รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2560
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 ธันวาคม 2560
 
All Blogs
 

คำอธิบายการฝีกฝนด้วยการดูทีวี วิธีฝีก การดูว่าฝีกแล้วคืออย่างไรที่ได้ผล



ผมได้อธิบายเรื่องการฝีกฝนด้วยการดูทีวีในกิจกรรมธรรมบรรยายมาได้ 3 ปี
แต่ก็ยังมีคนทีไม่เข้าใจในการปฏิบัติ
ขอให้อ่านเรื่องในนี้ และ ดูภาพประกอบทีมีอยู่ภายในเรื่อง
.
ภาพทีอยู่ในเรื่องนี้มี 5 ภาพ เป็นเรื่องการฝึกดูทีวี และ การนำเรื่องการมองภาพมีระยะห่างมาใช้ในชีวิตประจำวัน
.
ท่านทีสนใจการฝีกแบบนี้ แนะนำให้อ่านไปทีละหน้าด้วยความพินิจพิเคราะห์ อ่านให้เข้าใจ แล้วทดลองทำดู 
.
อย่าลืมว่า การฝีกดูทีวีนี้ ไม่ใช่เป็นการทำจิตให้นิ่ง
แต่เป็นการฝีกจิตให้มีความสามารถมากขึ้นในการรู้กิเลส และ การเผลอ หรือทางภาษาพระเรียกว่า การมีสติสัมปชัญญะ
เมื่อมีสติสัมปชัญญะมากขึ้น จะสามารถรู้เห็นความเป็นไตรลักษณ์ชองกิเลสได้ เมื่อรุ้เห็นไตรลักษณ์ของกิเลสมากขึ้นไปเรื่อย ๆ จิตจะเข้าใจสภาวะธรรมของกิเลสว่า มันหลอกลวง มันไม่มีตัวตน มันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของ ๆ เรา แล้วจะเกิดการปล่อยวางไปตามลำดับ จนหลุดพ้นไปจากกองทุกข์ได้ในทีสุด
.
.
สิ่งทีคนฝีกฝนเข้าใจคาดเคลื่อนแล้วทำให้ฝีกไม่ได้ผล
มักจะมีอย่างนี้ว่า
.
......เข้าใจผิดว่า การฝีกต้องการให้จิตนิ่ง 
ต้องการรู้ตัวตลอดว่าจิตนิ่ง
แล้วไปทำอะไรเพื่อให้จิตนิ่งขณะดูทีวี
ความเข้าใจผิดนี้ ค่อนข้างร้ายแรง จนส่งผลให้ฝีกผิดพลาด
แล้วไม่ได้ผล
.
การฝึกฝนนั้น เราไม่ต้องการจิตนิ่งนะครับ
เราต้องการฝีกจิตให้
1..รู้ทัน การเผลอไป 
2..รู้ทันการไหวตัวของจิต
.
คนทีฝีกดูทีวีใหม่ๆ จะพบตัวเองว่า 
การเผลอนั้นเกิดง่ายมาก ดูทีวีไมีถึง 5 นาที ก็เผลอไปแล้ว
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็นานหลายนาทีว่า เผลอไป
ทีเป็นอย่างนี้ เพราะกำลัง สติสัมปชัญญะ อ่อนแอมาก
.
ในการฝีกฝน เผลอไม่เป็นไร ยอมให้เผลอนะครับ
พอเผลอแล้ว เมื่อรู้ตัวว่าเผลอ ก็กลับมาฝีกใหม่
กล่าวคือ เผลอแล้วให้กลับมาฝีกใหม่ ให้ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ 
อย่าอารมณ์เสียเด็ดขาดว่า ทำไมเผลอบ่อยมาก
ยิ่งอารมณ์เสีย ยิ่งฝีกไม่ได้ผล เมื่อเผลอไป ให้ใจเฉยๆ แล้วก็ฝีกใหม่
แค่นี้เอง ให้ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ พอฝีกไปมาก ๆ เข้าหลาย ๆ เดือน
อาจถึง 6 เดือนขึ้นไป การเผลอยังมีแน่นอน แต่เมื่อเผลอแล้ว
จะกลับมารู้ตัวว่าเผลอนี่ซิ มีการพัฒนาตัวเองให้หดเวลาสั้นลงไป
