วันที่ 3 ทริป ผจญภัยใน Hongkong โดน ตม.เรียก , กระเป๋าหาย ,โกงค่าอาหาร,โกงค่าแท็กซี่






วันที่ 3

วันนี้ตื่นสายกันพอสมควร เพราะเมื่อวานจัดหนักไปหน่อย กว่าจะได้ออกจากโรงแรม ก็ 11.30  
เช็คเอาท์เสร็จก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม แล้วออกไปเที่ยวต่อ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่ สถานี Tung Chung แล้วเดินไปขึ้น กระเช้านองปิง 360  ถ้าช่วงเที่ยงๆ คนจะต่อแถวเยอะมากๆ ของพวกเราโชคดีหน่อยซื้อบัตรมาล่วงหน้าแล้ว สามารถเข้าช่องสำหรับคนที่มีบัตรมาแล้ว ก็รอต่อแถวสั้นกว่า ส่วนคนที่ยังไม่มีบัตรก็ต้องต่อแถวซื้อบัตร ที่มีคิวยาวมาก  
ถึงจะมีบัตรมาแล้วแต่ก็ต้องมาต้องมาแลกบัตรจริงก่อน  หลังจากนั้นถึงไปต่อแถวขึ้นกระเช้าได้ ใช้เวลานานพอสมควร แนะนำให้มาตั้งแต่เช้า หรือ บ่าย2 ไปแล้วจะดีกว่า คนไม่ค่อยเยอะ 


รอคิวสำหรับขึ้นกระเช้า คนเยอะมาก 



นั่งกระเช้าสักพัก ก็มาถึงแล้ว 


ทางขึ้นไปไห้วพระใหญ่  แค่เห็นบันไดก็เข่าอ่อนแล้ว ขอยื่นไหว้แถวๆนี้แล้วกัน แต่เพื่อนสาวเก่งนางเดินขึ้นไปถึงด้านบนเลย 

หลังจากเดินเล่นด้านบนกันเสร็จแล้วพวกเราก็นั่งกระเช้ากลับกัน เพื่อมา ช้อบปิ้งกันต่อที่ Citygate Outlet
เสร็จจาก Citygate Outlet ก็นั่งรถไฟ สาย Tung Chung ไปลง สถานี Hong Kong Station เพื่อแวะซื้อ ติ่มซ่ำ กลับบ้าน ไปที่ร้านTim Ho Wan เจ้าดัง ช่วงที่ไปคนไม่ค่อยเยอะ รอแป็บเดียวก็ได้ของแล้ว สาขานี้หาง่ายมากๆ ในสถานี Hongkong Station จะมีจุดเช็คอินของสายการบินต่างๆ อยู่ ชั้น G และบริเวณแถวๆนั้นจะมีลิฟท์ ให้เรากดลงมา 1 ชั้น พอออกจากลิฟท์ก็จะมองเห็นร้านแล้วคะ ร้านอยู่ชั้น L1
เมื่อได้ของที่ต้องการก็ไป ช๊อบปิ้งกันต่อ
      ระหว่างทางที่ไป ก็เจอเหตุการณ์น่าตกใจอีกแล้ว กำลังจะเดินออกจากอาคาร สถานี  Hong Kong Station ด้านที่เชื่อมกับตึก ExchangeSquare ที่เป็นท่ารถ Bus ก็มองเห็นคุณตาท่านหนึ่งล้มลงนอนอยู่บนพื่นถนน มีรถหลายคันวิ่งผ่านไปมา และคนก็เดินมองผ่าน ไม่ช่วยคุณตาท่านนั้นเลย พวกเรามองหน้ากันเอาไงดี เลยตัดสินใจเดินเข้าไปช่วย  ช่วงที่เดินไปพยุงช่วย คุณตาท่านนี้ แกยื่นมือมาหาขอให้ช่วย น่าสงสารมาก พอเดินเข้าไปใก้ลๆถึงรู้ว่าคุณตา เป็นอัมพฤก มีไม้เท้าตกอยู่ตรงร่องท่อน้ำใก้ลๆกัน มิน่าแก่ถึงลุกขึ้นยื่นเองไม่ได้ ระหว่างที่ช่วย คุณตาใส่รองเท้าเองไม่ได้ เพื่อนก็ก้มลงไปช่วยใส่ให้ หลังจากนั้นก็พาคุณตาไปยื่นในที่ปลอดภัย ที่สามารถเดินเองต่อไปได้  คุณตาท่านนั้นก็พูดภาษาจีนกับพวกเรา เหมือนจะขอบคุณ แต่เราฟังไม่รู้เรื่อง สังเกตเห็นว่าคุณตามีแผลเลือดออกนิดหน่อย แต่เราก็ไม่สามารถช่วยได้มากกว่านี้ เพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง  เมื่อเห็นว่าอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว พวกเราก็แยกออกมา  ทริปนี้เจอแต่เรื่องตื่นเต้นตลอดเลย จบภารกิจช่วยคนก็ไป ช๊อบปิ้งต่อคะ 

