Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
4 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 

สุขภาวะ........สร้างได้

ส่งบทความเข้าประกวด สุขภาวะ...สร้างได้ แต่ไม่ได้รางวัลอะไรเลย
เฮ้ออออออ

เลยเอามาฝากชาวบล็อคดีกว่า เผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างนะครับ




สุขภาวะ....สร้างได้

ถ้าเอ่ยถึงคำว่าสุขภาวะ คนรุ่นเก่าอย่างผมคงต้องวิ่งไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วละครับว่าหมายถึงอะไร เพราะตอนที่ผมเรียนในโรงเรียนสมัยนั้นก็ยังไม่มีการสอนเรื่องนี้กันเลย หลังจากค้นข้อมูลอยู่พักใหญ่ก็ได้ความว่า สุขภาวะ เป็นสุขภาพที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันทั้งเรื่องของร่างกาย จิตใจ สังคม และปัญญา จึงเป็นขอบข่ายที่กว้างไปกว่าการมีสุขภาพดีเพียงอย่างเดียว เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องกันเพื่อทำให้มีสุขภาพดีถ้วนหน้า และเกิดสุขภาวะทั่วทั้งสังคม

อันที่จริงคนรุ่นผม จะว่าไปแล้วก็ครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างสูงวัยกับวัยผู้ใหญ่ จะว่าแก่ก็ไม่เชิงเพราะอายุเริ่มจะเข้าเลข 4 เองนะครับ นี่ถ้าใครมาเรียกน้องละก็ รักตายเลย คนเรานี่ก็แปลกนะครับ พอเด็กก็อยากโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะเวลาเด็กๆ ทำอะไร อยากรู้อะไร ก็มักจะโดนผู้ใหญ่ตะเพิดกลับมาว่า...อย่ามายุ่ง เรื่องของผู้ใหญ่เค้า... ครั้นเวลาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็มานั่งย้อนคิดว่าอยากจะไปเป็นเด็กอีกครั้ง วันเวลามันชั่งสดใส มองอะไรก็สนุกสนานไปหมด ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เรียนๆ เล่นๆ ไปวันๆ แต่ครั้นผมจะมานั่งคร่ำครวญอะไรมากมาย ก็หาได้ทำให้อายุผมลดลงไปสัก 10 ปีก็หาไม่ วันเวลาชั่งผ่านไปรวดเร็วเสียนี่กระไร ในช่วงที่ผมเกิดคือปี พ.ศ. 2510 เป็นปีที่เรียกว่าเบบี้ บูม คือ มีเด็กๆ เกิดกันทั่วประเทศมากมาย นั่นหมายความว่า ถ้าเด็กเหล่านั้นยังไม่ล้มหายตายจากไปมากแล้วละก็ ณ เวลานี้ก็มีคนรุ่นราวคราวเดียวกับผมไม่น้อยเลยทีเดียว หรือกล่าวได้ว่า ไทยเราเริ่มเข้าสู่ยุคของคนสูงอายุมากกว่าคนช่วงวัยรุ่นแล้ว พูดถึงอายุใจหายเหมือนกันครับว่า หลักสี่มาเยือนแล้ว สิ่งที่ตามมาติดๆ คือการเสื่อมของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวเริ่มเหี่ยว ยาน ผมเริ่มบาง รอยตีนกาถามหา แถมบางคนยังมีพุงน้อยๆ ป่องออกมาอีกด้วย ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่ยังไม่สายเกินไปและตั้งหลักได้เมื่อตอนอายุ 39 ปี อยากทราบไหมครับว่า ผมทำอะไรกับร่างกายของผมบ้าง ผมคิดว่า ถ้าคนรุ่นผมได้นำวิธีของผมไปใช้บ้างละก็ คงก่อให้เกิดสุขภาวะในชีวิตประจำวันได้มากทีเดียว และยังช่วยประหยัดงบประมาณของชาติ ในการรักษาดูแลสุขภาพของคนสูงอายุได้อีกมากโข เอาเป็นว่า สุขภาพกาย ใจ และกล้ามเนื้อของผมตอนนี้ เด็กวัยรุ่นก็วัยรุ่นเถอะครับ มาถอดเสื้อวัดกันตัวต่อตัวก็กินผมไม่ลงแล้วกันครับ แล้วอะไรล่ะครับ ที่จุดประกายทำให้ผมฟิตและเฟิร์มได้ขนาดนี้............

