Group Blog
 
All Blogs
 
ร้อนนัก พักร้อน....ออนทัวร์ @Hiroshima.................Ep.II

แวะมาต่อในบล็อคก็แล้วกันนะครับสำหรับ บันทึกการเดินทางระหว่างพักร้อน พักแลปอันแสนจะวุ่นวายสับสน ของการเรียนต่างแดนที่เวลางวดไล่หลังมาทุกทีแล้ว

สืบเนื่องจากกระทู้นี้นะครับ //www.pantip.com/cafe/klaibann/topic/H5753209/H5753209.html

ร้อนนัก พักร้อน....ออนทัวร์ @Hiroshima.................Ep.I

ต่อด้วยการเดินทางในวันที่ 2 กันเลยดีกว่า การเที่ยวรอบนี้มีไกด์วีไอพีด้วยนะครับ แต่ขอไม่เปิดเผยละกัน

เนื่องจากนัดคุณไกด์วีไอพีไว้ตอนเที่ยง ช่วงเช้าหลังจากที่รับข้าวห่อสาหร่าย พร้อมกับมิโสะจิรุ
และตบท้ายด้วยกาแฟแล้วเรียบร้อยก็เริ่มออกเดินทางกันทันที ใช้บริการ Street car
หรือรถรางไฟฟ้านั่นเองครับ


จากโรงแรมแถว ๆ Hiroshima station นั่งรถรางมาที่ Bus Center เพื่อจะเดินไปต่อยังที่เที่ยวบริเวณนั้น รอเวลานัด
ซึ่งเป้าหมายแรกก็คือบริเวณปราสาทฮิโรชิม่า

เดินผ่านประตูเข้ามาก็มาเจอกับต้นไม้ต้นนี้ นั่นก็คือต้นยูคาลิปตัส ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ ไม่ถูกทำลายโดยอานุภาพของปรมาณูลูกนั้น แม้จะอยู่ห่างจากจุดที่ระเบิดลงแค่ 700 กว่าเมตรเท่านั้น




จากนั้นก็เดินเข้าไปต่อยังด้านในเพื่อเก็บภาพ เรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นผลพวงจากสงครามที่เกิดขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ศาลเจ้าแห่งนี้ ที่ทำการสร้างขึ้นมาใหม่ภายหลังจากถูกทำลายไปเมื่อหลายสิบปีก่อน

แต่ก็ไม่ได้เดินเข้าไปเยี่ยมชมภายในถ่ายรูปด้านนอกแล้วก็เดินต่อไปยังปราสาททันที



ก่อนจะถึงตัวปราสาทก็มาพบกับซากของอาคารทำการกองบัญชาการทหารประจำเมือง ถูกทำลายเหลือแต่ฐานเท่านั้น



บรรยากาศภายในก็ดูร่มรื่นดีครับ



ด้านบนมีการวางแผงกั้นเหล็กเอาไว้ด้วย นึกว่ามีการปรับปรุง แต่ที่จริงแล้วนั้นเพื่อกั้นไม่ให้ผู้ที่คิดสั้น หรือคิดอุตริ รวมไปถึงเด็ก ๆ พลัดตกลงมานั่นเอง
ภายในก็มีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของซามุไร บางส่วนก็ถ่ายรูปได้ บางส่วนก็ไม่ได้ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั่ว ๆ ไปตามพิพิธภัณฑ์ทั่ว ๆ ไป

ใช้เวลาอยู่ในบริเวณปราสาทนี้ไม่นานครับ ถ้าหากเป็นฤดูใบไม้ผลิ หรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสีคงจะน่าดูน่าชมมากกว่านี้

เป้าหมายต่อไปก็คือสวน Shukkeien ที่อยู่ห่างจากปราสาทไม่ไกลมาก ซึ่งถูกทำลายไปแทบไม่เหลือซากเช่นเดียวกัน




สภาพ ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร เชิญตามมาชมกันได้เลยนะครับ



บรรยากาศร่มรื่นพอสมควร แต่แดดวันนั้นแรงมาก โต๊ะกลางแจ้งเลยต้องตากแดดเหง้าไร้คนเข้าไปนั่งพัก