เมื่อช๊อบปิ้งเสร็จ เพื่อนสาวบ่นอย่างกินบุฟเฟต์ปิ่งย่าง ก็เลยพาไปทานที่ สถานี Mongkok ออกทาง E2 เมื่อเดินออกมานิดเดียว สังเกตซ้ายมือ จะมีป้ายร้านบุฟเฟต์ จะมีพนักงานค่อยอธิบายราคา และพาขึ้นลิฟท์ไปกินด้านบนอาคาร 
ชื่อร้านอ่านไม่ออก แต่ถ่ายรูปมาคะ


สอบถามราคาจากพนักงาน ช่วงราคาที่เรากิน ราคา 188 เหรียญ ยังไม่รวม Vat  ถ้ารวมหมดแล้วจะเป็นราคา คนละ 207 เหรียญ เวลากิน 90 นาที  หันมาถามเพื่อนๆ ว่าโอเคไหม ทุกนางโอเค ก็ลุยเลย

พนักงานจะพากดลิฟท์ขึ้นไปส่งที่ชั้น 5  อาหารจะมีโซนที่เป็นแบบตักเอง  คือพวกปรุงสุกแล้ว และน้ำดื่ม มีให้เป็นกระป๋องเลย รวมถึงเบียร์ด้วย ฟรีหมด ส่วนของปิ่งย่าง สามารถติกสั่งได้จากใบ ออเดอร์บนโต๊ะ มีภาษาอังกฤษด้วย
มาดูน่าอาหารกัน


อาหารทะเลให้มาเป็นจานใหญ่เลย 


ปิ้งเต็มเตาเลย มีซาชิมิแซลมอนด้วยนะ ถูกใจคนชอบแซลมอนเลย


ระหว่างรออาหารสุข ชิมเบียร์ไปพลางๆก่อน อิอิ


หลังจากอิ่มท้อง ก็กลับโรงแรม ไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ พวกเราดูเวลากัน เฮ้ย!!! ใก้ลเวลาที่จะต้องเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินแล้ว  วิ่งหน้าตั้งออกจากโรงแรมเลย ไปที่สถานี  HungHom
ไปที่จุดรอรถบัส ฟรี ของ รถไฟฟ้า Airport Express เพื่อนั่งมาลงที่สถานี KowloonStation ระหว่างทางที่นั่งรถบัส ก็ลุ้นว่าจะทันไหม ใก้ลเวลามากๆแล้ว เพราะรถบัสจอดแวะรับผู้โดยสารหลายจุด เมื่อถึงสถานี Kowloon Station  มองไปที่เคาน์เตอร์สายการบิน ยังเปิดอยู่ รีบวิ่งไปเช็คอินเลย พนักงานมองหน้า บอกคุณใก้ลเวลามากนะ แต่ก็รับเช็คอินและโหลดกระเป๋าให้ จากนั้นรีบวิ่งไปรอรถไฟ  Airport Express  ประมาณ 5 นาที รถไฟก็มา นั่งรถไฟอีกประมาณ 30 นาที ก็ถึงสนามบิน
       เมื่อถึงสนามบินก็บอกเพื่อนว่าให้รีบวิ่งเข้าเกต  เพื่อนงง ว่าถึงสนามบินแล้วจะรีบทำไม  นางยังมิรู้ชะตากรรมว่าอาจตกเครื่องได้  เพราะ Gate ที่ในบร์อดดิงพาสแจ้งไว้อยู่ไกล ต้องนั่งรถไฟภายในสนามบินออกไป ไม่ได้อยู่ใก้ลๆนะ  พวกนางก็เลยวิ่งตามกัน 555 มาถึง Gate กันก่อนเวลาเรียกขึ้นเครื่องแค่ 15 นาทีเอง   เที่ยวบินขากลับของเรา  HX769  เวลา  00:35- 02:35 ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 

