สมมุติสถาน - - - สมมุติว่าโลกและกุญแจดอกนั้นนี้มีจริง - - -



สมมุติสถาน Imagined landscapes
การแสดงงานศิลปะบนหน้ากระดาษ ของ ปราบดา
และ ความเรียงเรื่องศิลปะและทัศนศิลป์คัดสรร

หลายคนคงลืมเลือนไปแล้วว่าปราบดาร่ำเรียนมาทางด้านศิลปะ และเป็นการเรียนด้านศิลปะบริสุทธิ์ (fine Art ) ปราบดาบอกว่าหนังสือเล่มนี้เทียบได้กับการแสดงงานศิลปะบนหน้ากระดาษครั้งแรกของเขา

หนังสือเล่มนี้เป็นการรวบรวมความคิดและการรำลึก
ย้อนไปในวันเวลาที่เขายังร่ำเรียนศิลปะอยู่ที่เมืองนิวยอร์ค เป็นการย้อนทวนความเข้าใจในงานศิลปะและความชอบในตัวศิลปินตั้งแต่เขาเรียนอยู่ในระดับไฮสกูลมาจนถึงระดับมหาวิทยาลัย การเรียนทั้งสองที่ส่งผลต่อรสนิยมทางด้านศิลปะของเขามากพอสมควรทีเดียว

ปราบดาออกแบบแลนด์สเคปบนหน้ากระดาษแห่งนี้ออกเป็นแปดส่วน ส่วนที่สองของสมมติสถานแห่งนี้
เป็น สถานแห่งเส้น สี สมอง สัมผัส และที่อยู่ของดวงอาทิตย์ ส่วนนี้เป็นการเท้าความความสนใจทางด้านศิลปะตั้งแต่สมัยเด็ก ก่อนที่เขาจะรู้ว่าศิลปะคืออะไรถึงการเรียนศิลปะระดับไฮสกูล ไปจนถึงในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนนี้เต็มไปด้วยรายชื่อศิลปินและสกุลทางด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นมาร์เซ็ล ดูชองป์ ปิคาสโซ แอนดี้ วอร์โฮล กลุ่มดาดา กลุ่มฟลักซัส คอนสทรักติวิซึ่ม ฯลฯ ปราบดาได้อุทิศเนื้อหาส่วนท้ายของหนังสือทำเชิงอรรถ บอกรายละเอียดโดยย่อของงานและความคิดของศิลปินที่เขาเอ่ยอ้างไว้ เพื่อให้ผู้อ่านทำความเข้าใจงานและความคิดของศิลปินที่เขาเอ่ยถึงไว้ในส่วนนี้ ถ้าอ่านแล้วนึกไม่ออกว่าศิลปินเหล่านี้คือใคร มีผลงานแบบไหนโปรดพลิกหน้าเชิงอรรถซึ่งเป็นส่วนท้ายสุดของหนังสือเล่มนี้โดยพลัน

ส่วนที่สาม อย่าเดินลัดสถาน ถ้าส่วนแรกกล่าวถึงทัศนศิลป์ในเชิงศิลปะบริสุทธิ์ (Fine Art ) (ปราบดาไม่ชอบคำว่าศิลปะบริสุทธิ์นัก เขาพอใจที่จะใช้คำว่าศิลปะส่วนตัวมากกว่าคำว่าศิลปะบริสุทธิ์ ) ส่วนที่สาม อย่าเดินลัดสถานนี้ เขาตั้งใจพูดถึงงานและประสบการณ์ วิธีคิดการออกแบบสิ่งพิมพ์ (Graphic Design )ของเขา แถมด้วยประสบการณ์การฝึกงานสมัยที่ยังเป็นนักเรียนศิลปะอยู่ เขานำประสบการณ์ทั้งการฝึกงานกับบริษัทกราฟิคดีไซน์ขนาดใหญ่และบริษัทกราฟิคดีไซน์ขนาดล็กที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวมาเล่าให้ผู้อ่านฟังอย่างน่าสนใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปราบดาจะพึงใจกับการฝึกงานกับบริษัทไหน บทนี้ปราบดายังเชื่อว่าการทำงานสร้างสรรค์นั้นการสนใจศาสตร์หลายสาขายังมีความจำเป็นต่อการทำงานสร้างสรรค์ ตัวอย่างหนึ่งที่เขายกขึ้นมาสำหรับคนทำงานดีไซน์ในเมืองไทย น่าสนใจมาก ถ้าใครเข้าร้านหนังสือบ่อยๆ อ่านแล้วเห็นภาพตามได้เลย