เรื่อยๆ นีคือ ผลของการฝีกฝนทีมาตรงทาง
เวลาทีหดสั้นไปเรื่อยๆ นี่ ถ้ายิ่งฝีกฝนไปเรื่อยๆ 
ก็จะแทบว่า จะหดสั้นน้อยกว่า วินาที เสียอีก
แต่นี่คือ การฝีกฝนทีต้องใช้เวลา อาจถึง 1 ปี 2 ปี จึงจะได้
เมื่อเผลอแล้วรู้ว่าเผลอไป หดเวลาสั้นลงไปมาก ๆ 
แสดงว่า จิตมีกำลังสติสัมปชัญญะดีขึ้นมาก
เมื่อจิตมีสติสัมปชัญญะดีขึ้น 
เวลาจิตมีอารมณ์ปรุงแต่ง จะเห็นทันอารมณ์นั้นได้
แล้วอารมณ์นั้นจะสลายตัวไปเป็นไตรลักษณ์ ให้เห็นได้จะ จะ กันเลย
เราต้องการแบบนี้ คือ เผลอหดเวลาสั้นลง แล้วจิตมีพลังสติสัมปชัญญะ
เพื่อไปเห็นทันอารมณ์ปรุงแต่งเป็นไตรลักษณ์ได้
นี่คือ หลักการและเหตุผลของการฝีกดูทีวี
.
การรู้ทันอารมณ์ปรุงแต่งเป็นไตรลักษณ์นี้
ถ้าเห็นได้บ่อยๆ เห็นมาก ๆ จิตจะเกิดปัญญาตามมา
ซึ่งตรงนี้ ก็จะยังมีกับดักอีก กล่าวคือ
นักภาวนามักเชื่อว่า ภาวนาแล้วกิเลสจะลดลงไป
เพราะได้ยิน ได้อ่านแบบนี้มามากในอินเตอร์เนท
ทำให้นักภาวนา
พอกิเลสโผล่มา แล้วเห็นไตรลักษณ์ได้ กลับไม่ชอบใจ
เพราะมักคิดว่า ภาวนาผิดทาง ทำไมกิเลสมันมากจัง
ก็หันไปทำจิตนิ่งอีก
นี่เพราะไม่เข้าใจจึงทำให้ภาวนาไม่ได้ผล
.
ยิ่งภาวนาไป นักภาวนาจะยิ่งเห็นกิเลสในตัวเองได้มากขึ้น
นีคือความจริง ซึ่งจะขัดแย้งกับคำสอนทีได้ยินได้ฟังทั่ว ๆ ไปในอินเตอร์เนท
อาจารย์โกวิท เขมานันทะ ท่านได้พูดประโยคหนี่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
...ยิ่งกว่ารังโจร...ซึ่งนี่คือความจริงครับ
.
นักภาวนาเห็นกิเลสมากขึ้นได้ แต่ด้วยจิตทีมีสติสัมปชัญญะ
มากขึ้น จะเห็นกิเลสเหล่านั้น เกิด ดับ เป็นไตรลักษณ์ได้
ยิ่งกิเลสเกิดมาให้เห็นมากครั้งเป็นไตรลักษณ์
นี่ยิ่งสร้างปัญญาให้แก่จิตให้มากขึ้น
.
พอปัญญาของจิตแก่กล้ามากพอ
เพราะเห็นไตรลักษณ์ของกิเลสมาก ๆ 
จิตจะเกิดการปล่อยวาง ไม่ยึดมั่นถือมั่น
ต่อเมื่อจิตเกิดการปล่อยวางได้อย่างแท้จริง
จะพบว่า กิเลสต่างๆ นั้นได้หายหัวไปหมดสิ้นในตอนนั้
.
จะเห็นว่า ขบวนการปล่อยวางนี่เอง ได้กล่าวไว้ในพระไตรปิฏก
เถรวาทอยุ่หลายแห่งด้วยกัน และ ขบวนการนั้น 
เกิดเพราะการเห็นทันกิเลสแล้วกิเลสเป็นไตรลักษณ์
ดังนั้น เมื่อยิ่งภาวนาไป ยิ่งเห็นกิเลสได้มาก ๆ 
แสดงว่า กำลังมาถูกทางแล้ว
จิตกำลังสะสมปัญญาไว้เพื่อการปล่อยว่างในอนาคตต่อไป
.
ขอให้เข้าใจให้ตรง แล้วจะหลุดพ้นไปจากกองทุกข์ได้อย่างแน่นอน
.
พระไตรปิกฏก็กล่าวไว้ว่า ต้องเห็นไตรลักษณ์ได้ จะเป็นวิปัสสนา










 

Create Date : 14 ธันวาคม 2560
0 comments
Last Update : 14 ธันวาคม 2560 8:36:25 น.
Counter : 54 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.