Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
8 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

-- กระต่ายขาวในเงาจันทร์ -- บทที่ 13

บทที่ 13

โยอิจิมาถึงโตเกียวดิสนีย์แลนด์ก่อนเวลาเล็กน้อย ได้รับข้อความจากไคว่าสาวๆขอแวะทานข้าวกันแถวร้านหน้าสถานีที่ Tokyo Sea Life Park กันก่อนจึงอาจจะมาช้ากว่าที่นัดไว้

ชายหนุ่มนัดกับไคไว้แถวๆนาฬิกาขนาดใหญ่ยักษ์ตรงข้ามกับรูปพาสปอร์ตขนาดใหญ่ไม่แพ้กันซึ่งโดยมากจะเป็นที่ชื่นชอบสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบถ่ายรูป ดูเวลาแล้วยังอีกนานกว่ากลุ่มของไคจะมาถึงกันจึงตัดสินใจเข้าไปเดินเล่นในร้านขายของที่ระลึกของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ร้านใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณปากทางเข้าหน้าสถานี Maihama เสียงเพลงของวอลท์ดิสนีย์ดังก้องไปทั่วบริเวณปลุกเร้าความสนุกสนานของผู้มาเที่ยวได้ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าไป

เขากวาดตามองไปทั่วชั้นวางของสีสันแสบตาที่ตั้งเรียงรายอยู่รอบ หมวกรูปหูของเจ้าตัวหนูมิกกี้เมาส์สีน้ำเงินและเพื่อนสาวมินนี่เมาส์สีชมพูแสบตาดูจะเป็นที่สนใจของสาวๆมากเป็นพิเศษ ตุ๊กตารูปตัวการ์ตูนต่างๆของค่ายวอลท์ดิสนี่ย์ก็วางเรียงกันตามมุมต่างๆแบ่งตามเรื่องราวและสีสัน เครื่องเขียน สมุด ปากกา แม้แต่กระติกน้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีรูปเหล่าตัวการ์ตูนน้อยใหญ่อย่างน้อยหนึ่งตัวปรากฏโฉมอยู่ แม้ว่าชายหนุ่มจะมาที่โตเกียวดิสนี่ย์แลนด์แห่งนี้หลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งข้าวของเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนคอลเล็คชั่นให้ทันสมัย ให้เข้ากับเทศกาลเพื่อดึงดูดสายตาและเงินในกระเป๋าของผู้ที่มาเที่ยวได้อยู่เสมอ

เดินเล่นอยู่สักพักก็มาสะดุดตากับบริเวณที่จัดวางขนมและลูกกวาดสีหวานที่จัดเรียงไล่ตามสีอย่างสวยงามเป็นระเบียบ โยอิจิหยิบอมยิ้มสีชมพูสดใสที่ทำเป็นรูปหูของมิกกี้เมาส์ขึ้นมาพิจารณา ใจนึกไปถึงสาวผมสั้นเหมือนเด็กผู้ชายที่ตอนนี้คงกำลังเพลิดเพลินกับอาหารกลางวันอยู่กับเพื่อนๆ

เด็กกับอมยิ้มก็เหมาะกันดี

โยอิจิแอบยิ้มกับตัวเอง แล้วถืออมยิ้มอันนั้นเดินไปที่เคาท์เตอร์เพื่อชำระเงิน ระหว่างที่รอคิวอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในใจทำให้เขาหยุดชะงัก

ทำไมเขาต้องซื้อของให้ลูกหว้าด้วย

โยอิจิมองอมยิ้มในมือเหมือนของแปลก ก่อนจะกล่าวขอโทษคนในแถวแล้วเดินแยกตัวกลับมาทางเดินวางอมยิ้มไว้ที่เก่า ชายหนุ่มเดินวนอยู่หน้าชั้นขายอมยิ้มหลายรอบ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะซื้ออมยิ้มอันนั้นดีหรือไม่ ในที่สุดเขาก็หยิบอมยิ้มสีชมพูอันนั้นขึ้นมาพร้อมกับอมยิ้มสีอื่นๆอีกสองอันเพื่อให้ไอซ์กับเมเม่ด้วย