... คนทำงานดีไซน์จำนวนมากแทบไม่สนใจเนื้อหาของงานที่ตนเองทำเอาเลย หากข้องแวะแต่กับ "รูปแบบชีวิต" ของการเป็นดีไซน์เนอร์ เช่นการแต่งเนื้อแต่งตัวแฟชั่นตามกระแสนิยม และวัตถุเก๋ไก่ต่าง ๆ ทุกๆ ครั้งที่ผมไปร้านขายหนังสือภาษาอังกฤษในกรุงเทพ ผมมักเห็นคนหนุ่มสาวรูปลักษณ์ล้ำสมัยยืนพลิกหนังสือดีไซน์จากเมืองนอก ดูก็รู้ว่าเขาและเธอต้องทำอาชีพเกี่ยวพันกับงานออกแบบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มิเช่นนั้นก็เป็นนักเรียนนักศึกษาผู้มีความสนใจจะก้าวไปในโลกด้านนี้ การขวนขวายศึกษางานของคนอื่นอยู่เสมอเป็นเรื่องดี แต่ที่ผมสงสัยคือพวกเขาไม่เคยคิดจะเดินผ่านชั้นหนังสือดีไซน์ไปแวะพลิกหนังสือวรรรกรรม หนังสือประวัติศาสตร์ หนังสือปรัชญา หรือหนังสือบนชั้นอื่นๆ บ้างเลยหรือ ไปกี่เที่ยวผมก็เห็นพวกเขาปักหลักอยู่ตรงนั้น และผลที่ตามมาคืองานของพวกเขาจะวนเวียนอยู่กับการ
ก็อปปี้สิ่งที่เห็นจากหนังสือเมืองนอก ปราศจากสาระอันเป็นตัวตนที่เกิดจากความสนใจอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ...
(หน้า 65 -66 )

ส่วนที่สี่ ห้า หก วาดล่น จัดแต่ง และเห็นเห็น นับเป็นการแสดงงานศิลปะะบนหน้ากระดาษ ปราบดำนำภาพวาดที่เขาวาดเล่น มาแสดงไว้ในหนังสือแห่งนี้ แต่บางชิ้นก็ดูไม่ค่อยเล่นมากนัก บางชิ้นเคยนำไปแสดงที่แกลเลอรี่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว จัดแต่งเป็นงานออกแบบปกหนังสือที่เขาเคยออกแบบให้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ พร้อมกับวิธีคิดที่เขามีต่อเนื้อหาหนังสือเหล่านั้น เห็นเห็นเป็นรูปถ่ายที่เขาเคยถ่ายเก็บไว้ (ปราบดาเคยแสดงงานภาพถ่ายมาแล้วหนึ่งครั้ง มีชื่องานว่า เท่าตาเห็น ) รูปถ่ายบางรูปของเขาโหดเอาเรื่องเหมือนกัน

ส่วนแรก สมมุติว่าโลกนี้มีจริงส่วนที่เจ็ด สมมุติว่ามีกุญแจ โดยส่วนตัวเห็นว่าหนังสือเล่มนี้มีส่วนสำคัญที่สุดอยู่ที่สองส่วนนี้ คือส่วนที่เป็นส่วนแรกกับส่วนที่เจ็ดของหนังสือเล่มนี้ ส่วนแรก สมมุติว่าโลกนี้มีจริง เป็นประตูเข้าสู่สมมุติถานของเขา ปราบดาตกลงกับผู้ที่จะเข้ามาเยือนสมมุติสถานของเขาไว้ในเบื้องแรกเลยว่า สิ่งที่เขาจะพูดถึงในหนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำของเขาที่มีต่องานศิลปะและทัศนศิลป์ แต่ความทรงจำที่เขาพูดถึงนั้นมันมีข้อแม้อยู่ว่า

