I'm a sheepman(มนุษย์แกะ)
Group Blog
 
All Blogs
 

เรื่องสั้น ความบันเทิง

ความบันเทิง

-๐-
คุณเคยให้อาหารเต่าไหม?

ครั้งแรกและครั้งเดียวด้วยความแน่ใจ หากการผ่านพบครั้งนี้เรียกได้ว่าความบังเอิญ ครั้งต้องไปให้จงใจเจาะจงเดินทางมาเพื่อให้อาหารเต่าอีกครั้ง เพื่อระลึกความทรงจำหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม ห้วงคิดของผมคงกล่าวบอก ครั้งหนึ่งครั้งเดียวเพียงพอกับการให้อาหารเต่าในครั้งนี้

อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุป ว่าต้องมีเหตุติดใจ ขุ่นมั่วในการให้อาหารเต่า ตรงกันข้ามต่างหากเล่า ประสบการณ์แปลกประหลาดพอให้หยิบยกมาเขียนถึง แม้บรรทัดแรกจะเป็นประโยคคำถามเพื่อดูดดึงความสนใจ ก่อนจะพ่นคำ ‘ครั้ง’ จนพร่ำเพรื่อ ให้รู้สึกตงิดแล้ว เรื่องราวต่อไป ก็เป็นการเรียบเรียงที่ผ่านการขัดเกลาพอประมาณ ไม่ได้จะสร้างเรื่องเกินความคาดหมาย เป็นเพียงความบันเทิงของผมเท่านั้นเอง

ใช่ครับ ผมกำลังจะบอกคุณว่า ไม่ควรคาดหวังจะพบความประทับใจในบทบรรยาย บรรยากาศของเรื่องอาจไม่กินใจ มิหน่ำซ้ำการกระแดะสอดแทรกข้อคิดเห็นในบางประโยค บางข้อความอาจจะติดขัดตา ติดขัดใจ สำหรับใครบางคุณ ส่วนอีกหลายคุณที่เตรียมใจ พร้อมจะอ่าน ผมจะขอนำเสนอความบันเทิงของผมผ่านอักษรถึงคุณ

-๑-
วันอาทิตย์กลางเดือนของฤดูหนาวที่สัมผัสได้ถึงไอแดดมากกว่าลมเย็น ผมเดินข้ามฟากถนนอย่างเชื่องช้า ความรีบร้อนของรถที่วิ่งผ่านไปมา ไม่ได้ปรับสภาวะภายในของผมให้เร่งรีบตาม แม้จะเปลืองเวลาเพื่อรอจังหวะการว่างเว้นของท้องถนน ผมยังนิยมเดินข้ามฝั่งอย่างเชื่องช้ามากว่าการรีบเร่งเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ที่เป็นเช่นนั้น อาจเพราะผมน้อยเหนือต่ำใจ อยากประชดประชันการไม่มีอยู่ของสะพานลอย

ผมชอบประชดประชันเสมอ มันเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของผม โปรดอย่าเอ่ยปากเถียงหรือเผยอความคิดต่าง ผมว่าคุณก็มีความบันเทิง ในแต่ละเรื่องแตกต่างกันไป เช่นกัน

กลับมาเรื่องให้อาหารเต่าของผมดีกว่า วันอาทิตย์ที่น่าจะเป็นวันหยุดของมนุษย์เงินเดือนอย่างผม หลังจากต้องทนทำงานในสังคมที่ใช้ลิ้นมากกว่าสมอง หนึ่งวันของอาทิตย์เป็นช่วงความสุขที่ผมเฝ้ารอ

ครั้นความสุขนั้นเหมือนฝันสลาย เมื่อต้องเดินทางมาทำธุระในย่านชานเมืองไม่คุ้นตา

คุณหลายคนคงจะอยากรู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับธุระของผม แต่ในที่นี้ผมคงไม่เขียนบอก เพราะผมเชื่อว่าการใฝ่รู้เรื่องชาวบ้านเป็นความบันเทิงส่วนหนึ่งของหลายคน สำหรับคุณที่ไม่ใคร่กระสันอยากที่จะรู้เรื่องราวของใครต่อใครผมคิดว่าบรรทัดบนก่อนหน้าก็คงจะกวนใจคุณ นั้นละเป็นความบันเทิงส่วนหนึ่งของผม

เฮ้ย...คุณ ผมว่า’ไรนะ ผมจะถามคุณว่าคุณเคยให้อาหารเต่าไหม? ใช่หรือเปล่า?

