Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
15 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
ทำไมมุสลิมต้องถือศีลอด

การถือศีลอด มาจากภษาอาหรับว่าอัศ-เศามุ หรือ อัศ-ศิยามุ ซึ่งหมายความว่า การงด การละเว้นอดกลั้น แต่ความหมายทางศาสนาอิสลาม คือ การงดเว้นจากการเสพเมถุน การกิน การดื่ม การร่วมประเวณี รวมทั้งการอดกลั้น จากการกระทำความชั่วทุกชนิด แม้แต่นึกคิดก็ไม่ได้ ดังนั้นการถือศีลอดจึงไม่เป็นเพียงแต่ การอดน้ำ การอดอาหาร และเครื่องดื่มเท่านั้น แต่รวมไปถึงการวางระบบควบคุมตนเองให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายทั้งหลายด้วย

การถือศีลอดก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายอย่างไร คำถามนี้จะมีผู้อยากทราบว่า การถือศีลอดให้อะไรกับเราบ้าง ทำไมเราต้องถือศีลอด อดข้าว อดน้ำ กันทั้งวันจะไหวหรือ คนที่เจ็บป่วยอยู่แล้วจะไม่ป่วยหนักไปอีกหรือ

การถือศีลอดก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อร่างกายอย่างไร คำตอบก็คือ ในขณะที่เราเริ่มถือศีลอดนั้น ร่างกายจะเริ่ม มีปฏิกิริยาต่อการถือศีลอด เป็น 4 ระยะด้วยกันคือ

ระยะที่หนึ่งเป็นระยะการถือศีลอดได้ไปประมาณ 3-6 ชั่วโมง จะรู้สึกว่าหิวเพราะน้ำตาลในเลือดถูกใช้ไป ระดับน้ำตาลในเลือดจึงลดต่ำลง

ระยะที่สอง เป็นระยะเวลาที่ผ่านไปแล้วนาน 6-12 ชั่วโมง ช่วงนี้ร่างกายใช้ระดับพลังงานน้ำตาลหมดลงแล้วจึงหันไปใช้แหล่งพลังงาน น้ำตาลอื่นทดแทน พลังงานอื่นที่เอามาทดแทนน้ำตาลที่ใช้หมดไปคือ "ไกลโคเจน" (glycogen) ซึ่งสารนี้เคยถูกสะสมไว้อยู่ในตับ และกล้ามเนื้อ และตามเนื้อเยื้อต่างๆ มาใช้อีกด้วย

ระยะที่สามเป็นระยะเวลาที่อดอาหารผ่านไปแล้ว 12 ถึง 24 ชั่วโมง ช่วงนี้เป็นระยะเวลาที่ร่างกายใช้พลังงานจากไขมันมากขึ้น โดยจะย่อยสลายไขมันมากขึ้น จึงทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นกรด เมื่อไขมันถูกสลายไป จะทำให้สารพิษส่วนใหญ่ซึ่งเกาะอยู่กับเซลล์ไขมัน ล่องลอยออกมาอยู่ในน้ำเลือดและสารพิษอีกส่วนหนึ่งเข้าไปเกาะอยู่กับเยื่อเมือกต่างๆ ล้วนรอการกำจัดออกไปทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และทางอื่นๆ ในช่วงนี้อาจจะมีโรคประจำตัวเกิดขึ้นได้ เช่น คันตามตัว เป็นลมพิษ เป็นต้น ระยะที่สี่เป็นระยะของการอดอาหารนาน 24-48 ชั่วโมง ซึ่งในช่วงนี้ร่างกาย เริ่มดีขึ้น สดชื่นขึ้น กระปรี้กระเปร่า ตัวเบาสบาย อารมณ์แจ่มใส หัวคิดดี สมองดี โรคที่เคยเป็นอยู่เดิมจะมีอาการเบาบางลงไปมาก มีหลายๆ คนน้ำหนักตัวลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ระยะเวลาขอลการถือศีลอดของมุสลิมนั้นเราถือศีลอดกันไม่นาน 24 ชั่วโมง เราเพียงอดอาหารและงดดื่มน้ำจริงๆ เพียงเวลาประมาณ 13 ชั่วโมง โดยแล้วแต่ฤดูกาล แต่เราถือศีลอดติดต่อกันทุกวันนาน 29 ถึง 30 วัน