...ความทรงจำเป็นสิ่งพิลึก มันเป็นสาระหล่อหลอมตัวตน พยายามยืนยันว่าเรามีอดีต ดังนั้นจึงมีปัจจุบัน และให้โอกาสหวังต่อไปถึงอนาคต
ในขณะเดียวกัน มันเป็นสาระที่เชื่อถือไม่ได้ เท่าใดนัก หลายครั้งหลายหนเรา"คัดสรร" ความทรงจำที่เราชอบ หรือ "เกลี้ยกล่อม" ตัวเองให้เชื่อและเลือกที่จะบันทึกไว้ในแบบที่เราพอใจ
ความทรงจำจึงไม่ใช่ไม่ใช่ความจริงเสมอไป
และในบางเวลา ความหมายของความทรงจำ น่าจะแปลว่า "การสมมุติ " ได้โดยตำรวจไม่จับ
(หน้าคำนำ )

ส่วนศิลปะนั้นปราบดาบอกว่า
... สำหรับผมศิลปะ มีคุญสมบัติเช่นเดียวกับ ความทรงจำและการสมมุติ การทำงานศิลปะจึง เป็นการ สร้าง"สมมุติสถาน" นั่นคือพื้นที่ร่วมระหว่างเวลา ความทรงจำ และความเรียบง่ายอันซับซ้อนของการเป็นคน
...(หน้าคำนำ)

เมื่อทั้งความทรงจำและงานศิลปะต่างก็เป็น สิ่งสมมุติ ปราบดาได้เตือนผู้ที่มาเยือนสมมุติสถานของเขาไว้ว่า ยังมีกุญแจอีกดอกหนึ่งไว้สำหรับไขตัวเองออกมาจากสมมุติสถานสู่โลกแห่งความเป็นจริง ส่วนที่เจ็ด สมมุติว่ามีกญแจ จึงเป็นส่วนสำคัญของหนังสือเล่มนี้อีกส่วนหนึ่ง
...สุดท้ายแล้วโลกธรรมดาภายนอกเป็นสถานที่งดงามมากกว่านัก กุญแจสู่โลกแห่งความจริง จึงเป็นสมบัติลำค่าสูงสุดสำหรับผู้มาเยือนสมมุติสถาน
และนั่น คือสิ่งที่ผู้มาเยือนทุกคนไม่มี
จนกว่าเขาและเธอจะเข้าใจประโยชน์ที่แท้ของสมมุติสถาน
(หน้าสุดท้าย )

ขอให้คุญเดินเข้า-ออกสมมุติสถานแห่งนี้ด้วยความเพลิดเพลิน หาประตูและกุญแจดอกนั้นให้เจอนะคะ

หนังสือเล่มนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปและที่นี่ค่ะ //www.typhoonbooks.com/frontdoor.htm

ปราบดาเคยมีผลงานเชิงความเรียง(ที่เขียนคนเดียว )
ที่น่าสนใจอีกหลายเล่ม

ภาพไม่นิ่ง ความเรียงเกี่ยวกับ
ภาพยนตร์ กำลังจะตีพิมพ์ซ้ำโดยสำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัดเร็วๆ นี้

กระทบไหล่เขา รวมความเรียงผสานจินตนาการจากนิตยสาร GM ที่เขามีต่อบุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดของเขา พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็น นักเขียน นักดนตรี ผู้กำกับ ศิลปิน คนวาดการ์ตูน พระเซ็นในนิกายมหายาน ฯลฯ

อย่าอ่านเลยก็แล้วกัน รวมความเรียงจากนิตยสาร OPEN

น้ำใส่กะโหลก รวมความเรียงจากนิตยสาร สุดสัปดาห์

ฯลฯ




Create Date : 03 เมษายน 2548
Last Update : 23 สิงหาคม 2557 19:40:37 น. 9 comments
Counter : 1065 Pageviews.  

 
เฉยๆกับนายคนนี้ครับ ไม่เคยอ่านงานของเขา

เนื้อความน่าสนใจดีครับ

อืม เหมือนกับกระบวนการการออกแบบเลย


โดย: underdog (พ่อน้องโจ ) วันที่: 4 เมษายน 2548 เวลา:2:10:24 น.  

 
ไปยืนดูมาเหมือนกัน แต่ยังไม่ได้พิจารณาเท่าไร เดี๋ยวแวะไปดูอีกทีดีกว่า
ขอบคุณคร้าบ----


โดย: หมูยอทอดกรอบ IP: 61.90.52.198 วันที่: 5 เมษายน 2548 เวลา:0:00:04 น.  

