Welcome To ทองหลาง Bloggang ว่างๆ ก็แวะเข้ามา...ยินดีต้อนรับจ้า
ตามสุดฟ้า ล่าสุดรัก ตอนที่2. พรหมลิขิตกำลังเล่นตลก



2

แสงไฟสลัวสารพัดสีส่องมาจากทั่วสารทิศเคล้าเสียงเพลงเบา ๆให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวตามสถานะของไนท์คลับชั้นสูงที่แขกส่วนใหญ่ผู้เข้ามาใช้บริการจะเป็นผู้มีฐานะมั่นคงเรื่องการเงิน

“น้อง...ขอวิสกี้ที่...”

นภจรเดินเข้ามาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาเตอร์สั่งเครื่องดื่มเสร็จ สายตาคมก็เริ่มสแกนไปรอบ ๆ จนทั่วบริเวณห้องกว้างแม้แสงไฟไม่สว่างมากมายอะไรนักแต่คนที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในวิชาที่สามารถทำลายขีดจำกัดความสามารถของมนุษย์อย่างเขานี่ไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย

“นี่ครับ”

พนักงานประจำบาร์เครื่องดื่มวางแก้วบรรจุน้ำสีอัมพันลงตรงหน้าลูกค้าหนุ่มที่ขนาดเขาเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังอดเหลือบมองความสมบูรณ์แบบของโครงหน้าอันหล่อเหลานี้ไม่ได้จะว่าไป...ตั้งแต่เขาเข้าทำงานที่บาร์แห่งนี้ความหล่อระดับนี้ของผู้เข้ามาใช้บริการแทบนับจำนวนได้ จึงไปแปลกที่ลูกค้าหนุ่มผู้นี้จะเป็นที่สะดุดตาของใครหลายคนไม่เว้นแม้แต่กลุ่มสาวสวย ที่นั่งอยู่เก้าอี้ชุดถัดไปในมุมสลัวเขาพอสังเกตเห็นว่าพวกเจ้าหล่อนหันมามองทางเคาเตอร์บาร์อยู่เป็นระยะพร้อมแทรกเสียงหัวเราะเบา ๆ ไม่ต้องเดาก็รู้...เมื่อผู้หญิงมารวมกลุ่มกันบทสนทนาใดเล่าจะน่าสนใจเท่าเรื่องผู้ชาย โดยเฉพาะหนุ่มหล่อระดับพรีเมียมคนนี้

นภจร จิบวิสกี้พลางสอดส่ายสายตาเหมือนกำลังมองหาใครสักคน เขามีนัดกับสายข่าวที่ถูกส่งไปหาข้อความเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงสายข่าวคนนี้ แม้เขาจะไม่เคยพบหน้ามาก่อน แต่แน่นอนว่า คนคนนั้นย่อมไม่ใช่หญิงสาวในชุดน้ำเงินเข้มที่กำลังเดินตรงมาทางเขาแน่ ๆ เธอคนนี้ดูสวยหวาน ใสซื่อเกินไปและที่สำคัญคนที่โทรหาเขาเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง

“สวัสดีค่ะ...มาคนเดียวเหรอคะ” เสียงหวานละมุนดังขึ้น ด้วยคำถามพื้น ๆที่ไม่เน้นคำตอบ

นภจรกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้ารวดเร็ว เป็นธรรมชาติจนอีกฝ่ายจับผิดไม่ได้ว่ากำลังถูกชายหนุ่มมองสำรวจแทบจะละเอียด เดรสยาวแค่เข่าทำให้รู้ว่าเธอมีขาที่สวยมาก เปลือยไหล่ขาวเนียนชวนให้นึกอยากประทับรอยด้วยริมฝีปากอกกลม สะโพกผายได้สัดส่วนกับความสูงที่น่าจะราว ๆ ร้อยหกสิบห้า ใบหน้าตกแต่งประณีตเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากอิ่ม จมูกโด่งรั้น ดวงตากลมโตงดงามเหมือนตาแมวไหวระริกมีแววซุกซนอยู่บ้างแต่ถึงกระนั้นก็ยังคล้ายสาวเรียบร้อยใสซื่อ คงแก่เรียน มากกว่าความก๋ากั่นที่กำลังแสดงออกมาให้เห็น...นี่ถ้าเขาไม่ติดธุระสำคัญคงไม่ขัดข้องที่จะเล่นเกมสนุก ๆ กับเจ้าหล่อน นึกอยากรู้เหมือนกันว่าเนื้อแท้ของเธอจะเป็นเหมือนที่กำลังแสดงออกอยู่ตอนนี้หรือเปล่า

“ผมนัดเพื่อนไว้ครับ”

สังเกตเห็นเธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนแปลกใจที่ได้คำตอบแบบนี้ก่อนจะเผยยิ้มอ่อนหวานที่ชวนให้หัวใจกระตุก ดวงตาพร่า ไปชั่วขณะ