ในช่วงเดือนรอมดอน จึงเป็นระยะเวลาที่ทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริงเป็นการพักผ่อนการย่อยอาหารตามปรกติ และยังได้ย่อยสลายสารไขมันอันไม่พึงประสงค์ตามที่ต่างๆ ออกไปด้วย จึงได้เป็นเจ้าของสุขภาพใหม่ ทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นมากหลังจากการอดอาหารรักษาโรคปีละหนึ่งครั้ง โรคที่ถูกรักษานั้นไม่เพียงแต่จะเป็นโรคทางกายเท่านั้น แต่เป็นการรักษาโรคทางใจอีกด้วย

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการถือศีลอดนั้นมีอยู่มากทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ทางด้านร่างกายนั้น การถือศีลอดนับว่าเป็นการรักษาสุขภาพตามธรรมชาติ ไม่มีผลร้ายข้างเคียงเหมือนกับการรักษาด้วยวิธีการใช้ยา การถือศีลอดช่วยขจัดโรคหรือทำให้โรคต่างๆ หายหรือมีอาการดีขึ้น เช่นโรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหอบหืดและลมพิษ โรคไขข้ออักเสบ โรคข้ออักเสบรูมะตอยด์ บวมตามข้อมือข้อเท้า เส้นเลือดขอด โรคอ้วน โรคเบาหวาน อาการท้องผูกเรื้อรัง โรคไต โรคตับ เป็นต้น

ในขณะที่ร่างกายขจัดสารพิษออกไป จะขจัดโรคต่างๆ มีอาการเบาบางลง ในเดือนแห่งการถือศีลอดนี้ได้มีการขจัดสารพิษออกไปกับสติปัญญาด้วยเช่นกัน เพราะในช่วงนี้ได้มีการศึกษาคู่มือชีวิต คือพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอ่านเป็นตำราคู่เคียงชีวิตของมนุษย์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ในช่วงเดือนนี้จึงต้องพยายามศึกษาคู่มือ (อัล-กุรอ่าน) ให้มากที่สุด เพื่อป้องกันและขจัดสารพิษที่จะก่อตัวและเกาะติดกับสติปัญญาของมนุษย์ทำให้เกิดโรคทางสติปัญญา นั้นคือโรคแห่งการปฏิเสธความศรัทธา ความมุ่งมั่นไปสู่พระเจ้าองค์เดียวกันคือ อัลลอฮ์ (ซ.บ.)

การถือศีลอดเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่ทำให้มนุษย์ได้ฝึกการปฏิบัติให้รู้สึกว่ามีความรักและความปรารถนาดี ความเอื้ออาทรต่อคน ในช่วงขณะที่มีการถือศีลอดอยู่นั้น ร่างกายได้หลั่งสารแห่งความรักและความรู้สึกที่ดีจากต่อมในร่างกายออกมาหลายชนิด เป็น "สารสุข" ทำให้มีความสุข ลดความเครียด ลดความวิตกกังวล สารเหล่านั้นจะหาได้ยากยิ่งในช่วงเวลาที่ไม่ได้ถือศีลอด นับเป็นโชคดีสำหรับผู้ปฏิบัติการถือศีลอดในเดือนรอมดอนปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะเป็นจุดกระตุ้นแห่งการหลั่ง "สารสุข" ตลอดกาลแห่งชีวิต

ในช่วงเดือนถือศีลอดนั้น ทุกคนมีจิตใจที่สบาย มีสมาธิ อารมณ์เย็น จิตใจดี สมองโปร่งใส คืออธิบายตามหลักการแพทย์แล้ว กล่าวได้ว่ามีการหลั่งของฮอร์โมน "อดรินาลิน" ( adrenalin ) จากต่อมหมวกไตน้อยลง

