" My heart will follow the destiny....that i make my own.."
 

Review แปรงแต่งหน้าเล็กน้อยเท่าที่มี

รีวิวแปรงแต่งหน้านิดหน่อยค่ะ แบบตามมีตามเกิดจะได้เช็คตัวเองไปด้วยว่า ที่มีอยู่นี่พอใช้แล้วหรือว่าจะต้องไปหามาเพิ่มเติม ระยะนี้ยิ่งกำลังบ้าพวกแปรงแต่งหน้าเป็นเซทอยู่ด้วย





เมื่อวันก่อนเอาแปรงแต่งหน้ามาล้างทำความสะอาด พอแห้งก็ได้ฤกษ์ถ่ายรูปไว้เผื่อจะทำรีวิว ก็เลยเอามาลงบล็อกซะเลย ไหนๆก็ไม่ได้อัพเดทมาตั้งนานแล้ว


จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มนะคะ


1. กลุ่มแปรงทาตา



อันแรกเลย ด้ามยาวด้านบน เป็นของGino Mccayที่ซื้อมาจากร้าน Cosmeda เพราะได้ยินมาว่าแปรงร้านนี้ดีแล้วราคาถูก อันนี้ราคาประมาณ 120 บาทค่ะ ขนสังเคราะห์นุ่มพอประมาณ แต่ใช้ทาอายแชโดว์ไม่ค่อยดีนัก มันน่าจะเป็นแปรงทารองพื้นมากกว่า คือลักษณะเหมือนกันเลยค่ะ คนขายก็บอกว่าแปรงอายแชโดว์นะ แต่เราว่าไม่ใช่อ่ะ เลยเอาไว้ปัดไฮไลท์ตาละกัน


ตัวทีสอง angle blender ที่ซื้อจาก EBS ราคา7.49 เหรียญ ตัวนี้ขนนุ่มมาก ขนสังเคราะห์เช่นกัน ความนุ่มที่ปลายตัดใช้ได้ดีเลยค่ะ เบลนด์สีได้สวย คุ้มค่าราคาจริงค่ะ


ตัวที่สาม shadow brush จาก EBS เช่นกัน ราคา 6.49 เหรียญ ไงดีล่ะ ขนสังเคราะห์แหละ ก็คิดว่ามันน่าจะนุ่มหน่อยนึง แต่ที่ไหนได้กระด้างมากค่ะ แข็งเลยแหละ ใช้ทีนึกว่าเปลือกตาจะเป็นรอยมั๊ยขูดเชียว เกือบเขวี้ยงทิ้งแล้วล่ะ เผอิญเห็นความดีที่มีเพียงหนึ่งเดียวของมัน คือมันใช้ลงสีเข้มๆได้สวยค่ะ ถ้าคุณจะใช้แค่ลงสีเข้มเปลือกตา แล้วใช้แปรงอื่นเบลนด์เอาเนี่ย นับว่าโอเค ลักษณะปลายมันเป็นชั้นๆเหมือนแปรงอายแชโดว์ทั่วไป หรือจะใช้ลงอายแชโดว์แบบครีมก็ได้ แต่ใจจริงแล้วไม่แนะนำให้ซื้อค่ะ เปลืองตังค์เปล่าๆ


ตัวที่สี่ แปรงอายแชโดว์ 1 ในกระเป๋าแดงของ Laura Mercier ตัวนี้ขนธรรมชาติค่ะ นุ่มมากแน่ล่ะมันแพงนี่ กระเป๋าแดงนี่ซื้อมาตอนงานเซลส์ครึ่งราคา ก็ตั้งพันนึงแน่ะ มีอยู่ 3 ชิ้น แปรงตา แปรงแก้ม กะแปรงลิปจิ๋วๆ แต่มันนุ่มจริงๆนะ
ใช้ลงสีครั้งแรกแล้วเบลนด์ได้เลย


