกักเก็บพลังงานของตัวบ้านอยู่บริเวณนั้น ก็ควรมีการเพิ่มโชคลาภให้แก่ตัวบ้านด้วยการปลูกต้นไม้ไว้บริเวณขั้นพักบันได้ด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงานภายในตัวบ้านให้เกิดความเจริญงอกงาม


 


3. ทางลงของบันไดไม่ควรพุ่งออกตรงมายังประตูหน้าบ้าน เรื่องนี้ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบันไดนั้นถือว่าเป็นเส้นทางของโชคลาภ เมื่อบันไดนั้นพุ่งออกไปนอกตัวบ้านย่อมเท่ากับเงินทองและโชคลาภของท่านจะไม่สามารถกักเก็บไว้ได้ มีเท่าไรก็ไหลออกหมด อีกทั้งลูกน้องบริวารจะไม่จงรักภักดีและนำเรื่องเสียหายมาสู่ท่านได้


 


อีกทั้งถ้าหน้าบ้านของท่านมีลักษณะคุกคาม พลังงานที่ชั่วร้ายจากภายนอกก็จะพุ่งเข้าสู่ตัวบ้านของท่านได้อย่างทันทีทันใด อันจะทำให้สุขภาพและความสัมพันธ์ในบ้านเรือนของท่านมีปัญหาเกิดขึ้นต่างๆ นานา


 


ถ้าบ้านของท่านมีบันไดที่พุ่งออกตรงมายังประตูหน้าบ้านอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องไปทุบบันไดทิ้งให้สิ้นเปลืองนะครับ เพียงแต่ให้ท่านนั้นทำฉากมาปิดเปลี่ยนทิศทางของกระแสฮวงจุ้นที่พุ่งตรงออกให้หักมุมไปก็พอแล้ว


 


4. ขนาดของบันไดบ้านนั้นควรมีขนาดที่เหมาะสมกับตัวบ้าน ไม่ควรแคบจนเกินไป หรือมีขั้นถี่ชันจนเกินไป เพราะถ้าบันไดนั้นใหญ่หรือเล็กไม่เหมาะสมกับตัวบ้านย่อมเท่ากับพลังงานที่ไหลเวียนภายในตัวบ้านของท่านก็จะเกิดความไม่สมดุลตามไปด้วย อีกทั้งถ้าขั้นบันไดนั้นมีความถี่และชันจนเกินไป


 


ย่อมจะทำให้เกิดการไหลเวียนของพลังที่รุนแรงมาก ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้ายก็จะร้ายขาดใจ ดังนั้นในเวลาที่สร้างบ้าน ท่านก็ควรต้องคำนึงถึงความถี่ชันของบันไดบ้านของท่านด้วย เพราะถ้าสร้างไปแล้วนั้นย่อมยากแก่การแก้ไขในภายหลัง


 


5. บันไดบ้านนั้นไม่ควรทำเป็นบันไดวน ซึ่งแม้บันไดแบบนี้จะดูทันสมัยประหยัดเนื้อที่ก็ตาม เพราะตามศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้วถือว่าบันไดวนนั้นเปรียบได้กับดอกสว่าน ที่จะมีกระแสพุ่งลงตลอดเวลา อันจะทำให้โชคลาภการเงินของท่านไหลออกอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน


 


ดังนั้นถ้าบ้านของท่านมีบันไดวนอยู่ภายในตัวบ้าน ห้องที่มีบันไดวนลงไปนั้น วิธีแก้ไขควรจะต้องทำเป็นห้องที่มีการปิดประตูไว้อยู่เสมอเพื่อป้องกันการไหลออกของกระแสโชคลาภอันเกิดจากบันไดวนนั้น และยังเป็นการช่วยกักเก็บโชคลาภของท่านได้อีกด้วย หรือถ้าต้องการสร้างบันไดวนก็ควรจะสร้างในจุดที่อับลับตาหน่อย อย่าให้อยู่ในบริเวณที่พบเห็นได้ง่าย


 


6. บันไดบ้านนั้นไม่ควรเทออกจากประตูห้องน้ำ ซึ่งในยุคปัจจุบันการสร้างบ้านเรือนเพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยเยอะ มีบางบ้านนิยมสร้างห้องน้ำไว้ตรงกับบันได คือ เมื่อเปิดประตูห้องน้ำมาก็เจอบันไดเลย ซึ่งทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าเป็นอัปมงคลมาก


 