วงการแพทย์ทราบว่าฮอร์โมนตัวนี้เมื่อหลั่งออกมาจากหมวกไต จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว หัวใจจะทำให้เต้นแรงกว่าปรกติ และทำให้ความดันเลือดสูง นักวิทยาศาสตร์ได้พยายามคิดค้นตัวยาเพื่อนำมารักษาความดันเลือดที่สูงให้กลับลงมาเป็นปรกติ ยาขนาดหนึ่งที่มักนำมาใช้บ่อยก็คือ ยาประเภทลดระดับของฮอร์โมนตัวนี้ คนที่ถือศีลอดได้ใช้เวลาในการบำเพ็ญศีลอดอาหารตามกำหนด จึงเป็นวิธีทางธรรมชาติที่สามารถลดฮอร์โมนอะดรินาลีนจากต่อมหมวกไต ให้ออกมาน้อยลง การถือศีลอดยังช่วยให้มีการหลั่งสารแห่งความรักคือ "ทีโอโบรมีน" (theobromine) และ "เฟนิลเอทิลามิน" ( phenylcthylaminc) ออกจากสมองด้วย ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้พบในสมองของคนในขณะที่มีความรัก

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพื่อลดน้ำหนัก ช่วยส่งเสริมสุขภาพอย่างแข็งแรง กระปรี้กระเปร่าขึ้น นอกจากนั้นการออกกำลังกายยังช่วยทำให้อายุยืนขึ้นอีกด้วย

ในช่วงที่ถือศีลอด นอกจากมุสลิมจะต้องทำละหมาดวันละ 5 ครั้งแล้ว ยังมีการปฏิบัติการละหมาดพิเศษ คือละหมาด "ตะรอเวี้ยะห์" ในช่วงเวลาค่ำคืนนับแต่ละหมาดเวลาอีซาเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการอ่าน พระมหาคัมภีร์อัล-กุรอ่านเป็นประจำทั้งในช่วงเวลากลางวัน และในช่วงเวลากลางคืนโดยมักจะใข้เวลาในการอ่านมากเป็นพิเศษกว่าเดือนอื่นๆ

อย่างไรก็ตามในขณะที่ปฏิบัติศาสนกิจนี้ จำเป็นที่ร่างกายจะต้องมีความสะอาด นั้นคือ จะต้องอาบน้ำละหมาดก่อนที่จะละหมาด ก่อนที่จะอ่านพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอ่าน การอาบน้ำละหมาดนั้นมีประโยชน์มาก เพราะมีผลในการขจัดสิ่งโสโครก ทำให้ร่างกายมีความสะอาด เกิดความสดชื่น และให้ความกระปรี้กระเปร่า อิริยาบทของการละหมาดในท่าต่างๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อมัดต่างๆ ได้มีการเคลื่อนใหว มีผลให้กล้ามเนื้อมีผลแข็งแรงขึ้น อย่างเช่นการก้ม (รุกั๊วะ) และการกราบ (สุญูด) นั้นมีผลทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองได้ดี และทำให้ปอดสามารถขับเยื่อจมูกหรือเสมหะออกได้คล่องขึ้น

การละหมาด เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ได้ประโยชน์มากวิธีหนึ่ง เพราะการละหมาดไม่ได้ทำกับกล้ามเนื้อกลุ่มเดียว ซ้ำๆกันนานๆ เปรียบเทียบกับการวิ่งอย่างเดียว ย่อมจะได้ผลที่ไม่ดีกับการออกกำลังกายด้วย วิธีการต่างๆ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ไปหลายๆแบบ อย่างเช่นการละหมาดเพราะการละหมาดนั้นมีทั้งท่ายืน ยกมือ ท่าก้ม ท่ากราบ ท่านั่งพับเพียบ ซึ่งทำให้ได้บริหารกล้ามเนื้อทุกๆส่วนได้เป็นอย่างดีการปฏิบัติละหมาด สามารถลดอัตราการบาดเจ็บเจ็บของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