“ดูเหมือนเพื่อนคุณยังไม่มา...ทำความรู้จักกันหน่อยคงไม่รังเกียจนะคะ”เธอยื่นนามบัตรให้ชายหนุ่มผู้มีความหล่อระดับสิบปีจะหาน่าตาแบบนี้สักคนคงยาก

“ขอโทษนะครับผมไม่ได้พกนามบัตร”นภจรหลบเปลือกตาลงอ่านข้อความในการ์ดเล็กๆในมือ ที่มีเพียงแค่ชื่อเบอร์โทรศัพท์และอีเมลไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่านี่จะใช่นามบัตรของหญิงสาวตรงหน้าจริง ๆ ถ้าใช่ เธอก็ชื่อ ตรีรติ

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอชื่อกับเบอร์โทรก็พอ”

ไม่เคยเห็นผู้หญิงช่างตื้อแบบนี้มาก่อน...ถ้าในสถานการณ์แบบนี้ถูกปฏิเสธติดต่อกัน ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปคงขอตัวจากไปเงียบ ๆ เพราะกลัวจะดูไม่ดีแต่นี่กลับยื่นลำแขนขาวผ่องพร้อมปากกามาขวาง

นภจรรู้สึกทั้งฉุนทั้งขัน แต่เพราะดวงตาบ้องแบ๊วคู่นั้นเชียวที่ทำให้เขายอมรับปากกามาจดบางอย่างลงบนลำแขนขาวผ่องนั่น...

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะความพยายามเชื่อมสัมพันธไมตรีคราวนี้เขาเห็นรอยยิ้มหวานบนใบหน้านั้นอีกครั้ง ก่อนเธอจะขอตัวจากไปง่าย ๆเขามองตามไปกระทั่งเห็นเธอทรุดตัวลงนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆยังที่นั่งที่อยู่ไปไกลนัก ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวฟังไม่ได้ศัพท์ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าย่อมเป็นเสียงจากเครื่องสื่อสารขนาดจิ๋วในมืออยู่แล้ว

นภจรตอบรับไม่กี่ประโยคก่อนวางสายเขาจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มเรียบร้อยก่อนจะเดินผ่านโต๊ะที่มีกลุ่มสาวสวยนั่งอยู่โดยไม่ได้สนใจว่าจะมีใครมองตามด้วยความอาลัยอาหารตาชั้นเลิศอย่างเขา

“ฝีมือใช้ได้...ไม่อยากเชื่อเลยว่าจนป่านนี้แล้วยังครองตัวเป็นโสด”หนึ่งในกลุ่มหญิงสาวที่นั่งสังเกตการณ์ด้วยความสนใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงทึ่ง ๆ

“มันก็แค่เกม...แค่นี้ไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะพี่ไอรีน ผู้ชายที่ไหน ๆก็ไม่ต่างกันหรอก”คนที่เพิ่งยื่นท่อนแขนอวดผลงานให้เพื่อนรุ่นพี่ดูเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแม้สายตาจะเผลอเหลือบมองคนที่เพิ่งเดินผ่านไปจนลับตา

“พี่เห็นคุณคริสต์ให้นามบัตรเขาไปด้วย ไม่กลัวว่าเขาจะโทร.มาสานสัมพันธ์ทีหลังเหรอคะคุณคริสต์ออกจะสวย สวยแบบไม่ธรรมดาซะด้วยสิ” อีกหนึ่งสาวถามขึ้นบ้าง

“สวยแบบไม่ธรรมดานี่สวยแบบไหนคะคุณมิ้นท์ ฮ่าๆๆ” คริสเอ่ยถามมินตราแม่บ้านตำรวจที่ไอรีน ชวนมาเป็นเพื่อนในการเที่ยวผับครั้งนี้แม้เพิ่งจะได้พบได้รู้จักกันครั้งแรกในวันนี้ความน่ารักและเป็นกันเองของมินตราก็ทำให้คริสต์รู้สึกประทับใจ ไม่ต่างไปจากไอรีนเพื่อนรุ่นพี่ที่จบจากสถาบันMIT ที่เดียวกันกับเธอ ไอรีนเรียนจบก่อนเธอสามปี แม้จะเรียนกันคนละสาขาแต่เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน คริสต์กับไอรีนจึงค่อนข้างที่จะสนิทสนมกันอยู่ไม่น้อย

“สวยไม่ธรรมดาก็คือสวยที่ไม่ใช่สวยเฉพาะหน้าตาเท่านั้นค่ะแต่ยังมีแววตาที่ฉลาด กิริยาท่าทางยังงามสง่าด้วย” มินตราเอ่ยด้วยความชื่นชม

“ชมกันซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้คริสต์จะลอยออกนอกโลกไหมคะ” หญิงสาวหัวเราะก่อนจะเอ่ยถึงนามบัตร“นามบัตรนั่นไม่ใช่ของคริสต์หรอกค่ะ”

