..
สุริยาแสงส่อง ที่วังไกลกังวล ประชาส่งใจถวายพระพร 12 สิงหาคม2556













ถวายพระพร



๏สิบสองสิงหานบไหว้ พระชนนี
งามเจิดจำรัสผ่องฉวี แผ่ล้น
หทัยเทพเปี่ยมปราณี ทั่วหล้า
เกียรติขจรท่วมท้น ร่มเกล้าชาวไทยฯ
๏ยอกรน้อมสิบนิ้ว อภิวาท
ก้มแนบชิดเบื้องบาท เทิดไว้
จอมราชินีผุดผาด งามยิ่ง
เหนือสิ่งทั้งปวงไซร้ อยู่ใต้ร่มเงาฯ
๏แสงเทียนทองส่องทั้ง เมืองไทย
ทรงย่าง ณ ที่ใด อุ่นหล้า
อีสานจรดเหนือใต้ ร่มรื่น
กระจ่างจิตไพร่ฟ้า ซาบซึ้งบารมี
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
( แต่งโดยคุณแก้วประภัสสร
10/08/09)


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ



นับตั้งแต่ พวกเราชาวไทยเข้าเฝ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคด้วยเรือพระที่นั่งอังสนา ทรงทำพิธีเปิดโครงการชลประทาน 5 แห่ง ในโครงการพระราชดำริ ท่ามกลางพสกนิกรรอเฝ้าฯรับเสด็จเต็ม 2 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 7 ก.ค.55 เราชาวไทยได้เข้าเฝ้นทั้งสองพระองค์ก็ในวันที่ 1 สิงหาคม 2556 นี้ เป็นที่ปลื้มปิติยิ่ง ที่เป็นข่าวที่จะเสด็จไปประทับ ณ วังไกลกังวล ที่หัวหิน ประจวบคีรีขัน

จึงรวบรวมภาพต่างๆๆ ข่าว เกล็ดต่างๆๆ เพื่อเก็บความทรงจำอันเป็นมงคลนี้ไว้ดูตลอดไป






ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
ในหลวงเสด็จวังไกลกังวล


โดย bankthanachai•


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ จาก รพ.ศิริราชประทับวังไกลกังวล


โดยGun rose



ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
"ในหลวง พระราชินี" เสด็จฯ จาก รพ.ศิริราช แปรพระราชฐานวังไกลกังวล 1 ส.ค. 56



โดย Cosovo Mathuros




ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
“ในหลวง-ราชินี” เสด็จฯ ออกจาก รพ.ศิริราช ประทับวังไกลกังวล









ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
“ในหลวง-ราชินี” เสด็จฯ ออกจาก รพ.ศิริราช ประทับวังไกลกังวล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลศิริราช เพื่อประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์แล้ว ท่ามกลางพสกนิกรเฝ้าฯ ส่งเสด็จพร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง แพทย์เผยทั้งสองพระองค์พระอาการดีขึ้นมาก มีพระราชประสงค์อยากเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ

วันนี้ (1 ส.ค. 56) เวลา 16.25 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเสด็จฯ ไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองพระองค์ผ้าไหมสีส้ม และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้า ทั้งสองพระองค์ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลให้แก่พสกนิกรที่มาเฝ้าฯ รับเสด็จ

โดยขบวนรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนฯ จากชั้นใต้ดินอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลศิริราชอย่างช้าๆ ตลอดเส้นทางเสด็จฯ มีพสกนิกรเฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่นพร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องและโบกธงชาติ ธงตราสัญลักษณ์ ภปร.และ สก. บางคนถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งใจเมื่อรถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่าน

และเมื่อเวลา 18.49 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงพยาบาลศิริราชถึงยังวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยตลอดเส้นทางถนนเพชรเกษมจนถึงหน้าวังไกลกังวล มีพสกนิกรจำนวนมาก เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พร้อมโบกธงชาติ ธงพระปรมาภิไธย ภปร. และธงพระนามาภิไธย สก.ท่ามกลางเสียงถวายพระพร ทรงพระเจริญอย่างกึกก้องตลอดเส้นทาง ที่รถยนต์พระที่นั่งผ่าน โดยเฉพาะบริเวณวังไกลกังวล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการส่วนต่างๆ รวมถึงพสกนิกร และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จกันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะพสกนิกรที่ต่างใจจดใจจ่อ รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินไปยังวังไกลกังวลเป็นครั้งแรก ในรอบเกือบ 4 ปี หลังจากประทับ ณ วังไกลกังวลครั้งล่าสุด เมื่อปี 2552

นับได้ว่าเป็นวันแห่งความปลื้มปีติของพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ จนเสด็จพระราชดำเนินไปยังวังไกลกังวล รวมระยะเวลาที่ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อทรงรักษาพระวรกายเป็นเวลา 3 ปี 10 เดือนเศษ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 18:09 น.






ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
กองทัพเรือยิงสลุตหลวง,ถวายคำนับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


โดย iSnapNationPhoto


ผบ.ทร.สั่งจัด “หมู่เรือรักษาการณ์ไกลกังวล” ถวายความปลอดภัย “ในหลวง-ราชินี” พร้อมยิงสลุตหลวงเทิดพระเกียรติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน เพื่อทรงเปลี่ยนพระอิริยาบถนั้น ทาง พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งให้จัดหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวลขึ้น โดยมี พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง ผู้บัญชาการกองเรือฟรีเกต ที่ 1 เป็นผู้บัญชาการหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล โดยหมู่เรือนี้ประกอบไปด้วย เรือหลวงปิ่นเกล้า เรือหลวงสงขลา เรือหลวงจิก เรือตรวจการณ์ 995 เรือตรวจการณ์ 229 ซึ่งทุกลำมีความพร้อมและเรือหลวงปิ่นเกล้าพร้อมทุกระบบ ที่จะไปลอยลำถวายการรักษาความปลอดภัยที่วังไกลกังวล หัวหิน โดยจะมีการยิงสลุตหลวงเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ ตามประเพณี โดยหมู่เรือรักษาการณ์ 5 ลำมีกำลังพลรวมทั้งหมด 200 นายมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะถวายการรักษาความปลอดภัยทางทะเลครั้งนี้ ทั้งนี้ การยิงสลุตหลวงในการแปรพระราชฐานของทั้ง 2 พระองค์ในครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการขอพระบรมราชานุญาต และการจัดทำหนังสือกราบขอบังคมทูล ผ่านทางราชเลขาฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตจึงจะสามารถปฏิบัติได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการยิงสลุตหลวง ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกอารยประเทศทั่วโลกยึดถือสืบทอดกันมา เพื่อเป็นการแสดงความเคารพให้แก่ชาติ หรือธง หรือบุคคล โดยการยิงปืนใหญ่ด้วยดินดำ หรือดินไม่มีควัน โดยมีประเทศอังกฤษเป็นชาติแรกในการวางกฎระเบียบการยิงสลุต 21 นัด จากนั้นได้ถือเป็นกติกาสากลสืบต่อกันมาเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ชาติ และพระมหากษัตริย์ โดยประเทศไทยมีการยิงสลุตครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 18:09 น.











ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ










“วังไกลกังวล” สถานที่ประทับแปรพระราชฐานอันเปี่ยมสุข


พระราชวัง และวังในประเทศไทย วังไกลกังวล และภูพิงค์ราชนิเวศน์



โดย
KhonLukChat


“วังไกลกังวล” เป็นพระราชฐานส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี และเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานไปทรงพักผ่อน ทรงจับจองที่ดิน ณ ตำบลบ่อฝ้าย เนื้อที่หลายสิบไร่และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.อิทธิเทพสรร กฤดากร เป็นนายช่างใหญ่ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระที่นั่งและตำหนักต่างๆ ในปี 2470-2471 โดยโปรดให้เรียกว่า “สวนไกลกังวล”
สิ่งก่อสร้างสำคัญคือ“พระตำหนักเปี่ยมสุข” ซึ่งเป็นตำหนักที่ประทับ สร้างขึ้นตามลักษณะบ้านพักตากอากาศในยุโรปตอนใต้ เป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น มีดาดฟ้าและหอคอยทรงสี่เหลี่ยม ตัวอาคารทาสีขาว หันหน้าออกสู่ชายทะเล ฐานผนังด้านนอกประดับด้วยหินก้อนใหญ่ เหนือหน้าต่างมีลายปูนปั้นซึ่งมีลักษณะผสมผสานระหว่างตราพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และตราประจำองค์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ด้วยรูปศร เมฆและลำแสงพระอาทิตย์

นอกจากนั้น ภายในวังไกลกังวลยังมีตำหนักอื่นๆ ที่มีชื่อคล้องจองกัน นอกจากพระตำหนักเปี่ยมสุขแล้ว ยังมีพระตำหนักปลุกเกษม พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีดิ์ อีกทั้งยังมีพระตำหนักน้อย และศาลาเริงซึ่งทำหน้าที่เป็นดังท้องพระโรงของวังไกลกังวล อยู่ทางด้านซ้ายของพระที่นั่งเปี่ยมสุขอีกด้วย

เมื่อการก่อสร้างพระราชวังเสร็จเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยข้าราชบริพารมาประทับแรมครั้งแรกเมื่อปี 2473 อีกทั้งยังมีการสมโภชขึ้นพระราชวัง (ขึ้นบ้านใหม่) ด้วย ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จแปรพระราชฐานมายังวังไกลกังวลเป็นประจำ ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 2476
เนื่องจากในรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า “สวนไกลกังวล”และเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้น จึงยังคงเรียกว่า “วังไกลกังวล”

ปัจจุบัน วังไกลกังวลเป็นที่เสด็จแปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีนาถ และพระบรมวงศ์ เพื่อทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถ นอกจากนั้นยังถือได้ว่าวังไกลกังวลเป็นสถานที่ “ฮันนีมูน” ของทั้งสองพระองค์อีกด้วย โดยหลังจากวันพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จไปที่วังไกลกังวลเพื่อพักผ่อนพระราชอิริยาบถ นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อที่ดินและก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมขึ้น รวมทั้งให้จัดตั้งโรงเรียนไกลกังวลขึ้นเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 15:00 น.


ภาพวังไกลกังวลในอดีต


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
การเสด็จ ฯ เยือนหัวหินครั้งแรก

เมื่อวันเสาร์ ที่ 29 เมษายน 2493 หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว* และสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์** เสด็จ ฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังสถานีรถไฟบางกอกน้อย ณ ที่นั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ทรงรอเฝ้า ฯ รับเสด็จ เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ เสด็จ ฯ ถึงสถานีรถไฟบางกอกน้อยแล้ว ประทับรถไฟพระที่นั่ง เสด็จ ฯ ไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา ๓ วัน เพื่อเป็นการ "ฮันนีมูน" ตามสมัยนิยมในขณะนั้น การเสด็จ ฯ ไปยังอำเภอหัวหินของทั้งสองพระองค์นั้น จึงนับเป็นการเสด็จ ฯ ไปประทับแรมที่หัวหินครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน

-------------------------------------------------------
*คำว่า "พระบาท" นั้น ใช้นำหน้า "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ที่ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว

** "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้อาลักษณ์อ่านประกาศสถาปนา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ขึ้นเป็น "สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์" ในการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 และต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาให้อ่านประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระอัครมเหสี ขึ้นเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี" หลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493

ที่มา : ศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ



การเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบททั่วทุกภูมิภาคนับแต่ พุทธศักราช 2498 โดยเริ่มที่ตำบลห้วยมงคล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นจุดแรกนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมพรรษา 28 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระชนมพรรษา 22 พรรษาเท่านั้น แต่ทั้งสองพระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรด้วยน้ำพระราชหฤทัยที่ประเสริฐ ที่สำคัญคือ ทรงมีโอกาสได้ศึกษาสภาพท้องถิ่น ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี และศิลปวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นด้วยพระองค์เอง ทรงวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว แล้วพระราชทานพระราชดำริริเริ่มโครงการที่หลากหลาย โดยในขณะที่ พระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการพัฒนาด้านการเกษตร และการทำมาหากินของราษฎรในพื้นที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็ทรงมีคำแนะนำพระราชทานเพื่อการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของ ชาวบ้านควบคู่กันไปเสมอ เป็นที่ประจักษ์ได้ว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นคู่ พระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยแท้

ที่มา //queen.kapook.com/queen_other04.php









ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
บทเพลงพระราชนิพนธ์ ไกลกังวล


