เคล็ดศาสตร์ฮวงจุ้ยกับที่อยู่อาศัย
 
 

ฮวงจุ้ย "ประตูทางเข้าของโชค"





เจ้าของร้านค้าคนหนึ่งนั่งปรับทุกข์กับเพื่อนร่วมอาชีพเรื่องเงินทองรั่วไหล

ทั้งที่ร้านเขาขายดีและค่อนข้างได้ยอดขายสม่ำเสมอแต่มีเหตุให้เสียเงินทอง
โดยใช่เหตุเนืองๆ
ล่าสุดยอดขายเพิ่มขึ้นแต่ก็พบว่าหุ้นส่วนซึ่งเป็นพี่น้องกันไปติดหนี้ติดสิน
เอาไว้จำนวนมากจึงต้องนำเงินรายได้จากร้านไปช่วยเหลือก่อน
ในการค้าขายก็ถูกลูกค้าเบี้ยวหนี้บ่อยๆ เป็นเรื่องน่ารำคาญใจ
เป็นหนี้เสียไปก็มาก




แต่แล้วเจ้าของร้านค้านั้นก็ได้พบกับคุณลุงชาวจีนคนหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกันบอก
ว่า ที่เงินทองรั่วไหลส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะประตูหลังร้านชำรุด
และมีของเก่าไปกองสุมเอาไว้เหมือนกองขยะ แค่นั้นยังไม่พอ
คนงานจากร้านอื่นยังชอบแอบมาปัสสาวะด้านหลังร้านใกล้ๆ ประตูเป็นประจำ
ส่งกลิ่นเหม็นน่ารังเกียจมาก ต้องจัดการเสียแล้วคงดีขึ้น




เจ้าของร้านก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง
แต่เห็นว่าจัดทำความสะอาดหลังร้านบ้างก็ดี แล้วก็จัดการทำความสะอาด
ทีแรกก็ตั้งใจว่าจะทำแค่นั้น
แต่พอได้ลงมือทำไปก็พบว่าประตูหลังร้านซึ่งเป็นเหล็กนั้นผุจนใช้การไม่ได้ไป
แล้ว แต่ก็ยังไม่มีเวลาเปลี่ยน
แต่เพียงแต่หลังร้านถูกจัดทำความสะอาดอย่างดีไปได้ไม่กี่สัปดาห์ปรากฏว่า
ลูกหนี้เริ่มลดลง จึงฉุกคิด แล้วพยายามหาทางเปลี่ยนประตูให้ได้



และแล้วเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสำหรับเขาก็เกิดขึ้น พอเขาเปลี่ยนประตูใหม่
ทาสีใหม่ จัดการไม่ให้หลังร้านเป็นที่ที่ผู้คนมาปัสสาวะได้
เรื่องการรั่วไหลยุ่งเหยิงของเงินในร้านก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
อันดับแรกคือหุ้นส่วนที่มีปัญหาหนี้สินก็ขอถอนตัวไป
แม้เงินทองบางส่วนต้องเสียไปกับหุ้นส่วนคนนั้นบ้างแต่ก็ไม่มาก
ถือเป็นการช่วยเหลือกันไป แล้วลูกหนี้ของร้านก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
มีลูกค้าซึ่งเป็นลูกหนี้เจ้าหนึ่งที่สถานการณ์การเงินไม่ค่อยดีเรื้อรังแต่
ก็ช่วยเหลือกันมานาน อยู่ๆ
ลูกค้าลูกหนี้คนนั้นก็ทำมาค้าขึ้นและมีเงินมาทยอยจ่ายหนี้



เจ้าของร้านนี้จึงเชื่อเรื่อง “ประตู” ตามคำแนะนำของคุณลุงคนนั้นมาก
ถ้ามีโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ฟังเขาก็จะเล่าเผื่อว่าใครนำไปใช้แล้วดีขึ้น
อย่างเขาบ้าง
แล้วเขาก็ได้ยินได้ฟังความเชื่อเรื่องประตูเพิ่มขึ้นอีกหลายเรื่อง
ความเชื่อบางอย่างเขาก็นำมาใช้ ก็เห็นว่าดีเช่น
ความเชื่อที่ว่าประตูด้านหน้าเปรียบเสมือน “ปาก” ของคนเรา
ซึ่งแทนเรื่องการรับเข้ามา การกิน ปากที่ดีก็มักจะได้รับแต่สิ่งดีๆ เข้าไป
เขาจึงถือนักว่า ประตูหน้าบ้าน หรือประตูร้านต้องกว้างเหมาะสมกับร้าน
ถ้าร้านใหญ่ ประตูแคบหรือมีอะไรเกะกะมาก รายรับหรือลูกค้าก็จะไม่ค่อยมี