ห้องน้ำนั้นถือว่าเป็นห้องที่เราใช้ขับถ่ายชะล้างของเสียออกจากร่างกาย เมื่อมาอยู่ตรงกับบันไดซึ่งเป็นเส้นทางไหลเวียนของโชคลาภย่อมเท่ากับจะนำเรื่องร้ายๆ และโรคภัยมาสู่คนในครอบครัวของท่านได้ จึงไม่ควรสร้างห้องน้ำให้ตรงกับทางเดินจองบันไดอย่างเด็ดขาด


 


7. บันไดหลักของตัวบ้านโดยเฉพาะในชั้นล่างสุดไม่ควรมีมากกว่า 1 แห่ง เพราะบันไดบ้านในชั้นล่างนั้นถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมของพลังงานทั้งหมดในตัวบ้าน การสร้างบันไดชั้นล่างไว้หลายแห่งนั้นย่อมทำให้พลังงานของตัวบ้านกระจัดกระจายไหลเวียนสับสน ทางศาสตร์ฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าการสร้างบันไดในชั้นล่างของตัวบ้านเกิน 1 แห่งนั้นจะทำให้ผู้คนภายในบ้านเกิดความไม่ปรองดอง อีกทั้งยังทำให้คู่สามีภรรยาที่อาศัยภายในบ้านนั้นเกิดความคิดนอกใจกันได้


 


8. บันไดบ้านที่เมื่อท่านเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้ว พบว่าบันไดบ้านทอดตัวลงมาชิดรับกับประตูพอดี หรือ บันไดบ้านที่ทอดตัวลงมาอยู่ตรงกลางของบ้าน หรือทอดตัวลงมายังพื้นบ้านที่เล่นระดับ ถือว่าไม่เป็นมงคล เป็นบันไดที่จะทำลายโชคลาภของท่านนั่นเอง


 


9. บันไดบ้านนั้นควรที่จะมีจำนวนขั้นในแต่ละชั้นเป็นเลขคี่ จะถือว่าเป็นบันไดที่ก่อให้เกิดความเป็นมงคล เพราะเมื่อเราก้าวเท้าข้างใดขึ้นบันไดที่เป็นจำนวนเลขคี่ เมื่อขึ้นไปจนถึงขั้นสุดท้ายเราก็จะมาจบลงที่การก้าวเท้าอีกข้างหนึ่งของเรา อันถือว่าเป็นการก้าวย่างที่ลงตัวสมบูรณ์อันจะนำมงคลมาให้


แล้วคนโบราณท่านยังถืออีกว่าบันไดที่มีจำนวนขั้นเป็นเลขคู่นั้น ถือว่าเป็นบันไดผี ซึ่งพวกวิญญาณหรือสิ่งชั่วร้ายต่างๆ นานาใช้ก้าวข้ามมาสู่โลกมนุษย์นั่นเอง จึงไม่ควรสร้างขั้นบันไดในแต่ละชั้นให้เป็นจำนวนเลขคู่


 


10. บันไดของบ้านนั้น ถ้าท่านหันหน้าออกสู่ภายนอกอาคาร บันไดควรจะต้องอยู่ทางด้านซ้ายมือของท่าน เพราะทางศาสตร์ฮวงจุ้ยถือว่าด้านซ้ายมือของท่านที่หันหน้าออกสู่ภายนอกจะเป็นฝั่งของมังกรเขียว ที่จะมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงถือว่าเป็นฝั่งที่เหมาะที่สุดที่จะสร้างบันไดเพราะบันไดนั้นก็มีการขึ้น – ลงอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน
แต่ถ้าพื้นที่ไม่อำนวย หรือมีการสร้างบันไดไว้ฝั่งขวาของตัวบ้านเมื่อท่านหันหน้าออกสู่ภายนอกตัวอาคาร ซึ่งถือว่าเป็นฝั่งของเสือขาวก็ถือว่าไม่เสียหายมากนัก แต่ควรทำบันไดฝั่งนั้นให้มิดชิดสักหน่อย เพราะในฝั่งเสือขาวนั้นจะเป็นฝั่งที่เน้นการหยุดนิ่งสะสมพลังของตัวบ้าน และยังถือว่าบ้านที่มีบันไดในฝั่งนี้สตรีที่อยู่อาศัยภายในตัวบ้านจะเป็นใหญ่กว่าบุรุษด้วย


 


จะอย่างไรก็แล้วแต่  ก็นำมาฝากไว้เป็นอีกแนวคิดนึงนะค่ะ    การสร้างบ้านของเพียงให้สะดวกต่อการใช้งาน มั่นคงแข็งแรงก็คงเพียงพอแล้ว ถึงบ้านใครไม่เข้าหลักฮวงจุ้ยที่นำมาเสนอวันนี้  ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ  สิริมงคงทุกอย่างอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคลค่ะ   Smiley


 


 


ขอบคุณข้อมูลดีๆนี้จาก //horamahawed.com


 


 






Free TextEditor




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2553   
Last Update : 25 สิงหาคม 2553 18:05:26 น.   
Counter : 2065 Pageviews.  