เพลงพระราชนิพนธ์ ไกลกังวล วุฒิเวทย์ พัฒนะคุณนาม


โดยChanat Pattanakunnum


โดยChao Punnoi•


โดยortopet519




เกร็ดประวัติ



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองขณะประทับอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ โดยบรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายทุกครั้งก่อนเลิกเล่นดนตรี

เพลงพระราชนิพนธ์นี้มีเนื้อร้อง 3 สำนวน ผู้ประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทย “ไกลกังวล” เมื่อ พ.ศ. 2500 คือ วิชัย โกกิละกนิษฐ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2506 จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ Raul Manglapus อดีตสมาชิกวุฒิสภาของประเทศฟิลิปปินส์ประพันธ์เนื้อร้องภาษาอังกฤษชื่อ “When” จนกระทั่ง พ.ศ. 2514 ซึ่งเป็นช่วงที่เพลงปลุกใจเป็นที่นิยม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทยชื่อ “เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย”

เนื้อร้องทั้ง 3 สำนวนมีเนื้อหาที่สื่ออารมณ์ได้ต่างกันไป เพลง “ไกลกังวล” พรรณนาถึงความประทับใจขณะอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล ซึ่งมีแต่ความสนุกสนานเพลิดเพลิน อารมณ์เพลง “When” กล่าวถึงธรรมชาติที่มีสิ่งชดเชยกัน เช่น เมื่อมืดลงดวงดาวก็ปรากฏ เมื่อพายุผ่านไปฟ้าก็สดใส ฯลฯ แล้วจึงเว้าวอนว่าเมื่อใดจะได้กลับมาพบกับผู้เป็นที่รัก ส่วนเพลง “เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย” นั้นปลุกสำนึกให้คนไทยรักและหวงแหนแผ่นดินไทย อารมณ์เพลงจึงคึกคัก ฮึกเหิม และเร้าใจ ความหมายของเนื้อร้องทั้ง 3 สำนวนแม้จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่สามารถประสานกับทำนองหลักเดียวกันได้อย่างกลมกลืน ซึ่งอาจเป็นเพราะทำนองเพลงมีจังหวะกระชับในแนวดิกซีแลนด์แจส กับทั้งอยู่ในเมเจอร์สเกล จึงทำให้เข้ากันได้ดีกับใจความทั้ง 3 แบบ



รวบรวมและเรียบเรียงจากหนังสือ "งานช่างของในหลวง" โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรและ "ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์" โดยโรงเรียนจิตรลดา


ไกลกังวล


ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: วิชัย โกละกนิษฐ์


อยู่ไกลกังวลชนม์ชื่นฉ่ำ
หาดทรายและน้ำนำไกลเศร้า
ไม่มีหาดไหนงามเทียมเท่า
คลื่นครวญคลอเคล้าวอนรักฝั่ง
ค่ำคืนไม่เหงาเราเริงสุข
ไม่มีความทุกข์ใดมาบัง
ได้ยินแต่เสียงดนตรียัง
สนุกกันทั้งยามค่ำคืน

รุ่งอรุณแล้วฟ้าเรืองเรื่อ
แต่ใจยังเหลือความเริงรื่น
สนุกจริงหนอคลอเสียงคลื่น
โต้ลมฉ่ำชื้นยามพลิ้วผ่าน
โน่นเดือนยังค้างฟ้าลอยเด่น
แต่เราไม่เว้นความสำราญ
แข่งกันคอยรับทิวาวาร
สนุกสนานกันเถิดเอย

เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย


ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง: ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค


เกิดเป็นไทยแล้วใจต้องสู้
ถิ่นไทยเรารู้เรารักยิ่ง
ศัตรูหน้าไหนไม่เกรงกริ่ง
หากมาช่วงชิงตายเสียเถิด
เผ่าไทยเดิมล้วนคนใจเด็ด
แกร่งดังเหล็กเพชรชูชาติเชิด
ต่างรักษาไว้แดนกำเนิด
เกิดเป็นไทยแล้วจำใส่ใจ

ปกครองรักษาทำหน้าที่
ห่วงเมืองไทยนี้ให้ยิ่งใหญ่
สิ้นเมืองไทยแล้วใครอยู่ได้
ชาติไทยคงไร้ความเสรี
เผ่าไทยเราพร้อมอาสาสมัคร
เด็ดเดี่ยวยิ่งนักยอมชีพพลี
เสี่ยงภัยทั้งผองปองความดี
ปกป้องปฐพีตายเพื่อไทย



When

Music: H.M.K. Bhumibol Adulyadej
Lyric: Raul Manglapus


When twilight falls, stars appear;
When winter ends, spring is here;
When storm clouds pass, skies are clear,
When I'm alone you are near.

When breezes blow, birds fly high;
Where flowers bloom, bees are night;
Whenever rainbows fill the sky.
In my lone heart you pass by.

Oh won't you please tell me when,
We two would meet once again.
I miss your sweet lovely face,
The thrill of your warm embrace.

You left me feeling so blue,
Now that I've cried over you.
I've got the blues now and then,
So won't you please tell me when.


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ

แผ่นดินของเรา 1/2



โดย NatMyriadotcom
. แผ่นดินของเรา - ยุทธนา มุกดาสนิท
“แผ่นดินของเรา” เป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่จะมีการอัญเชิญพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์ ท่าน จากบทเพลงพระราชนิพนธ์สู่ภาพยนตร์เพลงเต็มรูปแบบ นำแสดงโดย “เจมส์” เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, นัท มีเรีย, ธงไชย แมคอินไตย์, “บี้” สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว, “สิงโตThe star 5” สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี , “นัททิว AF 5” ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม , สุนารี ราชสีมา เป็นต้น

แผ่นดินของเรา หรือ Alexandra
เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในลำดับที่ 34 (ทรงพระราชนิพนธ์เนื่องในโอกาสที่เจ้าหญิงอเล็กซานดรา แห่งเคนต์ สหราชอาณาจักร เสด็จเยือนประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2502 ) ปี 2516 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นว่าท่วงทำนองไพเราะ น่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้ จึงกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ประพันธ์คำร้องภาษาไทย