เคยพบในกรณีประตูแคบเหมือน
กัน มีหญิงคนหนึ่ง มีอาชีพค้าขาย
การค้าของเธอเจริญรุ่งเรืองดีแต่เธอก็ไม่ขยายกิจการและมีข้อจำกัดที่เธอ
สร้างขึ้นเองแบบไม่สนลูกค้า
ทีบ้านที่เธออาศัยของเธอเป็นบ้านที่สวยงามน่าอยู่
เพราะเธอรักศิลปะมีหัวในการตกแต่งประดับประดา
ไม่ทราบเพราะอะไรเธอจึงให้ช่างแก้ไขประตูบ้านของเธอให้แคบผิดปกติ
โดยทั่วไปชีวิตของเธอก็ดูมีความสุขดีแบบสมถะ ไม่มีสามี
แต่ส่วนหนึ่งเธอก็เหมือนกักขังตัวเอง
ไม่ค่อยมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงเข้ามาห้อมล้อมเลย 



ถ้าประตูที่ดูทรุดโทรมไม่แข็งแรงก็
อาจบอกถึงความทรุดตัวของกิจการได้
หรือถ้าเป็นบ้านเรือนที่พักอาศัยคนในบ้านก็คงจะยากจน
หรือไม่ค่อยมีรายได้และโชคลาภถ้าประตูพังๆ พุๆ
บางทีก็บอกว่าจะได้ว่าจะมีผู้ไม่พึงประสงค์รุกล้ำเข้ามา
ถ้าเป็นร้านค้าก็อาจถูกรีดไถ มีขโมยขโจรเข้ามา
ถ้าเป็นบ้านเรือนก็ทำนองเดียวกัน อาจมีคนสำมะเลเทเมา
คนเจ้าปัญหาเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้คนในบ้านเดือดเนื้อร้อนใจ



ถ้าบ้านหลังเล็กๆ แต่ประตูใหญ่เกิน
ไปเปิดกว้างเสมอ ก็อาจถูกรบกวนได้ง่าย มีคนเข้ามามาก ป้องกันยาก
บางทีก็อาจเจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ถูกรบกวนอยู่เสมอมีหลายๆ
ภูมิภาคในโลกมีความเชื่อว่าประตูควรมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
เพราะบ้านหรือสถานที่ที่มีประตูย่อมเป็นที่หมายแห่งเขตแดนและความปลอดภัย 
บ้างก็นำเครื่องรางของขลังตามความเชื่อมาไว้ที่ประตูเพื่อคอยคุ้มกันอยู่ที่
อยู่ด้านใน บางทีก็พบมีรูปสัตว์ที่ดูมีพลังน่าเกรงขามมาตั้งไว้
บางทีก็มีหัวสิงห์มาติดที่ประตู ฯลฯ