แค่ซื้อขนมฝากเพื่อนๆแค่นี้คงไม่เป็นไรน่า...เขาบอกตัวเองเบาๆในใจ

คราวนี้เขาเดินไปเข้าแถวจ่ายเงินได้อย่างสบายใจกว่าครั้งก่อนมากนัก


ไคและสามสาวมาถึงหลังเวลานัดไม่มาก นับว่าทำเวลาได้ดีพอสมควร โยอิจิยักคิ้วทักทายเพื่อนแล้วจึงหันไปยิ้มรับสามสาวชาวไทย นึกแปลกใจที่เห็นซายูริเพื่อนสมัยเรียนของไคเดินตามมาห่างๆ แต่ด้วยความคล่องของชายหนุ่ม ทำให้รอยยิ้มของเขาก็ไม่ได้สะดุดลงแต่อย่างใด

“สวัสดีครับ เป็นไงบ้าง อาหารอร่อยมั้ย” ประโยคสุดท้ายแม้ไม่ได้ระบุแต่คนถูกถามก็พอจะรู้ว่าพูดกับใคร

“อร่อยที่ซู้ด” สาวผมสั้นแย่งเพื่อนตอบ เดินเข้ามาเกาะบ่าอย่างสนิทสนม

“ไปไหนมาเหรอ ทำไมมาช้า”

“เอ่อ...ตื่นสายน่ะ”

“อ้าว...แล้วทำไมไคไม่ปลุกมาพร้อมกันล่ะ”

“ก็...” โยอิจิเริ่มอึกอัก นึกถึงคำแก้ตัวที่เตรียมไว้แต่แล้วก็เปลี่ยนใจตอบไปตามตรง “เมื่อคืนไม่ได้นอนที่อพาร์ตเมนท์กับไคน่ะ ไปนอนที่บ้านเพื่อนอีกคน”

ตอบเสร็จก็รีบหลบตาไคที่มองมาอย่างมีพิรุธ

“อ๋อ...แล้ว...”

หนุ่มผมทองเห็นหญิงสาวขยับจะถามต่อจึงรีบยื่นถุงขนมในมือให้เพื่อเบนความสนใจ แล้วก็ได้ผลลูกหว้าหันมาสนใจของในมือเขาแทนทันที

“อะไรน่ะ” ปากถามแต่มือยังไม่กล้ายื่นมารับ

“ขนม ซื้อมาฝากตอนที่รออยู่เมื่อกี๊นี้ มีของลูกหว้า ไอซ์แล้วก็เมเม่คนละอัน แต่ไม่เอาก็ไม่เป็นไรนะ” ชายหนุ่มแกล้งทำท่าจะดึงมือกลับ ลูกหว้าก็รีบคว้าถุงขนมนั้นไปทันที

มือเล็กๆนั้นแตะมือเขาเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ดีขึ้นมาก

“นึกว่าจะไม่เอา”

“ไม่เอาก็โง่สิ” สาวผมสั้นลอยหน้าตอบ กวักมือเรียกเพื่อนอีกสองคนให้เข้ามาเลือกของที่อยู่ใน
ถุงตรงหน้า เสียงโวยวาย กรี๊ดกร๊าดอย่างสนุกสนานเมื่อได้แย่งของกันของสามสาวทำเอาคนที่ซื้อมาฝากอดปลื้มอยู่ลึกๆไม่ได้

เมื่อหันไปเห็นหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยก็หน้าเจื่อนลงด้วยความรู้สึกผิด

“ขอโทษที ผมไม่รู้ว่าซายูริมาด้วย” โยอิจิหันไปขอโทษเพื่อนสาวของไคอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกโยอิจิ ซายูริไม่ชอบของหลอกเด็กพวกนี้อยู่แล้ว” หญิงสาวสะบัดหน้าใส่ก่อนจะหันไปคล้องแขนชายหนุ่มอีกคน

“ไปกันรึยังล่ะไค ซายูริรอนานแล้วนะ”

“ไปสิ” ไคตอบเรียบๆ ปลดแขนออกอย่างสุภาพ หันไปหาสามสาวที่มีอมยิ้มในมือคนละอัน ตามองหาสาวผมม้าตามความเคยชิน

จังหวะเดียวกับที่ไอซ์เงยหน้าจากอมยิ้มสีเขียวสดมองตรงไปพอดี

ตาสบตากัน ไคยิ้มให้นิดหนึ่ง หญิงสาวจึงยิ้มตอบ ชายหนุ่มหยุดยืนรออย่างจงใจ เมื่อไม่จำเป็นต้องปิดบังความรู้สึกของตนเอง สายตาที่มองมาที่หญิงสาวจึงอ่อนโยนผิดจากที่มองคนอื่นโดยสิ้นเชิง

เมเม่มองภาพที่ไคกับไอซ์เพื่อนสาวของเธอยิ้มให้กันอย่างตกตะลึง ภาพตรงหน้ากระแทกเข้ากลางใจเธออย่างจัง

