อิตาลี วันที่ 4 Pompei และ Nopoli
วันที่ 4 วันนี้จะนั่งรถไฟไป Napoli และ Pompei
ค่ารถไฟจากโรม ไป Napoli (ไป -กลับ) 42 ยูโร ต่อคน ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง
จาก Naples ไป Pompei ตั๋วไป - กลับ ราคา 9.6 ยูโร ต่อคน ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที

เนื่องจากเวลาจำกัดเราเลยไปเที่ยว Pompei ก่อน แล้วค่อยกลับมาเที่ยว Napoli
การไป Pompei จากเมือง Napoli ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานี Napoli Garibaldi ตั้งอยู่ในสถานี Naples Centrale นั้นแหละ แต่ต้องเดินลงไปอีกชั้นหนึ่ง ถ้าไม่รู้ถามเจ้าหน้าที่แถวนั้นก็ได้

รูปสถานีรถไฟ Napoli Garibaldi (ให้ขึ้นรถไฟที่ชานชลากลางนะคะ)



หน้าสถานีรถไฟ Pompei


จากหน้าสถานีรถไฟ ก็เดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ พอเจอโบสถ์ที่มีโดมสีเขียว ก็ให้เดินเลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอทางเข้า Pompei อยู่ ขวามือ

รูปโบสถ์



ประตูทางเข้า Pompei ก่อนเข้าก็ต้องซื้อตั๋วเข้า Pompei ตามระเบียบ ราคาคนละ 11 ยูโร



พอเดินเข้าไปทำไมไม่เห็นมีใครเลยหว่า มีแต่เรา 2 คนเอง ทำไมเงียบจัง น่าจะมีกรุ๊ปทั่วมาลงเยอะนะ




เดินมาไกลแล้วก็ยังไม่มีใคร อ้าวชักยังไงแล้ว (บรรยากาศยิ่งน่ากลัวอยู่) ..กลัวผีซะงั้น




เดินมาเรื่อยๆ เจอแล้ว เจอแล้ว ผู้ร่วมชะตากรรม หมา 2 ตัว กับ คน 2 คน(เรากับสามี) 555 สุดท้ายก็ยังไม่เจอมนุษย์เลย



บ้านเศรษฐีสมัยก่อน




ตรงที่เรานั่งทับ คือ บ่อน้ำสาธาราณะสมัยก่อน



ร้านขายอาหารสมัยก่อน


ด้านหลังเป็นภูเขาไฟ วิสุเวียส




การท่องเที่ยวใน Pompei ใช้เวลาประมาณ 2 - 3 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟที่ สถานี Pompei SCAVI (คนละสถานีกับตอนที่มานะคะ ที่ Pompei มีสถานีรถไฟ 2 สถานี คะ ตอนขามาเราลงที่ สถานี CIRCUMVESUVIANA ขากลับจึงเป็นอีกสถานี) เวลาลงที่สถานี ไหนก็แล้วแต่ มักจะกลับอีก สถานีหนึ่งเสมอค่ะ เพราะเส้นทางในการเดินท่องเที่ยว Pompei อยู่ระหว่าง ทั้ง 2 สถานีเลยคะ




กลับจาก Pompei มาถึง Napoli ก็ประมาณ 5 โมงเย็นแล้วคะ แต่ยังมีแรงจะเที่ยวใน Napoli ต่อคะ ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว เดินเที่ยวเสียหน่อย

มาถึง Napoli ก็เย็นแล้ว เลยรีบไปเที่ยว ปราสาท Castel Nuovo วิธีไปจากสถานีรถไฟ Naples Centrale เดินประมาณ 300 เมตร จะเจอจุด ต่อรถ bus ที่ใหญ่มาก โดยการขึ้นรถ bus (aum) หรือ รถราง (สาย 1) (ให้ขึ้นตรงเกาะกลางถนน) จาก Piazza Giuseppe Garibaldi ตรงใกล้ ปากทางถนน Corco Giuseppe Garibaldi เพื่อไปลง ปราสาท Castel Nuovo
ค่าตั๋วรถราง และรถบัสในเมือง คนละ 1.1 ยูโร ใช้ได้ 75 หรือ 90 นาที ไม่แน่ใจ

จากในรูปให้เดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเจอจุดขึ้นรถ ราง รถบัส อยู่ซ้ายมือ



ปราสาท Castel Nuovo



พอไปถึงก็ปิดเสียแล้ว ไม่เป็นไรถ่ายรูปอย่างเดียวก็ได้




ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็กลับไปที่สถานี Naples Centrale เพื่อ ขึ้นรถไฟกลับโรม ได้รอบตอน 20.00 น. ที่นั่งบนรถไฟว่างเลย พยายเลือกนั่งตรงที่มีคนอื่นนั่งอยู่ด้วยจะได้ปลอดภัย




Create Date : 15 พฤษภาคม 2553
Last Update : 9 สิงหาคม 2553 22:47:07 น.
Counter : 570 Pageviews.