  ** และแล้วทริปนี้ก็ตื่นเต้นและลุ้นกันจนนาทีสุดท้าย เป็นการเที่ยวที่อุปสรรคเยอะสุดเลย แต่ก็สนุกสนานกันดี ทุกคน Happy 



Create Date : 31 ตุลาคม 2559
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 1:56:06 น.
Counter : 279 Pageviews.

1 comment
วันที่ 2 ทริป ผจญภัยใน Hongkong โดน ตม.เรียก , กระเป๋าหาย ,โกงค่าอาหาร,โกงค่าแท็กซี่




วันที่ 2  
เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยอาหารเช้าของโรงแรม  



โรงแรมนี้มีบริการอาหารเช้าฟรีให้ด้วย ปกติโรงแรมในฮ่องกงส่วนมากจะไม่มีบริการอาหารเช้าฟรีให้ จะต้องเสียเงินเพิ่มต่างหากจากห้องพัก 
  แต่อาหารเช้าโรงแรมนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรมาก พอจะรองท้องไปก่อนได้  มีพวกขนมปังต่างๆ  ซาลาเปา  ข้าวต้มเปล่าๆ กับเครื่องเคียงอีกนิดหน่อย  น้ำผลไม้ นมสด ซีเรียล  มุมกาแฟสด บริการตนเอง



อิ่มแล้วได้เวลาไปยื่นรอรถบัส รับส่งฟรี ของโรงแรม
ตารางเวลาเดินรถ มีรถออกทุกๆ 20 นาที เลย


ระหว่างยื่นรอรถ ก็ถ่ายรูปเล่นกันไป 


มื่อเช้ายังไม่อิ่ม เลยไปหาติ่มซ่ำกินกัน
ไปที่ร้านTao Heung สาขาใหม่ Tsim Sha Tsui
ถนน  Minden row Rd ตามลายแทงของอร่อยในฮ่องกง
ร้านนี้บรรยากาศดี น่านั่ง  มีเมนูภาษาอังกฤษ และรูปภาพประกอบ 






หน้าตาอาหารที่สั่ง อร่อยทุกอย่างเลย กินเรียบไม่มีเหลือ  จริงๆสั่ง ไป 6 รายการ  ได้มา 5 รายการ  ก็คิดว่าเขาคงลืมจด  พอไปคิดเงิน  ก็จ่ายเงินตามปกติ 157 เหรียญ  พอบิลออกมา ดันมีรายการที่ 6 ด้วย ก็เลยแจ้งพนักงานว่า เราไม่ได้รับรายการนี้บนโต๊ะนะ เขาก็เรียกผู้จัดการมาคุย เขาก็เสนอให้แพคใส่กล่องไปเลย  เราบอกไม่ได้หรอก จะเดินทางเที่ยวทั้งวันใครจะหิ้ว ผู้จัดการก็เข้าใจ คืนเงินส่วนต่างมา  22 เหรียญ  เป็นอันจบด้วยดี   ร้านนี้บริการดี  พนักงานให้ความช่วยเหลือดีคะ แนะนำเลย


ไปเที่ยวต่อวัดกังหันหรือ วัดแชกงหมิว (CheKung Temple)

และวัดหวังต้าเซียน Wong Tai Sin


ด้านหน้าทางเข้าเหมือนจะกำลังเตรียมจัดงาน

ไหว้พระเสร็จว่าจะไปนั่ง กระเช้า Ngong Ping 360 ต่อ  แต่ดันลืมหยิบบัตรที่ซื้อล่วงหน้ามาด้วย ลืมไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าที่โรงแรม  ก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่ไปเดิน ช้อปปิ้งที่ Mong kok ก่อน  พรุ่งนี้ค่อยไปนั่งกระเช้าก็ได้