หรือว่า...จริงๆแล้วสองคนนี้แอบมองกันอยู่แต่ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อน

สาวหมวยมองหน้าซีดๆของซายูริเมื่อไคเดินมาทางไอซ์แล้วนึกสงสารขึ้นมาจับจิตจับใจ ทำไมไคถึงทำอย่างนี้ ทั้งๆที่คุณซายูริก็ยืนมองอยู่ ทำไมต้องทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้

คนทั้งกลุ่มออกเดินกันไปตามสะพานที่ทอดยาวลงไปสู่ดินแดนแห่งเทพนิยาย หยุดถ่ายรูปกันเป็นระยะๆ โดยมีไอซ์กับไคผลัดกันเป็นตากล้องเหมือนอย่างเคย บรรยากาศและเสียงเพลงสนุกสนานที่ปลุกเร้าไม่ได้ทำให้สิ่งที่เป็นเงาดำที่ทาบทับบนจิตใจของหญิงสาวหลุดออกไปได้ ความเป็นห่วงและความกังวลใจเข้ามาแทนที่

ไอซ์จะรู้บ้างรึเปล่าว่าไคมีคุณซายูริอยู่แล้ว

เมเม่รู้สึกว่าเธอจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้ไอซ์ต้องมานั่งเสียใจภายหลังแบบที่คุณซายูริโดนอยู่

ไคนะไค...ร้ายนักนะ ดูท่าทางก็ดี ไม่น่าเชื่อว่าจะเจ้าชู้อย่างนี้เลย

เมเม่นึกโกรธอยู่ในใจ พลางค้อนลมค้อนฟ้าไปตามเรื่องตามราวโดยคนที่โดนค้อนนั้นไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไรเลย


ทั้งหกคนซื้อบัตรผ่านประตูแบบใช้ได้หนึ่งวันเหมือนกันหมด ราคาค่าบัตรผ่านประตูเป็นเงิน 5500 เยน ลูกหว้าบ่นเสียดายที่คราวนี้มีเวลาน้อย ทำให้ไม่สามารถเข้าดูทั้ง Disney Land และ Disney Sea ได้ภายในวันเดียว

“แค่ดิสนี่ย์แลนด์อย่างเดียวก็เล่นไม่หมดแล้วล่ะลูกหว้า เอาไว้คราวหน้าเราค่อยมานอนที่โรงแรมของเค้าแล้วเล่นมันสองวันก็แล้วกันนะ” ไอซ์ปลอบใจเพื่อน ชี้ไปทางโรงแรมขนาดใหญ่ที่ตกแต่งคล้ายๆกับปราสาทในเทพนิยายที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทั้งสองแห่งจะได้ไม่ต้องนั่งรถไฟกลับเข้าเมืองอีกให้เพื่อนดูพร้อมหยิบแผ่นพับของ Disney Resort ใส่กระเป๋าลูกหว้าเป็นการปลอบใจทั้งๆที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าคงอีกนานเลยทีเดียวกว่าทุกคนจะได้มาเที่ยวเล่นกันอย่างครั้งนี้อีก

ผ่านประตูเข้ามาพบกับลานกว้างขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นสัญลักษณ์รูปวงกลมขนาดใหญ่ ภายในถูกตกแต่งเป็นรูปเจ้าหนูมิกกี้เมาส์ พระเอกของอาณาจักรแห่งความฝันแห่งนี้ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆจึงพบว่าทั้งหมดทำขึ้นด้วยไม้ใบและไม้ดอกขนาดเล็กตัดแต่งและเรียงสีจนเป็นภาพขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

หลังจากทุกคนถ่ายภาพอย่างจุใจแล้ว ลูกหว้าก็กางแผ่นพับที่ได้รับแจกขึ้นดู

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ถูกแบ่งออกเป็นโซนๆตามเครื่องเล่น ตรงหน้าที่ยืนกันอยู่นี่คือ World Bazaar ถัดเข้าไปจึงเป็นร้านขายของที่ระลึกเรียงตามแนวยาวไปจนเรื่อย เมื่อผ่านแนวร้านขายของที่ระลึกละลานตาออกมาแล้วจึงเป็นลานกว้างอีกครั้งจึงจะพบกับปราสาทเทพนิยายอันเลื่องชื่อ

“จะเที่ยวกันยังไงดีล่ะ วนไปตามทางดีมั้ย เริ่มจาก Adventureland ก่อนแล้วไป Westernland ออกไป Critter Country, Fantasyland ถึงToontown แล้วค่อยจบที่Tomorrowland” ลูกหว้าไล่มือไปตามแผ่นพับ