“อ้าว” สองสาวร้องออกมาพร้อมกัน ทั้งหันมาสบตากันด้วยความสงสัยขณะคนที่ให้คำตอบกลับยิ้มหวาน ทั้งยังจิบไวน์รสเลิศอย่างใจเย็น

“เจ้าของนามบัตรเป็นตัวแทนขายประกันค่ะ พอดีว่าชื่อในนามบัตรคล้ายชื่อไทยของคริสต์ก็เลยเก็บเอาไว้ ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ใช้ประโยชน์”

“คุณคริสต์มีชื่อไทยด้วยเหรอคะ” มินตราถามด้วยความสนใจรู้สึกตื่นเต้นที่ในชีวิตเธอแวดล้อมไปด้วยคนเก่งระดับหัวกระทิของโลก

“คริสต์เป็นคนไทยค่ะ...ไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องมีชื่อไทยอยู่แล้ว”

“นี่ถ้าพ่อหนุ่มคนนั้นเกิดโทรเบอร์นั้นขึ้นมาจริง ๆจะเป็นยังไงนะ...หึหึหึ” ไอรีนอดหัวเราะไม่ได้

“ก็คงนึกอยากหักคอคนสวยจิ้มน้ำพริกกระมังคะในข้อหาที่ทำให้เขาเสี่ยงต่อการต้องซื้อประกันชีวิต”มินตราเสริมขึ้นทั้งยังร่วมหัวเราะไปด้วยอีกคน “แต่ว่าเบอร์ที่แขนนี่ล่ะคะ คุณคริสต์คิดว่า...”

“ปลอมชัวร์ค่ะ เท่าที่ดู ท่าทางเขาไม่ค่อยจะเต็มใจสานสัมพันธ์สักเท่าไหร่จะไล่ตะเพิดก็กระไรอยู่ ก็คงให้มาแบบมั่ว ๆ แม้แต่ชื่อก็ใช่ว่าจะจริง”

คริสต์มองรอยปากกาบนท่อนแขน...นภคือชื่อที่เขาเขียนกำกับตัวเลขสิบหลักไม่รู้ว่านี่คือชื่อจริง ๆ ของเขาหรือเปล่า หญิงสาวเผลอถอนหายใจ...หนุ่มหล่อระดับนี้แถมยังไว้ตัวไม่กระโดดลงหลุมกับดักง่ายดายเพียงเพราะเหยื่อล่อสมบูรณ์แบบที่อยู่ตรงหน้าแบบนี้หายากอยู่เหมือนกัน

“เอาล่ะ...ต่อไปพี่จะไม่ท้าคริสต์เรื่องแบบนี้อีกแล้ว...จริง ๆพี่ก็น่าจะคิดได้ว่าผู้หญิงที่จบวิศวะเครื่องกลชีวิตส่วนใหญ่ของเธอจะถูกแวดล้อมด้วยผู้ชาย...อีกอย่างกว่าครึ่งชีวิตของคริสต์ยังอาศัยอยู่ต่างแดนที่มีวัฒนธรรมความเสมอภาคระหว่างชายหญิงเรื่องแบบเมื่อครู่ถือว่าธรรมดามาก”

“อย่าคิดอะไรมากเลยค่ะ ยังไงนี่มันก็แค่เกมเท่านั้น นาน ๆมีโอกาสได้เที่ยวแบบนี้ซักที หาอะไรตื่นเต้นทำมั่งก็ถือเป็นกำไรชีวิตอีกแบบ แต่ถึงยังไงคริสต์ก็เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะถึงมีพ่อแม่บุญธรรมเป็นอเมริกัน คริสต์จะพยายามรักษาความเป็นไทยเอาไว้ให้ถึงที่สุด”

“นั่นสินะ...นาน ๆทีได้หลบสามีมาเที่ยวแบบนี้มั่งก็ได้รสชาติไปอีกแบบ” ไอรีนหัวเราะพลางนึกสงสัยว่าสามีจะทำหน้ายังไงหากรู้ว่าเธอพามินตรามาเที่ยวในสถานที่แบบนี้...บอกตรงๆ สำหรับพ่อเสือยิ้มยากคนนั้น เธอเดาไม่ออกเลยจริง ๆ

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทันทีที่พูดจบ ไอรีนเหลือบมองเบอร์โทร.ที่โชว์อยู่หน้าจอ...“พอพูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาซะงั้น” บ่นแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ก่อนจะกดรับสัญญาณ“ค่ะ...ไม่ดึกหรอกน่า อย่าห่วงนักเลย นาน ๆ มาเที่ยวแบบนี้สักที...” ไอรีนรับโทรศัพท์ยังไม่ทันไรเสียงโทรศัพท์อีกสายก็ดังขึ้น ดึงความสนใจของทุกคนให้มาอยู่ที่สัญญาณหลัง

“ของมิ้นท์เองค่ะ แหะ ๆ ”มินตราหยิบโทรศัพท์มากดรับสัญญาณด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากไอรีนสักเท่าไหร่