รองเท้า vans ที่นี้ถูกกว่าเมืองไทย  ที่ไทยดูไว้ 4,900 บาท  ที่นี้ 3,800 บาท 



new balance ของเด็กก็น่ารัก มีให้เลือกเพียบเลย คู่ละประมาณ 1,200 บาท



ส่วนเราแฟน K-swiss ได้มา 2 คู่  คู่สีทอง ราคา 2,443 บาท  คู่สีฟ้า 1,915 บาท ช่วงนั้นที่ร้านมีโปรโมชั่น ฉลองครบ 50 ปี  ยอดถึงมีสิทธิ์แลกซื้อกระเป๋า สีดำ ใบใหญ่ ในราคา 1 เหรียญ  ตอนแรกฟังก็ตกใจว่า 1 เหรียญจริงๆเหรอ ถามย้ำกับพนักงาน ก็บอกว่าใช้ ก็เลยแลกซื้อมาคุ้มดี   พอตอนจ่ายเงินพนักงานบอกพิเศษให้อีก แถมถุงเท้า K-swiss ให้อีก 1 คู่ 


จากนั้นก็เดินดูและเลือกซื้อรองเท้า ตามความชอบของแต่ละคน  เพื่อนๆก็ได้กันคนละคู่  2 คู่  
ได้เวลาอาหารเย็นพอดี   ก็เดินเลือกหาร้านกันแถวนั้นเลย  เห็นร้านนี้บรรยากาศน่านั่ง ดูเป็นร้านสมัยใหม่  แต่ลืมถ่ายหน้าร้านมาให้ดู  ร้านอยู่แถวๆถนน Fa yuen ด้านที่ตัดกับถนน Dundas  
ภาพเมนูอาหาร



หน้าตาอาหารที่สั่งไปเป็นแบบนี้ 


อาหารที่สั่ง จะเป็นชุดอาหารพร้อมเครื่องดื่ม ชาหรือกาแฟ ร้อน  แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนเป็นเครื่องดื่มเย็น เพิ่มเงินอีก เมนูละ 3 เหรียญ
เมนูที่ 1 ข้าวห่อไข่กับหมูย่าง  น้ำจิ่มอร่อย  ราคา 53 เหรียญ
เมนูที่ 2 ข้าวลิ้นวัวย่างกับซอสไวน์แดง  ราคา 55 เหรียญ
เมนูที่ 3 ข้าวห่อไข่กับไก่ทอด ราคา 48 เหรียญ
เมนูที่ 4 ข้าวแกงเขียวหวานไก่ ราคา 50 เหรียญ 

ราคารวมมื่อนี้ 218 เหรียญ 
  รสชาติถือว่าอร่อยเลย สำหรับใครที่เบื่อบะหมี่เกี๋ยว หรือข้าวหมูแดงแล้ว เปลี่ยนมาทำแบบนี้บ้างก็ดีคะ
 พออิ่มแล้วก็เดินเล่นอีกนิดหน่อย รอเวลาเพื่อไปดูโชว์แสงสีเสียงริมอ่าว 
พอใกล้เวลา 20.00 ก็ไปนั่งรอดูชมกันที่ริมอ่าวเลยคะ 

หลังจากนั้นก็ตั้งใจจะหาร้าน ชิวๆ นั่งดื่มกับเพื่อนๆเสียหน่อย เลยเดินไปที่ KnutsfordTerrace เป็นย่านกินดื่มฝั่งเกาลูน  อยู่แถวๆ Tsim  Sha Tsui

ร้านที่เลือกชื่อว่า Wildfire pizzabar & gri มีหลายสาขาด้วยกัน มีสาขาที่ The Peak ด้วยนะ ตามเว็บนี้เลย https://www.wildfire.com.hk
ภาพหน้าร้านจากอินเตอร์เน็ตนะคะ


เมนูเครื่องดื่ม โปรโมชั่นช่วงนี้ (ภาพจากเว็บ)



ร้านจะมีให้เลือกนั่ง ด้านนอก (สูบบุหรี่ได้) และโซนด้านใน (ห้ามสูบบุหรี่)
พวกเราเลือกนั่งด้านในกัน 