เพลงพระราชนิพนธ์ ใกล้รุ่ง
เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 4 ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. 2489 ขณะทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทย ส่วนคำร้องภาษาอังกฤษ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงนพคุณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา ประพันธ์ พระราชทานให้วงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลงครั้งแรก ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรมโฆษณาการ (ปัจจุบันคือกรมประชาสัมพันธ์) เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2489

การทำภาพยนตร์เพลงเรื่องนี้ต้องถือว่าเป็นความถนัดของ ยุทธนา มุกดาสนิทอยู่แล้ว เนื่องจากในอดีตเขาเคยทำหนังเพลงอย่าง เทพธิดาบาร์ 21 (พ.ศ. 2521) และ เงิน เงิน เงิน (พ.ศ. 2526) รวมถึงละครเวทีอย่าง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่ และจุมพิตนางแมงมุม มาแล้ว ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายเมื่อปี 2543 คือ “ยุวชนทหาร เปิดเทอมไปรบ” จนเมื่อ 2 ปีที่แล้วเขาได้กลับมารีเมกละครเวทีเรื่อง “สู่ฝันอันยิ่งใหญ่” อีกครั้งตามคำเชื้อเชิญของ “บอย” ถกลเกียรติ วีรวรรณ


หนัง สั้น เรื่อง แผ่นดินของเรา เปิดมาจะเป็นการแสดงคล้ายๆMVเพลงครับ แต่เป็นเพลงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นมาชื่อเพลงว่า เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง เมื่อปีก่อนตอนอยู่ ม.2 ก็ร้องเป็นกันทั้งนั้นแหละครับ^^ เพราะว่าเคยสอบเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง จะเป็นการแสดงเป็นแบบ ชายหญิงรักกันและก็จีบกัน(จากที่ผมคิดนะครับ) และต่อมา จะมีแม่คนหนึ่งได้นึกถึงอดีต คือ แต่ก่อนที่สมัยนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เพาะปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น เป็นหนี้เป็นสินกับคนอื่นเยอะแยะ แต่เมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเสด็จมาที่พื้นที่นี้ ท่านก็ทรงช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่มีสภาพแห้งแล้ง ให้เป็นที่อุดมสมบูรณ์ จากที่ไม่เคยมีฝนตกเลยท่านก็ทรงคิดโครงการฝนหลวงขึ้นมาทำให้มีฝนตกลงมา และต้นข้าวที่ปลูกนั้นก็สามารเจริญเติมโตได้ ทำให้มีเงินสามารถใช้หนี้สินจากคนอื่นคืนได้ ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าท่านไม่มาช่วยในตอนนั้น ป่านนี้พื้นที่บริเวณนี้ก็คงยังเป็นพื้นที่แห้งแล้งเหมือนเดิม ถ้าคนไทยช่วยกันคนละเล็กคนละน้อยประเทศไทยก็จะเจริญขึ้นไปอีกครับ ควรลดการใช้ของนำเข้าจากประเทศอื่น ให้น้อยลงหน่อยนะครับ มาช่วยอุดหนุนสินค้าไทยดีกว่า ..<<พูดๆอยู่มาเรื่องนี้ได้ไงเนี่ย? อ่ะยังไงก็ช่าง เรื่อง แผ่นดินของเรา มี 3 ตอนนะครับ






ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ



/p>




Create Date : 10 สิงหาคม 2556
Last Update : 10 สิงหาคม 2556 23:09:50 น. 2 comments
Counter : 5325 Pageviews.

 



ชาวหัวหินเฝ้ารอรับเสด็จ&โรงเรียนวังไกลกังวล



โดยSoupper Wan•

ในหลวง พระราชินี แปรพระราชฐานประทับ พระราชวังไกลกังวล


โดยBestShowThai•


ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ




ทรงห่วงใยประชาชน

ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าวว่า ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลศิริราชนั้น แม้พระวรกายยังไม่แข็งแรงแต่ก็ทรงห่วงใยประชาชน อย่างเช่นเมื่อตอนน้ำท่วมเมื่อปี 2554 มีรับสั่งชัดเจนว่า ถ้าเราสบายดี ออกจากโรงพยาบาลได้น่าจะไปช่วยได้มากกว่านี้ เป็นการสะท้อนถึงพระราชหฤทัยที่ทรงห่วงใยอย่างมาก นอกจากนี้ยังทรงดูแลความเป็นไปรอบๆ โรงพยาบาลศิริราช และรอบฝั่งธนบุรีตลอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำริการแก้ไขปัญหาการจราจรรอบโรงพยาบาลศิริราช และฝั่งธนบุรี

ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าวว่า ทั้งนี้ จากการที่พระองค์ทอดพระเนตรทางพระบัญชรทุกวันแล้วทรงเห็นว่ารถติด จึงมีพระราชดำริว่า “ยิ่งเปิดโรงพยาบาลใหม่ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ตรงรถไฟ ยิ่งจะทำให้รถยิ่งติดมากขึ้น” ดังนั้นพระองค์จึงพระราชทานโครงการพระราชดำริ 4 โครงการในการแก้ไขการจราจรดังนี้

โครงการที่ 1 ทรงให้ปรับพื้นถนนรอบๆ โรงพยาบาลให้กว้างขึ้นและดีขึ้น โครงการที่ 2 ขยายสะพานอรุณอมรินทร์จาก 4 เลนเป็น 6 เลน และจะมีสะพานยกระดับข้ามแยกศิริราชไปกองทัพเรือ ซึ่งได้งบประมาณมาแล้ว 1,400 ล้านบาท จะช่วยบรรเทารถติดไปได้

โครงการที่ 3 มีพระราชดำริให้ขยายถนนสุทธาวาส ซึ่งเป็นถนนที่ข้ามทางรถไฟไปทะลุถนนจรัญสนิทวงศ์ พระราชทานพระราชดำริให้ขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน และทำสะพานข้ามถนนจรัญสนิทวงศ์

โครงการที่ 4 มีพระราชดำริให้ทำทางยกระดับเหมือนทางยกระดับบรมราชชนนี จากปิ่นเกล้าข้ามคลองบางกอกน้อย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอิสรภาพ ถึงแยกพรานนกแล้วเลี้ยวขวา ผ่านแยกไฟฉาย เป็นถนนยกระดับไปลงที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาจราจรได้มาก

“แม้จะทรงพระประชวรแต่ก็ทรงนึกถึงประชาชน นึกถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชนเสมอ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น” ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2556 18:09 น.




ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ
ประชาชนเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



โดยiSnapNationPhoto

เทศบาลหัวหินพร้อม 100% ปรับภูมิทัศน์ รับเสด็จฯในหลวง- ราชินี แปรพระราชฐานวังไกลกังวล ประชาชนปลื้มปีติ

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. บรรยากาศที่บริเวณหน้าวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการรอรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่จะเสด็จฯออกจากโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ ในช่วงเย็นของวันนี้ เวลา 16.00 น. เพื่อแปรพระราชฐานประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และคณะได้เดินทางมาตรวจความพร้อมในทุกด้านที่บริเวณหน้าวังไกลกังวล โดยได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งฉีดน้ำทำความสะอาดถนนเพชรเกษมที่ผ่านหน้าวังไกลกังวลทั้งหมดพร้อมทั้งตรวจความพร้อมเรื่องไฟส่องสว่างด้วยเนื่องจากคาดการณ์ว่า รถยนต์พระที่นั่งจะถึงหน้าวังไกลกังวลราว 18.00น. ซึ่งเป็นช่วงใกล้ค่ำ จะต้องมีการเปิดไฟส่องสว่างให้สวยงามตลอดเส้นทางเสด็จฯด้วย โดยขณะนี้ในภาพรวมของการเตรียมการรับเสด็จฯถือว่ามีความพร้อม 100เปอร์เซ็นต์แล้ว
บรรยากาศตลอด 2 ฝั่งถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หน่วยงานราชการ พ่อค้าประชาชน ร่วมกันประดับธงชาติ และธงตราสัญลักษณ์ โดยเฉพาะถนนเพชรเกษม ตั้งแต่อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ไปถึงอ.หัวหิน
นอกจากนี้ เทศบาลเมืองหัวหิน และแขวงการทางหัวหิน ยังปรับแต่งภูมิทัศน์ เกาะกลางถนน รวมทั้งประดับไฟอย่างสวยงาม เพื่อเตรียมความพร้อมเฝ้าฯ รับเสด็จ ทั้งสองพระองค์ นอกจากนี้ยังมีการปรับภูมิทัศน์บริเวณหาดทราย วังไกลกังวล ด้วย
นายสมบูรณ์ ลำดับวงค์ เจ้าหน้าที่งานวังไกลกังวล ประจำพระตำหนักเปี่ยมสุข เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ทราบข่าวการเสด็จฯพระราชดำเนินของในหลวงและพระราชินี โดยตนรับราชการมานานกว่า30 ปี และดีใจที่ในวันนี้จะได้มีโอกาสถวายงานทันที โดยตนได้ติดตามข่าวของทั้ง 2 พระองค์อยู่ตลอดและรู้สึกดีใจที่ทรงแข็งแรงแล้ว
ส่วนประชาชนทั่วไป ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ดีใจที่ในหลวงจะเสด็จฯกลับหัวหิน โดยในวันนี้จะมารอรับเสด็จฯที่หน้าวังไกลกังวลด้วย

(//www.posttoday.com/)








พสกนิกรชาวไทย พร้อมใจ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ หลังทราบข่าวดี ทั้งสองพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐาน ประทับ พระราชวังไกลกังวล


เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณริมถนนบวรสถานพิมุข หน้าอาคารศรีสังวาลย์ ภายในรพ.ศิริราช มีประชาชนจำนวนมาก ทยอยเดินทางมาเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภายหลังทราบข่าวมหามงคลว่า ทั้งสองพระองค์จะเสด็จออกจากรพ.ศิริราช ในเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันนี้ เพื่อเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยต่างก็นำเสื่อ หรือแผ่นพลาสติก มาเป็นที่รองนั่ง พร้อมกับชูธงพระปรมาภิไธยย่อ และพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยสำนึกในความจงรักภักดี ขณะเดียวกันที่ศาลา 100 ปี รพ.ศิริราช ได้เปิดให้มีการถวายพระพรเป็นวันสุดท้าย

สำหรับเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินพระราชวังไกลกังวล พ.ต.ท.ฤทธี วิเศษคามินทร์ รอง ผกก.จร.สน.บางกอกน้อย เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินี จะเสด็จออกจากโรงพยาบาลศิริราชเวลา 16.00 น. ประตูท่าน้ำพรานนก ก่อนเลี้ยวขวาเข้าถนนอรุุณอัมรนทร์ ถึงแยกอรุณอัมรินทร์เลี้ยวขวาถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้ววนขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนี ไปลงวงแหวนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าถนนพระราม 2 ใช้ถนนพระราม 2 ออกไปยังจังหวัดสมุทรสาคร

พ.ต.อ.จำแรง สุดใจ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เผยว่า หลังประชาชนทราบข่าวว่าเส้นทางเสด็จฯจะผ่าน อ.เมืองสมุทรสาคร ด้วย ต่างพร้อมใจ รอรับเสด็จ กันจำนวนมาก โดนในพื้นที่รับผิดชอบ ของอ.เมืองสมุทรสาคร บนเส้นทางเสด็จ ถนนพระราม 2 ตั้งแต่สุดเขต สน.แสมดำ กม.ที่ 14 ถึง กม.ที่ 36 พื้นที่ บางคอรัด ยาวประมาณ 20 กม. ซึ่งจะมีการเรียกกำลังตำรวจประมาณ 200 นาย เวลา 13.00 น.เพื่อช่วยเหลือดูแลตลอดเส้นทาง ไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง หรือน้ำท่วมขัง พร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมเฝ้ารับเสด็จด้วย

ส่วนที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังที่ประชาชนทราบข่าวดังกล่าว ทุกหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมต้อนรับเสด็จกันอย่างคึกคัก โดย นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาลได้นำเจ้าหน้ากองช่างมาทำความสะอาดถนนเพชรเกษมและตบแต่งสถานที่หน้าวังไกลกังวลอย่างสมพระเกียรติ มีการประดับธงชาติและธงตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ ตั้งแต่ท่าอากาศยานหัวหิน ตลอดเส้นทางเสด็จไปจนถึงวังไกลกังวล พร้อมประดับไฟหลากสีอย่างสวยงามในเวลาค่ำคืน นอกจากนี้ตามสถานที่ราชการต่างๆ วัดวาอาราม สถานศึกษาก็มีการตกแต่งสถานที่ต้อนรับพระองค์ท่านอย่างสวยงามตลอดรายทาง

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน ได้เตรียม ตร.จร.หลายร้อยนายคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและที่สำหรับจอดรถให้กับประชาชนนับหมื่นคนที่มารอรับเสด็จ

ส่วนบรรยากาศภายในตัวเมืองหัวหินคึกคัก เต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างเดินทางมาเฝ้ารอรับเสด็จทุกสารทิศ โดยในวันนี้ทางเทศบาลเมืองหัวหิน ได้เชิญชวนประชาชนสวมเสื้อสีชมพูและสีฟ้า และเตรียมเทียนชัยไว้ 1 หมื่นเล่ม เพื่อให้พสกนิกรได้จุดเทียนชัยถวายพระพรขณะขบวนล้นเกล้าทั้ง 2 พระองค์เสด็จผ่านด้วย
(//forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=17122751.0)


/p>



โดย: หนึ่งคิด วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:21:56:58 น.  