คริสต์มองสองแม่บ้านสาวสนทนากะสามีแล้วก็ถอนหายใจเฮือกถ้าการมีครอบครัวคือการถูกจำกัดอิสรภาพแบบนี้ เธอคงต้องคิดให้รอบคอบอีกครั้งจะว่าไปแล้วก็มีชีวิตโสดไปตลอดชีวิตก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายซะเมื่อไหร่

เกือบชั่วโมงที่ผ่านมา นภจรมายังจุดนัดหมายใหม่ที่เขาได้รับทราบจากโทรศัพท์สายสุดท้ายซึ่งไม่ได้ไกลจากผับที่เขาเข้าไปรอในตอนแรกสักเท่าไหร่นัก...นี่อาจเป็นการดีสำหรับการติดต่อพูดคุยในเรื่องความลับที่ถือว่าสำคัญระดับชาติแต่คาดไม่ถึงว่าการมาครั้งนี้ เขาจะได้พบกับร่างที่ไร้วิญญาณของสายข่าวทางการทหารพร้อมการสาดกระสุนกระหน่ำเป็นพายุมาจากหลายทิศทางด้วยอาวุธชนิดเก็บเสียงประเมินได้ว่าพวกมันรู้ตัวมาก่อน และหลอกล่อเขาให้ตกลงหลุมกับดักต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับมาทางเดิม สถานที่ที่มีคนพลุกพล่านย่อมมีที่ให้หลบซ่อนมากกว่าอย่างน้อยก็กลมกลืนไปกับผู้คน ในเมื่อพวกมันใช้ปืนเก็บเสียงตามเก็บเขานั่นก็หมายความว่า พวกมันไม่ต้องการให้เป็นข่าว

“โธ่เอ๊ย !...”

ชายหนุ่มสบถขึ้น ถึงจะเก็บพวกมันไปได้บ้างบางส่วนแต่พวกมันมีกันกี่คนเขาไม่อาจรู้ เมื่อเหลือบมองแผลที่ถูกยิงเฉียดสีข้างไปเมื่อครู่แม้กระสุนจะไม่ฝังในแต่ลักษณะบาดแผลแบบนี้ยากจะห้ามเลือดให้หยุดไหลโดยง่าย เขาอาจเสียชีวิตจากการเสียเลือดปริมาณมากแต่คงไม่เร็วไปกว่า ตายเพราะลูกกระสุนฝังที่สมอง ยังไงก็ต้องหาทางหลบออกไปให้พ้นบริเวณนี้ก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน

เสียงคล้ายปลายส้นรองเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะเนิบ ๆไม่รีบร้อนตรงมายังรถที่นภจรแอบซุ่มอยู่ข้าง ๆ ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นดูทว่าสายตาเขากลับเหลือบไปเห็นคนอีกกลุ่มที่กำลังตามล่าตัวโผล่มาอีกมุมทำให้เขาต้องหดตัวกลับ ได้แต่ภาวนาให้เจ้าของฝีเท้านี้เป็นเจ้าของรถที่เขาแอบอยู่เพราะนี่คือทางรอดเดียวที่มีในเวลานี้

แล้วความปรารถนาของนภจรก็เป็นจริงเพียงไม่กี่อึดใจเขาก็ได้ยินเสียงสัญญาณจากการกดรีโมทเปิดประตูชายหนุ่มอาศัยจังหวะเปิดประตูด้านหลังให้พร้อม ๆ กับที่เจ้าของรถเปิดเบาและเงียบที่สุดในการแทรกตัวเข้าไปหลบอยู่เบาะหลังรวมไปถึงการปิดประตูให้เป็นเสียงเดียวกันกับคนข้างหน้าโชคดีไม่น้อยที่ภายในรถมีข้าวของหลายอย่างวางกองอยู่ช่วยพรางตัวให้เขาไม่เป็นที่สังเกตได้เป็นอย่างดี แต่หากคนขับเกิดหันมาพบเข้าเขาก็คงจำต้องใช้มาตรการของโจรเพื่อเอาตัวรอดซะก่อน

นภจรค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกจากอกเบา ๆ เมื่อรถเคลื่อนออกจากโรงรถไปช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วโดยไม่มีเหตุการณ์ใดให้ต้องลุ้นระทึกขึ้นมาอีก...เสียงฮำเพลงทำให้รู้ว่าเจ้าของรถเป็นผู้หญิงแสงไฟจากถนนทำให้พอมองเห็นสีเสื้อของคนขับได้ชัดเจนขึ้นเพราะเธอนั่งพิงเบาะทำให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้า ไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่ก็ทำให้นึกไปถึงเจ้าของดวงตาคมเฉี่ยวเหมือนตาลูกแมวตัวน้อยที่เพิ่งจะเข้ามาขอทำความรู้จักกับเขาในผับดวงตาคู่นั้น รอยยิ้มและใบหน้าที่ดูเย้ายวน เร้าอารมณ์เขาได้อย่างประหลาดติดตามาจนถึงเดี๋ยวนี้นี่ถ้าไม่ติดภารกิจสำคัญเชื่อได้เลยว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าหล่อนมองเขาด้วยสายตาดูถูกไก่อ่อนแสนขี้ขลาดอย่างนั้นแน่นอน