 สั่งอาหารมาทานเล่นๆ เพราะยังอิ่มข้าวเมื่อเย็นอยู่
เมนูที่สั่งไปคือ พิซซ่า หน้า Parma Ham  ราคา  158 เหรียญ  และ crisp fried  seafood รวมทะเลทอด 118 เหรียญ
ไวน์ขวดละ 198 เหรียญ  สั่งไป 2 ขวด  ค็อกเทลแก้วสีฟ้า แก้วละ 88 เหรียญ   รวมทั้งหมดบวกเซอร์วิจชาร์จ 10 %  เป็นราคา 836 เหรียญ 
หาร 4 คน เป็นเงินไทย 976 บาท ต่อคน ถือว่าไม่แพงเลย กับค่าครองชีพที่นั้น 
(จริงๆตั้งใจจะสั่งไวน์แค่ขวดเดียว พอกินไปสั่งพัก ติดลม เลยต้องสั่งอีกขวด) 



อยากลอง ค็อกเทลแก้วสีฟ้า แรงได้ใจ  กว่าจะออกจากร้านได้ 1.30 PM เลย 

ออกมาเรียกแท็กซี่กลับโรงแรม แถวๆนั้น ไม่มีคันไหนยอมไปเลย จะรับผู้โดยสารที่ไปแต่ฝั่งฮ่องกงอย่างเดียว  เรียกไป2 คัน ไม่ยอมไป ก็เลยบอกเพื่อนๆเดินไปไกลอีกนิด ค่อยเรียกใหม่  พอเดินออกมาด้านถนนใหญ่ เรียกอีกคันยอมไป พอขึ้นรถเสร็จถามว่ากดมิเตอร์ไหม เขาบอกไม่กด เพราะดึกแล้ว แต่ขอ ชาร์จ120 เหรียญ (จริงๆที่พักอยู่ห่างประมาณ 1 ป้ายรถไฟใต้ดินเอง ) เราไม่ยอม เลยบอกไม่ไป ให้เพื่อนๆลงจากรถเดี๋ยวนั้นเลย โมโหมาก จะเอาเปรียบนักท่องเที่ยวไปถึงไหนเนี้ย  เราเลยบอกเพื่อนๆว่า ลองเดินไปอีกสัก 2-3 บล็อกดู แล้วลองเรียกใหม่  น่าจะได้แท็กซี่ดีๆสักคัน   พอเดินสักพัก ก็ลองเรียกใหม่ แท็กซี่เขาบอกไม่รู้จักโรงแรมที่เราบอก ก็เลยยื่นนามบัตรโรงแรม และบอกให้เขาโทรไปที่โรงแรมเพื่อถามทางดู เขาก็กดถามทางเดี๋ยวนั้นเลย สักพักวางสาย บอกโอเครู้จักแล้ว  พวกเราก็เลยขึ้นรถ และไม่ลืมที่จะถามว่ากดมิเตอร์ไหม เขาบอกกด และบอกว่าราคาน่าจะ 40 เหรียญโดยประมาณ  นั่งรถสัก 10 นาทีมั่ง ก็ถึงโรงแรม มิเตอร์ขึ้นราคา 36 เหรียญ  ก็จ่ายไป 40 เหรียญ  คนขับเตรียมหยิบเงินทอน เลยบอกไม่ต้องทอน ฉันให้ทริปคุณไปเลย เขาก็ขอบคุณ (แค่พามาส่งถึงโรงแรมก็ดีใจจะแย่แล้ว)
แท็กซี่ดีๆ ยังมีอยู่ในฮ่องกง  

เขียนบรรยายซะเยอะเลย แต่คิดว่ามีประโยชน์เลยมาบอกเล่าเรื่องประสบการณ์แท็กซี่ในฮ่องกงให้ฟังคะ เผื่อเพื่อนๆ ใช้เป็นแนวทางได้







Create Date : 24 ตุลาคม 2559
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 1:54:49 น.
Counter : 140 Pageviews.