เคยมีนิทานเกี่ยวกับเรื่องประตูของจีนเรื่อง
หนึ่งสนุกมาก เรื่องก็คือมีฮ่องเต้องค์หนึ่งมีทำหน้าที่ให้ฝนแก่ชาวโลก
เกิดทำงานพลาดให้ฝนมากไปทำให้น้ำท่วมผู้คนเดือดร้อน "เง็กเซียนฮ่องเต้"
ผู้เป็นใหญ่แห่งสรวงสวรรค์จึงโกรธจะทำโทษ
จึงสั่งให้บริวารไปประหารฮ่องเต้นั้นเสีย 
ฮ่องเต้รู้อย่างนั้นก็เกรงกลัวโทษนั้นจึงหาทางหนีทีไล่
แล้วก็คิดได้ว่าบริวารที่ตามประหารตนนั้นมีชีวิตสองภาคคือ ภาคมนุษย์
ซึ่งเป็นข้าราชการ กับภาคสวรรค์ ที่ทำหน้าที่เป็นเพชฌฆาต
ฮ่องเต้จึงได้ไปเข้าฝันเจ้านายของเขาในภาคมนุษย์เพื่อไม่ให้ตามประหารตนแล้ว
เจ้านายก็รับปากแล้วเจ้านายก็ออกอุบายที่จะไม่ให้เทพบริวารของเง็กเซียน
ฮ่องเต้ตามประหารฮ่องเต้ได้ โดยชวนเล่นหมากรุกเพื่อเขาหลับ
แต่บริวารก็เผลองีบหลับแล้วละเมอคำว่า "ซัว" ที่หมายถึง “ฆ่า”
เจ้านายจึงถามว่าเมื่อกี้ฝันว่าอะไร
บริวารจึงเล่าให้ฟังว่าได้ประหารฮ่องเต้
เจ้านายจึงเสียใจที่ทำตามอย่างที่รับปากกับฮ่องเต้ไว้ไม่ได้พอฮ่องเต้ตายไป
วิญญาณก็โกรธแค้นเจ้านายของผู้ประหารเขามาก
จึงคอยตามรังควานทุกคืนจนเจ้านายพระองค์นั้นไม่ได้หลับไม่ได้นอนและล้มป่วย
ลง หมอรักษาอย่างไรก็ไม่หาย ทหารเอกจึงอาสายืนยามเฝ้าพระองค์ไว้
แต่ต่อมาทหารเอกยืนยามก็ล้มป่วยไปด้วยเพราะพักผ่อนเพียงพอ
นั่นล่ะจึงคิดให้ช่างมาทำทหารคู่หนึ่งไว้ที่ประตูเท่าคนจริง
แล้ววิญญาณฮ่องเต้ก็ไม่มารบกวนอีกเลย นิทานเรื่องนี้ก็คงเป็นที่มาของ
“ทวารบาล” หรือผู้คอยคุ้มกันที่ประตู


ที่มาของบทความ และติดตามศาสตร์ฮวงจุ้ยเพิ่มเติมได้ที่ //www.horamahawed.com









 

Create Date : 28 กันยายน 2553   
Last Update : 28 กันยายน 2553 13:04:44 น.   
Counter : 2113 Pageviews.  


ฮวงจุ้ยบ้านเสริมรัก

ในศาสตร์ฮวงจุ้ยแล้วหลายท่านมักจะถามกัน
ว่า
จะซื้ออะไรมาตกแต่งฮวงจุ้ยบ้านของท่านเพื่อเสริมรักเสริมเสน่ห์ให้กับตัวของ
ท่านกันได้บ้าง
เพราะเสน่ห์และความรักนั้นก็เป็นความปรารถนาหนึ่งของมนุษย์ไม่แพ้ความร่ำรวย


ดังนั้นฮวงจุ้ยที่ดีก็ไม่ใช่ว่าจะเน้น
ตกแต่งเสริมความร่ำรวยกันอย่างเดียวอย่างที่หลายๆ ท่านเข้าใจกัน
เพราะต่อให้ร่ำรวยแล้ว กลับไร้เสน่ห์ ไม่มีคู่ครอง
หรือต้องเลิกรากับคู่รักไป ร่ำรวยไปก็เท่านั้นมีแต่ความสุขทางวัตถุ
แต่หามีความสุขทางใจไม่



ในฉบับ
นี้เราจึงจะมาพูดเรื่องการจัดฮวงจุ้ยบ้านเพื่อให้ผู้ที่พักอาศัยในบ้านแห่ง
นั้นมีความเสน่ห์มีความสุขในเรื่องความรักกันดีกว่าว่าตำแหน่งใดของบ้านท่าน
จะนำมาซึ่งความอบอุ่นในครอบครัว
นำมาซึ่งเสน่ห์ทางเพศและการปรับสมดุลของการอยู่ร่วมกันแบบสามีภรรยา



ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าวิชา
ฮวงจุ้ยนั้นก็มีที่มาจากวิชาโหราศาสตร์ ทางจีนนั้นก็มีวิชาโหราศาสตร์ 12
ราศีเช่นกัน แต่ที่เรามักเห็นกันเป็นแบบโป๊ยยี่สี่เถียวนั้น
ถ้าจะอธิบายกันง่ายๆ ในแบบวิชาโหราศาสตร์ของไทยเราให้ฟัง
ก็จะเหมือนวิชาโหราศาสตร์ที่ใช้เรือนชะตาทั้ง 12 เรือนชะตา
แล้วต่อมาได้ถูกพัฒนามาเป็นเลขฐานเจ็ดนั่นเอง



วิชาดูดวงแบบโป๊ยยี่สี่เถียวนั้นเป็นวิธี
ดูดวงแบบที่ถูกพัฒนาให้กลายมาเป็นแบบย่อในการทำนายดวงชะตาของมนุษย์
โดยผู้ที่ใช้วิชานี้ได้ต้องเข้าใจระบบโหราศาสตร์ 12 เรือนชะตาก่อน
ถึงจะใช้โป๊ยยี่สี่เถียวได้ดี