5 comment
อิตาลี วันที่ 3 Roma
วันที่ 3 แล้วค่ะ วันนี้ก็ตื่นแต่เช้าอีกเช่นเคย วันนี้เป็นวันอาทิตย์ มีตลาดนัดปอร์ตา ปอร์เตเซ (Porta Portese) เช้านี้มีเวลาเหลือเลยพาไปเที่ยวตลาดกัน เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีเลยค่ะ



..ร้านขายรองเท้า



รองเท้าเด็ก




ร้านขายแซนด์วิซ ขนม น้ำ




ขอบอกว่าแซนด์วิซชิ้นใหญ่มาก ๆ
ซื้อมาแค่ชิ้นเดียว ก็ให้เขาแบ่งเป็น 2 ชิ้นก็ได้ค่ะ






พอได้เวลาก็ไปต่อที่ Colosseum ถ้าใครมี Roma Pass ก็เข้าฟรีอีกเช่นเคย ถ้าใครไม่มี ก็เสียค่าเข้าคนละ 11 ยูโร
(บัตร Roma Pass คุ้มค่ามากๆ เฉพาะ ค่าเข้า สองแห่งที่ไปเที่ยวมา ก็รวมกัน 19 ยูโร แล้ว ซื้อบัตรมา แค่ 23 ยูโร เอง เท่ากับว่าเสียค่ารถเดินทางทั้ง 3 วัน 4 ยูโรเองอ่ะ) คุ้มสุดๆ





ถ่ายจากใน Colosseum







จากนั้นก็เดินไปต่อที่ Vittorio Emanuele II






เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นรถมินิบัส สาย 119 ไปลงที่ บันไดสเปน




Create Date : 15 พฤษภาคม 2553
Last Update : 9 สิงหาคม 2553 22:43:26 น.
Counter : 495 Pageviews.

2 comment
อิตาลี วันที่ 2 Roma
มาต่อวันที่ 2 ค่ะ
ตื่นนอนแต่เช้าเลย ตี4 (จะตื่นมาทำไมเนี้ยฟ้ายังมืดอยู่เลย ) นอนไม่ค่อยหลับค่ะ ตื่นเต้นมั่งค่ะที่จะเดินเที่ยวอีกแล้ว ไม่เหมือนคุณสามี นอนหลับสนิทเลย




หน้าประตูทางเข้า (ประตูยักษ์)


ภายในโบสถ์ จำลองกำเนิดพระเยซู




ไปต่อกันที่ น้ำพุ Trevi ระหว่างทางเดินไปน้ำพุ



น้ำพุ Trevi








จากน้ำพุ Trevi สามารถเดินต่อไปที่ The Pantheon ได้เลย ระหว่างทางที่เดินไปก็จะเจอ ศิลปินมาขายรูปกันเต็มไปหมด





The Pantheon


ปัจจุบันไม่ได้ใช้ทำพิธีอะไรแล้ว เปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเดียว
ถ้าวันไหนฝนตก น้ำก็จะไหลลงช่องแสง ก็สวยไปอีกแบบ



ไปต่อกันที่ Piazza Navona



ภาพถ่าย Piazza Navona ตอนกลางคืน





Castel Sen t'Angelo


ได้เข้าไปชมเสียที่ ถ้ามีบัตรโรมาพาส เข้าฟรีเลยค่ะ (ก่อนเข้าไปชมต้องไปติดต่อขอรับบัตรเข้าก่อนนะค่ะ อยู่ตรงที่เดียวกับที่ขายตั๋วเข้าชม)
แต่ถ้าไม่มีบัตรโรมาพาส ก็จ่าย คนล่ะ 8 ยูโร