“ผมว่านะ…” หนุ่มผมทองขัดขึ้น “มันจะมีเครื่องเล่นบางอย่างที่คนจะเล่นกันเยอะมาก ต้องต่อคิวนาน เราควรจะไปเอา fast pass เครื่องเล่นพวกนี้มาก่อนแล้วค่อยมาเล่นเครื่องเล่นอื่นๆ”

เมื่อเห็นสามสาวงงโยคุงจึงอธิบายต่อ “คือมันเป็นตั๋วแบบที่เหมือนเราไปจองคิวไว้น่ะ สมมติเราไปต่อคิวตอนเที่ยง ถ้าเรารอต่อคิวอาจจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง พนักงานก็จะให้ตั๋วมาเลยว่าเรามาต่อคิวตอนเที่ยง ให้กลับมาอีกทีตอนบ่ายโมงเลยไม่ต้องมายืนรอไง เราก็ไปเล่นอย่างอื่นได้ไม่เสียเวลาน่ะ”

“อ๋อ...” สามสาวพยักหน้าเห็นด้วย

“แบบนี้ก็ดีเนอะ ไม่ต้องมาเสียเวลายืนรอด้วย” เมเม่บอกด้วยความดีใจ

“ใครมาเที่ยวเค้าก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นแหละ ไม่ได้หาข้อมูลมาเหรอ” ซายูริแกล้งพูดลอยๆ

“เมเม่ไม่ได้เป็นคนหาข้อมูลหรอกค่ะ ลูกหว้าจัดการให้หมด”

“มิน่า ถึงไม่รู้เรื่อง”

“ไม่หรอกค่ะคุณซายูริ ถ้าไม่ได้ลูกหว้าช่วยจัดการให้ เราสามคนก็คงไม่ได้มาเที่ยวอย่างนี้หรอก”

ซายูริพยักหน้า ยิ้มเยาะอย่างเข้าใจ ปรายตามองมาทางไอซ์แว่บหนึ่งคล้ายกับจะบอกว่าถ้ามาเองคนเดียวไม่มีเพื่อนคอยช่วยก็คงไม่มีปัญญามาถึงญี่ปุ่นนี่หรอก

สาวผมม้าเห็นสายตาที่มองมาอย่างเหยียดๆนั้นแล้วก็หน้าชาวูบขึ้นมาอย่างเหลืออด พยายามข่มใจว่าแค่ทนรักษามารยาทให้จบวันนี้ไปก็พอ แล้วก็คงไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีก

หนุ่มผมทองดูเวลา แล้วจึงหันมาหาเพื่อนสาวจากเมืองไทย

“งั้นสาวๆรอกันแถวๆนี้กับไคก่อนนะ เดินดูของในร้านไปพลางๆก็ได้ เดี๋ยวผมวิ่งไปเอา fast pass แถวๆนี้มาให้ก่อน จะได้ไม่เสียเวลา”

โยอิจิพยักหน้ากับไคแต่ฝ่ายหลังรั้งแขนเพื่อนไว้ทัน

“เฮ้ย...แกรออยู่แถวๆนี้เป็นเพื่อนสาวๆแล้วกัน เดี๋ยวไปเอาให้เอง ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่เหรอ จะไปวิ่งร้อนๆทำไม”

“เรื่องเล็กน่า แต่ก่อนก็เป็นแกนี่หว่าที่คอยช่วยอะไรแบบนี้น่ะ”

เมื่อเห็นเพื่อนมองมาด้วยสายตาเป็นห่วงจึงตบบ่าเบาๆส่งภาษารัวเร็วกว่า
ปกติ ไม่อยากให้สามสาวจากเมืองไทยฟังเข้าใจ

“เอาน่า...ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวหาอะไรรองท้องตอนขากลับได้น่า เอาเวลาไปคุยกับไอซ์ไม่ดีกว่าเหรอ อีกไม่กี่วันเค้าก็กลับเมืองไทยแล้วนะโว้ย ทำคะแนนหน่อยดิวะ แล้วสุดสวยอย่างซายูรินี่ยังไม่เลิกตามแกอีกเหรอ พามาอย่างนี้เดี๋ยวไอซ์ก็เข้าใจผิดหรอก”

ประโยคสุดท้ายเบาราวกับกระซิบ

ไคไม่อยากโวยวายกับเพื่อนว่าที่ซายูริตามมาด้วยได้นี่ก็เพราะอะไร จึงแค่บอกสั้นๆ

“ไม่เข้าใจผิดหรอก เคลียร์กันแล้ว เดี๋ยวกลับไปค่อยเล่าให้ฟัง”