รถเลี้ยวเข้าจอดบริเวณลานจอดรถใต้อาคารแห่งหนึ่ง...นภจรเหลือบมองป้ายไฟปลายเสาหน้าทางเข้าบอกชื่อว่าเป็นคอนโดมิเนียมหรูอยู่ย่านชุมชนที่ส่วนใหญ่ผู้อาศัยอยู่ย่านนี้จะเป็นกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีสถานะการเงินที่ดีและมั่นคง...

นภจรอยากจะหลบออกไปเงียบ ๆ เหมือนขามาเมื่อรถจอดสนิทแต่เพราะเสียเลือดมากไปหน่อย ทำให้เขาเกิดอาการอ่อนแรงหน้ามืด ไหน ๆ เธอก็เพิ่งจะช่วยชีวิตเขาเอาไว้แม้จะโดยบังเอิญก็เถอะหากเขาจะขอความช่วยเหลือจากเธอต่อไปอีกหน่อยจะเป็นไรไป และด้วยเหตุผลนี้ปลายกระบอกปืนจึงถูกส่องมายังหญิงสาวที่เปิดประตูด้านหลังเพื่อหิ้วถุงข้าวของที่กองอยู่เบาะด้านหลัง

มือทั้งสองข้างยกขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมองเห็นวัตถุที่สามารถพรากวิญญาณของเธอให้ออกจากร่างได้ในใจอยากกรีดร้องออกมาให้สุดเสียงแต่คริสต์จะเป็นคนตกใจเงียบ นิ่งอึ้งสมองขาวโพลนนึกอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกนอกจากการทำตัวแข็งทื่อ

“ผมจะไม่ทำร้ายคุณ ผมแค่ต้องการความช่วยเหลือ” นภจรเอ่ยเบา ๆ ขณะขยับตัวมายังประตูที่กำลังเปิดค้างอยู่ไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกมันจะกลมแบบนี้สุดท้ายคนตรงหน้าก็คือคนที่เขาเพิ่งคิดถึงไปเมื่อครู่นี่เอง

“เอ่อ...คุณ...” ที่แท้ก็คือพ่อหนุ่มรูปงามที่เธอเข้าไปทักทายในไนท์คลับคนนั้นไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะหวนกลับมาให้เจอได้เร็วขนาดนี้ แถมยังเจอในสภาพที่ชวนอกสั่นขวัญแขวนอีกต่างหาก“จะ...จะ ให้ฉันช่วยอะไรคะ หรือจะให้พาไป...เอ่อ...โรง’บาล” คริสต์ถามน้ำเสียงกุกกัก...เมื่อเห็นสภาพของโจรที่ดูทุลักทุเลอยู่ไม่น้อยครั้นนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ เธอก็อยากจะเขกกะโหลกตัวเองนัก นายคนนี้ดูเหมือนจะถูกยิงมา...คนที่ถูกยิงก็คงไม่พ้นทำงานผิดกฎหมายและพวกทำผิดกฎหมายจะเป็นใครถ้าไม่ใช่โจร ยากูซ่า หรือไม่ก็มาเฟีย...คนพวกนี้มีหรือจะพึ่งโรงพยาบาลเพิ่มงานให้ตำรวจ...แต่ให้ตายเถอะ...ไม่อยากเชื่อเลยว่าในโลกนี้จะมีมาเฟียที่คนหล่อเลิศหรูอลังการสวรรค์สร้างระดับนี้

“ให้ผมเข้าไปทำแผลที่ห้องพักของคุณได้ไหม”

พูดพลางขยับปืนเพื่อเตือนให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาต้องการคำตอบรับเพียงคำตอบเดียวเท่านั้นแล้วอยากนี้ใครเล่าจะกล้าเสี่ยงให้คำตอบที่ตรงกันข้าม ไม่คิดเลยจริง ๆว่าการตัดสินใจรับคำร้องขอให้มางานวิจัยครั้งนี้ของเธอ จะมาเจอแจ็กพล็อตเข้าเต็ม ๆ

ทุลักทุเลไม่น้อยกว่าจะพยุงพาพ่อมาเฟียสุดหล่อ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ช็อปมาตอนหัวค่ำเดินผ่านยามเฝ้าประตูเข้าลิฟต์ขึ้นมาจนถึงห้องชุดสุดหรูที่เธอเช่าซื้อในราคาค่อนข้างสูงแต่เมื่อคิดถึงพื้นที่ใช้สอยก็ถือว่าคุ้มค่าที่นี่นับว่าไม่ต่างจากบ้านชั้นเดียวหลังกะทัดรัดสำหรับสาวโสดได้พักอาศัยอย่างสันโดษในชั่วระยะเวลาหนึ่งที่อนาคตเธอไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่อย่างถาวรแต่ก็ยังสามารถเก็บเป็นบ้านพักตากอากาศหากมีโอกาสได้กลับมาเยือนแผ่นดินแม่ในทุก ๆครั้ง