ภายในปราสาท Castel Sen t'Angelo ทางเดินขึ้นน่ากลัวดีแท้ ยิ่งไม่มีคนนะ..หึหึ


ขึ้นไปชมวิวเมือง


การเดินทางท่องเที่ยวในโรม ใช้รถเมล์ สาย 40 หรือ 64 ก็เที่ยวที่สำคัญๆ ได้หลายที่แล้ว สามารถขึ้นได้ที่ หน้าสถานีรถไฟ Termini


พอเสร็จจาก ปราสาท Castel Sen t'Angelo เราก็ไปหาข้าวเย็นกินแถว Trastever (ขึ้นรถรางเบอร์ 8 ตรงถนน Via di Torre Argentina ไปลงที่ Trasteve ประมาณ 1 สถานี ลงแล้วเดินมุ่งหน้า
จะเจอซอยแรกและเป็นซุ้ม Information Touristiques ก็ให้เลี้ยวขวาแล้วเดินตรงไปจนสุด ก็ จะถึง Senta Maria in Trastever



ร้านค้าตกแต่งน่ารักดี



Ice cream อร่อยดี ถ้าไปแถวนั้นอย่าลืมแวะทานนะค่ะ ราคาโคนเล็ก 2.5 ยูโร







หน้าตารถรางเบอร์ 8



Senta Maria in Trastever


ร้านอาหารที่กินกันเย็นนี้ แถว Trastevere อาหารอร่อย ราคาไม่แพง มากิน2 วันติดเลยค่ะ ถ้าเพื่อนๆ มาเที่ยวแถวนี้ แนะนำร้านนี้เลยค่ะ


อาหารน่าทานไหมคะ




Create Date : 10 พฤษภาคม 2553
Last Update : 9 สิงหาคม 2553 22:43:50 น.
Counter : 444 Pageviews.

2 comment
อิตาลี วันที่ 1 Roma

ได้ฤกษ์มาโพตเสียที่ หลังจากดองมานานแล้ว ทัวร์นี้เป็นการไปเที่ยวกันเอง  มีภรรยาเป็นหัวหน้าทัวร์  ส่วนสามีเป็นลูกทัวร์  เราก็เลยแบ่งหน้าที่กันทำ
ภรรยา หาข้อมูลทุกอย่าง (จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน  สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  แผนที่ทุกแห่ง )
คุณสามี(จ่ายตังค์อย่างเดียว)...อิอิ   ดูแล้วยุติธรรมดีไหมค่ะ


มาเริ่มกันเลย เดินทางวันที่ 26 พ.ย. 52  กลับ 11 ธ.ค. 52
เราเลือกสายการบินไทย  TG  เพราะตั้งใจไปลงที่ Roma  ส่วนขากลับ  กลับทาง Zurich 
เครื่องออกเวลา 00.01 (ใช้เวลาบิน 12 ชั่วโมง) ...นานมากนั่งจนเมื่อยเลย


อาหารบนเครื่องบิน น่าทานไหมค่ะ









และแล้วก็มาถึง Roma เสียที่ ออกมาจาก ตม. ก็เดินหาสถานีรถไฟ Leonardo Express เดินหลงอยู่แป๊บหนึ่ง ก็เจอ
วิธีเดินไปขึ้น Leonardo Express พอออกมาจาก ตม.ได้แล้ว ผ่านประตูบานเลื่อนออกมาแล้วให้เดินมาทางขวามือ ตามป้ายลัญลักษณ์รถไฟไป พอเดินไปสักพักจะเจอบันไดเลื่อนก็ให้เดินลงไป จะเป็นทางเชื่อมไปสถานีรถไฟ Leonardo Express

มีเรื่องมาเล่าให้ฟังก่อนจะเจอสถานีรถไฟ มีคุณลุงชาวอิตาลี มาเสนอให้ขึ้นรถบัสไปกับเขา จะไปส่งถึงโรงแรมเลย ราคา คนละ 15 ยูโร เราก็ถามว่ารถอยู่ที่ไหน เขาก็ชี้ไปด้านนอกเป็นรถตู้ผสมกับรถบัสคนเล็กๆ ดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไร ลุงแก่ยังบอกอีกว่าถ้าไปรถบัสกับแก่ จ่ายเงินแล้วออกได้เลยนะ (จะออกได้จริงเหรอ มีลูกค้าแค่ 2 คนเอง จะคุ้มค่าน้ำมันไหมเนีย)
แล้วลุงแก่ยังบอกว่าถ้าไปขึ้น Leonardo Express จะต้องรถนานประมาณ 1 ชั่วโมง (มีขู่เล็กน้อย)
แต่เรา 2 คนก็ไม่สนใจ เพราะมีข้อมูลอยู่แล้ว(หาข้อมูลมาจากห้อง Bluepandnet ซะอย่าง ..ไม่กลัวอยู่แล้ว )
จากนั้นก็เดินไปขึ้นรถไฟ Leonardo Express ค่าตั๋วคนละ 11 ยูโร ลงที่สถานี Termini