ตัวที่ห้า อันนี้ขนสังเคราะห์ปลายตัดค่ะ เอาไว้เขียนคิ้วกำลังดี
จริงๆมันไว้สำหรับลงสีเข้มๆเปลือกตาล่าง เพียงแต่เราประยุกต์มาใช้เขียนคิ้ว
ซื้อมาจากแผนกของกระจุกกระจิกของ The Mall ราคา 60 บาท



2. กลุ่มแปรงปัดแก้ม



Lil Dude Duster ตัวนี้ราคา 8.49 เหรียญค่ะ ด้ามไม้ขนแปรงทรงคล้ายๆเบบี้คาบูกิ ขนสั้นและแน่นจนคิดว่ามันน่าจะเป็นแปรงลง Mineral Foundation ได้เลยนะเนี่ย แต่เราซื้อมาเป็นแปรงปัดแก้มนี่นะ ใครมือหนักต้องระวังนิดนึงค่ะ สีบลัชมันจะเกาะอยู่ปลายขนแปรงทั้งนั้น โดยทรงแปรงแล้วเบลนด์สีบนฝ่ามือก่อนก็ดีนะคะ สำหรับเราว่ามันน่ารักดีค่ะ ประยุกต์ใช้ได้หลายแบบ ขนนุ่มดีด้วย คุณภาพเกินราคา ยังอยากได้เพิ่มอีกอันเลย


Badger Tapered Brush ตัวนี้ราคา 7.49 เหรียญ ถูกกว่าตัวข้างบนอีก เป็นขน Italian Badger แท้ค่ะ ขนแปรงนุ่มแล้วก็สวยด้วย ทรงแบบแปรงแก้มปกติ ชอบมากเลย ด้ามเป็นสีออกแดงๆ รุ่นนี้มีเป็นแบบเซทด้วยนะคะ เดี๋ยวรอให้มีตังค์ก่อน จะถอยแบบเซทออกมา


Badger Angle Brush ตัวนี้ราคา 7.49 เหรียญ เป็นขน Italian Badger เหมือนกันค่ะ ขนแปรงทรงปีกนางฟ้า ทรงโค้งๆ ส่วนตัวคิดว่าแปรงทรงนี้เบลนด์สีแก้มได้สวยกว่าแบบธรรมดานะคะ จะติอยู่หน่อยนึงก็ตรงแปรงขน Badger นี่มันไม่ค่อยหนาเท่าไร ถ้าทำให้ขนแปรงหนาแล้วก็ใหญ่กว่านี้อีกหน่อย จะขึ้นราคาก็ไม่ว่า คือชอบแปรงแบบใหญ่ๆค่ะ สะใจดี (ตรงไหนอ่ะ) แต่แบบนี้ก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ มือใหม่ใช้ได้ง่ายด้วยค่ะ ถึงจะไม่ได้เบลนด์ในมือก่อน ก็ใช้ได้ง่าย


Laura Mercier Cheek Brush 1 ในกระเป๋าแดง เหมือนแปรงตาน่ะแหละค่ะ ที่จริงแปรงตัวนี้เอาไว้พกเติมหน้าเวลาไปไหนมาไหน ขนนุ่มมากสมกับราคาของมัน แม้ว่าจะด้ามสั้นใช้ไม่ค่อยสะดวก แต่มันก็เอาไว้พกพานี่นะ สิ่งที่เสียก็คงเป็น เวลาล้างมันมักจะสีตกค่ะ สีที่เคลือบขนมานี่แหละ แต่มันก็ทำให้ขนแปรงสีดำสวยดีนะ ด้ามก็ดำตัดกับกระเป๋าแดงแรงฤทธิ์



