Group Blog
 
All Blogs
 

ตะลอนทัวร์.....ตะลุยดินแดนจูรัสสิคพาร์ค

กลับมาอัพเดทข้อมูลกันแล้วล่ะครับ....หลังจากต้องใจหายใจคว่ำกับอาการเป๋ของคอมพ์ที่เผลอไปลบโปรแกรมสำคัญทิ้งไป

หลังจากที่ดูคาบาเร่ต์โชว์เสร็จแล้ว ทุกคนประทับใจกันมาก แต่เราช้าไม่ได้แล้ว ต้องนั่งแท็กซี่ต่อไปยัง สถานีรถโดยสารของบริษัทนครชัยแอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีรถนอนพิเศษวิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ - ขอนแก่นมากที่สุดวันละ 20 กว่าเที่ยว

แล้วก็มุ่งหน้าไปยังจังหวัดขอนแก่น เพื่อพาตะลอนทัวร์แบบมั่ว ๆ ที่ขอนแก่น

มาถึงขอนแก่นก็ยังเช้าอยู่เลยนัดให้รถตู้ของรุ่นน้องที่เช่าไว้มารับที่สถานีรถปรับอากาศ จากนั้นจึงพาเข้าไปแวะชมมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ ๆ ผมเรียนจบมาจากที่นั่น

เริ่มจากพาไปดูฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของสาขาวิชาสัตวศาสตร์ก่อน

- ฟาร์มทดลองเลี้ยงนกกระจอกเทศ






ที่จริงแล้วมีฟาร์มเลี้ยงกวาง เลี้ยงไก่ฟ้า และนกหลายชนิดอยู่ รวมไปถึงฟาร์มเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ กระต่าย โคเนื้อ โคนม แต่ไม่สามารถเข้าไปดูได้จึงพาลัดขอบสนามไปดูแปลงทดลองที่ผมเคยเรียนละกัน


ต่อด้วยแปลงทดลอง + รวบรวมพันธุ์มะเขือเทศจากทั่วโลก....



แล้วก็ไปดูแปลงทดลองมะม่วง









แปลงปลูกฝรั่ง เอาไว้ให้น้อง ๆ ฝึกงานการขยายพันธุ์พืช





ที่อีสานเขาปลูกยางพาราได้ด้วย ฉะนั้นคนที่เรียนเกษตร โดยเฉพาะสาขาพืชสวนที่ขอนแก่นจึงได้เรียนกันทั่วหน้า




แปลงทดลองปรับปรุงพันธุ์ข้าวโพดที่เป็นต้นกำเนิดของข้าวโพดสายพันธุ์ดีมากมาย ต่างออกมาจากแปลงนี้กันทั้งนั้น




แล้วก็มีแปลงทดลองระบบจัดการน้ำ เพื่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เหมาะแก่การเกษตรในภาคอีสาน




จากนั้นก็พาเดินลัดเลาะไปดูแปลงฝึกงานเมื่อสมัยเรียนปี 3 ที่ต้องทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ โรงเรือนไม้ดอกไม้ประดับครับ แต่ช่วงที่ไปเป็นช่วงปิดเทอมแล้ว ก็เลยไม่มีภาพดอกไม้สวย ๆ มาให้ชม




แล้วเราก็มาเจอไดโนเสาร์ยุคปัจจุบัน....กะปอมตัวน้อย ๆ ..... ถ้าเป็นสมัยเด็ก ๆ ไม่พ้นหนังสะติ๊กของผมไปแน่ ๆ




เนื่องจากอากาศร้อนมาก ๆ เลยต้องพาบรรดาหนุ่ม ๆ สาว ๆ ที่หนีหนาวมาเจอร้อนไปเดินชอปปิ้งที่ห้างสรรพดิสเค้าท์สโตร์ซะหน่อย จะได้พากันแวะทานอาหารเที่ยงก่อนออกเดินทางต่อยังเป้าหมายต่อไป


อาหารเที่ยงมื้อนี้ ทุกคนสั่งเหมือนกันหมด นั่นคือไทยสุกี้

สาเหตุที่สั่งคือ คนขายทำเร็ว และ อยากกินมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่เพิ่งจะมีโอกาส....