-๒-
วัดย่านชานเมือง ผมละเลยที่จะจำแม้กระทั้งป้ายบอกชื่อวัด จะไปสลักสำคัญเช่นไร เมื่อผมหวังให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ละเลงเวลาก่อนถึงช่วงนัดหมาย การรอคอยที่ดีกว่านั่งเฉย คือ การสรรหากิจกรรมฆ่าเวลา การเหยียบเยือนพื้นที่วัดของผม จึงเป็นเพียงฉากหลังทิ้งผ่าน

คิดเช่นนั้น ก่อนสะดุดตากับเพิงไม้ที่ตั้งเป็นร้านขายของเล็กๆภายในวัด ตัวหนังสือสีแดงเด่น ติดประกาศชัด

“อาหารเต่า 10 บาท”

ให้ตายเหอะ! ผมอุทานในห้วงคิด ’ไรว่ะ คือ อาหารเต่า ผ่านพบมาเจอแต่อาหารนก อาหารปลา วางขายผ่านตู้บริจาคในศาลาริมน้ำ ผมไม่เคยรู้จักและไม่เคยคิดว่าหลายคุณที่นิยมซื้อบุญ ด้วยการทำความดีจากเงินที่แลกกับเศษขนมปังเพื่อนกเพื่อปลา จะหันมาซื้อบุญด้วยการทำอย่างเดียวกันกับเต่า

หรือเพราะเต่าส่งบุญได้เยอะกว่า

ช่างเถอะ ตัดเรื่องบุญเยอะ บุญน้อยทิ้งก่อน อาหารเต่าที่ผมเห็นไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาด แตงกวา มะเขือเทศ กล้วย เป็นองค์ประสม ประกอบรวมกันนอนกองอยู่ในตะกร้า ตะกร้าเล็กๆขนาดเท่าครึ่งชามบะหมี่ ตามทันไม่คุณ ครึ่งชามบะหมี่ขนาดหนึ่งฝ่ามือสามารถถือ ไม่โน้มเอียง

อีกอย่าง ไม้เสียบลูกชิ้น ซึ่งหากวัดด้วยขนาด อาจไม่เหมาะสมในการเสียบลูกชิ้น แต่ที่เรียกขานนาม ไม้เสียบลูกชิ้น เพราะอยากให้นึกภาพตาม เป็นเช่นนั้น ไม้เสียบลูกชิ้นที่น่าจะมีขนาดใหญ่กว่าเอกลักษณ์เดิม พอเข้าใจนะคุณ ไม้เสียบลูกชิ้น ใหญ่และยาวกว่าเดิม อุปกรณ์เคียงคู่ตะกร้าใส่อาหารเต่า

ครับคุณ อย่าเพิ่งใจร้อนด่วนรีบ ผมเป็นคนชอบทำอะไรเชื่องช้าเสมอ รายละเอียด ปลีกย่อยยังมีให้บอกเล่าได้อีกเยอะ แต่เอาเถอะ ผมกลัวคุณจะบ่นเบื่อและรำคาญในถ้อยคำพรรณาของผมไปเสียก่อน (เห็นไหมอย่างน้อยในความบันเทิงของผมก็ยังให้ความใส่ใจต่อผู้อ่านขี้รำคาญอย่างพวกคุณ(ไม่ซี บางคุณมากกว่า)อยู่)

เอาเป็นว่า เดี๋ยวผมจะพาคุณไปเรื่องอาหารเต่าต่อก็แล้วกัน

-๓-
จำได้ไหมคุณ ไม้เสียบลูกชิ้น ยาวขนาดหนึ่งช่วงแขน หนาเท่าด้ามปากกาเมจิก ครานี้ภาพคงเด็ดชัด

ครับคุณ ผมตกลงปลงใจซื้อบุญด้วยเงินสิบบาทแลกกับ แตงกวา มะเขือเทศ กล้วย ที่กองอยู่ในตะกร้าใบน้อยกับไม้เสียบลูกชิ้นใหญ่ยาว ก่อนผมจะเดินถืออุปกรณ์ด้วยความตื่นเต้นเพลิดเพลินบันเทิงภายใน บ่อน้ำขนาดเศษหนึ่งส่วนสามของสนามฟุตบอล จากการสังเกตตามจุดริมบ่อน้ำ แลเห็นผู้คนเป็นหย่อมๆ พอเป็นสีสันประดับองค์ประกอบของบรรยากาศ ผมเลือกมุมสงบใต้ต้นหูกวาง