เดินลัดเลาะเข้าร่มไปเรื่อย ก็มาถึงสระน้ำกลางสวน ตัวสวนก็อยู่ติดกับแม่น้ำด้วยครับ


ศาลาริมน้ำ



ชุมนุมต้นปรง



กระถางบัวริมทางเดินเข้าไปยังเรือนน้ำชา ใช้เวลาเดินรอบประมาณ 45 นาทีครับ ชมบรรยากาศได้บ้างพอสมควร แต่ถ้าไม่รีบก็สามารถนั่งพักซึมซับบรรยากาศได้นานกว่านี้แน่นอน



หลังจากนั้นก็ได้เวลานัดกับคุณไกด์วีไอพีแล้ว จึงต้องขอลาสวน Shukkeien ไปก่อน ออกไปขึ้นรถรางไฟฟ้ากลับไปยังสถานที่นัดยัง Bus Center สำหรับนั่งรถไปต่อที่เกาะ Miyajima



สัญญลักษณ์ที่ทุกคนที่ได้แวะมาไม่พลาดที่จะแวะมาเยี่ยมเยือน การเดินทางมาที่นี่นั้นจะนั่งรถรางไฟฟ้ามาก็ได้ หรือนั่งรถไฟเจอาร์มาแล้วต่อเฟอร์รี่ไปยังตัวเกาะอีกทีนึง



ถ้าหากคุณมีเวลา 1 - 2 วันในตัวเมืองฮิโรชิม่า และจะมาเที่ยวที่เกาะแห่งนี้ และจะขึ้นกระเช้าไปเยี่ยมชมยอดเขาภายในเกาะด้วยนั้น แนะนำให้ซื้อตั๋วรถรางไฟฟ้าแบบ 2Days Trip Card สามารถใช้บริการรถรางไฟฟ้าได้ตลอดทุกสาย บริการเรือเฟอร์รี่ รวมไปถึงกระเช้าด้วย

เมื่อมาถึงแล้วก็จะมีเจ้าภาพมารอต้อนรับ



แต่ดูท่าทางคุณ ๆ เจ้าภาพทั้งหลายจะเจอกับอากาศที่ร้อนเหลือทน จึงไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเท่าไหร่ แต่ก็เห็นทักทายแขกผู้มาเยือนบ้างพอสมควร

ใครที่ร้อนเหลือทน จะแวะทานน้ำแข็งไสก็ได้นะครับ สนนราคาก็อยู่ที่ถ้วยละ 200 เยนโดยประมาณ



ตามรายทางก็อุดมไปด้วยร้านของฝาก



ของที่ระลึกนานาชนิด



สัญญลักษณ์ที่ขึ้นชื่อของเกาะแห่งนี้อีกอันนั่นก็คือไม้พายครับ ที่เขียนตัวคันจิความหมายดี ๆ เอาไว้



หรือแม้แต่สัญญลักษณ์ของญี่ปุ่นอีกอัน นั่นก็คือพัดหลากสีสรร



จากนั้นก็มาที่อาหารขึ้นชื่อของที่เกาะแห่งนี้ ......... หอยนางรมย่างกันสด ๆ ครับ.....


ตัวโต ๆ ย่างร้อน ๆ ตัวละ 200 เยน ส่วนวิธีทานนั้นก็จะได้รับมาพร้อมกับเลมอน 1 ซีก คุณจะบีบน้ำมะนาวราดลงไปแล้วทานเลย หรือนะทานเลมอนซีกนั้นไปพร้อม ๆ กับหอยนางรมย่างก็ไม่ว่ากันครับ แต่ระวังจะร้อนเท่านั้นเอง....มีเบียร์เย็น ๆ อีกสักกระป๋องก็จะดีไม่น้อย



จากนั้นก็เดินต่อไปครับ



ผ่านร้านอาหาร ร้านของฝากตามรายทางเยอะแยะเหมือนเดิม



แล้วก็มาถึงส่วนของประตูใหญ่สีแดงที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้าของศาลเจ้าริมทะเลบนเกาะนี้



เลยต้องแวะเก็บภาพไว้ก่อน เกรงว่าฝนจะตกเลยต้องรีบไปขึ้นกระเช้าเพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมบรรยกาศบนยอดเขา



แต่รอแล้วรอเล่ารถไม่มาสักที เลยออกเดินเท้าขึ้นไปยังสถานีกระเช้าไฟฟ้า เลยถึงบางอ้อว่ากระเช้างดให้บริการชั่วคราว เนื่องจากเมฆฝนที่พัดผ่านมา มีฟ้าร้อง ฟ้าผ่าด้วย เกรงจะเกิดอันตรายต่อผู้ที่โดยสาร และนักท่องเที่ยวด้านบน รอแล้วรอเล่าจนผ่านไป 30 นาที เมฆก้อนใหญ่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะผ่านพ้นไปได้ จึงจำใจต้องเดินกลับลงมา