ฮวงจุ้ยกับตู้ปลา (ต่อ)

ชาวจีนมีความเชื่อกันว่า ธาตุน้ำนั้นจะนำมาซึ่งความร่ำรวย เพราะที่ใดมีน้ำที่นั่นย่อมมีชีวิตชีวา น้ำจึงถูกเปรียบเสมือนเงินทองที่ไหลมาเทมานั่นเอง

จึงพบเห็นได้บ่อยในศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยว่ามีการนำธาตุน้ำมาใช้ตกแต่งอาคารบ้านเรือนบริษัทห้างร้านกันอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการจัดวางตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยงปลานั้นเอง


ดังนั้นในฉบับนี้ก็จะว่าถึงการจัดตู้ปลาหรือบ่อน้ำให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย เพื่อกระตุ้นธาตุน้ำอันเป็นธาตุแห่งความร่ำรวย ให้เกิดขึ้นภายในอาคารบ้านเรือน บริษัทห้างร้านของท่าน โดยควรจะเป็นดังนี้


 



1. รูปร่างของตู้ปลา หรือบ่อน้ำ


การเลือกตู้ปลาที่ดีนั้นควรเลือกตู้ปลาหรือบ่อน้ำที่ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับธาตุน้ำ เช่นควรเลือกตู้ปลาที่มีรูปร่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นเป็นรูปทางเรขาคณิตของธาตุไม้ อันเป็นธาตุลุกของธาตุน้ำ โดยทางหลักฮวงจุ้ยเชื่อกันว่าธาตุน้ำนั้นจะส่งเสริมธาตุไม้ให้เจริญเติบโต


ควรเลือกตู้ปลาหรือบ่อน้ำให้มีรูปร่างเป็นทรงกลม หรือที่มีรูปร่างโค้งไร้เหลี่ยม เพราะถือว่าเป็นรูปร่างทางเรขาคณิตของธาตุน้ำ


ควรเลือกตู้ปลาหรือบ่อน้ำให้มีรูปครึ่งวงกลม หรือ หกเหลี่ยม หรือ แปดเหลี่ยม เพราะถือว่าเป็นรูปทางเรขาคณิตของธาตุทอง อันเป็นธาตุที่ส่งเสริมก่อเกิดธาตุน้ำ


ไม่ควรเลือกตู้ปลาหรือบ่อน้ำที่มีลักษณะสามเหลี่ยม เพราะเป็นรูปทางเรขาคณิตของธาตุไฟอันจะถูกธาตุน้ำทำลาย และไม่ควรเลือกตู้ปลาหรือบ่อน้ำที่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส เพราะเป็นรูปทรงทางเรขาคณิตของธาตุดิน อันจะมาทำลายหรือลดกำลังของธาตุน้ำ


ที่สำคัญควรเลือกตู้ปลาหรือบ่อน้ำที่มีขนาดสัมพันธ์กับขนาดของตัวบ้านตัวห้างร้านของท่านด้วย เพราะถ้าเล็กไปใหญ่ไปจะทำให้เกิดความไม่สมดุลขึ้นมาได้



2. การตกแต่ตู้ปลาหรือบ่อน้ำ



การตกแต่งตู้ปลาหรือบ่อน้ำนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องในการช่วยกระตุ้นธาตุน้ำ เมื่อเราทราบแล้วว่าธาตุที่มีสัมพันธ์ดีกับธาตุน้ำคือธาตุไม้และธาตุทอง ส่วนธาตุที่มีสัมพันธ์ไม่ดีกับธาตุน้ำก็คือธาตุดินและธาตุไฟ (ธาตุดินนั้นถือว่าเป็นธาตุกลาง จึงสามารถนำมาใช้ร่วมกับธาตุน้ำได้แต่ต้องใช้ในขนาดที่พอเหมาะเท่านั้น อย่าให้มากเกินไป) เราก็ควรเลือกวัสดุที่จะมาตกแต่งตู้ปลาให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับธาตุน้ำด้วย