 



ประชาชนหลั่งไหลเฝ้าฯรอรับเสด็๗ในหลวง-พระราชินีเสด็จฯออกจากโรงพยาบาลศิริราชไปประทับวังไกลกังวลหัวหิน
ที่ศาลาศิริราช100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯออกจากโรงพยาบาลศิริราชไปประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ต่างเดินทางมาเฝ้าฯรอรับเสด็จฯเป็นจำนวนมาก
นางถนอม ชมพู 78 ปี เป็นอีกผู้หนึ่งที่มาเฝ้ารอรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โดยคุณป้าได้เล่าถึงเรื่องการมาเฝ้าฯรอรับเสด็จฯด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า มารอรับเสด็จพระองค์ท่านทุกครั้งตั้งแต่ปี 2549 โดยเฉพาะ 4 ปีหลังมานี้จะมาทุกวัน คุณป้าบอกว่า “ถึงแม้ไม่รู้ว่าท่านจะเสด็จฯออกมาวันไหนบ้าง แต่เราก็ยินดีที่จะมารอรับเสด็จฯท่านทุกวัน”
ป้าถนอมบอกว่า “เรารักพระองค์ท่าน ท่านทำให้ลูกหลานเราได้อยู่อย่างสบาย เราเองก็อยากให้ท่านหายจากพระอาการประชวรโดยไว ความสุขอยู่ตรงที่ได้มาเข้าเฝ้ารับเสด็จฯพระองค์ท่าน”
ป้าถนอมยังบอกอีกว่า ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย และพยายามที่จะให้ลูกหลานได้เห็นถึงสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำมาตลอดชีวิตของพระองค์ท่าน เพราะคนรุ่นใหม่อาจะเห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านน้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านทรงงานน้อย เพียงแต่พระวรกายอาจจะไม่แข็งแรงมากเหมือนแต่ก่อน
ขณะที่ น.ส.จรัสวรรณ ธีรธรรม เป็นอีกคนหนึ่งที่จะมาเฝ้ารอรับเสด็จฯพระองค์ท่านทุกครั้งไม่เคยขาด โดยเฉพาะในโอกาสสำคัญ ๆ “มาเข้าเฝ้าพระองค์ท่านทุกวัน ตั้งแต่วันที่ท่านทรงพระประชวรวันแรก ตั้งแต่สมัยที่สมเด็จพระพี่นางฯทรงประชวรด้วย แล้วถ้ามีโอกาสก็จะตามเสด็จฯพระองค์ท่านออกตามต่างจังหวัด”
น.ส.จรัสวรรณ กล่าวอีกว่า ดีใจที่ตอนนี้พระองค์ท่านมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงขึ้น เราก็เป็นห่วงท่านที่ท่านทรงงานหนัก “ปีหนึ่งมี 356 วัน แต่ท่านทำงานเป็น 2 เท่าของคนทั่วไป ทุกตารางนิ้งท่านเสด็จเยือนไปหมดแล้ว ท่านคือที่สุดของประชาชน”
ด้าน น.ส.กติกา อิงคถาวรวงศ์ เล่าให้เราฟังว่า วันนี้มานั่งอ่านหนังสือที่นี่ แล้วเจอกับป้าปุ้ย ได้พูดคุยกันจึงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯจะทรงเสด็จไปยังวังไกลกังวล จึงได้ตามมานั่งเฝ้ารับเสด็จด้วย
“เด็กก็รักในหลวงนะป้า”คำพูดของพี่กติกาที่พูดคุยกับป้าปุ้ยอย่างเป็นกันเอง ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน แต่ด้วยความที่จุดมุ่งหมายเดี๋ยวกันก็คือต้องการเฝ้ารับเสด็จฯพระองค์ท่าน จึงทำให้มานั่งพูดคุยกันได้อย่างไม่ยาก
กติกาบอกว่า “ถ้ามีโอกาสก็จะมาเฝ้ารับเสด็จฯทุกครั้ง เพราะบ้านใกล้ ตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเฝ้ารับเสด็จฯพระองค์ท่าน รู้สึกดีทุกครั้ง ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะไม่ได้เจอพระองค์ท่านก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสอีกเยอะ”
กติกายังบอกอีกว่า เห็นท่านประชวรก็อยากให้คนไทยรักกัน มีความสามัคคีกัน เลิกทะเลาะกัน ไม่อยากให้มีการดึงเรื่องของสถาบันลงมาเกี่ยวกับการเมือง เพราะว่าเป็นคนละส่วนกัน ท่านทำงานมาเหนื่อย เราสามารถนำสิ่งที่ท่านทำมาเป็นแบบอย่างได้ เอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้
"สิ่งที่เราทำให้ท่านได้ก็คือ ต้องรักชาติ รักกัน สามัคคีกัน ให้คนไทยช่วยเหลือกัน ก่อนที่เราจะทำอะไรไม่ดีก็ให้คิดเสียก่อนว่า พระองค์ท่านก็ทรงเคยตรากตรำทำงานหนักมาก่อน ท่านเหนื่อยมาตลอด ก็อยากให้ท่านได้พักบ้าง"
นายชานน กงเพ็ชร นักศึกษาวัย 20 ปี กล่าวว่า จะมารับเสด็จฯทุกครั้งที่มีโอกาส เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 เนื่องจากว่าสถาบันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ท่านก็ทรงทำงานเป็นแบบอย่าง ดำเนินชีวิตให้เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนและประชาชนทั้งหลาย
นายชานนยังกล่าวอีกว่า ทุกคนต้องการให้พ่อหายป่วย ถึงเราจะไม่ใช่แพทย์ไม่ใช่ทหารใกล้ชิดพระองค์ท่าน แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือให้กำลังใจแก่พระองค์ท่าน สวดมนต์ ทำความดี แต่นี้ก็เพียงพอแล้ว ปลื้มปิติที่ได้เห็นพระพักตร์พระองค์ท่าน ท่านทรงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลมานาน การที่ท่านจะได้เสด็จกลับบ้าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะถ้าเทียบกับคนป่วย การได้กลับบ้านก็แสดงให้เห็นได้ว่าอาการป่วยดีขึ้นแล้ว
ขณะที่ น.ส.ฉันทิกาพร พัฒนะพิมลจิตร์ ได้ตั้งปณิธานเอาไว้แล้วว่า ถ้ามีโอกาสครั้งไหนที่สามารถมาเข้าเฝ้ารอรับเสด็จฯได้ก็จะมาทุกครั้ง หลักจากที่เคยพลาดไปแล้วเมื่อตอนปี 2549