3. กลุ่มแปรงแป้งทั้งหลาย



Posh คาบูกิ ตัวนี้เป็นแปรงแบบพกพา มีด้าม มีปลอกเก็บด้วย เวลาเก็บก็เลื่อนลงไปแล้ว (ในรูปเราไม่ได้เอาปลอกแปรงไปถ่ายรูปด้วย)ขนเป็นขนแพะค่ะ ใครว่าขนแพะมีกลิ่น ไม่จริ๊งไม่จริง นุ่มมาก แม้ส่วนตัวคิดว่าขนแปรงมันจะไม่ค่อยเด้งเหมือนพวกขนกระรอก แต่ก็นับว่าคุณภาพเกินราคาค่ะ บางคนอาจติดว่าตัวพุ่มมันเล็กไปหน่อย เราเองก็คิด แต่พอใช้จริงแล้วกำลังดีเลยทีเดียว ลงรองพื้น MMU ได้สวยเนียนทีเดียว ได้ look sheer ถึง medium ค่ะ ราคาก็ 700 กว่าบาท ซื้อในเวปไทยนี่แหละ ในเวปของ Posh เองติดราคาไว้ตั้ง 30 เหรียญแน่ะตอนนี้ ที่มันแพงเพราะค่าเงินบาทอ่อนค่ะตอนนี้ ทางเวปที่ขายบอกว่าช่วงที่เค้าสั่งซื้อค่าเงินไม่ได้อ่อนเหมือนปัจจุบัน ก็เลยขายได้ถูกกว่า คิดถูกจริงๆที่ซื้อมา


คาบูกิขนสีขาวปลายขนสีชมพู เป็นขนสังเคราะห์ค่ะ ไม่รู้ที่มาที่ไป น้องสาวให้มา ที่ด้ามตรงก้นมันเขียนว่า MAEW เราก็ไม่อยากปักใจว่าเป็น Maew Mineral หรือเปล่าหรอกนะพอถามน้องๆก็จำไม่ได้แล้วบอกว่าเพื่อนให้มาอีกที แปรงตัวนี้อยู่กับเรามาเกือบๆปี เป็นขนสังเคราะห์ที่นุ่มมากจริงๆ แถมยังสวยด้วย ลงรองพื้น MMU ได้ look medium to maxium เลยค่ะ ปัจจุบันปลายขนเยินไปเป็นที่เรียบร้อย แต่เราก็เก็บไว้ลง รองพื้น MMU บริเวณคอแทน ค่าที่มันอันใหญ่มาก บัฟไม่กี่ทีก็เสร็จค่ะ ถ้ารู้ว่าที่ไหนขายก็จะซื้อใหม่เหมือนกัน


แปรงแป้งทรงเหลี่ยม ลักษณะขนแปรงเป็นพุ่มคล้ายๆคาบูกิ แต่มันไม่กลมเป็นรูปโดม แต่เป็นรูปเหลี่ยมแทน เป็นขนสังเคราะห์สีขาว ปลายขนสีชมพู แน่นอนขนนุ่มมาก ตอนได้มาใหม่ๆตัวขนสีขาวสวยมาก ปลายขนก็สีชมพูมากกว่านี้ แต่ใช้ไปนานๆล้างๆไปสีชมพูก็ค่อยๆจางลง สีขาวก็ดรอปลงนิดหน่อย ตัวนี้ได้มาพร้อมคาบูกิขนชมพู จากน้องสาวคนเดิมเหมือนกัน แน่นอนหาที่มาที่ไปไม่ได้ ตัวด้ามเป็นพลาสติกใส น่ารักดี ใช้ปัดแป้งฝุ่นได้ดี


Ity Bitty Flat Top Dusterตัวนี้ราคา 23.99 เหรียญค่ะ ปกติเวลาลงรองพื้น MMU เราจะใช้คาบูกิลงก่อนประมาณ 2 รอบ แล้วรอบ3-4 ถึงจะใช้ตัวนี้บัฟ จะให้ look medium to maxium ค่ะ ปกติแปรง Flat Top ก็มักจะให้ลุคประมาณนี้อยู่แล้ว ตัวนี้เป็นขนผสมแปรงขนแท้กับสังเคราะห์แต่จำรายละเอียดไม่ได้ซะแล้ว ในห้องแป้งก็ใช้กันเยอะค่ะตัวนี้ เราว่ามันก็นุ่มใช้ได้นะ พวกแฟลททอปนี่ปลายขนตัดก็ติดจะข่วนหน้าบ่อยๆเวลาบัฟอย่างเมามันส์