เสมือนรู้ ในทันทีที่ผมหย่อนกาย เต่าบางจำนวนที่อยู่บนบกตามโขดหินคืบคลานเข้าใกล้ ส่วนเต่าอีกจำนวนที่ตัวยังแช่น้ำต่างชะโงกหัวรอจังหวะ ทีท่านั้นดั่งเป็นกิจวัตรอันคุ้นชิน เต่าคุ้นเคยกับผู้คน คุ้นเคยกับกิจกรรม

ครับ สำหรับคนที่ไม่สำนึกถึงบุญ ถึงกรรมอย่างผม การให้อาหารเต่าไม่มีอะไรมากไปกว่ากิจกรรมบันเทิงละเลงเวลา ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าไม่เคยคิดจะได้มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้อาหารเต่า ในช่วงหน่ายหนีการรอคอย

คิดในด้านไหนก็ถือเป็นเรื่องคุ้มต่อคุ้ม ว่าแต่คุณเถอะ ตามผมถึงไหนแล้ว จินตนาการภาพให้อาหารเต่าออกหรือยัง ส่วนผมเพิ่งถึงบางอ้อ ก็ตอนมานั่งตรงโขดหินนี่ละ

ไม้เสียบลูกชิ้นใหญ่ยาว นอกเหนือจากหน้าที่อันเป็นเครื่องมือเสียบแตงกวา มะเขือเทศ กล้วย ป้อนสู่ปากเต่าแล้ว สถานะของไม้เสียบลูกชิ้นยังดูแลระยะห่างของผมกับเต่า เปรียบเป็นมารยาทซึ่งกันและกัน ผมไม่ล้ำไปก้าวก่ายแตะตัวเต่า เช่นกัน เต่าไม่เหลือมล้ำมายุ่มย่ามกัดมือผม

จากแตงกวาตามด้วยกล้วยต่อด้วยมะเขือเทศ วกกลับเป็นแตงกวา วนเวียนหมุนวนเป็นความสนุกในการคัดสรรสู่ปากเต่า เขียว เหลือง แดง เอกลักษณ์สีของสามอาหาร ใครกันนะช่างคิด เขียว เหลือง แดง

ผมปล่อยเวลาผ่าน เพื่อบันเทิงอารมณ์ ณ เวลานั้นหากความทรงจำไม่ผิดเพี้ยน ห้วงคิดปราศจากอื่นใด นอกจากเต่า

นานแค่ไหนที่ผมไม่ได้ปล่อยปลดอารมณ์ จริงแท้ ครั้งสุดท้ายลางเลือนยากจดจำ

-๐-
ลมหอบพัดพาไอแดดปะทะใบหน้า ผมขับรถโดยหมุนกระจกลดลงเพื่อเดินทางกลับบ้านอันเป็นที่พัก หลังจากจัดการธุระในวันหยุดให้แล้วเสร็จ ความคิดเรื่องงานไหลหลั่งทะลักเข้ามาในหัวอีกครั้งไม่ขาดสาย ต่อเนื่องจากการพูดคุย ปัญหาให้คิดต่อย่อมตามมา ไม่สามารถตัดทิ้งปล่อยว่างได้ทันที

แต่สำหรับการให้อาหารเต่า ส่วนตัวครั้งหนึ่งครั้งเดียวก็เพียงพอ
ประสบการณ์ประทับใจจมดิ่งในห้วงลึก เก็บไว้เป็นความบันเทิงภายในให้ขุดคุ้ย
ผมคิดเช่นนั้น

ว่าแต่

คุณอยากให้อาหารเต่าไหม?




 

Create Date : 06 ธันวาคม 2549    
Last Update : 6 ธันวาคม 2549 14:07:53 น.
Counter : 737 Pageviews.  