“แม้ได้เห็นพระพักตร์พระองค์ท่านนิดเดียวก็พอใจแล้ว อยากจะร้องไห้ มันบอกไม่ถูกว่าทำไม อาจจะด้วยพระบารมีท่านหรือไม่ก็ความจงรักภักดีของเรา สิ่งที่เราจะตอบแทนท่านได้ก็คือ เราต้องรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ท่านไม่เคยบอกให้เรารักพระองค์ท่าน แต่เราเห็นการทรงงานของท่าน แล้วเราจะไม่รักท่านได้อย่างไร”น.ส.ฉันทิกาพรกล่าว
นางทิพา นุจรีพร อายุ 61 ปี ซึ่งบ้านอยู่ จ.นครปฐม กล่าวว่า ตื่นมาตั้งแต่ตี 4 เพื่อเดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช รอชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยนัดเพื่อนมากัน 20 กว่าคน
“ถ้าพ่อเสด็จฯเราก็ไม่เอาอะไรเลย อยากมารอเข้าเฝ้า และป้าก็มาทุกครั้งที่พ่อลงมา ดีใจมาก ปลื้มที่จะได้ส่งเสด็จฯในหลวงไปหัวหิน และก็ดีในที่รู้ข่าว ตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด โดยคราวนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้นั่งหน้าตึก เพราะอาจจะเกรงว่ามีคนเยอะ เสียงดัง รบกวนผู้ป่วย เลยมาหาที่นั่งตรงทางออกที่พ่อจะเสด็จฯ”นางทิพา กล่าว
นางวิภาดา จันทะลือ อายุ 55 ปี จากเขตบางบอน กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า พอรู้ว่าในหลวงจะเสด็จฯแปรพระราชฐานไปยังพระราชวังไกลกังวล จากข่าวในพระราชสำนักเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ก็รู้สึกดีใจมากและอยากมาเข้าเฝ้าเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่านเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“อยากจะขอถวายพระพร ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ อายุยืนนาน อยู่กับประชาชนไปนานๆ อายุเกิน 100 พรรษา แข็งแรงนานๆ เพราะสำหรับคนไทยที่สุดคือในหลวง และพระราชินี ทุกครั้งถ้าได้ข่าวว่าทางจะเสด็จฯไปไหนก็จะตามไปทุกครั้ง คราวนี้พอรู้ข่าวก็รีบมาด้วยความยินดี”นางวิภาดา กล่าว
ด้าน นางวสวรรธ เมืองแมน อายุ 52 ปี อาศัยอยู่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่มาพร้อมกับเพื่อนๆจากย่านรัชดา และผู้สูงอายุอีกหลายคนที่มาจากต่างๆที่กัน บอกว่ารู้ข่าวในหลวงจะเสด็จฯจากในเฟซบุ๊ก
“จริงๆแล้วก็ทราบว่าท่านจะเสด็จฯก็รอวัน เช็คกับเพื่อน พอแน่ใจแล้วว่าเป็นวันนี้ก็เลยชวนกันมา พี่มาทุกครั้งที่พระองค์เสด็จฯ เข้าเฝ้าท่านแล้วมีความสุข เพราะท่านเป็นกำลังใจให้เรา เราก็ต้องถวายกำลังใจให้พระองค์ท่าน พูดตามตรงพี่อยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะท่าน ชีวิตเราไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จอะไร ก็ได้พระองค์ท่านเป็นหลัก และทำตามคำสอนของในหลวง ชีวิตถึงได้ดีขึ้น”นางวสวรรธ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้า
นางวสวรรธ กล่าวอีกว่า ดีใจมาก ที่ในหลวงเสด็จฯไปหัวหิน เพราะคิดว่านั่นคือพระองค์ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรงมากขึ้น
“ขอถวายพระพรให้ในหลวงมีสุขภาพดีขึ้นเรื่อยๆกว่านี้ อยากให้ท่านทั้ง 2 พระองค์ได้กลับมายืนเคียงคู่กันนานแสนนาน วันนี้ไม่ว่าจะร้อนหรือไม่ก็จะต้องรอเข้าเฝ้าเพราะมาเป็นประจำ ที่ต้องมาแต่เช้าเพราะว่าต้องมาจองที่ไว้เพราะเพื่อนจะตามกันมาอีกในช่วงบ่ายๆ พี่มีเคล็ดคือจะไหว้ขอพระองค์ท่านทุกครั้งว่าขอให้ได้ที่นั่งดีๆ ไปที่ไหนก็ขอ ทั้งที่พระบรมรูปทรงม้าก็ได้ที่นั่งดี คราวนี้ก็โชคดีที่ยังว่าง เป็นความสุขอีกอย่าง เราอิ่มใจ ชุ่มชื่น ได้เห็นพระองค์ท่านแล้วน้ำตาไหล ปลื้มปีติ”นางวสวรรธ กล่าว
นางจรัสวรรณ ธีระธรรม อายุ 58 ปี เดินทางมาจากหนองแขม พร้อมกับอีกหลายคนที่มาจาก อ.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ คลอง 8 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และเขตตลิ่งชัน กทม. บอกว่าบางตื่นมาตั้งแต่ตี 3 เพื่อนั่งรถตู้มาให้ถึงตอน 06.00 น.
“ไม่ว่าบ้านใครจะไกลแค่ไหน ถ้าเรารู้ว่าในหลวงเสด็จฯเราจะตามไปรับเสด็จทุกที่ เรียกได้ว่าไม่เคยขาดแม้แต่ครั้งเดียว ดีในที่ท่านจะได้กลับไปหัวหิน ถ้านับเวลาแล้วก็ 3 ปี 10 เดือน ครั้งนี้ท่านแปรพระราชฐานแสดงว่ามีสุขภาพพลานามัยที่ดีขึ้น เลยเปลี่ยนอิริยาบถ”นางจรัสวรรณ กล่าว
นางจรัสวรรณ กล่าวอีกว่า ติดตามข่าวการเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่เสมอ ส่วนการเสด็จในวันนี้นั้น ได้มาที่โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เพราะอยากจะรู้ว่าท่านเสด็จวันไหนแน่ โดยวันจันทร์ก็กลับมาอีกครั้ง จนกระทั่งมีการแถลงการณ์เสด็จแน่ก็ชวนเพื่อนมากันทันที
“ป้าตามเสด็จไปเข้าเฝ้ามาตั้งแต่ ปี 2549 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จนมาถึงสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อครั้งเสด็จมายังโรงพยาบาลศิริราชก็ตามมา ส่วนคนที่เห็นว่ามานั่งจองที่กันตอนนี้ก็คือคนที่เราเจอกันมานานเพราะตามเสด็จก็รู้จักกัน ถ้าจะให้ถวายพระพรก็คงบอกว่า ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ เราประชาชนคนหนึ่งไม่รู้จะพูดความในใจอย่างไร ไม่อยากให้ท่านเจ็บป่วย ถ้าเป็นไปได้เราก็พร้อมจะเป็นแทนพระองค์ได้เลย เพราะท่านเป็นที่สุดของประชาชน”นางจรัสวรรณ กล่าว




