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเศรษฐกิจไทยตกสะเก็ด ผมก็อินเทรนด์กับคนอื่นด้วยเหมือนกัน คือ ตกงาน ไม่ต้องกล่าวถึงสภาพจิตใจเลยละครับ ว่าย่ำแย่ขนาดไหน คำว่าสุขภาพแทบไม่อยู่ในสมองของผมเลย เอาเป็นว่า จะเอาชีวิตรอดไปวันๆ ได้อย่างไรจะดีกว่า เพราะมนุษย์เงินเดือนแบบผม ถ้าหมดงานก็หมดเงิน แถมยังพกพาหนี้จากบัตรเครดิตอีกมากมายให้มานั่งเวียนศีรษะเล่น นี่ขนาดว่าผมเป็นคนที่ไม่สูบ ไม่ดื่ม ไม่เที่ยว ไม่เล่นการพนันเลยนะครับ แต่ก็ยังติดบ่วงของหนี้อยู่ดี แล้วยิ่งตกงานตอนอายุใกล้ๆ 40 ด้วยแล้ว หางานใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย นอกจากจะคิดทำธุรกิจอะไรเป็นของตนเอง แต่ปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา ไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้ผมท้อแท้หรือโทษโชคชะตา จนทำให้ฆ่าตัวตายไปหรอกครับ เสียใจครับ ลูกผู้ชายอย่างผมล้มได้ก็ต้องลุกได้เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่มีงานประจำทำเป็นเรื่องเป็นราว แต่ผมก็มีรายได้เล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับสินค้าสุขภาพแนะนำให้คนอื่นบ้าง แม้จะไม่มากอะไรแต่การมีชีวิตอย่างพอเพียงตามพระกระแสดำรัสของพ่อหลวง ก็ทำให้ผมอยู่รอดมาได้ ประกอบกับหลักการของศาสนาที่ผมนับถืออยู่ ก็สอนไว้ว่า....พระเจ้า จะอยู่เคียงข้างผู้ที่อดทน.... ทุกอย่างอาจเป็นการทดสอบจากเบื้องบนก็เป็นได้


ผมต้องเข้มแข็งเป็นสิ่งที่ผมบอกตัวเองอยู่เสมอ หลังจากตั้งหลักได้แล้ว ผมเริ่มคิดว่า อย่างไรก็ตามชีวิตที่สมบูรณ์ต้องอยู่บนร่างกายที่แข็งแรง ถ้าผมตกงานแล้วร่างกายยังคงแข็งแรง ก็ยังมีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้เร็ว แต่ถ้าผมได้งานแล้วทำงานๆๆ จนได้เงินมามากมายนับ 10 ล้าน แต่มาพบว่าตัวเองเป็นโรคมากมาย ตั้งแต่ ความดันโลหิตสูง หัวใจ อ้วน เบาหวาน และตบท้ายด้วยมะเร็ง เงิน 10 ล้านที่หามาได้ ก็คงหมดไปกับการรักษาตัวเอง ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เงินจะหมดก่อนหรือผมจะตายไปก่อน คิดได้ดังนั้นแล้ว ผมจึงแอบทันสมัยเข้าไปค้นข้อมูลในอินเตอร์เน็ตอีกรอบ ว่ามีวิธีใดจะทำให้คนวัยเกือบ 40 ปีอย่างผมมีอายุอยู่ยืนยาวและแข็งแรง ประกอบกับความรู้เดิมที่ผมสะสมไว้ เพราะเป็นคนที่ชอบหาความรู้เรื่องสุขภาพอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้ผมพบว่า มีกีฬาอยู่ชนิดหนึ่งซึ่งไม่กำหนดอายุของผู้เล่น และยังมีประสิทธิภาพทั้งต่อกล้ามเนื้อ หัวใจ และสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญ มันทำให้ผมเหมือนย้อนอายุตัวเองกลับไปแข็งแรงเหมือนในวัยรุ่นได้อีกครั้ง ผมจึงไม่ลังเลใจที่จะทุ่มเทกายใจเพื่อศึกษาศาสตร์ของกีฬาชนิดนี้เลย.....ทราบหรือไม่ครับ ว่าคือกีฬาอะไร......