โยอิจิเห็นเพื่อนหน้าแดงขึ้นมาก็พอจะเข้าใจ ชายหนุ่มพยายามกลั้นยิ้ม พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะโบกมือไล่ให้เพื่อนไปดูแลพวกผู้หญิง แล้วค่อยวิ่งหายลับไปในฝูงชน

เมื่อหนุ่มผมทองกลับมาพร้อมกับบัตร fast pass ในมือสำหรับเครื่องเล่นบางชนิด สาวๆก็มีของเล่นในมือกันคนละชิ้น เมเม่กับไอซ์กดยิงปืนละอองน้ำที่มีพัดลมใช้สำหรับคลายร้อนใส่กันอย่างสนุกสนาน ลูกหว้าหันมาเห็นชายหนุ่มก็ยิงปืนใส่ทันทีทำเอาโยอิจิต้องหลบเป็นพัลวัน

“หายร้อนยัง” สาวผมสั้นถาม เปลี่ยนจากการกดปุ่มให้มีละอองน้ำออกมาพร้อมลมให้กลายเป็นแค่ลมเฉยๆเพื่อเป่าให้ชายหนุ่มเย็นสบายขึ้น

แม้แต่ซายูริที่ทำหน้างอมาตลอดก็มีรอยยิ้มพร้อมของติดไม้ติดมือออกมาเป็นที่คล้องคอสำหรับใส่ตั๋วเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ลูกหว้าคว้าบัตร fast pass ในมือโยอิจิมาดูไล่ดูพลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

“อันที่เร็วที่สุดก็อีกตั้งกว่าครึ่งชั่วโมงแน่ะ กว่าจะเข้าไปเล่นได้”

“งั้นเราเข้าไปดู Bear Theater ตรงโน้นกันก่อนมั้ย ใกล้รอบแล้ว คนไม่เยอะด้วย” เมเม่ชี้ชวนไปที่โรงละครขนาดเล็ก จุคนได้ไม่น่าจะเกินหนึ่งร้อยคน มีภาพบรรดาหมีแต่งตัวตลกๆติดตามผนัง พร้อมทั้งมีป้ายระบุเวลารอบการแสดงตั้งไว้ข้างหน้า คนที่ยืนรอชมการแสดงชุดนี้มีอยู่เพียงประปรายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพ่อแม่ที่พาลูกเล็กๆมาเท่านั้น

ไคกับโยอิจิเหมือนนัดกันไว้ ทั้งคู่หันมาสบตาไอซ์และลูกหว้าเหมือนจะขอความเห็น ทั้งสองสาวจึงพยักหน้าแทนคำตอบ

ซายูริเห็นอาการของไคแล้วอดอิจฉาไม่ได้

ทำไมต้องไปสนใจอะไรยัยผมม้าคนนี้นักหนาด้วยนะ ถึงรู้ว่าไม่เหมาะแต่ก็อดรวนขึ้นมาไม่ได้

“ซายูริไม่เห็นอยากดูเลย ไคพาซายูริไปดูอย่างอื่นได้มั้ย อันนี้มีแต่ตุ๊กตาหมีแต่งตัวประหลาดๆเต้นหลอกเด็กเท่านั้นน่ะ”

“จะได้ยังไงล่ะ ก็เรามากันเป็นกลุ่มแล้วจะมาแยกกันได้ยังไง”

“ก็ให้โยอิจิพาเข้าไปดูสิ เราไปเล่นอย่างอื่นรอดีกว่า”

“เรามาด้วยกันนะซายูริ แล้วทุกคนก็ตกลงกันว่าจะดูโชว์นี้” ไคท้วงเสียงเหนื่อยอ่อน

“แต่ซายูริเคยดูมาแล้วนี่ ไม่เห็นจะมีอะไรซักหน่อย”

“แต่คนอื่นยังไม่เคยดูนะซายูริ”

“ก็ช่างหัวคนอื่นสิ”

“ซายูริ” ชายหนุ่มเรียกเพื่อนเสียงเข้ม ถอนใจหนักๆ พยายามข่มอารมณ์กรุ่นๆในใจ

สาวหมวยเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ไคกับแฟนสาวทะเลาะกันโดยที่ลืมคิดไปว่าความจริงคนที่เป็นต้นเหตุจริงๆคือหญิงสาวที่ยืนหน้างออยู่ในตอนนี้มากกว่า