วิชาฮวงจุ้ยก็เช่นกัน
การคำนวณตำแหน่งต่างๆ
นั้นก็จะต้องนำหลักโหราศาสตร์เรื่องเรือนชะตาเข้ามาประกอบด้วย
เพื่อง่ายแก่การหาตำแหน่งต่างๆ ของบ้านว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง



โหราศาสตร์
เรือนชะตาของจีนนั้นก็เหมือนกับวิชาโหราศาสตร์เรือนชะตาของทั่วโลก
มีการแบ่งเรือนต่างๆ ออกเป็น 12 เรือน คือ ตนุ กฏุมภะ สหัชชะ พันธุ ปุตตะ
อริ ปัตนิ มรณะ ศุภะ กรรมะ และวินาส เหมือนๆ กัน



เมื่อ
เขาจะจับเรื่องบ้านหรือที่พักอาศัย เขาก็จะมาจับที่เรือนพันธุ (เรือนที่ 4)
ซึ่งหมายถึง บ้านเรือน, สภาพแวดล้อมของเจ้าชะตา 1 จุด
จากนั้นก็มาจับที่เรือนตนุ (เรือนที่ 1) อันเป็นเรือนตัวตนของเจ้าชะตาอีก 1
จุดประกอบกันไป



คราวนี้เรามาดูจากเรือนตนุหรือเรือนแห่ง
ตัวตนของเจ้าชะตากันก่อนว่าเรือนใดบ้างเป็นเรือนที่สัมพันธ์กับความรักของ
เจ้าชะตากัน ว่าสัมพันธ์กับเรือนพันธุที่หมายถึงบ้านอย่างไร คือ



1. เรือนปัตนิ (เรือนที่ 7)
สื่อถึงเรื่องคู่ครองของเจ้าชะตา
จากนั้นก็มาดูต่อว่าเรือนนั้นเป็นเรือนอะไรถ้านับจากเรือนพันธุ (เรือนที่
4) ไป ซึ่งเรือนปัตนิก็จะเป็นเรือนสหัชชะ (เรือนที่ 3)
ของเรือนพันธุนั่นเอง



เรือนสหัชชะนั้นมีความหมายว่า
การติดต่อสื่อสาร เมื่อเป็นการติดต่อสื่อสารภายในบ้านนั่นย่อมหมายถึง
ห้องที่คนในบ้านหรือแขกที่มาเยือนสื่อสารกับสมาชิกในบ้าน
แล้วส่วนั้นของบ้านจะเป็นตำแหน่งใดได้นอกจากห้องรับแขก



2. เรือนลาภะ (เรือนที่ 11) เรือน
นี้จะสื่อถึงความสุขทางใจ ความสำเร็จในชีวิต โชคลาภที่ไม่คาดฝัน
เสน่ห์ทางเพศของเจ้าชะตา เมื่อมาดูที่เรือนพันธุแล้ว
เรือนลาภะจะเป็นเรือนมรณะ (เรือนที่ 8) ของตัวบ้าน



เรือนมรณะนั้นจะหมายถึง อารมณ์ทางเพศ
การร่วมเพศ สถานที่ระบายของเสียภายในตัวบ้าน
ฉะนั้นจะเป็นส่วนบ้านส่วนไหนไปไม่ได้นอกจากห้องน้ำนั้นเอง

อีกทั้งถ้ามาดูจากเรือนมรณะเดิมถ้านับจากเรือนตนุแล้ว
เรือนลาภะก็จะเป็นเรือนพันธุของเรือนมรณะอีกด้วย
แสดงว่าเป็นสถานที่ใช้ปฏิบัติภารกิจทางเพศได้อีกมุมหนึ่งด้วยเช่นกัน



3. เรือนวินาส (เรือนที่ 12) เรือน
นี้มีความหมายถึงการพลัดดพรากจากของรัก การสูญเสียถ้านับจากเรือนตนุ
แต่ในมุมกลับกันถ้านับจากเรือนพันธุแล้วเรือนวินาสจะเป็นเรือนศุภะ
(เรือนที่ 9) ของตัวบ้าน อันแสดงถึง
ความสุขที่ได้รับแบบรูปธรรมการแสดงออกซึ่งกันและกัน




ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ //www.horamahawed.com









 

Create Date : 27 กันยายน 2553   
Last Update : 27 กันยายน 2553 12:32:39 น.   
Counter : 529 Pageviews.  


