ครีเอทีฟภูธร
ไต่ฝัน หรือ เตะฝุ่น บนเส้นทางโฆษณา Step 4

ไต่ฝัน หรือ เตะฝุ่น บนเส้นทางโฆษณา
Step 4: Practice ฝึกวิทยายุทธ์

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนหลังจากคุณตัดสินใจเลือกในขั้นที่ 3 ได้แล้ว ถ้ายังตัดสินใจเลือกไม่ได้ให้ย้อนกลับไปทำขั้นที่ 1 ใหม่อีกครั้ง เพื่อค้นให้พบตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับเรา เมื่อค้นจนพบแล้วว่ามันคือตำแหน่งงานอะไรที่ใช่สำหรับเรา ก็ลงมือฝึกปรือวิทยายุทธ์กัน

หาหนังสืออ่าน
ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงาน Copywriter, Art Director, Account Executive, Media Planner ฯลฯ สามารถหาหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คดีๆ มาอ่านได้เยอะแยะ เดี๋ยวนี้มีทั้งบรรดากูรูคนไทยเขียน และพวกกูรู้ต่างประเทศแต่ง (แต่ต้องเก่งภาษาอังกฤษหน่อย) หนังสือเหล่านี้ล้วนแล้วแต่แต่งขึ้นจากประสบการณ์จากคนที่ทำงานในตำแหน่งงานนั้นๆ จริงๆ จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วตกตะกอนออกมาเป็นหนังสือให้คนอื่นๆ ได้อ่านได้เข้าใจงานที่พวกเขาทำ ซึ่งหนังสือเหล่านี้ถือเป็นเคล็ดวิชา เป็นทางลัดให้เราได้เรียนลัดจากประสบการณ์ของผู้อื่น และมักจะเป็นหนังสือที่อ่านง่ายและอ่านสนุก เพราะคนเหล่านี้จะมีความเป็นครีเอทีฟสูงปรี๊ด...ด...ด

เรียนให้หนัก สัมมนาให้บ่อย
ตั้งใจเรียนอย่างสูงสุดในวิชาที่ตรงกับที่เราตัดสินใจเลือก ถามทุกเรื่องที่อยากรู้จากผู้สอน ทำงานส่งทุกงานที่ผู้สอนให้ทำ เข้าอบรมสัมมนาทุกงานเท่าที่ทำได้ เพราะการอบรมสัมมนาเหล่านี้มักจะเชิญผู้ที่อยู่ในอาชีพโฆษณาระดับหัวหน้า หัวกะทิมาเป็นวิทยากร ทุกครั้งที่เข้าอบรมสัมมนาก็อย่าทิ้งโอกาสทองในการเรียนรู้ นั่นคือตั้งใจฟังอย่างสูงสุด ถ้ามีการ Work Shop (ลองกิจกรรมบางอย่างเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาการสัมมนา) ก็ให้เข้าร่วมและตั้งใจทำ อย่าทำตัวเป็นแก้วที่มีน้ำเต็ม พยายามทำตัวให้เป็นขวดเปล่าที่พร้อมจะเติมได้ปริมาณมากๆ ในตอนท้ายๆ ที่เขาเป็นโอกาสให้ถาม ถ้ามีข้อสงสัยทั้งในเนื้อหาสัมมนา และเรื่องในวงการโฆษณาก็ถามไปเลยไม่ต้องอายไม่ต้องแคร์สายตาและความคิดคนอื่น เราเสียเวลา บ้างครั้งต้องเสียเงินมาฟังแล้ว...เอาให้คุ้ม!

หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต
ต้องไม่ลืมว่าเราอยู่ในยุคอภิมหาไฮเทคโนโลยีดิจิตอล ข้อมูลต่างๆ งานไอเดียทุกแบบ ทั้งที่ได้รางวัล และไม่เคยส่งประกวด แผนงานโฆษณาดีๆ แผนงานมีเดียเด็ดๆ ล้วนล่องลอยอยู่บนโลกดิจิตอลรอให้เราไปไคว่คว้าและเรียนรู้ ผมขอบอกว่ามีเยอะจริงๆ มีทุกอย่างเกินความต้องการ ปัญหาใหญ่อย่างเดียวในการฝึกวิทยายุทธ์วิธีนี้ คือ ต้องรู้ก่อนและแน่วแน่ว่าเราต้องการรู้และหาอะไร ไม่งั้นจะสะเปะสะปะ อะไรก็อยากรู้อยากดูไปหมด ไม่มีสมาธิ บางเว็บไซต์เราสามารถบุ๊กมาร์กไว้ได้เลย จะได้เข้ามาหาข้อมูลได้บ่อยๆ จะได้เก่งขึ้นเรื่อยๆ