“ความจริงโชว์นี้มันก็ดูเด็กไปจริงๆด้วย งั้นเมเม่ว่าเราไปดูอย่างอื่นที่คุณซายูริอยากดูดีกว่าค่ะ”

“แต่เมเม่อยากดูไม่ใช่เหรอ” ลูกหว้าค้าน

“ไม่ได้อยากดูเท่าไหร่หรอก แค่เห็นว่ามันอยู่ใกล้ๆกับอีกอันที่จะไปเล่นน่ะ แล้วเวลามันพอดีกัน เข้าไปดูก็ดีกว่าอยู่ว่างๆน่ะ”

“ผมจะดูการแสดงนี้ ซายูริอยากดูก็ดู ไม่อยากดูก็รอข้างนอกหรือจะไปเล่นอย่างอื่นรอก็ตามใจ แล้วตอนบ่ายโมงครึ่งมาเจอกันตรงทางเข้าก็แล้วกัน” ไคพูดตัดบทเรียบๆ เดินไปเข้าคิวรอตรงหน้าประตูทางเข้า หันหลังให้ กอดอกนิ่ง

ทุกคนมองหน้ากันก่อนจะเดินตามไคไปเงียบๆ แม้กระทั่งซายูริตัวต้นเรื่องก็เหมือนจะรู้ตัว เพราะไม่บ่อยนักที่เพื่อนชายจะออกอาการโมโหมากขนาดนี้

จะมีก็แต่เมเม่ที่นึกหมั่นไส้ไคอยู่ไม่น้อย

จะมาทำเป็นโมโหคุณซายูริทำไม เป็นแฟนกันก็ต้องอยากแยกไปเที่ยวกันสองคนสิ ตัวเองไม่อยากแยกไปเพราะจ้องแต่จะจีบไอซ์ คุณซายูริก็คงรู้ เจ้าชู้เองแท้ๆ พอผู้หญิงเค้างอนก็มาทำหงุดหงิดใส่ น่าเกลียดที่สุด

เมเม่เดินไปใกล้ชายหนุ่ม เห็นเขาทำหน้านิ่งๆก็อดไม่ได้ หญิงสาวแกล้งเดินกระแทกไหล่ไคอย่างตั้งใจจนคนโดนชนต้องหันมามองหน้าพร้อมเลิกคิ้วแทนคำถาม

เมเม่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เอ่ยแม้แต่คำขอโทษ เธอเดินเลยเขาไปหาไอซ์ที่กำลังถ่ายภาพบรรยากาศก่อนการแสดงไว้อย่างตั้งใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดชึ้น

ไคมองเมเม่อย่างงงๆ แต่อารมณ์หงุดหงิดเพื่อนสาวในขณะนี้ทำให้เขาไม่ได้ใส่ใจอย่างอื่นมากนัก

“โยคุงเคยดูโชว์นี้รึยังล่ะ” สาวผมสั้นหันมาถามคนที่ยืนอยู่ท้ายแถวระหว่างที่เข้าแถวรอประตูเปิด

“เคย...แต่นานมากแล้วล่ะ ดูอีกได้ไม่เป็นไร”

ลูกหว้าพยักหน้ารับรู้ ก่อนเดินผละไปแอบสะกิดแขนไคเบาๆ

“ไค...ความจริงลูกหว้าไม่ค่อยอยากดูโชว์นี่เท่าไหร่นักหรอก ลูกหว้าขอไปนั่งกินไอติมรอตรงโน้นนะ” เธอชี้มือไปทางโต๊ะที่ตั้งอย่างเป็นระเบียบอยู่ข้างหน้าซุ้มขายอาหารทานเล่นหลากหลายชนิดกระจายอยู่รอบๆบริเวณ

เมื่อไคพยักหน้ารับง่ายๆ ลูกหว้าก็เดินไปดึงชายเสื้อชายหนุ่มอีกคน

“อ้าว...ออกมาสิ ยืนอยู่ทำไมล่ะ โยคุงเคยดูมาแล้วไม่ใช่เหรอ ออกไปกินไอติมเป็นเพื่อนลูกหว้าดีกว่า”

โยอิจิโดนลากออกมาจากแถวก็ขำปนงงจนมาเริ่มเข้าใจเมื่อสาวผมสั้นพาไปนั่งตรงม้านั่งสำหรับสั่งอาหาร

“โยคุงยังไม่ได้ทานข้าวมาไม่ใช่เหรอ จะทานอะไรก็ไปซื้อสิ”

