ตามรอยรายการ "ที่นี่หมอชิต" ไปเที่ยวมะละกาค่ะ(Malacca with Kids)




เราพาเด็ก ๆ ไป เยี่ยมญาติที่มาเลเซีย กันทุกปีค่ะ และบ่อยครั้งที่เราพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวมะละกา (Malacca) กัน เพราะอยู่รัฐติดกันกับรัฐเนกรี เซมบิลัน (Negri Sembilan) ที่เราไปพักอาศัยกันค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ไปแบบนักท่องเที่ยวเท่าใดนัก มักจะมีธุระปะปังแล้วก็แวะสวนสัตว์มะละกา(Malacca Zoo)บ้าง ถนนคนเดิน(Jonker Street) บ้าง และบางครั้งที่ไปดูของเก่า ของแต่งบ้านของญาติพี่น้องค่ะ



และในครั้งนี้ระหว่างไปทำธุระที่มะละกา เราก็เลยตั้งใจหาโอกาสไปเที่ยวตามรอยรายการ"ที่นี่หมอชิต" ค่ะ เพราะเด็ก ๆ ชมรายการแล้วชอบใจร้านค้าทั้งเก่าและใหม่ ที่เปิดมาเอาใจนักท่องเที่ยวค่ะ เช่น ร้านทำรองเท้าประดับด้วยลูกปัด (Bead Shoes) ร้านสบู่ทำมือ (Handmade Soap shop) ร้านตัดกระดาษ (Paper Cutting Shop) รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ในเรือ (Maritime Museum) ค่ะ


ระหว่างการหาข้อมูลเมืองมะละกามาลงบล็อก เจอผู้ลงรายละเอียดและพาเที่ยวไว้มากเลยค่ะ คงเพราะองค์กรการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้เมืองมะละกา เป็นเมืองมรดกโลกเมื่อปี 2008 อีกทั้งรัฐบาลมาเลเซียพยายามผลักดันให้เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของมาเลเซีย โดยชูโรงในการเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีการผสมผสานของวัฒนธรรมจากเชื้อชาติและศาสนาที่แตกต่างกันในมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็น จีน มลายู อินเดีย หรือ ตะวันตก


(ประวัติเมืองมะละกามีเรื่องราวและตำนานที่สนุกสนาน ขอเชิญชมภาพสวย ๆ และการเล่าเรื่องที่มีการเชื่อมร้อยได้ยอดเยี่ยมของ คุณ Please.Peace ในบล็อกแก๊งค์นี่เองค่ะ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ)





ผู้คนที่ไปเมืองมะละกา ก็จะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันที่ จตุรัสดัชท์(Dutch Square) ซึ่งเป็นหมู่ตึกสีแดง สร้างมากว่าสองร้อยปี พร้อมกับสามล้อที่ประดับด้วยดอกไม้เทียมหลากสี สถานที่สำคัญอื่น ๆ ก็จะรวมตัวอยู่ไม่ไกลกันนัก จริง ๆ สามารถเดินถึงกันได้ แต่อุปสรรคหลักใหญ่ก็คือแสงแดดอันแผดเผา และความร้อน ที่เด็กและคนแก่ขอยอมแพ้ค่ะ






ตึก Christ Church และน้ำพุ The Queen Victoria
ส่วนหนึ่งของจตุรัสดัชท์(Dutch Square)





แล้วเดินเล่นในถนน Jonker Street(ถนนบ่าว) และถนน Heeren Street(ถนนเจ้านาย) ซึ่งอยู่ขนานกันค่ะ ในตอนกลางวัน หลายคูหาเปิดเป็นร้านขายของเก่า หลายคูหาเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ หลายคูหาเป็นร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ และหลายคูหาเป็นร้านขายของที่ระลึกพร้อมกับโชว์งานศิลปะค่ะ

แต่ถ้าเป็นคืนศุกร์และเสาร์เวลาประมาณ 18-24 น. ก็จะกลายเป็นถนนคนเดินค่ะ จขบ. คิดว่าสู้ของเมืองไทยไม่ได้เลยค่ะในเรื่องของสินค้าที่วางขาย แต่ของกินเล่นและโชว์ต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นสีสันที่ต่างออกไปค่ะ

(ท่านสามารถดูรูปประกอบ และที่มาของชื่อถนนได้จากเวป//hangtuah-malacca.com ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ)








บางส่วนของร้านขายของเก่าค่ะ บนถนนบ่าวและถนนเจ้านาย



อาคารที่นี่จะมีลักษณะหน้าแคบแต่ยาวมาก เหมือนอาคารในถนนสำเพ็งบ้านเราหากใครเคยเข้าไปค่ะ โดยจะแบ่งเป็นส่วนใหญ่ ๆ สามส่วนด้วยกันค่ะ ด้านหน้าเปรียบเสมือนห้องรับแขก หากเป็นร้านค้าก็จะตบแต่งสวยงามเป็นหน้าร้าน ตรงกลางไม่มีหลังคาเพื่อให้โปร่งโล่งสบาย เปรียบเสมือนห้องนั่งเล่น และด้านในซึ่งมักจะเป็นสองชั้นเปรียบเหมือนห้องครัวในชั้นล่าง และห้องนอนในชั้นบนค่ะ