ผลดีของการถือศีลอดการละหมาดตลอดจนการอ่านพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอ่าน เป็นสิ่งประเสริฐ เหมือนกับได้ทุ่มเทพลังงานที่เคยสะสมไว้มาทำงานหนักๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นการออกกำลังกายที่ดีเลิศ เป็นการสูญสลายไขมันที่เหลือใช้ จากกล้ามเนื้อ จากตับ และจากกระแสเลือดทำให้มีอารมณ์แจ่มใสมีสมาธิดี อธิบายเช่นเดียวกับการหัวเราะหรือยิ้ม ซึ่งมีรายงานทางการแพทย์ว่า การหัวเราะจะกระตุ้นสมองให้หลั่งสื่อประสาทชนิดหนึ่งคือ "เอนโดรฟีน" ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่คล้ายฝิ่นในร่างกาย สารนี้สามารถลดอาการเจ็บปวด ทำให้เกิดความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม มีความสุข บางคนเรียกว่า สารสุข ซึ่งสารสุขนี้จะเพิ่มการหลั่งไม่เฉพาะแต่เวลาที่หัวเราะเท่านั้น แต่เวลาที่ออกกำลังกายเต็มที่อย่างที่การวิ่ง จะทำให้เพิ่มการหลั่งสารนี้มากขึ้นด้วย จนพวกนักวิ่งทางไกลพากันกล่าวว่า "เหมือนสวรรค์ของนักวิ่ง" สารเอ็นเดอร์ฟีน เกี่ยวข้องกับการรับรู้ในสิ่งต่างๆ โดยผ่านทางระบบประสาทสัมผัสทั้งห้าไปสู่สมอง จึงเป็นสารที่เรียกได้ว่า "เสมือนสวรรค์ของผู้ถือศีลอด" โดยแท้

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการถือศีลอดคือการผันเงินจากคนมั่งมีไปสู่คนจน โดยการบริจาคทาน การบริจาคทานนี้ นอกจากจะทำให้ผู้บริจาคมีความบริสุทธิ์สะอาดมากขึ้นแล้ว ผลพลอยได้นั้นไม่เฉพาะแต่จะทำให้กายสะอาด ใจสะอาดเท่านั้น แต่ยังมีผลทำให้เกิดการยกระดับของสังคมยกฐานะของสังคมให้ดีขึ้นด้วย

ที่แน่นอนที่สุดก็ คือหลังจากการถือศีลอดผ่านไปแล้ว มุสลิมจะเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะเขาได้ฝึกหัดไม่ให้ทรยศกับตนเอง ไม่ให้ทรยศกับพระผู้เป็นเจ้า เขาเป็นผู้หนึ่งที่มีความซื่อสัตย์ในการอดอาหารในเดือนแห่งการถือศีลอดโดยไม่มีใครแอบดูว่า เขาถือศีลอดจริงหรือไม่ เขาอาจจะแอบไปรับประทานอาหาร แอบไปดื่มน้ำ โดยไม่มีใครเห็น แต่เขาไม่กล้าปฏิบัติเพราะเขาทราบดีว่า พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบและเห็นการกระทำของเขาอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้มุสลิมจึงได้รับเกียรติจากพระผู้เป็นเจ้า ให้เป็นประชาชาติตัวอย่างคือ "คอยรุลอุมมะฮ์" ของประชาชาติในยุคนี้

เพื่อนๆ ได้อ่านประโยชน์ของการถือศีลอดแล้ว และเข้าใจว่าทำไมมุสลิมต้องถือศีลอด ถ้าอยากลองบ้างก็น่าสนใจดีนะครับ แล้วจะนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่อยากรู้เกี่ยวกับอิสลามมาฝากครับ อย่างน้อย เราก็อยู่รวมกันอย่างสันติได้ในดินแดนสยามประเทศแห่งนี้



Create Date : 15 กันยายน 2550
Last Update : 15 กันยายน 2550 18:04:10 น. 9 comments
Counter : 836 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านคับ


โดย: เก่งกว่าผมตายไปหมดแล้ว วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:23:29:17 น.  

 
ลุงจ๋า
ฝากไปบอกอิเก่งทีนึงน๊าค๊าว่า
อย่าให้มันมาเที่ยวพูดว่าเคี้ยงไปจีบมันอ่า
เด๋วพี่อ๊อบเค้าเกิดมาอ่านเจอเข้ามันจะไม่งาม
แล้วอีกอย่าง หน้าอย่างมันอ่ะเคี้ยงดูยังไงมันเก๊าะไม่หล่อ
ไม่เหงมีใครชมมันว่ามันหล่อเลย
มีมันนั่งชมตะเองอยู่คนเดียวของมันนี่แหละ
แหวะ
อย่างมัดรวมกัน10คนแถมน้ำจิ้มมัดละเฟื้องเคี้ยงยังโกรธเลยว่าแพงไป แหวะ
ใครไปจีบมันล่ะก็ ชีวิตนี้สิ้นคิดแล้ว


โดย: หมวยเคี้ยง วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:23:41:30 น.  