0 comment
วันที่ 1 ทริป ผจญภัยใน Hongkong โดน ตม.เรียก , กระเป๋าหาย ,โกงค่าอาหาร,โกงค่าแท็กซี่



วันที่ 1

 ทริปนี้เป็นครั้งแรกที่ไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนๆ  
ปกติจะไปเที่ยวต่างประเทศกับสามีและลูกชาย ไปมาก็หลายประเทศแล้ว  
และครั้งนี้เป็นการไป Hongkong ครั้งที่ 4  ของเรา  
ทริปนี้ไปกัน 3 วัน 2 คืน  บินสายการบิน Hongkong airline 
พักที่ โรงแรม kowloon harbourfront hotel  



หน้าตาสดชื่นพร้อมออกเดินทาง  (ยัง ยัง ไม่รู้ชะตากรรม ว่าจะโดนอะไรบ้าง 555)

มีเรื่องเกี่ยวกับ ตม.ที่ hongkong มาเล่าให้ฟังคะ

พอเครื่องลงปุบ เข้าคิวผ่านด่าน ตม. ก็โดนเลย   เพื่อนคนแรก เข้าไปก่อน เราอยู่อีกช่องแถวข้างๆ  เจ้าหน้าที่ถามคำถามกับเพื่อน แล้วเพื่อนไม่ตอบ (ประมาณว่านางตกใจ แต่ฟังรู้เรื่อง มารู้ตอนหลังว่าเป็นการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกของเพื่อน) พอเราเข้าช่องตรวจของเราก็ถามเหมือนกันก็ตอบปกติ จากนั้นก็สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่หยิบใบกระดาษมาเขียนและติกอะไรสังอย่างในช่องของเพื่อนเรา แล้วเจ้าหน้าที่ก็ถามเพื่อนอีกครั้ง แต่เราดันไปช่วยตอบแทนเพื่อน ที่นี้เจ้าหน้าที่ก็เลยถามมาด้วยกันเหรอ เราก็บอกว่าใช้ เขาก็ถามต่อ มากี่คนให้เอา pass spot ของทุกคนมา แล้วเดินตามเข้าไปห้องเย็นเลย 
ตอนแรกก็ตกใจ และงง  ถามเจ้าหน้าที่ ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่บอก รู้แล้วว่าต้องเรียกเข้าห้องเย็นแน่ๆ แต่ไม่ได้บอกเพื่อน เพราะกลัวว่าจะกลัวกัน แต่เราไม่กลัว เพราะเรามีหลักฐานทุกอย่างที่จะแสดงกับทางเจ้าหน้าที่ว่าเรามาเที่ยว 
 พอเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปในห้อง เขาก็ บอกแต่เพียงให้นั่งคอยตรงนี้  พอเข้าไปก็เจอกับนักท่องเที่ยวที่เป็นแขก เต็มห้องเลย ประมาณ 15 คนได้มั่ง  ก็เห็นเจ้าหน้าที่เขาสอบถามกันอยู่แล้ว บางรายเรียกเข้าไปคุยส่วนตัวในห้องเลย ดูน่ากลัว  พวกเรานั่งรอสัก 20 นาที ได้มั่ง ถึงจะถึงคิวพวกเรา ก็มีเจ้าหน้าที่ ตม.ผู้ชาย (วัยรุ่น หล่อ บุคลิกดี อันนี้ไม่เกี่ยวแต่อยากอธิบาย อิอิ) เขามาถาม คำถามประมาณ มาเที่ยวเหรอ  มากี่วัน พักที่ไหน ทุกคนทำงานอะไร  ของเราก็บอกไปว่าเป็นเจ้าของรีสอร์ท  เจ้าหน้าที่ผู้ชายก็เลยขอดูรูปและ เว็บไซด์ ของเรามีแต่ facebook รีสอร์ท ก็เปิดโชว์ให้เขาดู  ขณะกำลังเลื่อนดู มี facebook สามีอยู่ด้วย ก็เลยบอกเขาว่า คุณจะติดต่อสามีฉันก็ได้นะ  เจ้าหน้าที่ยิ้มและหัวเราะ บอกไม่ติดต่อหรอก กลายเป็นตลกไป 
หลังจากนั้น ก็ถามคำถามพื่นๆ เช่น เป็นเพื่อนกันยังไง  เพราะแต่ละคนต่างอาชีพ ก็บอกไปว่าเป็น เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย เสร็จแล้วก็มาขอเอกสารการจองที่ัพัก และตั๋วเครื่องบินจากเราไปเช็คดู หายไปสักพัก แล้วให้เรานั่งคอย จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนมาเรียก แล้วพาออก จากด่าน ตม.  เราเป็นคนสุดท้ายที่เดินออก ก็เลยหันไปบอกเจ้าหน้าที่ว่า ขอบคุณ   ทางเจ้าหน้าที่ก็กล่าวคำขอบคุณเหมือนกัน
เราเขาใจว่าเป็นหน้าที่ของ ตม.ทุกประเทศ ที่มีสิทธิจะเรียกใครเข้าไปสอบถามเพิ่มเติมได้  และถ้าเราสุภาพกับเขา  เขาก็จะสุภาพกับเรา  อย่าไปแสดงกิริยา เหวียง หวีน กับเจ้าหน้าที่ เพราะเขาก็ปฎิบัติตามหน้าที่  ส่วนเราก็มีหน้าที่ชี้แจงและแสดงหลักฐานการมาท่องเท่ี่ยวก็เท่านั้นเอง 
 ปล. เจ้าหน้าที่ ตม.ฮ่องกง ที่มาสอบถามเรา สุภาพมาก ให้เกียรติ 