กีฬาที่ว่าก็คือ การเพาะกาย หรือการยกน้ำหนักนั่นเอง หลายท่านอาจยี้หน้าและคิดว่า น่ากลัวจัง เมื่อนึกถึงภาพคนตัวโตๆ ใหญ่ๆ กล้ามเหมือนปู เดินแขนขากางๆ เช่นเดียวกับความคิดของผมต่อกีฬาชนิดนี้ในช่วงแรก แต่เมื่อผมได้เริ่มศึกษาก็พบว่า ภาพที่เราวาดไว้ในใจเดิมๆ นั่นคือภาพของนักเพาะกายมืออาชีพ และใช้เวลาในการเพาะบ่มสร้างกล้ามเนื้อขั้นต่ำ 3-5 ปีด้วยวินัยที่เคร่งครัดกว่าจะได้กล้ามเนื้อใหญ่สมใจขนาดนั้น ลำพังอย่างเราไปยกนิดๆ หน่อยๆ 10 ปีกล้ามก็ไม่ขึ้นครับ อย่าว่าแต่กลัวว่าจะใหญ่เลย ต่อมาผมจึงลองวาดภาพในใจเป็นผู้ชายหุ่นนายแบบ มีกล้ามสมส่วนพองาม อกผาย ไหล่ผึ่ง กล้ามท้อง 6 แพ็ค ลองนึกถึงเวลาใส่ชุดว่ายน้ำเดินอยู่ริมสระสิครับ ว่าจะน่าภาคภูมิใจขนาดไหน หรือคุณผู้หญิงที่เล่นกล้ามลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าคุณอายุ 40 แล้ว แต่เนื้อหนังยังตึงเปรี๊ยะ กางแขนแล้วไม่มีส่วนใดห้อย หน้าอกไม่คล้อยต่ำ แถมกระชับกว่าวัยสาว ๆ หน้าท้องแบนราบแบบ อังคณา ทิมดี คุณจะมีความสุขประมาณไหน สาวๆ รุ่นๆ ก็คงแอบอิจฉาคุณกันเป็นทิวแถว ที่ผมพูดนี่ ไม่ใช่เรื่องเกินความจริงเลยครับ การเล่นกล้ามสามารถสร้างให้คุณเป็นเช่นนั้นได้ แถมผลพลอยได้ยังทำให้คุณหน้าเด็กลงโดยไม่ต้องไปทำศัลยกรรม ถ้าทราบเช่นนี้แล้ว ผมคิดว่าคนไม่น้อยเลยจะหันมาออกกำลังกายด้วยวิธีเล่นกล้าม เอาเป็นว่า ผมได้ลองแล้วว่าขนาดอายุ 41 ปีแบบผมยังเรียกได้ว่าหุ่นเฟิร์มไม่แพ้วัยรุ่นเลยละครับ การเล่นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร แถมทำให้จิตใจสบาย นอนหลับลึก ยิ่งตอนนี้ผมยกน้ำหนักควบคู่กับการเล่นโยคะร้อนด้วย เป็นการสลายหรือเบิร์นไขมันที่สะสมในร่างกายได้ดีที่สุดเลยละครับ แล้วผมจึงได้พบว่า ความสุขแห่งการมีสุขภาวะที่ดีของผมได้เริ่มขึ้นแล้วละครับ

ตามทฤษฏีแล้ว กล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น จึงเผาผลาญไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ออกมา คนที่เล่นกล้ามจึงลดน้ำหนักได้เร็วกว่าคนที่มุ่งลดน้ำหนักโดยการวิ่งหรือ
อดอาหารเพียงอย่างเดียว และยังไม่กลับมาอ้วนอีกถ้ามีการทำที่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพราะการวิ่ง ร่างกายจะมีการเผาผลาญพลังงานในขณะวิ่งก็จริงอยู่ แต่เมื่อหยุดวิ่งคือ หยุดการเผาผลาญ แต่สำหรับการเล่นกล้ามแล้ว เมื่อหยุดยกน้ำหนัก ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานต่อไปอีก 36 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนที่มีกล้ามเนื้อมาก ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานมากตามไปด้วย นี่คือความจริงที่บางท่านไม่เคยทราบ สำหรับตัวผมแล้ว โรคภูมิแพ้ก็หายไป โรคลิ้นหัวใจรั่วสมัยเด็กๆ ก็ไม่มีอาการใดๆ เลย รูปร่างสมส่วน มีกล้ามเนื้ออก หลัง ไหล่ แขน ท้องและขาสวยงาม การเล่นกีฬาชนิดนี้ช่วยผมได้มากทีเดียวครับ เวลาที่ร่างกายเหนื่อยเต็มที่ ก็จะรู้สึกสบายเพราะมีฮอร์โมนเอ็นโดรฟินหลั่งออกมา ลำพังวัยอย่างผม จะให้ไปวิ่งรอบสนามฟุตบอลเป็น 10 รอบเหมือนกับวัยรุ่น ข้อเข่าคงเสื่อมไปก่อนจะแข็งแรงเป็นแน่แท้ ผมจึงใช้การเดินเร็วๆ ในช่วงเช้าๆ หลังตื่นนอน และการดื่มน้ำสะอาดวันละ 3-4 ลิตร ประกอบกับการเล่นกล้ามอาทิตย์ละ 3-4 วัน วันละ 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของผมดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น