หลักฮวงจุ้ย การต่อเติมบ้าน 2 ชั้นเป็น 3 ชั้น ???

การต่อเติมบ้านให้สูงขึ้นนั้น
ในทางฮวงจุ้ยเองไม่ได้ระบุเอาไว้ว่า มีผลดีผลเสียอย่างไร
แต่มีจุดที่พูดถึงเรื่องความสูงของบ้านเอาไว้ว่า
ความสูงของบ้านจะต้องสมดุลกับสภาพแวดล้อมบริเวณนั้น เช่น
บ้านบริเวณนั้นมีแต่บ้าน 2 ชั้น ซึ่งเดิมบ้านเราก็เป็นบ้าน 2 ชั้น
มองดูแล้ว จะกลมกลืนกับบ้านหลังอื่นๆ ต่อมามีการต่อเติมเพิ่มเป็น 3 ชั้น
บ้านก็กลายเป็นแกะดำ หรือแตกต่างจากบ้านหลังอื่น


ความ
แตกต่างตรงนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียครับ ข้อเสียที่พบบ่อย ก็คือ
เรื่องของจั่วบ้านหลังอื่น จะอยู่ในแนวเดียวกับชั้น 3 ที่ต่อเพิ่มเติม
นั่นเอง แต่ถ้ารูปทรงของหลังคาบ้านบริเวณนั้นไม่ใช่จั่วสามเหลี่ยม
ผลกระทบก็อาจจะไม่มี แต่จะเจอปัญหาเรื่องของกระแสลม หรือฆาตลมแทน
การที่บ้านมีความต่างระดับกัน บ้านที่สูงกว่าจะปะทะกับลมที่แรงกว่าปกติ
ซึ่งบางคนกลับชอบเพราะบ้านจะรับลมได้ดีกว่าบ้านหลังอื่น นั่นถือเป็นข้อดี
ถ้าลมบริเวณนั้นไม่แรงจนเกินไป แต่ถ้าลมแรงย่อมเป็นผลเสียแน่นอน
โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่มีอาคารข้างเคียงช่วยบังลมให้
หรือบ้านอยู่ในทางลมพอดี



บ้านที่ต่อเติมสูงกว่าบ้านข้างเคียง จะถูกกระแสลมพุ่งชน ถ้าลมแรงย่อมก่อผลเสียต่อคนในบ้านได้



ลองสังเกตดูนะครับว่า
ลมบริเวณนั้นเป็นลมดีหรือไม่ ลมที่ดีก็คือ ลมที่ไม่มีมลภาวะแอบแฝงมาด้วย
เช่น ลมพัดเอาฝุ่นจากหลังคาบ้านอื่นเข้าบ้าน
ลมที่พัดเอาควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้เคียง
กรณีบ้านที่อยู่ติดถนนใหญ่ ลมอาจพาเอาควันจากท่อไอเสียมา
หรือถ้าบ้านใกล้วัด อาจเจอควันจากเมรุเผาศพ โชยมาก็ได้ ยังมีอีกเยอะแยะครับ
แต่ถ้าบ้านอยู่ติดน้ำ ทะเลสาบ หรือสวน ก็จะได้ประโยชน์จาก
ลมที่พัดเอาอากาศบริสุทธิ์มา เพราะฉะนั้น ต้องสังเกตกันให้ดีนะครับ



กรณีบ้านที่ต่อเติมให้สูงขึ้น
แต่ไม่สูงกว่าบ้านข้างเคียง เช่น เดิมบ้านชั้นเดียวต่อเพิ่มเป็น 2 ชั้น
เท่ากับบ้านบริเวณนั้นที่เป็นบ้าน 2 ชั้นอยู่แล้ว อย่างนี้ถือว่าดีครับ
เพราะบ้านจะได้ทัดเทียมกับบ้านหลังอื่น ไม่เกิดความแตกต่างกัน
ทำให้บริเวณนั้นเกิดความสมดุล พลังชี่จะไหลอย่างราบรื่น ไม่สะดุด
บ้านที่ต่ำกว่าบ้านใกล้เคียง ในทางฮวงจุ้ยก็บอกอยู่แล้วว่า ไม่ดี
บ้านที่สูงกว่าจะกดข่ม ทำให้ต่ำต้อย ขาดความโดดเด่น นั่นเอง

