Places that Belong to You

 
กันยายน 2556
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 กันยายน 2556
 

Over the Rainbow: สุดสายรุ้ง


When all the world is a hopeless jumble,
And the raindrops tumble all around,
Heaven opens a magic lane.
When all the clouds darken up the skyway
There's a rainbow highway to be found
Leading from your window pane
To a place behind the sun
Just a step beyond the rain

Somewhere over the rainbow,
Way up high
There's a land that I heard of once,
In a lullaby.
Somewhere over the rainbow,
Skies are blue.
And the dreams that you dare to dream
Really do come true.
Someday I'll wish upon a star
And wake up where the clouds are far behind me...
Where troubles melt like lemon drops,
Way above the chimney tops,
That's where you'll find me...
Somewhere...
Over the rainbow
Bluebirds fly,
Birds fly over the rainbow
Why then oh why can't i? 
If all those little bluebirds fly
Beyond the rainbow...
Why .. oh .. why .. can't i?

วันนี้ขอเสนอเพลง Over the Rainbow ซึ่งเป็นเพลงคลาสสิคตลอดกาล นักร้องคนแรกถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคุณย่าทวด Judy Garland ซึ่งขับร้องในภาพยนตร์เพลงเรื่อง The Wizard of Oz (เนื้อเรื่องที่ว่าต้องพาหุ่นไล่กา หุ่นกระป๋อง แล้วก็สิงโตขี้ขลาดไปหาพ่อมดเพื่อให้ความช่วยเหลือ) ถ้าคุ้นเคยกับตัวเรื่องนิยายเรื่องนี้และภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วล่ะก็ สามารถสื่อให้เห็นถึงสัจธรรมและปรัชญาที่ว่า "No place like HOME" ซึ่งก็หมายถึงการที่เราสามารถเข้าใจถึงความอบอุ่นของครอบครัวก็เมื่อเราไปประสบความเลวร้ายจากภายนอกบ้านต่าง ๆ นา ๆ โดยในนิยายนั้นได้สื่อถึงตัวโดโรธีที่อยากจะหนีออกไปจากบ้านเมื่อเธอรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจในตัวเธอเลย จวบพอดีกับมีพายุใต้ฝุ่นหอบบ้านทั้งหลังไปตกในดินแดนมหัศจรรย์แห่งออซแล้วก็เจอเรื่องปวดหัวต่าง ๆ นา ๆ ทั้งแม่มดใจร้าย การโกหกหลอกลวง หรือการเดินทางอันแสนลำบาก...

โดยในท้ายสุดของเรื่องนั้น จุดประกายของเรื่องก็คือ การเข้าถึงความอบอุ่นหรือความเข้าใจในครอบครัวนั้นอยู่ในใจของเราเสมอมา เพียงแต่ว่า "รู้ตัว" หรือไม่เท่านั้น ก็เปรียบได้กับรองเท้าแดงแจ๋ที่โดโรธีใส่อยู่ตลอดเวลา แต่เธอไม่รู้ค่าของมันหรือวิธีที่จะ "เข้าถึง" มัน เพียงแค่เธอเคาะส้นเกือกเพียงสามครั้งก็กลับบ้านได้เลย (เว่อร์เนาะ)

ทำไมเพลง Over the Rainbow นี้ถึงเป็นเพลงอมตะ?

เหตุผลประการแรกก็น่าจะเป็นเนื่องจากทำนองที่ไพเราะ เสนาะหู เมโลดี้ที่เวลาฟังดูแล้วเหมือนกับจะไม่มีกาลเวลาสมกับชื่อเพลง "ปลายสายรุ้ง" (ไม่ใช่ของ Paradox นะ) จูดี้การ์แลนด์นางเอกของเรื่องนั้นก็อยู่ในวัยขบเผาะ เด็ก ๆ อยู่ดูใส ๆ ทำให้ยิ่งดูเหมาะกับความไร้เดียงสากึ่ง ๆ โง่นิด ๆ (อันนี้ตีความเอาแต่ใจ โดยดูจากว่าน้องโดเอาใจแต่หมาโตโต้ ไม่หัดรู้จักเข้าใจตัวละครตัวอื่น แต่ก็แอบดีใจที่ตอนสุดท้ายรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราได้ซะที!) ตามบทที่คุณ Baum ได้เขียนเอาไว้ 

เหตุผลประการที่สองน่ะเหรอ เนื่องจากเป็นเพลงที่สามารถตีความได้หลากหลายแล้วก็เป็นเพลงที่ร้องได้ไม่ง่ายเลย ดูจากเมโลดี้ที่ไม่ได้คอมเพล็กซ์ ฮู้ ฮู ฮู้ ฮู อย่าง I will always love you แต่ความยากของการร้องเพลงนี้คือการมีศิลปะในการตีความ เพื่อถ่ายทอดเพลงนี้ออกมาได้อย่างเหมาะสมกับตัวศิลปินแต่ละคน สังเกตได้เลยว่า ไม่ว่าเพลงนี้จะออกมาจากการขับร้องของศิลปินคนไหน ก็สามารถเปลี่ยนบริบทได้อย่างคล้องจองทุกคราไป