ผมคิดว่า ผมได้ทำหน้าที่รักตัวเองได้ดีที่สุดเท่าที่ความสามารถของผมจะทำได้แล้วละครับ ต่อไปถ้าปัญหาภายภาคหน้าจะมาอย่างไร ผมได้เตรียมร่างกายและจิตใจที่มีสุขภาวะดีๆ ไว้พร้อมแล้ว จะเหลือก็เพียงแต่ว่า จะมีใครเชื่อแนวคิด แนวปฏิบัติที่ผมทำมาแล้วบ้าง ถ้าหากแนวคิดออกกำลังกายแบบผมกระจายไปยังหมู่เพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน ก็คงเป็นบุญกุศลให้ผมมิใช่น้อย ผมรักกีฬาชนิดนี้มาก เพราะอะไรทราบหรือไม่ครับ เพราะมันเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ผมสามารถควบคุมและสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยใจและความอดทน ไม่เหมือนกับการงาน โชคชะตา หรือความรัก ที่ผมไม่สามารถควบคุมมันได้


นอกจากนี้การเล่นกล้ามทำให้ผมแข็งแรง ไม่มีใครสามารถแย่งร่างกายที่แข็งแรงไปจากผมได้ หรือใครจะมาขอซื้อก็ไม่ได้ต้องสร้างกันขึ้นมาเอง ผมอยากให้ทุกท่านลองทำดูครับ แล้ววัยรุ่นทั้งหลายก็จะมาดูถูกสุขภาพของคนวัย 40 อย่างเราไม่ได้เลย อีกประการหนึ่ง กีฬาชนิดนี้จะเริ่มต้นตอนอายุเท่าไรก็ได้ไม่กำหนด แต่อย่ารอจนคุณหมดแรงยกลูกเหล็กเลยครับ ถ้าตัดสินใจมีสุขภาวะที่ดีแล้วก็เริ่มเสียแต่วันนี้เลย ลองคิดดูสิครับ ว่าใครจะรักและเป็นห่วงตัวเราเท่าตัวเราเอง อย่างน้อย คนตกงานอย่างผมก็ได้ช่วยประเทศชาติให้ไม่ต้องมาเสียเงินรักษาสุขภาพของผม จะว่าไปแล้ว สุขภาพของผมตอนนี้แข็งแรงกว่าตอนวัยรุ่นเสียด้วยซ้ำไป ยิ่งตอนนี้ถ้าเด็กๆ มาเรียกผมว่าลุงแล้วละก็ ผมจะสวนกลับไปว่า ถ้าน้องวิดพื้นได้ไม่ถึงวันละ 200 ครั้งแล้วก็อย่ามาเรียกผมว่าลุงเป็นอันขาด ขอร้องละ .......นี่ละครับ ความภูมิใจของคนวัย 40 แต่ใจ 25 ที่เดินทางมาถึงจุดๆ หนึ่งที่กล้าบอกได้เต็มปากว่า...........สุขภาวะ สร้างได้จริงๆ และผมก็ได้ลองทำด้วยวิธีของผมจนสำเร็จแล้ว......คุณล่ะครับ....จะเป็นคนแข็งแรงคนต่อไปถัดจากผมไหมครับ?




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2551
1 comments
Last Update : 11 ตุลาคม 2551 11:38:38 น.
Counter : 1975 Pageviews.

 

แหม




แต่ละรูป


เซฟมาให้มั่งดิวะ
อิอิ

 

โดย: สันดานเสีย 29 กรกฎาคม 2552 13:16:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


วินยิม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็เป็นแค่ชายกลางคนคนหนึ่ง...ที่แอบซึ้งเกินใจจะใฝ่หา....มองหารักเรื่อยไปไร้เวลา.....เมื่อใดหนารักแท้จะได้เจอ....เคยแอบคิดแอบรักแอบใฝ่ฝัน.....ว่าคืนวันจะสุขแม้ยามเผลอ....แต่คืนวันก็ทำร้ายให้ละเมอ....โอ้ละเหนอหัวใจของชายกลาง
Friends' blogs
[Add วินยิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.