ปัญหาแรกผ่านไป  ปัญหาที่ 2 ตามมาติดๆ  พอออกมารับก็เป๋า ก็เจอกระเป๋าแค่3 ใบ  หายไป 1 ใบ  !!ตกใจอีกแล้ว  ก็เดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่  เจ้าหน้าที่ก็เดินมาช่วยหา  และประสานงานให้ จนได้ใจความว่า มีคนหยิบผิดไป เจ้าหน้าที่ก็แนะนำ ให้เดินออกไปก่อน แล้วไปขึ้นลิฟท์ ไปที่ชั้น 7 ไปติตต่อที่ office ที่ห้องนัมเบอร์ตามนี้ (จำไม่ได้แล้วว่าเลขอะไร) ที่แรกเดินไปผิดชั้น ผิดห้อง เจ้าหน้าที่ก็ดีบอกทางให้ใหม่ ก็เดินหากันสักพักก็เจอ พอปิดห้องไปเจอกระเป๋า ดีใจมากเลย ร้องเย้ๆ กันใหญ่ 

เอาและได้เวลาเที่ยวเสียที่ ตื่นเต้นกันมาแต่เช้าแล้ว 555


พักที่ โรงแรม kowloon harbourfront hotel เนื่องจากไปถึงก่อนเวลา เช็คอิน ก็เลยฝากกระเป๋าไว้แล้วออกเที่ยวเลย  ขอนำรูปห้องมาให้ชมก่อนนะคะ


ใน 1 ห้อง จะประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ  1 ห้องรับแขก  และมีครัวขนาดเล็ก


ห้องนอนวิวสวยเลย




วิวจากห้องรับแขก ก็สวยเหมือนกัน

โรงแรมนี้ทุกอย่างดีหมด มีอาหารเช้าฟรีด้วย 
ขอเสียคือ ทำเล อยู่หลุดโซน Tsim Sha Tsui  
โรงแรมอยู่ใก้ล HungHom Station  เดินประมาณ 350 เมตร  แต่โรงแรมก็มีบริการรถ bus ฟรี รับส่ง ระหว่าง โรงแรม และ Tsim Sha Tsui  Station วิ่งวน ตลอดวัน จนถึงดึก  รถออกทุก 20 นาที ก็สะดวกดีเหมือนกัน พวกเราใช้บริการบ่อยจนเข้าจำหน้าได้เลย 555

ก่อนจะไปเที่ยวแวะกินข้าวที่ร้าน YuenKee Restaurant  เจ้าดัง 



 ด้วยความหิวสั่งมาแบบจัดเต็ม  พอเพื่อนๆเห็นขนาด  ตกใจอีกแล้ว จะกินกันหมดไหมเนี้ย  มีข้าวหน้าเป็ด ข้าวหน้าไก่  ข้าวหน้ารวมทุกอย่าง มีน้ำเปล่า 2 ขวด ชาเย็น 2 แก้ว ชาร้อน 1 แก้ว รวมราคา  359 เหรียญ 
อิ่มแล้วก็พร้อมลุย  ที่แรก ไปไห้วเจ้าแม่กวนอิมที่ อ่าว Repluse Bay