“ถึงแล้วค่ะ...เดี๋ยวฉันจะไปหยิบกล่องยามาให้พอทำแผลเสร็จก็หวังว่าคุณจะ...” คำว่า ‘ไป’ ถูกกลืนลงคอในทันทีเมื่อชายหนุ่มคนที่เพิ่งจะเดินผ่านเข้าไปเอนตัวพิงเก้าอี้นวมตัวนุ่มอย่างอ่อนแรงเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“ตอนนี้ ผมไม่มีแรงพอที่จะขยับไปไหนได้หรอกครับ...ถ้าไม่เป็นการรบกวนมากนักช่วยทำแผลให้ที”

รบกวนมากเลยย่ะ! คริสต์ได้แต่คิดในใจไม่กล้าเอ่ยมาเป็นคำพูด เมื่อสายตาของเธอเลื่อนลงมาเจอด้ามวัตถุอันตรายที่บั้นเอวของเขายังไงเสีย หากอยากเอาชีวิตรอดจากมาเฟียการหุบปากเงียบทำตามคำสั่งโดยไม่อิดออดน่าจะเป็นทางรอดที่ดีกว่า คาดว่าพอเขาได้รับการปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้นบ้างพรุ่งนี้คงจากไปเงียบ ๆ แต่เช้าอย่างไรล่องลอย

คริสต์วางกล่องปฐมพยาบาลลงที่โต๊ะเล็ก ๆ ใกล้โซฟายาวที่คนป่วยยึดครองเป็นคำตอบที่ไม่ต้องเอ่ยออกมาเป็นคำพูดรู้สึกมือไม้สั่นไปหมดเมื่ออีกฝ่ายยกตัวขึ้นถอดเสื้อเปื้อนเลือดทิ้งไป ไม่จำเป็นต้องถอดเสื้อออกขนาดนั้นก็ได้แค่ถลกให้สูงขึ้นพ้นปากแผลก็น่าจะพอ แต่...

คริสต์เผลอเอานิ้วปาดใต้จมูก... พ่อเจ้าปะคุณรุนช่องเอ๊ย...หุ่นแบบนี้ชวนเลือดกำเดาไหลเป็นบ้า...นี่ถ้านายไปสมัครเป็นดาราหรือนายแบบเชื่อเหอะว่ามีงานเข้าไม่ขาดมือ...ทำไมต้องมาเลือกอาชีพเสี่ยงคุกตารางแบบนี้ด้วยนะ...

“เอ่อ...ฉะ...ฉันมีแค่พลาสเตอร์แผ่นเล็กแค่นี้เอง...แผลคุณออกจะใหญ่...ฉันคิดว่าคุณน่าจะ...”คริสต์มองดูบาดแผลที่เหมือนเป็นรอยไหม้ถากเป็นทางยาวด้วยสีหน้ายู่ยี่ถึงจะรู้ว่าเป็นไปได้ยากในการกล่อมเขาไปโรงพยาบาล แต่เธอก็อยากจะเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดตามความคิดเห็นของตัวเองให้เขาเพราะถ้ารักษาไม่ดีห้ามเลือดไม่อยู่ ติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วเกิดตายขึ้นมาเธอจะทำยังไง...นี่คนทั้งคนนะ ไม่ใช่หมาแมวพอที่จะขนซากออกไปทิ้งได้ง่าย ๆ

“กอซกับสำลีม้วนนั้นก็พอแล้ว...คุณแค่ทำตามที่ผมบอกก็แล้วกัน”คนป่วยเอ่ยเมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นมองอุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่วางอยู่ตรงหน้าในสภาวะสงคราม หรือการฝึกหฤโหดการมีของเหล่านี้อยู่ในเป้สะพายหลังถือว่าพวกเขาห่างไกลจากคำว่าป่วยตายไปไกลโข

คริสต์มองคนนิ่ง พยายามทำความเข้าใจและคิดถึงสิ่งที่เขาเคยเผชิญมาร่างกายที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อมัดงาม ๆ มีรอยแผลเป็นอยู่บ้างแต่กลับดูไม่น่าเกลียดเลยสักนิด... เขาคงคุ้นเคยกับการถูกยิงแบบนี้บ่อยครั้งสินะถึงได้ไม่นึกเดือดเนื้อร้อนใจกับอาการของตัวเอง อีกทั้งยังบอกวิธีการปฐมพยาบาลบาดแผลได้อย่างชำนาญการแบบนี้นี่ถ้าเห็นเขาลงมือทำแผลให้คนอื่น คริสต์คงคิดว่าเขาเป็นหมอ...