เช้าวันทำงาน

เช้าวันทำงาน

เช้าวันอังคาร วันทำงานสุดแสนสามัญ สมควรเป็นเช่นนั้นสำหรับบางคน เพียงแต่สำหรับผม เป็นหนึ่งวันที่ผิดต่าง

รถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล เกิดอาการงอแง ทำตัวมีปัญหาเหตุการณ์ผ่านมาเมื่อคืนวันจันทร์ รถยนต์เก่าเก็บ ๑๖ ปี มรดกสืบต่อไม่ทราบต้นต่อ ความร้อนของเครื่องยนต์ส่งผลให้เข็มเกจวัด พุ่งทะยานเกินขีดจำกัด ช่วงเวลานั้นมิได้ใส่ใจ ผมเลินเล่อพอให้เครื่องยนต์กรีดร้องโวยวาย รถยนต์ดับสนิทอาการสืบเนื่องจากการประท้วง รถยนต์ ๑๖ ปีจอดแน่นิ่ง นอนอยู่ข้างทาง

ถึงอย่างไร แม้จะได้ชื่อว่าเป็นรถแก่เก่า ก็เป็นพาหนะเดียวที่นำพาผมไปทุกที่ทุกหนแห่ง ช่วงชีวิตไม่เคยต้องขึ้นไปเบียดอัดกับผู้คนบนรถโดยสาร ถอดความได้ครั้งสุดท้าย เนิ่นนานยากเกินระลึกความทรงจำ

นั่นคือที่มาของปัญหา

เช้าวันอังคาร วันทำงานสุดแสนสามัญ ผมยืนเก้กัง ลังเล ไม่อาจตัดสินใจ ป้ายรถเมล์นับจำนวนผู้คนที่ยืนอยู่ภายใน ได้ในหนึ่งชายตา ที่เหลือนอกเหนือยืนกรูกันก่อนถึงป้ายมากเกินนับจำนวน ไม่มีใครเหลียวแลป้ายรถเมล์ ทิ้งไว้ข้างหลัง มัวอืดอาดยืดยาดไม่ทันการ ความวุ่นวายสะท้อน
ให้เห็น ตั้งแต่ยังยืนรอ ผมเก้กัง ลังเล ไม่อาจตัดสินใจ

โบกเรียกแท็กซี่ สูญเสียไม่กี่สตางค์ ใช้เงินซื้อเวลา ผมคิด
อีกใจค้านคัด นานทีประสบการณ์ เวลายังพอมีเหลือ ตัดความกังวล ผมคิดอีกที

รถเมล์ปรับอากาศ ชะลอจอดอยู่เบื้องหน้า ไม่ทันการณ์หากไม่เร่งตัดสิน ป้ายเสียบข้างประตูบ่งบอกผ่านจุดหมาย รีรอชักช้า ต้องเสียเวลาอีกเนิ่นนานกว่าคันต่อไปจะมาเยือน ผมเหลียวมองรอบข้าง ผู้คนแถวป้ายรถเมล์มองผ่าน ไม่ยื้อแย่งวิ่งเบียดกันเหมือนรถเมล์โดยสารปราศจากเครื่องปรับอากาศ

‘เอาว่ะ’ คำคิดตัดสิน แม้ยังไม่มีผู้ร่วมโดยสารจะเป็นไร ผ่านไปตามทางต้องมีผู้คนแวะเวียน
รถเมล์โดยสารไม่อาจมีผมเดินทางเพียงผู้เดียว

ก้าวขาขึ้นมายืน เบาะนั่งโล่งว่าง ผมตั้งใจจะไล่นับ แต่อีกที คิดว่าไม่เหมาะควร มายืนนับที่นั่ง
บนรถโดยสารไม่เป็นการดี รีบหาที่นั่งให้เร็วพลัน แต่กระนั้นต้องเร่งตัดสินใจ
เบาะเดี่ยวหรือเบาะคู่ คิดหาความแตกต่าง ต้องการความเป็นปัจเจกควรนั่งเบาะลำพัง แต่จะให้ความรู้สึกเฉพาะตัวคงห่างไกล รถโดยสารสาธารณะไม่อาจเป็นปัจเจกของใคร ว่าแต่คุณพนักงานขับรถอาจไม่คิดเช่นนั้น (ขบคิดจากความรู้สึกในฐานะผู้ขับขี่)