เมื่อเห็นเขาทำหน้าสงสัยเหมือนจะถามว่าทำไมเธอถึงรู้ก็พูดต่อขำๆ

“นึกว่าพูดกันเร็วๆแล้วลูกหว้าจะไม่เข้าใจเหรอ ไอซ์กับเมเม่อาจจะฟังไม่ทัน แต่บอกไว้เลยนะว่ามุขนี้ใช้ไม่ได้กับลูกหว้าหรอก ความจริงโยคุงไม่เห็นต้องเกรงใจเลย ยังไม่ได้ทานข้าวมาก็บอกสิ”

“กลัวจะทำให้ทุกคนเสียเวลาน่ะ ต้องมานั่งรอผมคนเดียว แล้วทุกคนก็ไม่ได้มีเวลาเที่ยวมากมายอะไรนี่ น่าจะใช้ให้คุ้มมากกว่า”

“เที่ยวน่ะสำคัญ แต่เพื่อนก็สำคัญเหมือนกันนะ โยคุงเป็นเพื่อนลูกหว้า อุตส่าห์เสียเวลาพามาเที่ยว ถ้าปวดท้องขึ้นมาจะทำยังไง กินข้าวไม่เป็นเวลายังงี้น่ะ”

“ผม...” ชายหนุ่มเกาหัวเก้อๆ จนด้วยถ้อยคำ แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนคอยถามเรื่องต่างๆด้วยความเป็นห่วงเป็นใยแบบนี้มันนานแค่ไหนมาแล้ว

อาจจะมีบ้างที่เขาและไคคอยถามไถ่กันซึ่งกันและกัน แต่ก็จะไม่มาใส่ใจอะไรกันมากมายเพราะถือว่าโตๆกันแล้ว ต่างคนต่างต้องรับผิดชอบตนเอง

เขามองหน้าหญิงสาวอยู่อย่างนั้น นึกคำพูดไม่ออกเสียดื้อๆ

“รีบไปสิ” ลูกหว้าดันหลังชายหนุ่มไปทางที่ซุ้มขายอาหารก่อนเอ่ยไล่หลัง

“อย่าลืมไอติมลูกหว้านะ ขอบคุณที่เลี้ยง”



โยอิจิจัดการกับอาหารตรงหน้าของตนเองเสร็จก็นั่งมองลูกหว้ากินไอศกรีมอย่างน่าเอร็ดอร่อย ผู้หญิงตรงหน้าเขามีดวงหน้ากลม แก้มป่อง ผมสั้นกุดราวกับเด็กผู้ชาย ดีหน่อยก็ตรงที่มีผิวเนียนละเอียดกับดวงตากลมใสแจ๋ว แต่อย่างไรก็ยังห่างกับคำว่า ‘สวยหรือเซ็กซี่’ อย่างที่เขาชอบอยู่หลายขุม

เมื่อเทียบกันจริงๆกับกลุ่มเพื่อนของเธอ ลูกหว้าไม่ได้มีดวงหน้าสวยหวานจนต้องเหลียวมองซ้ำแบบไอซ์ไม่ได้น่ารักกุ๊กกิ๊กแบบเมเม่ แต่เธอก็มีอะไรพิเศษในแบบฉบับของตัวเองที่สามารถดึงดูดสายตาให้มองมาที่เธอได้
คำจำกัดความของลูกหว้าสำหรับเขานั้นคงจะเป็นคำว่า ‘ น่าเอ็นดู ‘ กระมัง

“มองอะไร” ลูกหว้าถามเสียงเขียวเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งจ้องหน้าเธออยู่นานสองนาน “อยากกินไอติมก็ไปซื้อใหม่ไป อันนี้ของลูกหว้า”

โยอิจินึกขำเมื่อสาวเจ้าดันเข้าใจไปอีกทาง

“ใช้แชมพูอะไรน่ะ ทำไมหอมจัง” หนุ่มผมทองถามยิ้มๆ แกล้งยื่นหน้ามาใกล้เรือนผมของหญิงสาว

โดยปกติผู้หญิงกับผู้ชายถ้าอยู่ใกล้กันขนาดนี้ ได้คำชมหวานๆก็น่าจะมีอาการเอียงอายบ้าง แต่ลูกหว้ากลับส่ายหัวดิก

“เปล่า...เพิ่งซื้อสเปรย์ที่ฉีดแล้วผมหอมมาเมื่อวานตอนขากลับน่ะ ลูกหว้าเลยลองใช้ดูซะเลยเพราะวันนี้ตื่นสาย ไม่ได้สระผมมาน่ะ” ตอบหน้าตาเฉยแถมยังบรรยายสรรพคุณต่อเสร็จสรรพ “แสดงว่าของเค้าดีจริงนะเนี่ย ขนาดฉีดไปนิดเดียวเองนะโยคุงยังได้กลิ่นเลย แหม...คราวหน้าลูกหว้าจะลองทิ้งไว้ซักสามวันนะ ดูซิว่าจะยังหอมอยู่มั้ย”