ตอนนี้พักแค่นี้ก่อน ไว้ได้เพื่อนเพิ่มมาเมื่อไร จะมาอัพเดทให้ดูกันอีกนะ (อยากได้ชุดแปรงของ Posh มากๆตอนนี้)




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2551    
Last Update : 18 ธันวาคม 2551 13:36:24 น.
Counter : 1672 Pageviews.  

Lumiere ที่สั่งได้แล้ววววว

Lumiere  วันนี้ได้ของแล้ว เลือกส่งแบบ priority $12 เพราะคิดว่ามันจะเร็วกว่าแบบ first class และมีโค้ดลดราคา $5 จากครั้งก่อนเลยคิดว่าเอาน่า ถือว่าเสียค่าส่ง $7 ละกัน แต่ปรากฏว่า......... เร็วกว่าแค่วันเดียวค่ะ 6 วันรวมวันหยุดนับจากวันส่ง (ปกติ 7 วันรวมวันหยุด) แล้วจะเลือกส่งแพงทำไมกัน Smiley

สิ่งที่สั่งมา เลือกแบบ 2 กระปุกใหญ่ foundation set $30 ค่ะ ถ้าซื้ออันเดียวก็ $18 แบบว่างก กระปุกละ 12 กรัม กับอีกอันนึงแบบ 4 กรัม $9 รวม 3 กระปุก ตัวกระปุกดีมากเลย มีที่กรอง (เค้าเรียกแบบนี้รึเปล่า) ใส่มาให้ด้วย ตัว sample เค้าใส่กระปุกจิ๋วธรรมดามา บางคนเลยกลัวว่าสินค้าเค้าจะใช้กระปุกแบบนั้นด้วยรึเปล่า หายห่วงค่ะ กระปุกดีมากๆ หนาด้วย





Cashmere light golden  ชอบมากๆเลยสีนี้ สั่งมา 2 อันเลย เซทใหญ่ ปีนี้คงใช้ไม่หมดหรอกค่ะ ชอบเนื้อมันมากๆๆ ผิวเราจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Light กับ Light medium น่ะแหละ แล้วเนื้อนี้ผสม silk powder ด้วย ไม่ต้องใช้ finishing powder เลย ก็รู้สึกว่าเนียนจะแย่อยู่แล้ว (พูดเหมือนมันไม่ดีเลยนะ) ถ้าห่วงเรื่องหน้ามัน เนื้อนี่ดีสุดแล้วค่ะ

Luminese Light medium golden สั่งกระปุกเล็กมาลอง แบบนี้เนื้อผสมวิตามินอีด้วย แรกๆก็คิดว่า ถ้าใช้ light มีจะผ่องเวอร์ไปรึเปล่า ในเวปบอกว่าเป็นแบบพิเศษ ถ้าใครชอบเนื้อของ bare mineral ต้องชอบแน่ๆ เราก็ไม่เคยใช้ด้วย ก็ลองสั่งมาดู

ใครบอกว่า Light medium golden มันแทบไม่ต่างกับ light golden  คะ ขอเถียง สีเข้มกว่ากันพอสมควรเลย แต่สีนี้ใครๆก็บอกว่ามันกลืนกับผิว ที่ประมาณ NC30-35 ซึ่งจริงค่ะ ใครที่ไม่ชอบหน้าผ่องก็สีนี้ดีกว่า

