Baby-Sing-and-Sign

ร้องไห้เมื่อแม่เดินออกจากห้อง

ต้องขอออกตัวว่าบางครั้งบางวิธีที่แม่หนิงเลี้ยงเจ้ามะกอก อาจจะดูโหดไปบ้างในสายตาคนไทย ทั้งตอนที่กลับไปเมืองไทย และเพื่อนมาพักด้วยที่อังกฤษ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวว่า "ไอ้หนิงเลี้ยงลูกโหด" แต่ทุกการกระทำมีเหตุผล เราเป็นครอบครัวเล็ก มีกันแค่พ่อ แม่ ลูก พ่อทำงานหนักกลับบ้านเหนื่อย หน้าทีเลี้ยงลูกจึงเป็นของเรา เสร็จจากลูกก็มาดูแลสามีต่อ จึงต้องเลือกทางสะดวกไว้ก่อน

ตอนเจ้ามะกอกเล็กๆ ไม่ว่าแม่หนิงจะเริ่มทำอะไรกับเจ้ามะกอก จะถามตัวเองก่อนว่า "ถ้าเค้าหนัก 10 กิโลกรัม เรายังจะทำอย่างนี้ได้อีกมั้ย" แม่หนิงจึงไม่เคยกล่อมเจ้ามะกอกนอน ไม่เคยอุ้มเห่ให้เค้านอน อาบน้ำเสร็จ อ่านหนังสือ และดื่มนมเสร็จ แม่หนิงจะร้องเพลงกล่อมให้เค้ารู้ว่าถึงเวลานอนแล้วน่ะ kiss good night วางเค้าลงนอนในขณะที่ยังรู้สึกตัวตื่นอยู่กับเจ้าหมีและจุกนมปลอม โดยมีเพลงจากแผ่น Baby Mozart เล่นไปเรื่อยๆ เจ้ามะกอกจะหลับได้ด้วยตัวของเค้าเอง


ที่นี้เมื่อเจ้ามะกอกอายุได้ 9 เดือนกว่า เค้าเริ่มติดแม่มากขึ้นแทบจะว่าแม่ไปไหนมะกอกคลานไปด้วย ตอนกลางวันก็ไม่ค่อยเท่าไร ไปไหนไปกัน เลยไม่มีปัญหา แต่ที่หนักคือเวลานอน จากที่เคยเป็นเด็กที่นอนง่ายมาก กลายเป็นแม่หนิงเดินออกจากห้องเมื่อไร พ่อมะกอกแงงงงงงง ขึ้นมาเมื่อนั้น

เพื่อนที่ไปคลาสภาษามือด้วยกันบอกว่า "ยูลองใช้วิธี 5 นาทีสิ ได้ผลน่ะ"

วิธีคือ เมื่อแม่หนิงออกจากห้องแล้วเค้าร้อง จะกลับไปดูว่า สาเหตุที่ร้องคืออะไร เค้าเจ็บ ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า แต่ถ้าสาเหตุคือเจ้ามะกอกต้องการให้แม่อยู่ในห้องจนกว่าเค้าจะหลับ แม่หนิงจะวางมือบนตัวเค้า (ไม่อุ้มขึ้นมาน่ะค่ะ) ทำเสียง "ชูว์ ชูว์" ยาวๆ ปลอบให้เค้าหยุดร้อง เมื่อเค้าหยุดถอยออกมา เซย์กู๊ดไนท์ แล้วก็ออกจากห้องไป ตอนแรกๆ เจ้ามะกอกจะร้องทันทีที่แม่ก้าวเท้าข้ามเส้นประตู แม่หนิงก็จับเวลา 5 นาที ถ้าเค้ายังร้องไห้อยู่ ก็จะกลับเข้าไปใหม่ ปลอบเค้าเหมือนเดิม เซย์กู๊ดไนท์ แล้วเดินออกมาเหมือนเดิม ครั้งแรก ๆที่ทำ แม่หนิงเดินเข้าเดินออกอยู่ 5 ครั้ง สุดท้ายเจ้ามะกอกก็หลับไปด้วยความเหนื่อย สงสารลูก แต่ก็ต้องทำ

ทำอย่างนี้อยู่นานพอสมควร แต่จำนวนเครั้งที่ต้องกลับเข้าไปจะลดลงเรื่อยๆ จนในที่สุดเค้าอาจจะร้องแค่ 1-2 นาที แล้วก็หยุดไปเอง (ร้องคือเสียงอย่างเดียวน่ะค่ะ ไม่มีน้ำตา ตอนแรกๆนั้นน้ำตาท่วมที่นอน คุณแม่ต้องใจแข็งนึดหนึ่ง )

ปัจจุบันเจ้ามะกอกอายุ 11 เดือนกว่า เค้ากลับไปเป็นเด็กนอนง่ายเหมือนเดิม มีบ้างบางวันที่ร้องหาแม่ (เสียงอย่างเดียว หน้างี้แห้งไม่มีน้ำตาสักหยด)