โยอิจิชะงักไปนิดหนึ่งแล้วจึงขำพรืดออกมา

เฮ้อ...ลูกไม้จีบสาวของเขาที่ใช้ได้ผลมานักต่อนักเนี่ยคงจะใช้ไม่ได้กับสาวคนนี้

เขาเบี่ยงตัวออก แกล้งทำสีหน้ารังเกียจเต็มที่

“ผู้หญิงจริงๆรึเปล่าเนี่ย ผมก็ไม่สระ”

“ก็ผู้หญิงอย่างนี้นี่แหละ ทำไม...ทำไม ผู้หญิงจริงต้องเป็นยังไง”

“ก็...ประมาณว่าอ่อนหวาน น่ารัก เนื้อตัวสะอาด หอมๆนุ่มๆไง” พูดไปก็แกล้งทำตาเคลิ้มฝัน

“เฮอะ” สาวผมสั้นเชิดจมูกเล็กๆใส่ “ใครๆก็ชอบสาวหวานๆกันไปหมด ทำไมไม่มีใครชอบอะไรแหวกแนวบ้างเลยรึไงนะ”

“ไม่ต้องมีใครคนอื่นหรอกมั้ง แค่คนในรูปนั้นก็พอ แต่เป็นแบบนี้น่ะ เค้าจะมาชอบเหรอ” หนุ่มผมทองพูดไปไม่ทันคิดแต่เมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไปก็เพิ่งรู้สึกตัว

“ผมพูดเล่นนะลูกหว้า ขอโทษที อย่าคิดมากนะ”

“ทำไมเหรอโยคุง ผู้หญิงแบบที่ลูกหว้าเป็นมันแปลกมากเลยรึไง” ถามเหมือนหาเรื่องแต่หางเสียงปร่าแปร่งจนชายหนุ่มรู้สึกได้จนอยากจะเขกหัวตัวเองสักที

“ไม่ใช่ๆ ผมพูดเล่นจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจ”

“เออน่า...ลูกหว้ารู้น่าว่าตัวเองมันแค่ไหนน่ะ ไปทิ้งไม้ไอติมก่อนนะ”

โยอิจิคว้ามือเล็กๆไว้ทันก่อนที่เธอจะลุกไป

“ลูกหว้า...ผมขอโทษ”

เมื่อเห็นหญิงสาวยืนนิ่งก็รีบพูดต่อ

“ลูกหว้าก็มีดีแบบของลูกหว้าเองนะ ผมเชื่อว่าต้องมีใครซักคน...เอ่อ...รักลูกหว้าในแบบที่ลูกหว้าเป็น อย่าเอาคำพูดของคนปากเสียอย่างผมไปทำลายความนับถือในตัวเองของลูกหว้าเลยนะ”

“ไม่หรอกโยคุง ลูกหว้ารู้ตัวมาตลอด ไม่มีใครมองว่าลูกหว้าเป็นผู้หญิงอยู่แล้วแหละ ไม่มีใครชอบลูกหว้าแบบนั้นอยู่แล้ว”

“มีสิ ทำไมจะไม่มี” ชายหนุ่มโพล่งออกไปไม่ทันคิด เมื่อเห็นหญิงสาวหันมาสบตาตรงๆก็รีบหลบตา มือที่กุมมือเล็กไว้คลายออก เวลาเหมือนจะหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน

+++++++++++++++++++++









 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2552
3 comments
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2552 14:21:15 น.
Counter : 1326 Pageviews.

 

คุณ 2in1 ขอบคุณที่ยังตามอ่านกันอยู่นะคะ สัญญาว่ายังไงก็จะลงจนจบแน่นอนค่ะ

 

โดย: totolly17 8 กุมภาพันธ์ 2552 14:23:23 น.  

 

^o^ อ่าน แต่ ไม่ค่อยเม้นท์ค่ะ ..แอบเชียร์โยคุงกะลูกหว้าอยู่ค่ะ

 

โดย: 2in1 IP: 124.121.150.152 9 กุมภาพันธ์ 2552 8:36:31 น.  

 

รออ่านต่อนะคะ

 

โดย: ayuruka 2 เมษายน 2552 4:15:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
totolly17
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add totolly17's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.