ดูโฆษณาเยอะๆ
สิ่งนี้สำคัญมากๆ เมื่อเราจะทำงานในวงการนี้ เราควรจะรู้จักมันให้มากเข้าไว้ อัพเดตมันเรื่อยๆ ดูแล้วต้อง ฝึกสมอง (สมองเหมือนมีด ยิ่งลับ ยิ่งคม) เมื่อดูโฆษณาแล้วสนใจโฆษณาเรื่องไหน หรือโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์ชิ้นไหน ให้ดูมันซ้ำอีกรอบหรือหลายๆ รอบก็แล้วแต่ แล้วทำตามนี้

วิจารณ์ > วิเคราะห์ > วิสามัญฆาตกรรมมันเลย > ทำขึ้นใหม่ในมุมมองเรา

วิจารณ์ คือ คิดถึงข้อดี ข้อเสียของโฆษณาชิ้นนี้
วิเคราะห์ คือ ลองคิดถึงที่มาของโฆษณาชิ้นนี้ ว่ามันมีโจทย์มาอย่างไร
วิสามัญฆาตกรรมมันเลย คือ ลืมมันไปจากหัวเราเลย
ทำขึ้นใหม่ในมุมมองเรา ก็ตรงตัวครับ หยิบโจทย์มาจากขั้นตอบการวิเคราะห์ของเราเอง แล้วคิดโฆษณาผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นมาใหม่ในแบบของเรา จะคิดเล่นจบแล้วจบกัน หรือจะทำมันออกมาเป็น Story Board หรือโฆษณาทางสื่อสิ่งพิมพ์เพื่อเก็บไว้เป็นผลงานก็ได้ประโยชน์สองต่อ


ฝึกงาน ถ้าฝึกแล้ว ฝึกอีกที
ข้อดีอย่างหนึ่งของการเป็นนักศึกษาก็คือไปขอฝึกงานที่ไหน ส่วนใหญ่ถ้าไม่ติดขัดอะไรจริงๆ ก็ยินดีจะรับเข้าไปฝึกงาน ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสดีของเหล่านักศึกษาที่ตัดสินใจเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะกับตัวเองได้แล้ว เพราะการได้ฝึกงานในตำแหน่งงานที่หมายตาไว้ในเอเจนซี่โฆษณาเปรียบเสมือนได้ฝึกวิทยายุทธ์ในวัดเส้าหลินเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาสเข้าไปก็เข้าไปอย่างแน่วแน่ รู้แจ้งว่าเราต้องการอะไร ตั้งใจทำงานประหนึ่งเป็นพนักงานจริงทำงานจริงไม่ได้มาแค่ฝึกงาน ส่วนท่านที่เคยฝึกมาแล้วแบบขอไปที เมื่อรู้ผ่านขั้นตอนการตัดสินใจว่าตำแหน่งงานไหนเหมาะกับตัวเองแล้ว จะหาโอกาสกลับไปฝึกงานอีกทีก็จะเพิ่มโอกาสการได้ทำงานในเอเจนซี่โฆษณาหลังจากเรียนจบให้ตนเองได้อีกมากโข
เมื่อมีโอกาสเข้าไปฝึกงานในเอเจนซี่โฆษณา นอกจากตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีแล้ว ให้ทำดังนี้

สังเกตเก็บทุกเรื่องทุกBrief > ดูงานที่พี่เค้าทำออกมา เทียบกับBrief > ลองทำAd ทุกBrief ที่ได้มา > ขอโอกาสทำงานจริง > ทำให้สำเร็จ > เก็บผลงานที่ทำ

ฝึกอีกที ดีอย่างไร?
•มุมมองใหม่ในการฝึกงาน
•อยู่ในบรรยากาศจริง
•มีที่ปรึกษาเพียบ
•ได้ใช้ทรัพยากรทรงประสิทธิภาพผลิตชิ้นงาน
•มีคนขัดงานของเราให้คมขึ้น
•ฯลฯ



Create Date : 21 เมษายน 2553
Last Update : 9 มิถุนายน 2553 11:10:16 น. 1 comments
Counter : 603 Pageviews.

 

บางทีเราทุกคนก็ต้องเจอกับความเครียด ท้อแท้ สิ้งหวัง
นั้นไม่ใช้อะไรที่แปลกไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอ แต่การที่คุณยอมรับว่ากลัวสิ่งนั้นต่ะหากละ
ที่เรียกว่าความกล้า กล้าทีจะยอมรับในสิ่งที่คุณกลัว กล้าจะยืนหยัดเเละต่อสู้กับมัน
แต่วันนี้ถ้าสิ่งที่คุณแบบรับไว้นั้นมันเกินกว่าที่คุณจะทนได้ ถ้ายังงั้น
วันนี้คุณลองเปิดใจให้ พระเจ้าเข้ามามีส่วนช่วยคุณคลายปัญหาของคุณได้มั้ย
ลองดูสิเเล้วคุณก็จะผ่านทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน!!
เหมือนที่ฉันได้ผ่านมานมาจนได้!


โดย: da IP: 124.120.7.136 วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:18:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

evilblue
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จากครีเอทีฟโฆษณา สู่เกษ๖รกร
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add evilblue's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.