อย่างทีบอก แม่บางท่านอาจจะไม่ใจแข็งพอ หรือถ้าบางท่านพอใจที่จะกล่อมลูกนอนก็ไม่เป็นไรค่ะ ต่างคนต่างวิถีต่างความพอใจ ถ้าคุณแม่มีความสุขก็ทำต่อไปเถอะค่ะ แต่หากแม่ท่านไหนเหนื่อยที่จะต้องกล่อมลูกนอนทุกวัน ก็ลองวิธี 5 นาทีไปใช้ดูน่ะค่ะ หากคิดว่า 5 นาทีนานไป ให้เริ่มจาก 1 นาทีก่อนในการเดินออกจากห้องครั้งแรก แล้วเพิ่มเป็น 2 นาที 3 นาที 4 นาที และก็ 5 นาที (ไม่ควรเกิน 5 นาทีน่ะค่ะ ไม่งั้นคุณแม่อาจจะต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเพราะน้ำตาเจ้าหนูน้อย)

ที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามที่จะทำกับเด็ก อย่าเริ่มตอนเค้าไม่สบายน่ะค่ะ รอให้หายก่อนแล้วค่อยเริ่ม และเมื่อเริ่มแล้วคุณแม่ต้องใจแข็งทำต่อไปให้จบ แรกๆอาจจะเหนื่อยหน่อย (อาจจะเหนื่อยมากกว่ากล่อมเค้านอนเสียเอง) แล้วเด็กเค้าจะเรียนรู้เองค่ะ แต่ถ้าคุณแม่ใจไม่แข็งทำบ้าง ไม่ทำบ้าง เด็กเค้าจะสับสน เดี๋ยวแม่มา เดี๋ยวแม่ไม่มา

เพราะฉะนั้นก่อนเริ่ม ต้องถามตัวเองก่อนว่าพร้อมมั้ย คุยกับสามีด้วยน่ะค่ะ เดี๋ยวเค้าจะไม่เข้าใจ

แม่หนิงก็ให้โชคดีค่ะ




 

Create Date : 28 เมษายน 2551   
Last Update : 28 เมษายน 2551 2:53:06 น.   
Counter : 358 Pageviews.  

นมแม่ VS นมขวด

แม่หนิงตั้งใจไว้ตั้งแต่ท้องว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แบกท้องใหญ่ๆไปเข้าคลาสเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทฤษฏีเต็มเพียบ ปรากฏว่าให้นมเจ้ามะกอกได้แค่ 3 สัปดาห์ก็ต้องเซย์บายบาย ทั้งนี้เป็นเพราะหัวนมแตก แม่บางท่านหัวนมแตกเป็นเลือดแต่ก็ยังอดทนให้นมลูก แม่หนิงก็ขอยกย่อง

จริงๆแล้วหัวนมเจ็บมาตั้งแต่เริ่มให้นมวันแรก แล้วก็ทนมาเรื่อยๆ แตกมาเรื่อยๆ จนถึงวันที่ร้องไห้ขณะเจ้ามะกอกดูดนมเพราะเจ็บเกินทน เจ้ามะกอกตกใจไม่รู้ว่าแม่เป็นอะไร หยุดดูดนมแล้วก็ไม่ดูดต่ออีกเลย สามีทนไม่ได้เลยบอกว่า "หยุดเถอะหนิง ถ้ายูไม่แฮปปี้น่ะ ลูกเค้าก็รู้สึกได้ว่ายูไม่แฮปปี้" เพราะฉะนั้นแม่หนิงขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ทุกท่านที่ไม่สามารถให้นมลูกได้ หรือตัดสินใจที่จะใช้นมขวดตั้งแต่ต้น ทางเลือกเป็นของคุณอย่าให้ใครมาพูดว่าติเตียน แม่หนิงบอกตัวเองตลอดว่า happy mums produce happy babies ขอเพียงแต่คุณโอบกอดเค้าเวลาให้นมเหมือนที่คุณต้องอุ้มเค้าถ้าให้นมแม่ อย่าได้ถือว่าเป็นนมขวดแล้วจะทิ้งให้เค้าดูดนมเดียวดาย ระวังน่ะค่ะ เด็กจะรักขวดนมมากกว่าแม่

ที่จะเล่าคือความผิดพลาดของตัวเอง เพื่อที่แม่มือใหม่ท่านอื่นๆจะได้เตรียมตัวได้พร้อมกว่าแม่หนิงในเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

ตอนไปเข้าคลาสแม่หนิงมัวแต่ให้ความสำคัญของ ปริมาณนมที่ควรให้ ใช้เวลาข้างละเท่าไร ให้นมมื้อละข้างหรือสองข้าง แต่ปัญหาที่พบจริงๆคือเรื่อง Latch on (ไม่ทราบว่าภาษาไทยเรียกอะไร ประมาณว่าท่าอุ้มให้นม หรือการครอบหัวนมมั้งค่ะ)