การเลือกหินที่ใช้โรยปูพื้นตู้ปลา ควรเลือกหินที่มีลักษณะกลมมน และควรเป็นหินที่มีสีขาว สีดำ ไม่ควรเลือกหินที่มีลักษณะแหลมคม หรือ มีสีแดง



ของที่นำมาแต่งตู้ปลาควรจะเป็นต้นไม้ เพราะต้นไม้นั้นจะมีการเจริญเติมโตอยู่เสมอ อันเป็นการบ่งบอกว่าธาตุน้ำนั้นกำลังทำงานอยู่และไม่หยุดนิ่ง เป็นน้ำที่เสีย


การตกแต่งตู้ปลาหรือบ่อน้ำนั้น ไม่ควรจะทำให้เกิดการหยุดนิ่งของธาตุน้ำ เพราะน้ำที่นิ่งนั้น ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นน้ำที่ตาย จะเกิดการเน่าเสียและปล่อยพลังที่ร้ายออกมาได้ ดังนั้นจึงควรทำให้น้ำในตู้ปลาหรือในบ่อน้ำเกิดการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ


ด้วยการติดเครื่องทำออกซิเจนให้น้ำนั้นมีอากาศหมุนเวียนอยู่เสมอ หรือ การนำปลามาเลี้ยงไว้ในตู้ปลาหรือบ่อน้ำ เพราะปลานั้นจะว่ายน้ำและหายใจอยู่ตลอดเวลา อันจะช่วยกระตุ้นให้ธาตุน้ำนั้นเกิดการเคลื่อนตัวไปด้วย


3. ตำแหน่งการจัดวางตู้ปลาหรือบ่อเลี้ยงปลา


การจัดวางตู้ปลาหรือบ่อน้ำที่ดีนั้นควรจัดวางในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าตรงกับประตูใหญ่แล้วถือว่าจะเป็นมงคลยิ่ง เพราะประตูใหญ่นั้นถือว่าเป็นปากทางเข้าของโชคลาภความร่ำรวย ดังนั้นเมื่อตู้ปลาหรือบ่อปลามาตรงกับประตูใหญ่ย่อมเป็นการช่วยกระตุ้นโชคลาภเงินทองให้เพิ่มพูนมากขึ้นกว่าเก่า


อีกอย่างถ้าหน้าตัวอาคารบ้านเรือน หรือบริษัทห้างร้านนั้น มีลักษณะร้ายหรือลักษณะคุกคามทางฮวงจุ้ยแล้ว ตู้ปลาหรือบ่อปลานั้นจะสามารถช่วยสลายพลังร้ายนั้นได้ แต่ท่านต้องกระตุ้นน้ำในบ่อนั้นให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา ด้วยการติดน้ำพุ หรือทำให้น้ำนั้นเคลื่อนไหวอยู่ตลอด


อย่าจัดวางตู้ปลาหรือบ่อน้ำไว้ในบริเวณที่อับทึบ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการกักขังโชคลาภให้เกิดอับเฉา และอีกอย่างจะทำให้น้ำในตู้ปลาหรือบ่อน้ำนั้นเกิดการเน่าเสียได้ง่าย อันจะทำให้เกิดภัยจากธาตุน้ำได้ แทนที่จะเกิดโชคดี


4. ปลาที่จะนำมาเลี้ยงในตู้ปลา



การนำปลามาเลี้ยงในตู้ปลาเพื่อเสริมฮวงจุ้ยเพิ่มโชคลาภนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่หลายท่านมองข้ามกันไป ซึ่งควรเลือกปลาที่มีลักษณะดังนี้


ไม่ควรเลือกปลาที่มีลักษณะดุร้ายหรือลักษณะคุกคามมาเลี้ยงไว้ภายในตู้ปลา เพราะการเลี้ยงปลาที่มีลักษณะคุกคามนั้นจะเปรียบเสมือนการไล่โชคลาภออกจากบ้าน ดังนั้นจึงควรเลี้ยงปลาที่มีลักาณะสวยงามหรือเป็นมงคลจะดีกว่า


สีของปลานั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งปลาสวยงามในบ้านเรานั้นจะมีด้วยกันหลายสีให้เลือกเลี้ยง แต่ถ้าจะเลือกเลี้ยงปลาเพื่อกระตุ้นโชคลาภทางฮวงจุ้ยแล้ว ขอแนะนำให้เลี้ยงปลาที่มีสีทอง สีขาว (ธาตุทอง), สีดำ (ธาตุน้ำ), ปลาที่มีหลายสีในตัวเดียว (ธาตุไม้) จะดีที่สุด ปลาที่ไม่ควรนำมาเลี้ยงไว้ในตู้ปลาเพื่อเสริมฮวงจุ้ยก็คือปลาที่มีสีแดงสด อันเป็นสีแห่งธาตุไฟซึ่งจะถูกธาตุน้ำทำลาย