ราคาในห้าง 30 - 35 บาท หรือประมาณ 100 เยนนิด ๆ

เมื่อทุกคนอิ่มได้ที่แล้ว กระผมจึงทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถตู้นำเที่ยว ไปยังพิพิธภัณฑ์บรรพชีวิน

เป็นธรรมดาเมื่อหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ทุกคนจึงหมดสภาพดังที่เห็น...





นั่งรถชั่วโมงกว่า ๆ ก็มาถึงแล้วครับ เพราะการเดินทางสะดวกมาก จากขอนแก่นไปกาฬสินธุ์ทางสะดวก ถนนสี่เลนตลอด และจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ไปยังพิพิธภัณฑ์บรรพชีวินก็กว้างขวางดี



เนื่องจากอยู่ในช่วงระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับพีธีเปิดอย่างเป็นทางการ บางส่วนจึงถูกจำกัดไว้ไม่ให้เข้าชม



ส่วนที่แสดงอยู่นี้ เป็นชิ้นส่วนกระดูกจำลอง สามารถจับต้องได้ เป็นส่วนที่เด็ก ๆ ที่มาทัศนศึกษาชอบมาก แต่ก็มีผุ้ใหญ่บางคนบอกว่า น่าจะเอาของจริงมาโชว์...เห้อ...ของจำลองน่ะดีแล้วล่ะนะผมว่า....






ส่วนของโถงใหญ่ กำลังมีการจัดแจงตกแต่ง ทั้งทดสอบระบบไฮโดรลิค กลไกต่าง ๆ ของหุ่นไดโนเสาร์ เพื่อแสดงต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ประธาน (สมเด็จพระเทพฯ จะเสด็จเป็นองค์ประธาน) จึงปิดไว้ไม่สามารถเข้าชมได้ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายแก่ผู้เข้าชมระหว่างทดสอบ เราจึงเดินออกมาส่วนนิทรรรศการจากหลุมขุดจริง ๆ ทางด้านหลังกันเลย





นี่ก็เป็นส่วนแสดงของงานจำลองและประกอบโครงสร้างกระดูกไดโนเสาร์พันธุ์ที่ขุดค้นพบในบริเวณภูกุ้มข้าวแห่งนี้

จากนั้นเราก็เดินต่อไปยังส่วนแสดงนิทรรศการจากหลุมขุดของจริงกันเลย ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพที่พร้อมที่จะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์และอุทยานไดโนเสาร์แล้ว ตรงทางเข้าก็จะมีสมุดเยี่ยมให้ด้วย

สภาพแตกต่างไปจากตอนที่ขุดค้นเจอใหม่ ๆ มากเลย น่าพาลูกหลานไปเยี่ยมชมอย่างยิ่ง




ก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน จึงจำใจต้องร่ำลาอุทยานไดโนเสาร์แห่งนี้ไป เพื่อเดินทางต่อไปยังเป้าหมายสำหรับการพักผ่อนคืนนี้ ท่ามกลางขุนเขา ของเทือกเขาภูพาน ที่เป็นแผ่นดินที่เป็นบ้านที่ผมเติบโตมา...อิอิอิ....

แล้วจะขึ้นกระทู้ใหม่นะครับ




 

Create Date : 11 เมษายน 2550    
Last Update : 11 เมษายน 2550 21:40:30 น.
Counter : 2075 Pageviews.  

ตะลอนทัวร์....ภาคต่อจากห้องรวม @japan

ขอยกยอดกระทู้นี้

//www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H5290934/H5290934.html


มาต่อทางนี้ก็แล้วกันนะครับ เนื่องจากว่าไม่ได้อัพเดทมานานมากกกกกกกกกก

หลังจากที่ภาคกลางวันไปเที่ยวสถานที่ตามที่ร้องขอมา ก็จัดให้ครับ แล้วก็มาถึงภาคกลางคืน ที่ทำเอาหนุ่มญี่ปุ่น สาวญี่ปุ่นตื่นเต้นมากกว่าเมื่อตอนกลางวันเป็นไหน ๆ



ใช่แล้วครับ คาบาเร่ต์โชว์ นั่นไง สำหรับสถานที่แสดงโชว์คือ คาลิปโซ่ โรงแรมเอเชียครับ