ลองฟังเวอร์ชั่นของ Eva Cassidy เปรียบเทียบดูกับ Judy Garland แล้วจะเข้าใจความแตกต่างอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่ตีความคำว่า "rainbow" แตกต่างกัน Eva อาจจะมองคำว่า "rainbow" และ "blue birds" ต่างกัน ตามความคิดของผมแล้วคิดว่า Eva Cassidy มองไปในทางศาสนาหรือความตายมากกว่า ในขณะที่ Judy มองไปในทางความฝันหรือความทะเยอทะยานที่เธออยากไขว่คว้ามาให้ได้

แต่อย่างไรก็ดี บางครั้ง Judy Garland ก็เคยร้องเพลงนี้ในลักษณะที่หดหู่อยู่เหมือนกัน ตอนที่เธอชีวิตบัดซบหนัก ๆ

เอ่อ...แต่ชักจะนอกเรื่องไปเยอะแล้ว จริง ๆ แล้วเวอร์ชั่นของ Judy Garland ถูกวิพากษ์วิจารณ์และตีความไว้แล้วจากกูรูเพลงรุ่นเก่า ๆ ไว้เยอะแล้ว ผมขอไม่พูดละกัน เพราะถือได้ว่าเพลงเวอร์ชั่นจูดี้เป็นเวอร์ชั่นที่คล้าย ๆ กับเป็นหิ้งที่ไว้บูชาเรียบร้อยแล้ว

วันนี้เสนอเวอร์ชั่นของ Barbra Streisand ครับ เป็นเวอร์ชั่นที่บอกได้เลยว่า mediocre ชะมัด

ต้องขอบอกก่อนว่าตัวผมเป็นแฟนตัวยงของ Streisand มาแต่ไหนแต่ไร แล้วก็คิดว่าเพลงนี้ที่เธอร้องก็อยู่ในระดับที่ "OK" ไม่ได้เลวร้ายอะไร (ในใจคิดว่าจริง ๆ เธอน่าจะร้องเพลงนี้ได้ดีกว่านี้อีกมากมาย แต่ไม่รู้เพราะเหตุผลอะไรมันทำให้เพลงนี้มันดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ พิกล) เธอร้องเพลงเพราะครับ ไม่เถียง แต่มันเหมือนขาดความ "เจ๋ง" ที่เธอเคยมีให้กับเพลงอื่น ๆ ที่เคยร้อง

สิ่งที่ดีของเวอร์ชั่นนี้ที่เวอร์ชั่นอื่นไม่ค่อยมี ก็คือ ช่วง Introduction "When all the world..." ที่ศิลปินคนอื่นมักจะชอบตัดออกไป อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าอาจจะดูน่าเบื่อหรืออย่างไรก็เหอะ Barbra ยังคงเก็บเนื้อเพลงส่วนนี้เอาไว้ เพื่อสร้างตัวละคร ไม่สิ ให้ผู้ฟังได้รู้จักถึง Beginning ของจิตใจ Dorothy ก่อนที่จะพูดถึงสายรุ้งในท่อนถัดไป อันนี้ขอยกนิ้วให้คุณป้าที่ยังคงไว้ลายในเรื่องของการใส่ใจในตัวละครก่อน ไม่ใช่ว่า "ร้อง" ออกมาแบบไร้สติเหมือนศิลปินไก่กาคนอื่น ๆ การให้ความสำคัญกับเนื้อร้องในช่วงนี้ของคุณป้าทำให้รู้เลยว่า ป้าร้องเพลงนี้ในฐานะ "นักแสดง" แล้วต้องการให้ผู้ฟังเข้าใจถึงกระบวนการของเรื่องราวที่ต้องประกอบด้วย "ตอนต้นเรื่อง" "ไคลแม็กซ์" และ "ตอนจบ" ได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ณ จุดนี้เลยประทับใจในเวอร์ชั่นนี้และอยากให้ทุก ๆ คนได้ฟังกันครับ

ป.ล. คำว่า "blue birds" นี้เคยถามเพื่อนชาวอเมริกันแล้วเค้าบอกว่า เป็นความหมายในเชิงอุปมา ซึ่งสามารถตีความกันได้หลากหลาย บ้างบอกว่าเป็นนกในจินตนาการที่พบได้เฉพาะในโลกยูโทเปีย (ตีความไปโน่น) หรืออาจจะตีความว่าเป็น "อิสระภาพภายในใจที่เกิดจากความเก็บกดหรือความเศร้า (blues) เบื้องลึกในจิตใจ" ก็อย่าคิดมากครับ ภาษาอังกฤษดิ้นได้ตลอดเวลา Smiley




 

Create Date : 22 กันยายน 2556
0 comments
Last Update : 22 กันยายน 2556 2:09:04 น.
Counter : 1463 Pageviews.

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Liza Minnelli
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Personally, I like literature and linguistics as my main course. However, songs and musical plays are my thirst of knowledge. I would like to use this blog as an experimental field for expressing my personal ideas and afterthoughts to those mentioned. I would like to welcome all comments related to my blogs as well as to construct new e-friendship from all over the world. :D : Users Online

MyHeritage: Celebrity Morph - Free family tree - Free genealogy

[Add Liza Minnelli's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com