 


การกล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ธาตุน้ำนั้นหมายถึงการมาของ โชคลาภ เงินทอง ความร่ำรวย ส่วนปลานั้นก็จะหมายถึง ผลที่ได้รับจากโชคลาภ ผลกำไร การเหลือกินเหลือเก็บ ดังนั้นจึงไม่ควรให้การมาของโชคลาภมาทำลายผลดีที่เราจะได้รับนั่นเอง


จำนวนปลาที่จะนำมาเลี้ยงก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งด้วย โดยทางศาสตร์ฮวงจุ้ยเชื่อว่า จำนวนปลา 1 ตัวและ 6 ตัว จะเป็นจำนวนของธาตุน้ำ, ปลาจำนวน 4 ตัวและ 9 ตัวจะเป็นจำนวนของธาตุทอง, จำนวนปลา 3 ตัวและ 8 ตัวจะเป็นจำนวนของธาตุไม้ ซึ่งถือว่าเป็นธาตุที่ให้คุณกับธาตุน้ำ


ส่วนปลาจำนวน 2 ตัวและ 7 ตัวนั้นทางศาสตร์ฮวงจุ้ยจะไม่ค่อยนิยมให้เลี้ยงกัน เพราะเป็นจำนวนของธาตุไฟ ซึ่งจะถูกธาตุน้ำทำลายหรือพิฆาตได้ และจำนวน 5 ตัวและ 10 ตัวนั้นจะเป็นจำนวนของธาตุดิน แม้ธาตุดินนั้นจะพิฆาตธาตุไม้ แต่ก้ถือว่าพออนุโลมได้บ้าง เพราะถือว่าธาตุดินนั้นเป็นธาตุประธานหรือธาตุกลาง แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรเลี้ยงในจำนวนเท่านี้ ถ้าต้องการเลี้ยงปลาเป็นจำนวนมากในตู้ปลาแล้ว ขอแนะนำให้เลี้ยงมากกว่า 10 ตัวต่อ 1 ตู้ขึ้นไปเลยจะดีกว่า เพราะนั่นจะหมายความถึง โชคลาภที่มากมายเกินกว่าจะประมาณได้นั่นเอง



โดย เสือขาว นิตยสารโหรามหาเวทย์


ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก (เจ้าเดิม) //www.horamahawed.com






Free TextEditor




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2553   
Last Update : 24 สิงหาคม 2553 13:27:06 น.   
Counter : 2402 Pageviews.  


จุดทรัพย์ของตึกแถว

วิธีหาจุดทรัพย์ของตึกแถว


ตึกแถวไหนที่ทำการค้าขายนั้นการวางสิ่งของแต่ละที่ต่างๆมีผลอย่างยิ่งกับเงินทองที่ไหลมาเทมา  ซึ่งจุดทรัพย์นั้นเป็นจุดสำคัญที่ช่วยเสริมความเป็นสิริมงคง  ส่งเสริมให้เรามีเงินมีทอง  จุดทรัพย์นั้นควรจะเป็นตำแหน่งที่วางโต็ะเก็บเงินของกิจการและไม่ควรไปอยู่หน้าร้านหรือใต้บันได



วิธีการที่จะหาจุดทรัพย์นั้นง่ายๆ  โดยวาดผังร้านแล้วลากเส้นทะแยงมุมจากทางเข้าหน้าร้านไปด้านข้างจะซ้ายหรือขวาก็ได้ มุมนั้นจึงจะเป็นจุดทรัพย์     หลักง่ายๆเลยใช่ไหมหล่ะค่ะ  


ขอบคุณที่มาของข้อมูลดีๆและภาพ จาก //www.horamahawed.com







 

Create Date : 24 สิงหาคม 2553   
Last Update : 24 สิงหาคม 2553 12:27:28 น.   
Counter : 1147 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  

:: เมเม๊ ลิทึม
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกเต๋าพยากรณ์
ลูกเต๋าพยากรณ์ ทดสอบเลย!!


เสี่ยงเซียมซี
รวมเซียมซีหลายสำนัก
เริ่มการทำนายคลิกเลย !!


[Add :: เมเม๊ ลิทึม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com