“คุณชื่ออะไร...”

จู่ ๆ คนป่วยก็ถามขึ้น ทำเอาคริสต์ถึงกับสะดุ้งมือที่กำลังเช็ดทำความสะอาดบาดแผลพลอยชะงักไปด้วย ก่อนจะเริ่มตั้งสติใหม่“จำได้ว่าฉันเคยให้นามบัตรคุณไปแล้วนี่คะ”

“รติน่ะเหรอ...แน่ใจนะว่านั่นเป็นชื่อคุณจริง ๆ ”

“แล้วทำไมถึงคิดว่าไม่ใช่ล่ะคะ” คริสต์ถามกลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อมีการสนทนากันด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่ได้อยู่ในภาวะคับขัน

“ผมได้ยินเพื่อนคุณเรียกชื่อคุณอีกอย่างน่ะ”

หูดีเป็นบ้าเลย... “นั่นเป็นชื่อเล่นค่ะ...”

คริสต์ไม่ได้โกหก เธอถูกเปลี่ยนชื่อมาเป็นคริสต์ตอนอายุ 15 เมื่อไปอาศัยอยู่กับครอบครัวใหม่ที่อเมริกาพวกท่านถือว่าเธอคือของขวัญจากซานตาคลอสที่ถูกส่งมาบ้านในวันคริสต์มาส

“แล้วชื่อเล่นที่เพื่อน ๆ คุณเรียกคืออะไรครับ” นภถามต่อ บางทีการชวนคุยก็น่าจะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นกันเองขึ้นบ้างในสถานการณ์แบบนี้ เขาอาจยังมีเรื่องที่ต้องอาศัยเธออยู่อีก

“แล้วคุณได้ยินว่าไงล่ะคะ”

“จูบ...”

“ฮะ!...”คริสต์ถึงกับผวากับคำตอบของอีกฝ่ายเธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำตอบอย่างงุนงง...หัวใจกระตุกวาบกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในคำคอนั้นโอ๊ย...หัวใจเธอจะวายตายเพราะรอยยิ้มผู้ชายคนนี้หรือไงยะ ยัยคริสต์...

“ผมได้ยินว่าคิสนะครับ ชื่อคุณความหมายชวนวาบหวิวดีจริง”

“คริสต์ค่ะ ไม่ใช่คิส” หญิงสาวแย้ง

“โอ๊ะ! โทษทีครับเสียงในผับมันดัง เลยฟังไม่ค่อยชัด” เขายังหัวเราะเบา ๆ กับอาการเผลอค้อนเล็ก ๆ ของพยาบาลจำเป็นดูน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย

นี่เขาไม่รู้สึกเจ็บแผลมั่งหรือไงนะ...เสียเลือดจนหน้าซีดขนาดนี้แล้วยังมีแก่ใจมาพูดเล่น...คริสต์มองบาดแผลที่เธอใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบบาดแผลตามวิธีการของเขา เห็นรอยยิ้มแบบนี้แล้วนึกอยากจิ้มแอลกออล์ลงแผลให้รู้แล้วรู้รอดอยากรู้นักว่าจะยังมีอารมณ์ยิ้มกวนประสาทได้อีกมั้ย...

“คุณเคยเรียนปฐมพยาบาลมาบ้างหรือเปล่า”

“ก็มีบ้างในวิชาสุขศึกษา ที่โรงเรียนแต่ก็นานมาแล้ว”

“มิน่า...”

“มิน่าอะไรคะ” คริสต์ละสายตาจากบาดแผลมาขึ้นมามองคนที่พูดค้างคา แต่เมื่อเห็นสายตาของเขา เธอก็ต้องหลบตาลงมาที่แผลตามเดิม...ถ้าจะกรุณาอย่ามองมาด้วยสายตาแบบนี้จะได้ไหม...เหมือนนายกำลังกวักมือเรียกฉันเข้าไปซบอบยังไงไม่รู้...

“คุณทำแผลได้คล่อง”

ฉันทำตามคำบอกของนายหรอกย่ะ...คริสต์ห่อแผ่นสำลีขนาดเท่าครึ่งฝ่ามือด้วยผ้ากอซตามคำบอกของคนป่วยเพื่อใช้ปิดปากแผลที่ได้รับการใส่ยาฆ่าเชื้อสมานแผลเรียบร้อย ยึดขอบกอซให้แนบกับเนื้อด้วยพลาสเตอร์ แล้วพันด้วยอีลาสติกแบนเด็กอีกชั้นให้แน่นขึ้น แต่เพราะตัวคนป่วยค่อยข้างหนา การพันผ้ายืดรอบตัวนั้นทำให้เธอต้องโอบรอบเอวเขาเป็นระยะพร้อมใบหูที่แทบจะซุกกับอก รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เป่ารดลงบนกลุ่มผมนุ่ม 

โชคดีที่เพิ่งจะสระผมเมื่อเช้า...ไม่งั้นคงเหม็นเหงื่อแย่...แล้วใบหน้าอ่อนเยาว์ก็บูดบึ้งขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อนึกโมโหให้กับตัวเองที่มีความกังวลในเรื่องไม่ใช่เรื่องผมจะหอมจะเหม็นจำเป็นที่เธอจะต้องใส่ใจด้วยหรือ...