ไม่ได้มาหลายปี แถวนี้เปลี่ยนไปเยอะ มีห้างขนาดเล็กเกิดขึ้นด้วย ดูแปลกตาไปจากเมื่อก่อนมาก
คุณเพื่อนสาวเจ็บเท้า เพราะรองเท้ากัด ก็เลยได้ใช้บริการห้างใหม่เลย ไปเลือกซื้อรองเท้าแตะใส่สบายๆ แต่ราคาไม่สบาย โดนไปคู่ละ 124 เหรียญ 
ใช้เวลาอยู่ที่นานเหมือนกัน ถ่ายรูปแบบชิวๆ จนคณะทัวร์ที่เข้าออกหลายกลุ่มแล้วพวกเรายังอยู่กันเลย 555  เสร็จแล้วก็นั่งรถกลับโรงแรม เพราะอยากอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้ากันแล้ว  พอค่ำๆก็ออกไป ขึ้น Peak Tram @ The Peak +Sky Terrace (ชมวิวฮ่องกง) 



ระหว่างทางเดินไปสถานี  Peak Tram  ได้รูปสวยๆ



ขึ้นมาด้านบนจุดชมวิว Sky Terrace
สวยจริงๆ นี้ขนาดใช้มือถือถ่ายนะเนี้ย 
 อากาศเย็น ลมหนาวมาสะท้านกันไปเลย อยู่บนนีได้ไม่นานก็ลงแล้ว เพราะหนาว 
ลงมาก็ไปหาอะไรกินแถวๆ Tsim Sha Tsui ตรงถนน hankow Rd ใก้ลๆกับ ด้านหลังโรงแรม Peninsula
เป็นร้านอาหารตามสั่ง มีภาษาไทยอยู่หน้าร้านด้วย ร้านนี้คนไทยก็ไปกินกันเยอะ
ชื่อร้าน 新源粉麵茶餐廳  Sun Yuen Noodles Restaurant (มาหาเจอตอนหลังกลับถึงไทยแล้ว)
 สั่งอาหารไป 4 อย่าง น้ำอัดลม 2 น้ำเปล่า 2    พอตอนจะคิดเงินเราหยิบบิลมาอ่านดู  อาหารรายการสุดท้าย ทำไมคูณ 2  แถว เพิ่ม น้ำเปล่า 1  ก็เลยเดินไปถามที่แคชเซียร์ เพราะตอนเรากินข้าวเราได้ถ่ายรูปอาหารไว้ด้วย ก็เลยให้เขาบอกมาว่ารายการอาหารอันไหนเท่าไร  พอบอกเสร็จ ก็บอกเขาว่า ในบิลคิดอาหารเกินมา 1 รายการ และ น้ำ  1 รายการ   ทางคนคิดเงินก็เรียกคนเขียนบิลมาถาม  คนเขียนบิลก็ตอบแบบอิดๆออด พยักหน้ากันไปมากับคนคิดเงิน สุดท้าย เขาก็หักออก ไป 65 เหรียญ 
***อยากเตือนเพื่อนๆ ให้ระวังเรื่องการสังอาหารด้วยนะคะ พยายามถ่ายรูปอาหารไว้ด้วย และตรวจทานบิลทุกครั้ง จะได้ไม่โดนโกงง่ายๆ 
นึกไปนึกมา จำได้ว่าเคยมากินร้านนี้เมื่อมาฮ่องกงครั้งแรก กับสามีและลูกชาย ตอนนั้นสัก 9 ปีที่แล้ว ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เลย 


ภาพหน้าร้าน ป้ายสีเหลือง (รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต) ระวังด้วยนะคะ


เสร็จแล้วก็เดินมาแถวๆ ด้านหลังโรงแรม Peninsula เพื่อรอรถบัส ที่รับส่งฟรี ของโรงแรม รอบสุดท้าย เวลา 23.10 กลับถึงโรงแรม แบบหมดสภาพ ลุยมาทั้งวัน 



Create Date : 23 ตุลาคม 2559
Last Update : 20 ธันวาคม 2559 1:50:50 น.
Counter : 120 Pageviews.

0 comment

friend&ko
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]