 
"การแสดงงานศิลปะบนหน้ากระดาษ.."
งานพวกนี้ไม่ค่อยถนัดด้วยสิครับ
แต่งานของปราบดาก็ตามอ่านเรื่อยๆ นะครับ
เท่าที่จะมีเวลา.. ชอบความคิดเขาน่ะครับ แปลกๆ แต่ก็มีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้คิดตาม :D


โดย: it ซียู วันที่: 6 เมษายน 2548 เวลา:4:49:53 น.  

 
โห คุณ it ซียู ตื่นเช้าจัง
เล่มนี้มีประเด็นให้คิดต่อได้เพียบค่ะ
อ้อ มีเรื่องฝึกงานและประสบการณ์การทำงานสั้นๆ หลังจบการศึกษาด้วยนะคะ

โค้ดจากสมมุติสถานหน้า 60 มาให้อ่าน
" ...ประสบการณ์การทำงานสั้นๆ หลังจบการศึกษา ทำให้ผมเข้าใจตัวเองว่า ระหว่างบริษัทใหญ่โตโก้หรูที่ผมต้องเป็นทาสนาฬิกา กับบ้านหลังเล็กๆ ผมสามารถตะเบ็งหัวเราะดังๆ ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร และสามารถลืมใส่นาฬิกาได้ในบางวัน ผมจะมีความสุขในบ้านมากกว่า แม้มันอาจหมายถึงการเสียโอกาสไต่เต้าขึ้นบนบันไดขั้นสูงก็ตาม
ปกติผมเป็นคนชอบลง ไม่ค่อยชอบขึ้น..."


โดย: grappa วันที่: 6 เมษายน 2548 เวลา:8:16:27 น.  

 
อ่า. อย่างงี้ต้องลองหามาอ่านบ้างแล้วครับ
น่าสนๆ

ป.ล. ไม่ได้ตื่นเช้าเลยครับ เพราะเมื่อวานกลับบ้านแล้วก็หลับเลย ตั้งแต่หกโมงยันตีสาม 555


โดย: it ซียู วันที่: 6 เมษายน 2548 เวลา:16:20:01 น.  

 
ชอบความคิดในงานเขียนมากกว่างานออกแบบล่ะ
ส่วนใหญ่จะดูจากงานออกแบบปก (ซึ่งบางทีก็ดี บางทีก็รู้สึก
ว่าคุณพี่คุ่นไม่มีเวลาหรือเปล่า แต่นั่นแหละ ศิลปะเป็นเรื่องของ
การมอง)

ถ้าเป็นหนังสือจะชอบอ่านความเรียงอย่าง ความน่าจะเป็นบนเส้นขนาน
มากกว่า หนังสือที่พี่เล่าข้างบน เห็นนานแล้ว ว่าจะซื้อเหมือนกัน
แต่ยังไม่มีเวลาอ่าน เลยเอาไว้ก่อน

จริงๆจะบอกว่าปราบดา หยุ่น เท่ห์ดี ในแง่ของการดำเนินชีวิต
อย่างเป็นอย่างนี้บ้างอ่ะ


โดย: gata วันที่: 17 มิถุนายน 2548 เวลา:18:14:12 น.  

 


โดย: wbj วันที่: 27 กรกฎาคม 2548 เวลา:15:17:34 น.  

 
ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีโอกาศได้เรียนศิลปะอย่างแท้จริง แต่ผมก็ชอบอ่านชอบค้นคว้าศิลปะ อาจพราะผมอยากให้เป็นไปตามที่คนเขากล่าวว่าการดำเนินชีวิตต้องมีอย่างศิลปะ ฉะนั้นศิลปะในแบบของผมจึงไม่สามารถถ่สยทอดให้คนอื่นรู้ได้แต่เป็นศิลปะที่มีอยู่ในใจโดยไม่มีการถ่ายทอด


โดย: วันดีๆ IP: 202.28.109.17 วันที่: 16 สิงหาคม 2549 เวลา:9:34:25 น.  

 
ผมมีคำถามจะถามอ่ะครับ....
คือว่าศิลปะบริสุทธิ์มันคืออะไรหรอครับและศิลปะไม่บริสุทธิ์มันคืออะไร......แล้วทั้งสองอย่างนี้มันแตกต่างกันอย่างไรหรอครับ.....

ช่วยตอบด้วยนะครับ........_ขอบคุณคับ


โดย: ??? IP: 58.8.107.118 วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:22:27:11 น.  

grappa
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




New Comments
[Add grappa's blog to your web]