อยากบอกว่าชอบเนื้อ Luminese มาก อยากจะบอกว่า “สิ่งนี้เกิดมาเพื่อช้านนนนน” แหมจะให้เราเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ ดูจะเห็นคสอ.ดีกว่าตัวเองไปหน่อยน่ะ cashmere ว่าเจ๋งแล้วนะ Luminese ยิ่งดีกว่า ให้ look bare face มากๆ แต่ใครห่วงเรื่องหน้ามัน เนื้อ Cashmere จะดีกว่าค่ะ

ถ้าสั่งครบ $35 มีของแถม (ตัวที่แถมมักจะเป็นสินค้าใหม่ของเค้า) ได้มาเป็น eye shadow ค่ะ สี Blue Hawaiian สีฟ้าใสกลิสเตอร์เพียบ เหมือนโรยกากเพชรเลย limited edition ซะด้วย




วันนี้มีคนบอกว่าดูเหมือนเด็กอายุ 14-15 ฮะฮ่าๆๆๆ (ถึงล้อเล่นก็ดีใจนะ ความจริงมีลูกอายุ14-15ได้ด้วยซ้ำไป จุ๊ๆๆ) Smiley


ปล. คำสารภาพ ----- สำหรับ blush + eye shadow เรายังชอบน้อง Nars และสีสรรสดใสของพวก shadow จากญี่ปุ่นมากกว่า MMU ที่เป็น pigment อยู่ดีแหละค่ะ Smiley

 




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2551    
Last Update : 10 พฤษภาคม 2551 12:57:52 น.
Counter : 293 Pageviews.  

Sample Color Oceanmist & Lumiere

ถ้าคะเนเอาจากรองพื้นยี่ห้อต่างๆที่เราเคยใช้ ( Lunasol OC02 / Clinique Drama white 05 neutral) กับ MMU สีต่างๆ ที่เราใช้ได้ ไม่หลอกตา จะประมาณนี้ค่ะ เอาไว้เป็นแนวทาง ถ้าใครอยากจะสั่งมาลองกัน


Ocean Mist

สีที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Lilla (golden fair) แบบพอใช้ได้ แต่โทนสีไม่ชอบเลย คือเหลืองมากเกินไป เหมือนเป็นดีซ่าน ไม่ชอบเนื้อด้วย บอกไม่ถูก แถมไม่คุมมันอีก วันๆซับหน้าทุกๆ 2 ชม.

Dandelion (golden light) เหลืองเกินไป ถ้าดรอปไปหน่อย สีนี้จะเหมาะกว่า Lilla

Bamboo (golden medium) นี่ยิ่งเหลืองไปมาก ใช้ไม่ไหวเลย เหมือนเป็นดีซ่าน

ยี่ห้อนี้เวลาเพิ่มเฉดรู้สึกเหมือนเค้าเพิ่มสีเหลืองอย่างเดียว ไม่ใช่เพิ่มความเข้มของสี golden น่าจะออกน้ำตาลอ่อนสว่างนิดๆโดยรวม เนื้อก็ไม่ชอบค่ะ ดูหนักเกินไปทั้งๆที่เวลาลงออกจะ translucent ไม่ใช่น้อย ลองขยี้ๆดู เนื้อมันไม่โปร่งค่ะแต่สีอ่อน (งงมั๊ย)

Blush : Rosy Snapper เราคิดว่ามันน่าจะชมพูใส แต่มันออกชมพูทึบด้าน ปัดออกมาแล้วไม่สวยเอาซะเลย บนแก้มมันดูอมส้มค่ะ เป็นออกแดงอมส้ม ประมาณสีน้ำปูน ปัดแล้วไม่สวยเลย

สรุป ผิดหวังค่ะกับยี่ห้อนี้ โดยรวมแล้วเนื้อดูหนักแต่ปกปิดน้อย คือเราไม่ชอบเนื้อยี่ห้อนี้เอาซะเลย กับสี ที่ชวนทำให้หน้าหมอง เพราะเน้นเหลืองจัด ดูไม่สะอาดตา จ่ายค่าส่งไป 6 เหรียญ (195 บาท) แต่เสียดายเงินไงก็ไม่รู้