ไม่ทราบว่าบัตรจริง ๆ ราคาเท่าไหร่ แต่ซื้อผ่านเอเย่นต์ที่มีบู้ทตั้งอยู่ในโรงแรมที่พักคนละ 500 บาท ราคาเดียวกันทั้งคนไทยและต่างชาติ

งานนี้ขอบอกว่าญี่ปุ่นตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นแบบโอเว่อร์เลยล่ะครับ



โชว์แต่ละชุดเรียกเสียฮือฮาได้ไม่น้อย ชมไม่ขาดปากว่าสวยจริง ๆ



การแสดงที่ค่อนข้างหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ รำพัดเกาหลี หรือเพลงของญี่ปุ่น (จำชื่อเพลงไม่ได้) หรือการแสดงเลียนบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านบันเทิง หรือเลียนแบบละครบรอดเวย์ ก็ทำได้ดีมากเลยทีเดียว






การแสดงก็เรียกเสียงฮือฮาได้ตลอดเวลาที่ทำการแสดงชั่วโมงกว่า ๆ โดยเฉพาะโจ๊กเกอร์ประจำวิค เรียกเสียงหัวเราะได้ท้องขดท้องแข็ง





เมื่อการแสดงสิ้นสุดลง พี่คนนั้นก็เป็นที่โปรดปรานของบรรดาผู้ชมมากที่สุด โดนขอถ่ายรูปมากที่สุด และพิเศษสุดหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ มีอาการตื่นเต้น ขวยเขินมากกกกกก



เขินตอนถ่ายรูปที่โดนสาว ๆ ประกบข้างยังไม่พอครับท่าน เกิดอาการตื่นเต้นต่อเนื่องไปจนโชว์เลิกแล้ว กลับถึงโรงแรมหน้ายังแดงงง ใจยังเต้นตุ่ป ๆ ๆ .... มีการบอกว่า "มาดะ โดคิโดคิ ซุรุว่ะ".....




 

Create Date : 06 เมษายน 2550    
Last Update : 6 เมษายน 2550 13:05:02 น.
Counter : 565 Pageviews.  

แล้วเวียก...ภารกิจเสร็จสิ้น

สำหรับปี 2548 หรือ 2005 นี้สรุปคือภารกิจเสร็จสิ้น...
สรุปรวมตั้งแต่ต้นปี

ม.ค. 2548
รีบไปเซนต์ชื่อรับเงินเดือน ก่อนกลับเมืองไทย
กลับเมืองไทยรวมระยะเวลา 1 เดือนพอดี
ระหว่างนั้นก็ ไปหาหมอ นัดกินเลี้ยงกับเพื่อน ๆ เล่นกับหลาน
เยี่ยมญาติทั้งหลาย ทำภารกิจของหัวใจ
ก่อนกลับก้หาซื้อของฝากของกินของใช้
อิ่มอกอิ่มใจ พกน้ำหนักเพิ่มกลับมาด้วย 3 กิโลกรัม

ก.พ. 2548
กลับมาพร้อมกับน้ำหนัก 3 กก. มาถึงวันรุ่งขึ้นก็ต้องเริ่มทำแลปทันที
ทำแลป ทำแลป ทำแลป แล้วก็ทำแลป
เริ่มมีปัญหาเคลียร์ภารกิจหัวจายม่ายล่ายยย

มี.ค. 2548
ทำแลป อีกเช่นเคย ปลูกบักเขียเคียลงแปลงด้วย
เตรียมข้อมูลเสนออาจารย์
อาจารย์อนุมัติ ข้อมูลที่เสนอผ่าน เตรียมทำโปสเตอร์ไปเสนอ
เตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อเป็นด๊อก(เตอร์-อาจารย์เก็บไว้อยู่)
ไม่สบายก่อนไปสอบ...ต้องไปยืนเสนองานและเค้าโครงงานวิจัยของป.เอก ทั้งน้ำมูก น่าสงสารตัวเองเหลือคณา
รับปริญญาเด็ก ๆ ที่จบไปเมื่อกุมภา