เอแบคโพล ชี้ คนไทยมีความสุขได้ยินข่าว ในหลวง - พระราชินี แข็งแรง


สำนักวิจัยเอแบคโพล มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ออกทำการสำรวจประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัด เรื่องแนวโน้มความสุขมวลรวมของคนไทยประจำเดือนก.ค. ที่ผ่านมา จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน พบว่า ปัจจัยที่ทำให้คนไทยมีความสุข คือความสามัคคีของคนในชาติ ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อยู่ที่ 9.51 คะแนน โดยเฉพาะการข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง สามารถเสด็จพระราชดำเนินยังสถานที่ต่างๆ ได้

ขณะที่ปัจจัยทำให้ความสุขมวลรวมคนไทยให้ลดต่ำลงกว่าปีที่ผ่านมา พบว่า เป็นเรื่องสภาวะเศรษฐกิจและครอบครัว อาทิ ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพ ฐานะเศรษฐกิจระดับครัวเรือนที่ไม่มั่นคง รายจ่ายสูงขึ้น ซึ่งค่าคะแนนความสุขด้านนี้อยู่ที่ 4.53 คะแนน นอกจากนี้ ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ เป็นอีกปัจจัยที่ฉุดความสุขมวลรวมของคนไทยลดต่ำลงเช่นกัน โดยคะแนนอยู่ที่ 4.62 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจยังพบว่า ความสุขมวลรวมของคนไทย ลดลงจาก ปี 2555 จาก 7.61 คะแนนมาอยู่ที่ 6.58 คะแนน ในการสำรวจครั่งล่าสุด

ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวต่างประเทศ

( //news.springnewstv.tv/ )

ஜ۩۞۩ஜ
✿*゚¨゚*✿*ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ✿*゚¨゚*✿
ஜ۩۞۩ஜ

/p>




โดย: หนึ่งคิด วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:21:59:23 น.  

หนึ่งคิด
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เพลง

..*

หนึ่งในความห่วงใยของพ่อหลวง.....

เยลลี่พระราชทาน แจกฟรี สำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

หรือผู้กลืนอาหารไม่ได้

มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระราชูปถัมภ์

หน่วยทันตกรรมพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ร่วมกันพัฒนาเยลลี่โภชนาการ เพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีภาวะโภชนาการและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นเจลกึ่งแข็งกึ่งเหลว

มีเนื้อสัมผัสที่พอดีไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป

ง่ายต่อการเคี้ยวและการกลืน ผลิตจากนมที่ผ่านกรรม

วิธีย่อยแลคโต๊สซึ่งเป็นสาเหตุของการดื่มนมแล้ว

ไม่สบายท้อง ท้องเสียแล้ว ทำให้ผู้ที่มีปัญหา

เรื่องดื่มนมแล้วไม่สบายท้อง สามารถกินได้โดยไม่มีปัญหา

และเมื่อนำไปทดลองใช้กับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

พบว่าผู้ป่วยไม่ต้องให้อาหารทางสายยาง

ผู้ป่วยสามารถกินได้เอง และผู้ป่วยที่กินเยลลี่โภชนา

การมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 

ผู้สนใจที่มีปัญหาเรื่องมะเร็งช่องปากหรือ

มีญาติมิตรเป็นโรคดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับได้

โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดใด ได้ที่ต่างๆ ดังนี้คือ

1. โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 044-235582, 081-955-9002

2. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรุงเทพฯ 02-3547025-35

3. ศูนย์มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 02-5461960-6

4. ศูนย์มะเร็งชลบุรี 038-784001-5

5. ศูนย์มะเร็งลพบุรี 036-621800

6. ศูนย์มะเร็งลำปาง 054-335262-8

7. ศูนย์มะเร็งอุดรธานี 042-207375-80

8. ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี 045-285610-5, 045-285637-40

9. ศูนย์มะเร็งสุราษฎร์ธานี 077-211625-8 ต่อ 1006

10.สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล 02-889-3489

ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานพยาบาล ดังกล่าว

หรือ ติดต่อสอบถามมูลนิธิทันตนวัตกรรม

ได้ที่ คุณบัวขาว หงษาชุม โทรศัพท์ 089-664-4634, 02-218-9027

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ :http://bit.ly/UFCrZa

ขอขอบคุณภาพจาก: ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร Fan page

๙๙๙๙๙๙๙

----


widgeo
------------ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add หนึ่งคิด's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.