Lumiere

Foundation

สีที่เหมาะที่สุดคือ Light Golden ผ่องนิดหน่อยไม่มาก ยี่ห้อนี้พวก Light ทั้งหลายใช้ได้หมด แต่ตัวนี้ชอบที่สุด กำลังดี รู้สึกคุ้มค่ามากกับ sample kit ของยี่ห้อนี้ 9 เหรียญ (294 บาท) แต่ค่าส่งฟรี ถูกใจมาก แพงกว่าแต่ไม่เสียดายเงิน

Light Cool จะออกโทนอมชมพูนิดๆ ต้องแต่งบางแต่ไม่ถึงขนาดใช้ไม่ได้เลย คือถึงจะต่างโทน แม้เฉดสีได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่เหมาะค่ะ Cool นี่ควรขาวชมพูถึงจะสวย

Light Warm สีนี้กลืนผิว แต่ไม่ผ่องเท่า Light Golden ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไรค่ะ ใช้ดีเหมือนกัน

Light Beige เข้มไปนิด ประมาณเฉดนึง ถ้าปัด Bronzer หน้าจะคล้ำค่ะ ห้ามเด็ดขาด

สั่งมา 2 แบบคือ Veena Velet / Cashmere ซึ่งชอบ Veena Velet มากกว่าค่ะ ดูบางเบากว่า ส่วนเรื่องคุมมัน Cashmere จะดีกว่า เราชอบเนื้อของยี่ห้อนี้นะ สีก็ดี ได้ discount code มาด้วย กะว่าอีกซักเดือนจะสั่ง Golden Light Veena Velet ขนาดปกติมาใช้ล่ะ (รอให้พวก sample มันพร่องซักหน่อยก่อน)

Blush --- Earth ออกสีน้ำตาลเนื้อด้านๆ ไม่ค่อยชอบเท่าไร ในเวปดูอมแดงกว่านี้ เทียบกับสีที่ทำเองสวยกว่าแยะ รูปสุดท้ายล่างสุด ทางซ้ายจะเป็นบลัชที่ทำเองค่ะ ส่วนขวามือเป็น Earth

Finishing --- Flawless Finish Ivory เนื้อเบามาก แล้วก็ glow ใช้ได้ แต่ก็ยังรู้สึกธรรมดาๆไป






 

Create Date : 20 มีนาคม 2551    
Last Update : 20 มีนาคม 2551 11:46:58 น.
Counter : 284 Pageviews.  

เรื่องการทำ MMU ของเรา ขอเคลียร์หน่อยนึงจ้ะ

ขอทำความเข้าใจเบื้องต้นค่ะ ขออภัยที่ไม่ได้บอกไว้ตั้งแต่แรกๆ ทั้งในหัวข้อที่ทำ Eyes shadow และ Foundation ว่าทำเครื่องสำอางค์ MMU ใช้เองเนี่ย มีทั้ง Talc และ Bismuth อยู่ในเบสพื้นฐานด้วยนะคะ ส่วนที่ไม่มีก็มีค่ะ เรียกว่ามีทุกแบบ เราเป็นคนที่ผิวไม่ค่อยจะแพ้อะไรกับเค้าเท่าไร คือแพ้ยากค่ะ เวลาผสมตามสูตรต่างๆ เราก็ลองดะ

ก่อนหน้าที่จะทำ ลองพลิกๆกล่องแป้ง LM Translucent ดู Talc มันก็หราอยู่อันแรกของส่วนผสมเลย ก็ไม่แพ้นี่นะ Bismuth ก็ติดใจในความวาวของมัน ลองแล้วไม่แพ้อีกเหมือนกัน ไหนๆของก็มีอยู่แล้ว ลองมาทำหลายๆสูตร เลยดีกว่า และนี่เป็นที่มาว่า ทำไมทำ MMU แล้วถึงใส่ Talc & Bismuth