 
55555555555555

อ่ะ เก่ง มารับคำอวยพรจากหมวยไปด่วนน

อิอิ

มัดรวมกันอันละเฟื้องยังเคืองเลย


ถูกจายยยยยยยยย



โดย: ลุงวิน (วินยิม ) วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:12:25:58 น.  

 
แวะเข้ามาเฉยๆ
ไม่รุจะคุยอะไร
เอาเปงว่าแวะมาเยี่ยว เอ๊ย มาเยี่ยมละกันค่า


โดย: หมวยเคี้ยง วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:15:30:20 น.  

 
ปอลิง..อิเก่งนินทาอะไรเคี้ยงให้ลุงฟังอ่าค๊า
กรุณาบอกต่อด้วยค่า
จะเปงพระคุณอย่างสูง


โดย: หมวยเคี้ยง วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:16:01:58 น.  

 
ขอบคุงลุงนะคับที่แวะไป
อยากจะบอกว่า
ท้ายๆสิคับดี...
เหมือนม้าไงคับ...


โดย: Kurt Narris วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:4:29:18 น.  

 
ดีค่าลุงวิน

เพื่อนฉุกที่เป็นอิสลาม ตอนนี้ก็กะลังถือศีลอดอยู่อย่างขมีขมันค่ะ

นี่เฮียเก่งยังไม่เข้ามาเหรอคะ? ไปขายราดหน้าถึงไหนเนี่ย

อ่อ แล้วอย่าลืมนะคะลุงวิน ไปมัลดีฟส์เมื่อไหร่ พับฉุกใส่กระเป๋าไปด้วย


โดย: ฉุกละหุก วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:14:22:13 น.  

 
ดีคร้าบบ น้องฉุก

ขอบคุณนะครับ แวะมาเยี่ยม ไว้ได้ไปเมื่อไร จะเอารูปน้องฉุกไปด้วย ขออนุญาตคุณสะมีก่อนนะครับ เด๋วว่ากิ๊กอย่างลุงไม่บอก

นู๋เก่งก็โผล่ๆ มาๆ แบบนี้ละ คุยโทรศัพท์กันบ้าง เห็นว่าตอนนี้ไม่ค่อยสะบายจายยย ว่างๆ ก็ไปปลอบเค้าหน่อยน๊า
สงสารเด็กมัน


โดย: ลุงวิน (วินยิม ) วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:12:12:21 น.  

 
โอ้โห...อีเก่ง
โรคบ้ากำเริบ
แต่เคี้ยงว่ามันเป็นเอดส์..........ส์

ฟันธง



ไม่เอดส์เฉยๆก็ต้องเอดส์ยสอ่าแหละ
ปอลิง
..ตอนนี้เคี้ยงหนุ่มล้อหล่อรุมล้อมเอาทุกวัน
เป็นที่อิจฉาของนังเก่งอย่างมากมายมหาศาล
ทั้งพี่มอส พี่โด่งสิทธิพร น้องไผ่สาธิต น้องโหน่ง พี่โจ
และใครต่อใครอีกหลากหลาย

โฮะๆๆๆ ชีวิตมีความสุขเสียนี่กระไร
ปอลิง 2... มีผู้ชายอาสามารับมาส่ง 2 คนแน่ะลุง อิๆๆ
ตอนนี้คนมันกะลังท๊อปอ่ะนะทำไงได้ 555


โดย: หมวยเคี้ยง วันที่: 25 กันยายน 2550 เวลา:1:35:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
วินยิม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็เป็นแค่ชายกลางคนคนหนึ่ง...ที่แอบซึ้งเกินใจจะใฝ่หา....มองหารักเรื่อยไปไร้เวลา.....เมื่อใดหนารักแท้จะได้เจอ....เคยแอบคิดแอบรักแอบใฝ่ฝัน.....ว่าคืนวันจะสุขแม้ยามเผลอ....แต่คืนวันก็ทำร้ายให้ละเมอ....โอ้ละเหนอหัวใจของชายกลาง
Friends' blogs
[Add วินยิม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.