ระหว่างทางเก็บภาพน่ารัก ๆ กับเด็กน้อยที่พยายามจะเข้าไปจับตัวลูกกวางตัวเล็ก ๆ ปากก็พูดไปว่าไม่ต้องกลัว ๆ ..... มองดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ แล้วก็เก็บภาพมาให้ดูหนึ่งภาพ



เดินผ่านร้านของฝากเช่นเดิม



แล้วก็แวะมาเยี่ยมชมเจดีย์ห้าชั้นที่อยู่บนเขาที่อยู่ติดกับตัวศาลเจ้า อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาเรียกว่าอะไร วงกลมด้านในบอกทิศ แต่ด้านนอกคืออะไรไม่รู้คร้าบ




บรรยากาศร่มรื่นมาก ๆ ภายในตัวศาลาที่อยู่ด้านข้างเจดีย์ห้าชั้น ลมทะเลเย็น ๆ พัดโชยมาตลอด



บนขื่อ บนคานของศาลาก็มีการจัดแสดงภาพเขียนเอาไว้มากมาย



จากนั้นก็เก็บภาพเจดีย์ห้าชั้น



เสร็จเรียบร้อยก็เดินลงไปเยี่ยมชมตัวศาลเจ้าริมทะเลกันต่อครับ



ภาพต่าง ๆ ก็คงมีคนโพสต์มาเยอะแล้ว จึงไม่มีอะไรแตกต่างกันมากมายนัก ละไว้ในฐานที่เข้าใจ แล้วแวะไปทานน้ำชากับขนมขึ้นชื่อของที่นี่กัน นั่นก็คือ โมมิจิมันจู



แบบที่เห็นนั้นเป็นชนิดทอดนะครับ อารมณ์เหนื่อย กัดไปได้หน่อยนึงแล้ว นึกขึ้นได้ว่าต้องถ่ายรูป ขออำภัยมา ณ โอกาสนี้....อิอิอิ...

พักเหนื่อยทานขนมกับน้ำชาแล้วก็เตรียมตัวกลับ



แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับด้วย บริการของเรือเฟอร์รี่เหมือนเดิมครับ บาย ๆ มิยาจิม่า



พบกันใหม่ Ep.III เร็ว ๆ นี้ครับ


Create Date : 26 สิงหาคม 2550
Last Update : 26 สิงหาคม 2550 16:48:47 น. 6 comments
Counter : 764 Pageviews.

 
ภาพเล็กไป คลิกดูภาพใหญ่ได้เลยนะครับ ไม่ทราบว่าพันทิบจะมีระบบแสดงภาพอัตโนมัติขนาดเท่านี้ครับ


โดย: Tsuwamono วันที่: 26 สิงหาคม 2550 เวลา:16:50:18 น.  

 
รูปสวยมากๆเลยคะ


โดย: chutha IP: 210.162.132.228 วันที่: 26 สิงหาคม 2550 เวลา:18:18:29 น.  

 
แวะมาเที่ยวด้วยคนนะครับ ละเอียดดจัง
เมือนกับเราไปเที่ยวด้วยตัวเองเลย
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆครับ


โดย: พิกกี้เม้าส์ วันที่: 26 สิงหาคม 2550 เวลา:20:54:18 น.  

 
รูปสวยมากครับ

เห็นแล้วอยากไปมันซะเร็วๆนี้เลย

เป็นประเทศที้มีเอกลักษณ์มากๆเลยครับ

วิธีการทานหอยนางรมก็แปลกตา ไม่เคยเห็นครับ ว่าแต่เค้าไม่ทานสดๆกันเหรอครับ ??


โดย: pompier วันที่: 27 สิงหาคม 2550 เวลา:4:43:33 น.  

 
ไม่เห็นเขาทานสดนะครับ อาจจะมีบ้าง แต่ย่างกันสด ๆ
มั่นใจว่าปลอดภัยกว่าทานสด ๆ แกะใหม่ ๆ ครับ


โดย: Tsuwamono วันที่: 27 สิงหาคม 2550 เวลา:21:26:43 น.  

 


โดย: meaw_1985 วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:20:36:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Tsuwamono
Location :
Shimane Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Tsuwamono's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.