รูปภายในสถานีรถไฟ



...ภายในรถไฟ Leonardo Express



พอมาถึงสถานีรถไฟ Termini ก็เดินต่อไปเพื่อขึ้นรถไฟใต้ดิน (ไกลพอสมควรค่ะ)

Termini เป็นสถานีใหญ่มาก จะไปเที่ยวไหนนอกเมืองก็ต้องขึ้นที่นี้ทั้งนั้น





เดินตามป้าย M ไปเรื่อยๆ จะไปเจอสถานีรถไฟใต้ดิน
รถไฟใต้ดินของ Roma มี2 สาย คือ สาย A และ สาย B



อ้อลืมบอกไป พอมาถึงสถานีรถไฟ Termini ก็ให้ซื้อ บัตร Roma pass เลย ราคาคนละ 23 ยูโร (เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่โรม 3 วัน)
เราเลือกพักแถวสถานี Pastro Pretorio (สาย B) ห่างจะสถานี Termini 1สถานี โรงแรมชื่อ Des Artistes Hotel ทำเลดีมาก เดินไม่เกิน 100 เมตร ก็ถึงสถานีรถไฟ ใกล้ป้ายรถบัส ไปไหนมาไหนสะดวกมาค่ะ

มาดูรูปห้องพักกันเลย



ห้องน้ำ

ราคาห้องพักไม่แพงมากค่ะ คืนละ 3,443 บาท (อยู่ในเกณฑ์รับได้) มีอาหารเช้าให้ด้วย
ฝากกระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลา ลุยโรมกันแล้ว

...ที่แรก Santa Maria di Maggiere





..ภายในโบสถ์









ภาพวาดบนหลังคา




เสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่ The Vatican ค่าตั๋วเข้า คนละ 14 ยูโร




แบบจำลอง The Vatican



ภาพบนเพดาน เดินดูจนเมื่อยคอเลย






..อ่างอะไรไม่รู้ จำไม่ได้อ่ะ แต่ใหญ่ดี




ทางออกจะเป็นบันไดวนลงไปค่ะ




เดินมากชักหิวแล้ว เลยเดินหาอะไรกินแถวหน้า The Vatican ...ราคาแพงใช้ได้เลย อย่างในภาพ ราคา 37 ยูโร เป็นเงินไทย 1,850 บาท (ไม่อร่อยเลย รสชาติแย่มากๆ)
(ขอบอกเพื่อนๆเอาไว้เลยว่าอย่าได้ทำตาม ถ้าหิวจริงๆ ให้เดินไปไกลอีกหน่อยก็จะมีร้านให้เลือกเยอะ ราคาไม่แพงมากด้วย)





กินพอมีแรงแล้วก็ไปต่อกันเลย เดินเลาะกำแพง Vatican ไปเรื่อยๆ ก็จะถึงที่ Sen Pietro



ป้าย คำว่า ทางเข้า มีหลายภาษา ยกเว้น ...ภาษาไทย ...




ภายใน มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
ภาพนี้เป็นพระแม่มารี สังเกตให้ดีจะมีกระจกกันอยู่
สาเหตุเพราะ ก่อนหน้านี้ประมาณ 20 ปีที่แล้ว มีคนบ้าเอาค้อยมาทุบจมูกพระแม่มารี ทำให้ต้องมีกระจกนิรภัยกันพระแม่มารีอย่างทุกวันนี้


พอออกมาจาก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ก็เดินตรงขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อไป Castel Sen t'Angelo

ด้านหลังเป็นมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์


พอเดินไปถึง Castel Sen t'Angelo ก็ปิดพอดี อดเข้าเลย
ไม่เป็นไรพรุ่งนี้มาใหม่ก็ได้





ภาพถ่ายจากสะพาน หน้า Castel Sen t'Angelo




Create Date : 06 พฤษภาคม 2553
Last Update : 9 สิงหาคม 2553 22:44:11 น.
Counter : 552 Pageviews.

4 comment
1  2  3  

friend&ko
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]