สูตรที่ไม่มี เป็น Mineral แท้ๆเลยก็ทำค่ะ อันนี้พิจารณากันด้วยนะคะ เราไม่ได้ทำ Make Up ใช้เองเพราะมีปัญหาแพ้ง่าย อยากหลีกเลี่ยงส่วนผสมบางอย่าง แต่เราทำเพราะอยากเล่นง่ะ มันดูน่าสนุก ปั่นๆผสมสี บางทีนั่งทำมันทั้งวันนี่แหละ ได้ของใช้ด้วย ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็น Mineral ล้วนๆแท้ๆ อะไรแบบนั้น ขนาดเมคอัพที่มีขายกันตามท้องตลาดยังไม่เคยแพ้อะไรเลยค่ะ Skincare มีแพ้บ้าง แต่ Make Up นี่ไม่เค๊ยไม่เคย ทนมากๆ หน้าฉัน


เพราะงั้นถ้าท่านต้องการ Pure Mineral ก็จงใช้สูตรที่ไม่มี Talc & Bismuth แต่ถ้าอยากลองใช้และมั่นใจว่าไม่แพ้ เรามาลองเล่นกันต่อไปเถอะค่ะ เรากะว่าจะลองให้ครบทุกสูตร ที่เค้าให้มาเลย จนกว่าของจะหมด




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2551 11:18:39 น.
Counter : 429 Pageviews.  

Eye Shadow เบิกบาน จาก Mineral Make Up

วันนี้ได้ขนเอาสีต่างๆที่ได้มาจากชุด kit มาทำ eye shadow ซะที



ทำมาประมาณ 3 แบบ ค่ะ ก็เอาสีที่เค้าให้มาในชุดแหละค่ะ ผสมๆปั่นๆเทียบสีดู ลองนั่นนิดนี่หน่อย
- เบส Mica

แบบนี้จะให้เนื้อที่กลางๆไม่หนา เหมาะสำหรับทำสีพาสเทลมากๆ ที่ทำมามีสีเขียว Baby Olive กับ ส้ม Mandarin และ ดำ Black Pearl ไว้ทำตาแพนด้า สโมกกี้ ^^

- เบส Zinc

เป็นเนื้อเนียนๆแบบทึบๆค่ะ ตัวนี้ทำสีเดียวคือ สีน้ำตาล Brown Ribbon ค่ะ จะเอาไว้เขียนคิ้ว

- เบส Bismuth Diamond Sheen

ตัวนี้เป็นเนื้อมันวาว shimmer สุดๆ เบสตัวนี้ทำหลายสีค่ะเยอะแยะ โดยเฉพาะพวกเหลือบทองเนี่ย
สีโปรดเลย Sugar Candy / Copper Blossom / Lighting Sky /Coral Pink
/ Plum Crazy / Smooth Purple

- เบส ผสมระหว่างการเติม Bismuth นิดหน่อย ลงไปใน Mica

ทำสีเดียวค่ะ คือ Almethyst Shine รุ่นทดลอง สีจัด เข้มไปหน่อย

ตย.สี ค่ะ



ปล. ถ้าชื่อสีนี่ตั้งเล่นๆน่ะค่ะ ไว้เรียกเอง เวอร์ๆดี
กว่าจะใช้หมดคงเป็นปี แต่อย่าคิดนะว่ามีแล้วจะเลิกซื้อได้ ต้องใช้ธรรมะเข้าข่มแล้วล่ะแบบนั้น




 

Create Date : 27 มกราคม 2551    
Last Update : 27 มกราคม 2551 22:31:25 น.
Counter : 419 Pageviews.  

1  2  
 
 

vilandra
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I will be around.....
[Add vilandra's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com