‘อืม....’ ผมชำเลืองมอง พขร.เป็นผู้ชายมีอายุ (ไม่จำเป็นต้องลงรายละเอียดเกี่ยวกับคำ ‘มีอายุ’) กลับมาในความคิด เบาะเดี่ยวตัดทิ้ง เหลือเบาะหลังยาวเรียงกับเบาะคู่เหมาะเจาะสำหรับหนุ่มสาวที่ควงคู่กันขึ้นมา ผู้ออกแบบคงคิดเช่นนั้น คู่รักไม่ควรห่างกันในขณะเดินทาง หากผมจะเลือก
นั่งเบาะคู่ละ ไร้ซึ่งคู่รัก นั่งเปล่าเปลี่ยว รอลุ้น ถึงเวลาใครสักคนเดินมานั่งข้างกาย ต้องเอ่ยทัก
หรือสบตา

‘ไม่เป็นการดีแน่’ จริงแท้ ประสบการณ์บนรถโดยสาร ไม่มีติดตัว ปฏิสัมพันธ์คงล้มเหลว สร้างความอึดอัดใจ อีกหนึ่งข้อคิดเห็น หากทุกเบาะคู่เต็มหมด ยกเว้นเบาะข้างคู่ผม จิตใจคงโวยวาย
เกิดความไม่มั่นใจ สร้างความรู้สึกเลวร้ายตามหลอกหลอน ความทรงจำแย่ ๆ ยากที่จะลืม

ตัวเลือกสุดท้ายเห็นสมควรเป็นที่สุด ช่องวางตรงกลางระหว่างเบาะหลังยาวเรียง เหมาะเจาะ สามารถเห็นความเป็นไป ยิ้มรับทุกคนบนรถโดยสาร เคลื่อนไหวถนัดสะดวก ไม่มีความรู้สึกกดดัน ผมสรุป เบาะหลังตรงกลาง ควรค่าแก่การเก็บเกี่ยวประสบการณ์ สองขารุดตัว พากายทรุดนั่ง

พนักงานหนุ่มเก็บสตางค์ สุภาพพอให้รู้สึกประทับใจ ผมมิได้ลืมเล่าบอก จังหวะแรกที่เท้าสัมผัส
คำกล่าวทัก ‘สวัสดีครับ’ ลอยสดับหู ช่วงนั้นในหัวมัวแต่พะว้าพะวังคัดสรรที่นั่งที่เหมาะควร เลยเก็บความรู้สึกมาเล่าบอกในภายหลัง ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป หากจะเอ่ยถึงความประทับใจต่อใคร
คนหนึ่ง ควรตรองคิดอย่าด่วนสรุปและอย่าปล่อยทิ้งจนความรู้สึกหดหาย ผมว่าช่วงนี้หละกำลังดี

กระเป๋ารถ คำพูดติดหู ผู้ครองตำแหน่งพนักงานเก็บค่าโดยสารเสมือนเครื่องใช้ของรถประจำทาง (สำหรับพนักงานเก็บสตางค์ รถประจำทางคงระบุชัดกว่ารถโดยสาร แต่อย่าถือสาความคิดไร้ประสบการณ์ เพียงแค่สรรหาคำสนองความน่าจะเป็น) ภาพจำที่รับรู้ กระเป๋ารถ ดุดัน เสียงดัง ตะโกน โหวกเหวก เท่าที่เห็นพนักงานหนุ่มเก็บสตางค์ ไม่มีทีท่าเป็นดั่งที่กล่าวมา

เนื้อตัวหมดจด กลิ่นกายคาดว่าชะโลมด้วยโคโลญจ์อ่อนๆ ปกคอเสื้อแนบผ้าขาวปกป้องคราบดำ เสื้อผ้าสะอาดไม่พบจุดตำหนิ โค้งกลีบเรียบสนิท พิถีพิถันกว่าพนักงานบริษัทบางคนที่ผ่านตา เหมาะแล้วสำหรับอาชีพที่พบปะผู้คน ผมรู้สึกดีที่ได้รับการบริการ

หลังผมบอกจุดหมายปลายทาง คำพูดยังสุภาพ พนักงานหนุ่มเก็บสตางค์ เป็นที่จดจำไปอีกนาน

รถเมล์ปรับอากาศจอดรับผู้โดยสารก่อนถึงป้ายบอกให้ระบุจอด ผมจดจ่อ รอลุ้นถึงการก้าวขึ้นมาของผู้ร่วมทาง เด็กสาวนักเรียนมัธยมปลาย ผูกผมหางม้ามัดด้วยโบว์สีน้ำเงินเข้มไม่โดดเด่นเหนือผมที่ดกดำ ผมยิ้ม ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ เธอแทบไม่สนใจ ที่นั่งเจาะจงไม่มีหยุดคิด ปฏิบัติเป็นกิจวัตร ทิศทางเฉพาะที่ คัดเลือกมาถ้วนถี่แล้ว