เม.ย. 2548
ไปเสนอผลงานที่ Tsukuba University จังหวัดอิบารากิ
ได้ไปดูโตเกียวทาวเวอร์ ฮาราจูกุ ด้วย
กลับมาดูแลลูกน้อย บักเขียเคียต่อ เหนื่อยอีกแล้ว อากาศเปลี่ยนแปลงซะ เลยไม่สบายไปหนึ่งยกหย่าย ๆ
เด็กปีสาม สมาชิกใหม่เข้าแลป แช่มชื่นสดใสดี...
แต่ภารกิจหัวใจเริ่มมีปัญหา

พ.ค. 2548
ทำแลป อีกแร๊ะ....แต่อากาศดี ซากุระบานสะพรั่งไปทั่วทุกแห่ง แต่เสียดายเดือนนี้ลมพายุเข้า ทำให้ซากุระร่างเร็วไปหน่อย
แข่งกีฬากระชับความสัมพันธ์ระหว่างน้องใหม่ปี 1 กะรุ่นพี่ปี 2 แล้วก็แลบต่าง ๆ แพ้ไปตามระเบียบ
ปัญหาหัวจายถูกปลดปล่อย

มิ.ย. 2548
ลูกน้อยโตแล้ว สุกแดงน่ากิน เยอะมาก แบ่งคนนั้น คนนี้ แต่ก็ยังเหลือเยอะ กินซะหน้ากลายเป็นบักเขียเคียเลย
ครบรอบวันเกิด ไม่มีอะไรพิเศษ วันไหน ๆ ก็เหมือนกัน โทรหาแม่อย่างเดียวเท่านั้น
ทำแลปตรวจสุขภาพลูกน้อยที่โตแล้ว ได้ผลที่น่าพอใจ

ก.ค. 2548
เร่งเขียน thesis ให้เสร็จภายในสิ้นเดือน สุดยอดของความเร่ง มีเวลาเขียนแค่เดือนเดียว แถมยังต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษอีก แทบกระอักเลือด แต่ก็เสร็จสิ้นไปด้วยดี อาจารย์โอเค

ส.ค. 2548
แก้ไข thesis ให้เรียบร้อยก่อนจะส่ง แล้วก็สอบ
อากาศร้อนได้ถูกใจมาก แทบจะเป็นบ้า
วันสอบตื่นเต้นดี สอบกัน 3 คน น่าดีใจ อาจารย์ให้คะแนนมาอันดับหนึ่ง ชนะเวียดนามกับจีน
ผลสอบเรียนต่อเป็ฯด๊อกก็ออกมาพอดี...ไม่มีปัญหา...รอดตัวไป
มีตัวช่วยเยอะ เปเปอร์ที่ทำงานเก่าเพิ่งตีพิมพ์ เลยได้เป็นอานิสสงค์ มารวมกะเปเปอร์ตอนเมษา มาเพิ่มกันอีก
คะแนนภาษาอังกฤษก็กลางๆ 60 % สูงกว่าหลาย ๆ คน
เลยทำให้ผ่านมาได้

ก.ย. 2548
มีฮานะบิให้ดู สวยงามในรอบปี เพราะจุดกันปีละครั้ง แต่ร้อนเอาการ
ปีนี้เศร้าหน่อยไปคนเดียว เพื่อน ๆ ควงกันไปหมด
รับปริญญาแบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ สไตล์ญี่ปุ่น แต่เสียดายไม่มีรูปถ่าย
ออกมาข้างนอกถ่ายรูปร่วมกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ แล้วกินเลี้ยงฉลองจบ แล้วก็ฉลองสถานะใหม่เป็นนักศึกษาปริญญาเอก
แข่งกีฬาระหว่าง 3 มหาวิทยาลัย
เสนอสัมมนาด้วย (อันเก่า ๆ กะตอนเสนอจบป.โท) ไม่มีคนถามด้วย แต่ตอนพาไปดูแปลงบอกว่ารู้เรื่องอยุ่

ต.ค. 2548
ต้องไปเข้าพิธีต้อนรับนักศึกษาใหม่ น่าเกลียดนักศึกษาคนเวียดนาม กะเนปาลไม่ยอมไปเพราะซื้อตั๋วได้แพงกว่าเลยไม่ไป
เริ่มทำแลปอันใหม่เริ่มแร๊ะ ต้องวิเคราะห์หลายอันเลยงานนี้
ติดต่อคนสอนทำแลปไม่ได้ รออาจารย์ว่าง
แข่งกีฬาอีกแล้ว ประจำฤดูใบไม้ร่วง แต่ปีนี้ไม่ได้แข่งเพราะว่าฝนตกอากาศเย็นมาก ตกเย็นกินเลี้ยงนิดหน่อย