“เอาล่ะ...เสร็จแล้ว...” คริสต์ขยับออกห่าง ในระยะที่ปลอดภัยเธอเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ รวบรวมใส่กล่องไว้เหมือนเดิม ทั้งมัดปากถุงขยะเรียบร้อยหยิบติดมือมาด้วย “คุณคงไม่ว่านะถ้าฉันจะขอไปพักบ้าง...หากจะกรุณาถ้าอาการดีขึ้นแล้ว ถ้าคุณออกไปอย่าลืมล็อกประตูให้ด้วยนะคะ” เธอลุกเดินออกห่างกะใช้ความเงียบของเขาเป็นคำตอบรับ

“เดี๋ยวครับ...” นภจรเรียกไว้ ก่อนที่เจ้าของบ้านจะเดินพ้นประตูเขาสังเกตเห็นอาการกำมือแน่นขึ้นของอีกฝ่าย เธอคงจะกลัวเพราะความไม่รู้ ซึ่งจริง ๆเขาก็ไม่คิดจะปิดบังหากเธอจะเอ่ยปากถาม

“ต้องการอะไรอีกคะ” คริสต์หันกลับมาถาม พยายามบังคับน้ำเสียงในนิ่งที่สุด

“คุณไม่อยากรู้เหรอครับว่าเกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มเปิดโอกาส

ใครจะไม่อยากรู้ล่ะ...อยากรู้สิ อยากรู้มากด้วย... แต่การรู้เรื่องของคนที่ทำผิดกฎหมายก็เหมือนการเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวยิ่งรู้มากก็ยิ่งอันตรายมาก เธอขอไม่รู้เรื่องอะไรเลยยังจะดีกว่า “ไม่ค่ะ...”

นภจรไม่คิดว่าจะเจอคำตอบแบบนี้...นั่นทำให้เขาอึ้ง ไปไม่ถูกเลยทีเดียวแต่เอาเถอะ ไหน ๆ ชีวิตก็มีโอกาสได้โคจรมาเกี่ยวข้องกันแล้ว ถึงจะชั่วประเดี๋ยวเดียว...มาทำความรู้จักกันหน่อยก็ใช่จะเป็นเรื่องเสียหาย

“ผมชื่อนภ...เผื่อคุณจะอยากรู้”

“คุณบอกฉันแล้วค่ะ” เธอยื่นท่อนแขนที่ยังมีตัวเลขจาง ๆ ให้อีกฝ่ายดู

“แล้วไม่คิดว่านั่นจะเป็นชื่อปลอมเหรอครับ”

“จะจริงหรือปลอม ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกค่ะ ฉันเองก็ไม่คิดว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีก”คริสต์ตอบก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปพร้อมถุงขยะในมือ

นภจรผ่อนลมหายใจออกจากอกอย่างเผลอ ๆ มันก็จริงอย่างที่เธอว่า...ใครเล่าจะคาดเดาล่วงหน้าได้ว่าจะมีโอกาสเจอกันอีกเขาจึงไม่คิดที่จะปิดบังชื่อจริงถึงเบอร์ที่ให้ไปจะมั่วอยู่บ้างก็เถอะ...แต่บอกตามตรงว่าตอนนี้รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เจ้าของรถที่เขาเข้ามาซ่อนตัวคือเธอ หากคิดว่าพรหมลิขิตกำลังเล่นตลก เขาก็ขอบอกตรงนี้เลยว่านี่เป็นเรื่องตลกที่แสนจะน่ารักและโรแมนติกที่สุดในโลก...




Create Date : 12 มิถุนายน 2561
Last Update : 14 มิถุนายน 2561 5:25:30 น. 2 comments
Counter : 395 Pageviews.

 
จริงป่าวค่ะ


โดย: Punyaput IP: 27.55.149.189 วันที่: 13 มิถุนายน 2561 เวลา:19:28:45 น.  

 
ช๊อบบบบบบแล้วจะมาต่ออีกเดือนไหนอ่ะ


โดย: panon40 IP: 223.24.133.216 วันที่: 14 มิถุนายน 2561 เวลา:22:13:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นิยายฝันหวาน
Location :
มหาสารคาม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]




เชิญอ่านนิยายสนุกๆ สไตล์นิยายฝันหวาน



Writer By tonglang
: Copyright © 1999-2008
ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที


Smells like Christmas

Posted by Daniela Andrade on 23 ธันวาคม 2014
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2561
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
12 มิถุนายน 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นิยายฝันหวาน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.