‘จริงสิ’ไม่ใช่ครั้งแรก นักเรียนต้องเดินทางไปโรงเรียน เรื่องปกติ ผู้ปกครองไม่อาจเสียเวลาขับวนรถเพื่อส่งบุตรหลานหน้าโรงเรียน การสัญจรติดขัด แน่นขนัดโรงเรียนมัธยมปลาย ไม่อาจมีรถรับส่งนักเรียน ต่อให้มีก็เถอะ นับจำนวนนักเรียนที่จะขึ้นรถประจำได้ทีเดียว เด็กหนุ่มสาวเหนียมอาย การอยู่ภายใต้การควบคุมของโรงเรียน

เธอเด็กสาวมัธยมปลาย ท่วงท่าเต็มไปด้วยความระมัดระวัง การบรรจงนั่ง กระเป๋าถือ ผ่านการฝึกปรือกริยา เธอเป็นผู้โดยสารที่ดี ไม่มีวันสร้างความเดือดร้อน เมื่อถึงปลายทางหน้าโรงเรียน
เธอลงจากรถ เหตุการณ์ปกติ รถเมล์ขับเคลื่อนต่อไป

‘เฮ้ย’ นี่ผมหวังให้เกิดเหตุเช่นไร ประสบการณ์คราแรกหลังจากที่ห่างหาย ต้องเป็นวันธรรมดา อย่าได้คิดถึงเรื่องแปลกเหตุระทึกขวัญ ผมอาจคาดหวังจะพบเรื่องราวประหลาด ก่อเกิดเรื่องเล่าให้จดจำ ไม่สมควรเป็นเช่นนั้น ความตื้นเต้นชั่วครั้งชั่วคราวเพื่อสนองอารมณ์ ไม่เหมาะสมที่เกิดผิดที่ผิดเวลา เช้าวันอังคาร วันทำงานสุดแสนสามัญ ต้องเป็นวันปกติ สำหรับผู้คนบนรถโดยสาร

หยุดเว้นเรื่องที่คิด ยังมีอีกหลายคนทยอยขึ้นรถกันตามลำดับ ไม่อาจจับรายละเอียดได้ทั้งหมด เป็นการดำเนินชีวิตปกติ ต่างคนต่างทำหน้าที่ พขร.มีจุดหมาย พนักงานหนุ่มเก็บสตางค์ก็มีจุดหมาย เด็กสาวนักเรียนมัธยมปลายก็มีจุดหมาย ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ก็มีจุดหมาย ตัวผมเองก็มีจุดหมาย จะมีสักกี่คนก้าวขึ้นรถเมล์โดยไร้จุดหมาย ต่อให้นั่งไปเรื่อย ๆ รถเมล์ก็ต้องจอดที่ตรงสุดสาย สิ้นสุดการเดินทาง

เช่นนั้น ถึงเช้าวันนี้หรือเช้าวันต่อไป การขึ้นรถเมล์โดยสารของผมก็จะไม่ผิดแปลกอะไร สมควรเป็นวันปกติธรรมดา สุดแสนจะสามัญ

เด็กสาวนักเรียนมัธยมปลาย กดกริ่ง เพื่อให้รถหยุดจอด ท่วงท่าการก้าวเดินยังระมัดระวัง ทุกย่างก้าวปราณีตบรรจง หนึ่งมือที่ถือกระเป๋าของเธอ บดบังกระโปรงนักเรียนด้านหน้า ยามก้าวลงรถโดยสาร ผมเหลียวมองตามผ่านกระจกใส ก่อนรถเมล์จะเคลื่อนตัวออกห่าง ทิ้งภาพเธอที่กำลังนั่งลงข้างนักศึกษาชายตรงป้ายรถเมล์




 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2549 17:38:56 น.
Counter : 154 Pageviews.  


kittchah
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แกะเป็นสิ่งมีชีวิต
ที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ หรือ
เนื้อหนังไว้ป้องกันตัว

ไม่ผิดแปลกแตกต่าง
หากมนุษย์ผู้อ่อนแอ
จะเป็นเสมือน แกะ
Friends' blogs
[Add kittchah's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.