เดิมบ้านต่ำกว่าบ้านข้างเคียง ต่อเติมให้สูงเท่ากันจะทำให้ฮวงจุ้ยดีขึ้น



อีก
กรณีหนึ่ง ต่อเติมบ้านแบบบางส่วนคือ ต่อเฉพาะด้านหน้าเป็น 3 ชั้น ด้านหลัง 2
ชั้น ซึ่งหลักฮวงจุ้ยถือว่า เป็นบ้านหลังหัก กลายเป็นบ้านล้มเหลวไป
แต่ถ้าต่อด้านหลัง 3 ชั้น ด้านหน้า 2 ชั้น ถือว่าไม่ผิดฮวงจุ้ย
เพราะด้านหลังแทนความมั่นคงจะต้องสูงกว่าด้านหน้า



การต่อเติมด้านหน้าสูงกว่าด้านหลังผิดลักษณะฮวงจุ้ย เป็นบ้านหลังหักทำลายความมั่นคงของเจ้าของบ้าน



จุดหนึ่งที่จะต้องระมัดระวังสำหรับการต่อ
เติมบ้านให้สูงขึ้น ก็คือ การจัดผังภายในบ้าน จะต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น
เดิมชั้น 2 เคยเป็นห้องพระ พอต่อชั้น 3 เพิ่มจะต้องย้ายห้องพระไปไว้ชั้น 3
ไม่ใช่เอาไว้ชั้นเดิม เพราะห้องพระโดยปกติจะต้องไว้ชั้นสูงสุดของบ้าน
เพื่อไม่ให้มีห้องอื่นกดทับอยู่เหนือห้องพระ โดยเฉพาะห้องน้ำ หรือห้องนอน



การต่อเติมบ้านให้สูงขึ้น
ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านตึกแถว หรืออาคารพาณิชย์มากกว่า
เพราะบ้านทั่วๆไปมักไม่ค่อยเผื่อเสาเข็มเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่แรกเหมือนกัน
บ้านตึกแถว ถ้าปัญหาเรื่องฐานบ้านไม่มี
ก็ต้องมาใส่ใจกับเรื่องกระแสลมและมลภาวะแล้วล่ะครับ?



ขอขอบคุณแหล่งมูลจาก //www.horamahawed.com






Free TextEditor




 

Create Date : 21 กันยายน 2553   
Last Update : 21 กันยายน 2553 15:04:15 น.   
Counter : 623 Pageviews.  


ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานตามปีเกิด

ปีชวด (พ.ศ. 2527, 2515 และ 2503)

โต๊ะทำงานด้านซ้ายควรวางตุ๊กตาเซรามิครู เปียโน กีตาร์ หรือ ตัวโน้ต จะช่วยให้อารมณ์สุนทรีย์ มีวาทศิลป์ในการพูดจา มีจิตวิทยาในการแสดงออก ไม่เผลอทำอะไรที่เป็นการหักหาญน้ำใจผู้อื่น สุขภาพจิตดี มีความสุขและสนุกกับการทำงาน ด้านขวา ควรตั้งธงชาติขนาดเล็ก ๆ จะเป็นของประเทศใดก็ได้ ที่ชอบหรือสวยถูกใจ จะช่วยให้ชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนรอบข้าง


ปีฉลู (พ.ศ. 2528, 2516 และ 2504)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรวางตุ๊กตารูปวัวนม ที่รูปร่างอ้วนท้วน แข็งแรง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความอุดมสมบูรณ์ และความร่ำรวยมั่งคั่ง ด้านขวาควรมีนาฬิกาตั้งโต๊ะ รูปทรง 8 เหลี่ยม หันหน้าเข้าหาตัวเอง จะช่วยให้การก้าวเดินไปข้างหน้า มั่นคง และประสบความสำเร็จ และอาจจะเพิ่มความสดชื่นระหว่างวันด้วยดอกไม้ประดับ กระถางเล็ก ๆ ที่สามารถเลี้ยงได้ในห้องแอร์ จะตั้งไว้มุมใดก็ได้ ไม่ว่ากัน




ปีขาล (พ.ศ. 2529, 2517 และ 2505)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมีตุ๊กตารูปเสือ ไม่ว่าจะทำจากไม้ โลหะ เซรามิค คริสตัล หรือ ทองคำ จะช่วยเพิ่มความมุ่งมั่น ความเข้มแข็งทางอารมณ์ และสามารถควบคุมตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเป็นคนใจร้อน เจ้าอารมณ์ ไม่มีเหตุผล ได้ดีทีเดียว ด้านขวาควรมีรูปภาพพระอาทิตย์ จะช่วยเพิ่มพลัง อำนาจ และบารมี ให้มีมากขึ้นกว่าเดิม