พ.ย. 2548
แวะไปเจอเพื่อนที่จังหวัดยามากุจิ จากนั้นเลยไปโอซาก้า ไปทำ E-passport ที่สถานกงสุลใหญ่ประจำโอซาก้า แวะไปเกียวโตเมืองหลวงเก่า เยี่ยมบ้านเพื่อน จากนั้นกลับมาลอยกระทงที่โอซาก้า เจอเพื่อนอีกคนแล้วก็ลอยกระทงด้วยกัน
ทำแลปอีกเหมือนเดิม
รักครั้งใหม่ทำท้าจะสดใส ท่าจะเริ่มต้นด้วยดี

ธ.ค. 2548
ต้องปั่นจักรยานไปทำแลป 3 กิโลเมตร เหนื่อยสุด ๆ ทั้งไปและกลับ วันสุดท้ายของการทำแลป หิมะแรกของฤดูหนาว สนุกดี หนาวดีด้วย
ข่าวร้าย เพื่อนเก่าที่ห่างหายไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วกลับมาเยือนอีกรอบ มาทำไมไม่รู้คุณไทรอยด์ คุณทำให้ผมใช้ชีวิตลำบากมากเลยรู้เปล่า
โชคดีเจอคุณหมอใจดี ที่คุยภาษาอังกฤษได้ วิเคราะห์โรคได้ดี
งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า ไปกินงั้น ๆ เพราะกินเหล้าไม่ได้ ไม่สนุกเลย หิมะตกหนักอีกต่างหาก ไปมาลำบาก แต่สนุกไปอีกแบบ บรรยากาศเหงา ๆ ปนเศร้า ๆ
จบท้าย ปิดท้ายของปีเพียงเท่านี้....






 

Create Date : 23 ธันวาคม 2548    
Last Update : 23 ธันวาคม 2548 19:56:37 น.
Counter : 505 Pageviews.  

ทำไมต้องเป็นตรูด้วยว่ะ....

คราวนี้จะมาบ่นให้ฟังเรื่องเพื่อนคนญี่ปุ่น....ขอนินทาเป็นภาษาไทยหน่อยเถอะ ภาษาญี่ปุ่นเธอคงอ่านไม่ได้หรอก อดไม่รน ทนไม่ไหว อะไรกันนักกันหนาก็ไม่รู้....

เมื่อวันก่อน คุณนายนาโอมิ(นามสมมติ) ปกติเธอจะเป็นร่าเริงสดใส นิสัยเธอดูเหมือนจะเข้าใจง่าย ๆ แต่ที่จริงแล้วเข้าใจยากสุด ๆ

เธอได้มีโอกาสนั่งคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่ง เธอได้รับฟังการเล่าขานจากรุ่นน้องคนนี้ ถึงความไม่ชอบมาพาควร และนิสัยไม่ดีของรุ่นน้องอีกคนหนึ่ง คือ นินทานั่นเอง เนื่องจากว่าคนที่เล่าให้เธอฟังนั้นเป็นคนที่เธอให้ความเชื่อถือ เพราะว่าเป็นผู้หญิงด้วยกัน....

หลังจากผ่านการนินทาร่วม 4 ชั่วโมงผ่านไป....เธอก็เดินมาด้วยท่าทางที่โกรธ...

เรารึก็ไม่รู้อะไร ไม่สนใจอยู่แล้ว ไม่ได้ถามอะไร...เล่นเน๊ตไปตามประสาคนไกลบ้าน...

สักพักเธอเห็นเราไม่พูดไม่คุย ไม่ซักไม่ถามอะไร ก็เลยชิงพูดขึ้นมาก่อนเลย....