เพราะฉะนั้น แม่ท่านใดที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมตัวเอง ก่อนออกจากโรงพยาบาล ให้คุณพยาบาลสอนเรื่องท่าให้นม ท่าอุ้ม และการครอบหัวนมให้กระจ่างน่ะค่ะ เพราะสิ่งที่เรารู้ เราอ่าน พอเอาเข้าจริงๆ มันยากกว่าที่คิดมาก ตอนนั้นได้แต่คิดว่าสิ่งที่ควรทำเป็นโดยอัตโนมัติ เป็นเรื่องธรรมชาติ คงจะง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก แต่แล้วแม่หนิงก็ตกม้าตายทีหลัง

หากคุณยังมีความรู้สึกเจ็บตอนลูกดูดนม แสดงว่าท่าที่อุ้ม หรือการครอบหัวนมยังไม่ถูกต้อง หากให้นมต่อไปมีโอกาสที่จะหัวนมแตกได้ เพราะฉะนั้นถามผู้เชี่ยวชาญก่อนกลับบ้านน่ะค่ะ

ขอให้แม่มือใหม่ทุกท่านโชคดีและประสบความสำเร็จในการให้นมลูกกันทุกคนน่ะค่ะ ส่วนท่านใดที่ต้องใช้นมขวดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม ขอให้เข้มแข็งอย่าไหวตามคำติเตียนที่อาจได้ยินน่ะค่ะ

โชคดีค่ะ






 

Create Date : 27 เมษายน 2551   
Last Update : 27 เมษายน 2551 2:52:53 น.   
Counter : 286 Pageviews.  

Dummy ??

ขอประเดิมกลุ่ม TIPS การเลี้ยงเด็ก ด้วยหัวข้อเรื่อง Dummy หรือที่คนไทยเรียกว่า จุกนมปลอม

ที่อังกฤษการใช้dummy ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับ แม้จะมีการบ่นลับหลังพ่อแม่ว่าเด็กบางคนเดินได้ พูดได้แล้ว แต่ก็ยังติดดูด dummy อยู่ตลอด ล่าสุดมีผลการวิจัยออกมาว่าการให้เด็กดูดจุกนมปลอมตอนนอนอาจช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเกิด SIDS: Sudden Infant Death ได้
( //www.sids.org.uk/dummies-news.html

แต่เหตุผลหลักที่แม่หนิงเลือกใช้จุกนมปลอมก็คือ ตอนไปเข้าคลาสคลอดของ NCT เค้าบอกว่าเด็กที่เกิดจากพ่อหรือแม่ที่อมนิ้วนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะอมนิ้วตัวเองค่อนข้างสูงกว่าเด็กที่เกิดจากพ่อและแม่ที่ไม่เคยอมนิ้ว พ่อของเจ้ามะกอกอมนิ้วตัวเองจนโตเข้าโรงเรียน พอได้ยินอย่างนี้เข้ารีบหันมาบอกว่า "หนิง จุกนมปลอมโลด" เพราะว่าเค้ากลัวว่าเจ้ามะกอกจะฟันยื่นอย่างเค้า แม่หนิงเลยใช้จุกนมปลอมตั้งแต่เจ้ามะกอกอายุ 1 เดือน (ทั้งนี้เค้าแนะนำไม่ให้ใช้กับเด็กต่ำกว่า 1 เดือนที่แม่ให้นมด้วยตัวเอง แต่แม่หนิงให้นมเจ้ามะกอกได้แค่ 3 สัปดาห์ แล้วต้องพึ่งนมขวด เอาไว้หัวข้อต่อไปจะคุยเรื่องนมแม่น่ะ)

ใช้จุกนมปลอมอย่างไรไม่ให้เด็กติด

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าให้เลือกจุกนมปลอมคุณภาพดีหน่อยน่ะค่ะ ตัวพลาสติกไม่แข็งจนไปถลอกเพดานปากลูก และรูปร่างแบนๆ ยี่ห้อที่แม่หนิงเลือกคือ MAM (ไม่ทราบเมืองไทยมีขายรึเปล่า)

วิธีใช้คือ
1. ใช้เฉพาะเวลาที่เค้านอนเท่านั้น เด็กเล็กๆจะชอบดูดอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการ Sooth ตัวเอง ทำให้เค้าเพลินและหลับไปได้
2. ถ้าเค้าคายจุกนมปลอมหลุดออกมา คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องใจดี จับยัดเข้าไปใหม่น่ะค่ะ ถ้าเค้าไม่ร้องขอ แสดงว่าเค้าพอใจแล้วค่ะ
3. พอเค้าหลับ ถ้าเป็นไปได้ก็เอาออกน่ะค่ะ อันนี้ถ้าเป็นตอนกลางวันแม่หนิงจะทิ้งไว้เพราะเค้าหลับแค่ 2 ชม. แต่ถ้าตอนกลางคืนก็เอาออกค่ะ

แค่นี้เด็กก็จะไม่ติดจุกนมปลอมแล้วค่ะ






 

Create Date : 26 เมษายน 2551   
Last Update : 26 เมษายน 2551 2:56:45 น.   
Counter : 532 Pageviews.  

1  2  

crazywitch
Location :
London United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add crazywitch's blog to your web]