ปีเถาะ (พ.ศ. 2530, 2518 และ 2506)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมีตุ๊กตาเซรา มิครูปกระต่ายสีขาว จะช่วยให้การเจรจาต่อรองต่าง ๆ ราบรื่น สมหวังได้ดั่งใจ และยังช่วยให้คุณกล้าเผชิญหน้ากับความเป็นจริง และมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่เกินตัว ด้านขวาควรมีตุ๊กตาเครื่องปั้นดินเผารูปไก่ รูปเป็ด รูปหมู รูปเด็ก ฯลฯ จะช่วยให้ร่ำรวย เงินทองไม่รั่วไหล ได้ปรับเงินเดือน ได้เลื่อนตำแหน่ง และควรเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณโต๊ะทำงาน ด้วยต้นไม้กระถางเล็กๆ สักต้น สองต้น


ปีมะโรง (พ.ศ. 2531, 2519 และ 2507)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมีตุ๊กตารูปสิงโต สัญลักษณ์ของผู้นำ ช่วยเพิ่มความเข้มแข็ง ความกล้าหาญ และอำนาจ ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้คุณพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่และเป็นอ ยู่ จะได้หยุดไขว่คว้า หยุดปรารถนา และพบกับความสุขที่แท้จริงของการเป็นผู้นำเสียที ด้านขวาควรวางตำราวิชาการ หรือหนังสือที่มีคุณประโยชน์ต่างๆ เพื่อเพิ่มเชาว์ไหวพริบและความรอบรู้




ปีมะเส็ง (พ.ศ. 2532, 2520 และ 2508)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมีแจกันหรือกระถาง กระเบื้องเคลือบรูปข้าวโพด หรือองุ่น เพื่อช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ความน่าไว้วางใจ ความสมัครสมานสามัคคี และความพร้อมเพียง ด้านขวาควรวางไม้กางเขน เพื่อช่วยให้โชคดี ปลอดภัย รอดพ้นอันตราย ชนะใจศัตรู และคู่แข่ง แล้วอาจจะใช้แสงสว่างเข้ามาเพิ่มพลังธาตุไฟในตัวคุณ ด้วยการตั้งโคมไฟสีสันสดใสหลากหลายดีไซน์สไตล์คุณ


ปีมะเมีย (พ.ศ. 2533, 2521 และ 2509)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรวางเครื่องบินจำลอง เล็ก ๆ เพียงลำเดียว (ห้ามวางหลายลำ) เพื่อเพิ่มความกระตือรื้อร้น ว่องไวในการทำงาน ด้านขวา ควรมีตุ๊กตารูปม้า ถือว่าเป็นตุ๊กตานำโชคของคุณ ที่จะช่วยแก้ไขข้อด้อยในเรื่องของความดื้อรั้น ถือความคิดของตนเองเป็นใหญ่และใจร้อน ให้ลดน้อยถอยลง ขณะเดียวกันช่วยให้โชคดี มีชัยชนะในทุกสนามการต่อสู้แข่งขัน แล้วอาจจะเปิดเผยหรือเฉลยความจริงของการเป็นคนเสียสละและผดุงความยุติธรรม ด้วยการวางตุ๊กตาซูเปอร์ฮีโร่ อย่าง Superman ไว้บนโต๊ะทำงานด้วย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ต่อสู้ต่อไป




ปีมะแม (พ.ศ. 2534, 2522 และ 2510)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรจะมีภาพวิวทิวทัศน์ เช่น ภาพสวนดอกไม้ ภาพทุ่งหญ้าเขียวขจี ภาพภูเขา ทะเล เพื่อให้คนปีมะแม มองโลกในแง่มุมที่สวยงาม ด้านขวาควรมีนาฬิการูปทรงกลมมน สีสันสดใส สไตล์ย้อนยุค เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาดี ๆ และนาทีที่ยิ่งใหญ่ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และอาจจะเพิ่มเรื่องราวให้กับคุณเองด้วยภาพถ่ายครอบครัว หรือภาพแห่งความสำเร็จต่าง ๆ โดยนำมาแขวนหรือใส่กรอบไว้บนโต๊ะทำงานด้านใดก็ได้