ประมาณว่านี่นะ เมื่อกี๊คุยกะน้องผู้หญิงคนหนึ่งนะ ว่ารุ่นน้องอีกคนอ่ะนิสัยไม่ดีมาก ๆ เลย ทำตัวน่ารังเกียจ ควรประนามมาก ๆ ....บรา ๆ ๆ ๆ ๆ.......ไปแล้ววววว ถึงไหนก็ไม่รู้

เล่าไม่เล่าเปล่าเรียกน้ำตามาล่อความเห็นใจอีกต่างหาก ยังกะว่าเธอประสบชะตากรรมมากับตัวเธอเองซะอย่างนั้น....

สรุปที่เธอเค้นน้ำตามาเล่าให้ฟังเพราะว่าเธออยากให้เห็นด้วยว่าสิ่งที่เธอได้ยินมา ได้ทำใจรับรุ้ไปแล้วว่าเลวนั้นเลวจริง ๆ ให้มีคนเกลียดด้วยกันกับเธอ เหตุผลอะไรก็ตามสาระพันร้อยแปดที่ยกมาไม่สามารถหักล้างได้

แล้วคุณนายเธอยังจะมาถามเราอีกว่าจะทำยังไงดี ..... เวรกรรมตรูจริง ๆ เลย....แนะนำอะไรไปไม่ถูกใจเธอ เธอก็เถียงซะ....แล้วแบบนี้จะมาขอคำแนะนำทำไมก็ไม่รู้...

เธอตอกย้ำความเกลียดของเธอกรอกหูทุ๊กกกกกวัน....เซ็งจิตเลยงานนี้

กลุ้มอกกลุ้มใจ....ไม่อยากมีปัญหากะใครอ่าาาา ยังต้องอยู่ต่ออีกหลายปี......

ไม่รู้จะคุยกะใคร ระบายในนี้แทนละกัน....





 

Create Date : 20 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2548 14:48:38 น.
Counter : 368 Pageviews.  

หนาว......................................................................

ใจไม่หนาว แต่หนาวกาย

ปีนี้ทำไมหนาวเร็วก็ไม่รู้ เมื่อคืนปั่นจักรยานกลับหอ
ท่ามกลางอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส ถ้าฝนตกก็คงกลายเป็นหิมะไปแล้ว


เสื้อยืด 2 ชั้น กับเสื้อแจ็คเก็ตบาง ๆ ตัวหนึ่ง ถุงมือยังไม่ได้ซื้อ
เหมือนเอามือเข้าไปแช่ในตู้เย็นสักประมาณ 10 นาทีเลยเพื่อนเอ๋ย

แต่พอถึงเวลาหิมะตก จักรยานปั่นไม่ได้ ต้องเดินอย่างเดียวเลย
ตอนมันตกก็ได้บรรยากาศเหมือนมิวสิควีดีโอประมาณนั้น หิมะสูง
จนเกือบถึงเข่า เดินไปตามถนน จะล้มลงตรงไหนก็ได้ถ้าไม่อาย
ยังไงก็ไม่เปียก

หลังจากหิมะหยุดตก ก็ได้เวลาหิมะมันกดทับ สุดยอดของความลำบาก
เวลาเดิน คอนเวิร์สที่ใช้ได้ดี ไม่สามารถใช้ได้ในสถานการณ์นี้ ต้องเป็น
รองเท้าพวกบู้ทหรือรองเท้าที่พื้นเป็นหยัก ๆ ถึงจะถึงที่หมายได้เร็วที่สุด
กระนั้นก็ยังต้องระวังอย่างที่สุด เพราะอาจลื่นได้ตลอดเวลา และเปียก
จนซึมเข้าไปในถุงเท้าเลย

ในวันหิมะตก เป็นวันที่ทำให้เราได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เล่นหิมะ ปาหิมะ
ปั้นตุ๊กตาหิมะ กลิ้งจากก้อนกลมเล็ก ๆ กลิ้งไปกลิ้งมาก็จะกลายเป็นก้อน
หิมะลูกใหญ่ ๆ จากนั้นก็เอามาวางต่อกัน จะปั้นแต่งเติมยังไงก็ทำได้
เพราะมันไม่ละลาย

จากนั้นก็เพิ่มความกล้าแกร่ง ประชันกัน นั่นคือถอดเสื้อปาหิมะกัน สนุก
ชนิดลืมวัยเหมือนกัน




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2548 14:57:49 น.
Counter : 254 Pageviews.  

1  2  3  

Tsuwamono
Location :
Shimane Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Tsuwamono's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.