ปีวอก (พ.ศ. 2523, 2511 และ 2499)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมีรูปภาพของบุคคล ผู้ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพที่ตั วเองใฝ่ฝัน หรือต้องการก้าวไปให้ถึง ซึ่งจะช่วยเพิ่มสมาธิ และความมุ่งมั่นให้กับคนปีวอก ด้านขวาควรวางตุ๊กตาเซรามิค รูปนกยูง หรือหงส์ หันหน้าเข้าหาตัวเอง เพื่อช่วยเพิ่มความเป็นตัวของตัวเอง เพิ่มเสน่ห์และสร้างความประทับใจให้กับเพื่อนร่วมงานทุกระดับชั้น




ปีระกา (พ.ศ. 2524, 2512 และ 2500)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมีตุ๊กตาเซรามิครูป ไก่ หรือไข่ทองคำ จะช่วยให้เจริญรุ่งเรือง ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ด้านขวา ควรมีลูกโลก แผนที่ หรือเข็มทิศ เพื่อช่วยให้การเดินทางไปสู่ความสำเร็จ รวดเร็ว ถูกต้อง ไม่หลงทาง และที่สำคัญไม่หลงตัวเองเพราะการย่อโลกทั้งใบมาอยู่ในแผนที่แผ่นเล็ก ๆ หรือ ลูกโลกจำลองจะช่วยให้คุณ รู้แจ้งเห็นจริงในชีวิต และสัจจธรรม


ปีจอ (พ.ศ. 2525, 2513 และ 2501)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรมี เรือใบ เรือสำเภา หรือ รถม้า จำลอง เพื่อช่วยเสริมให้คนปีจอ อารมณ์ดี มีสมาธิสูง ไร้เรื่องหงุดหงิด กวนใจ ขณะเดียวกันก็ช่วยส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิขวัญและกำลังใจในการก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ด้านขวาควรมีตุ๊กตาคริสตัลรูปสัตว์ต่าง ๆ จะช่วยให้โชคดี มีความสุข มีผู้คนและมิตรสหายคอยสนับสนุน จุนเจือ




ปีกุน (พ.ศ. 2526, 2514 และ 2502)

บนโต๊ะทำงานด้านซ้ายควรวางพัด ไม่ว่าจะเป็นพัดจริง หรือพัดเซรามิครูปพัด จะช่วยให้พานพบตนดี ๆ เรื่องดี ๆ และมีแต่ข่าวดีๆ ในชีวิต และยังช่วยให้การเลือกหรือการตัดสินใจอะไรสักอย่างชองคุณเป็นเรื่องที่ง่ายด ายมากยิ่งขึ้น เพราะจะมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาให้เลือก ด้านขวาควรวางตุ๊กตารูปหมู สีขาวหรือสีชมพู สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยให้คนปีกุนสามารถบริหารจัดการเรื่องเงินทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก //www.horamahawed.com







 

Create Date : 20 กันยายน 2553   
Last Update : 20 กันยายน 2553 13:00:49 น.   
Counter : 1472 Pageviews.  


ฮวงจุ้ยที่ดินเป็นรูปตัว Y

ควรจะหลีกเลี่ยง สร้างบ้านหรืออาคารที่มีลักษณะเป็นรูปตัว Y หรือรูปทรงที่ใกล้เคียงกับ สามเหลี่ยม


จะทำให้ประสบกับทุกข์ภัยที่ไม่ธรรมดา สร้างบ้านใกล้อาคารที่มีรอยร้าวเป็น สิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง


ในการที่จะสร้างบ้านที่ประตูหน้าจะเจอกับบ้านร้าวหรือรอยร้าว เพราะชี่ไม่ดีจะเข้าสู่ตัวบ้าน


ทำให้จิตใจหม่นหมอง ไม่มีความก้าวหน้า ไร้โชคลาภ



ขอบคุณข้อมูลและติดตาม ศาสตร์ฮวงจุ้ยอื่นๆได้ที่ //www.horamahawed.com










Free TextEditor




 

Create Date : 20 กันยายน 2553   
Last Update : 20 กันยายน 2553 12:46:27 น.   
Counter : 675 Pageviews.  


1  2  3  4  5  6  

:: เมเม๊ ลิทึม
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ลูกเต๋าพยากรณ์
ลูกเต๋าพยากรณ์ ทดสอบเลย!!


เสี่ยงเซียมซี
รวมเซียมซีหลายสำนัก
เริ่มการทำนายคลิกเลย !!


[Add :: เมเม๊ ลิทึม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com