(รูปเก่า ๆ ของจขบ. ได้เข้ากรุไปแล้วเช่นเดิม จึงขออนุญาตยืมรูปมาจาก คุณ Borneoboy(CW's Food and Travel) ที่ลงในเวป //www.foodbuzz.com ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ(With Courtesy of Borneoboy(CW's Food and Trave)l and //www.foodbuzz.com)









ข้าวมันไก่ อาหารจานดังของเมืองมะละกา
แต่สู้ข้าวมันไก่ดัดแปลงบ้านเราไม่ได้อีกเช่นกันค่ะ
ในรูปใหญ่เป็นหมูแดงที่รสชาติดีกว่าไก่ค่ะ


(รูปข้าวมันไก่ก็เช่นกันค่ะ ได้เข้ากรุไปแล้วเช่นกันค่ะ และไม่คิดจะไปทานอีก เพราะจขบ. เลิกกินสัตว์ใหญ่ด้วยค่ะ จึงขออนุญาตยืมรูปมาจาก คุณ Borneoboy(CW's Food and Travel) ที่ลงในเวป //www.foodbuzz.com ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ(With Courtesy of Borneoboy(CW's Food and Trave)l and //www.foodbuzz.com)





อารัมภบทมาพอหอมปากหอมคอ เราเริ่มไปตามรอยกันเลยดีกว่านะคะ สายแล้วด้วยแดดเริ่มร้อนแล้วค่ะ เริ่มกันที่ร้านตัดรองเท้าประดับด้วยลูกปัด(Colour Bead Shoes)ค่ะ เป็นรองเท้าที่ใส่คู่กับชุด Kebaya(เกบาย่า) ของชาว Baba-Nyonya(บาบ้า-โยนย่า)ในอดีต ซึ่งเป็นเชื้อสายจีน-มลายูค่ะ แต่ปัจจุบันก็ดัดแปลงนำมาใส่กับชุดอื่นได้ค่ะ หากใครเคยติดตามชมซีรีส์สิงคโปร์ The Little Nyonya : บ้าบ๋า ย่าหยา (รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย) จะร้องอ๋อในทันทีค่ะ






The Little Nyonya : บ้าบ๋า ย่าหยา (รักยิ่งใหญ่จากใจดวงน้อย)
เนื้อเรื่องโดยรวมค่อนข้างเอาใจตลาดแบบที่เรารู้กันค่ะ
แต่เสื้อผ้า ฉาก และวัฒนธรรมการกินอยู่ที่แทรกอยู่ดีมากค่ะ


(ขอขอบคุณภาพจาก คุณ ELIZABETH TAI ที่ลงในเวป //ecentral.my มา ณ ที่นี้ค่ะ(With Courtesy of ELIZABETH TAI and //ecentral.my)








ร้าน Colour Beads ค่ะ เด็ก ๆ ก็ลองไปเรื่อยค่ะ เหมาะสำหรับสาวเท้าเรียวเท่านั้นค่ะ





พอได้คุยกันรู้ว่าเป็นคนจีนแคะเหมือนกัน จึงเป็น "ฉี่กาหงิ่น" = "กากี่นั้ง" = "คนกันเอง" ขึ้นมาทันทีค่ะ เลยได้รับโอกาสให้เข้าชมเบื้องหลังของทางร้าน เก็บภาพบรรยากาศมาฝากค่ะ

(ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของร้าน ดูแบบและราคากันชัด ๆ ได้ที่เวป //www.colourbeads.com ขอขอบคุณสำหรับมิตรไมตรีที่มีให้ และสินค้าสวย ๆ มา ณ ที่นี้ค่ะ With many thanks to Color beads Enterprises)





กว่าจะได้แต่ละคู่นะคะ








เครื่องไม้เครื่องมือดั้งเดิมเลยค่ะ





เรามาต่อกันที่ร้านสบู่ทำมือ(Sweet Summer Cottage Handmade Soap)ค่ะ จุดเด่นที่เด็ก ๆ สนใจเพราะเขาเปิดเวอร์คชอฟให้ผู้ที่สนใจได้ทำกันค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วในเมืองไทยนั้นมีร้านที่มีฝีมือหลายร้านค่ะ ร้านนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเมืองมะละกาโดยตรงค่ะ และเจ้าของก็เป็นชาวไต้หวันที่ขึ้นชื่อในเรื่องงานประดิษฐ์สวยงามน่ารักนะคะ แต่แอบกระซิบว่าเด็ก ๆ อยากมาเป็นที่สุดค่ะ








หน้าร้านสวยงามน่ารักมากค่ะ




เจ้าของร้านน่ารักมากค่ะ ให้เด็ก ๆ ได้ทำสบู่กันในเวลาพิเศษ เพราะว่าปรกติจะเปิดเวอร์คชอฟเฉพาะตอนค่ำ แต่เราไปตั้งแต่เช้าร้านยังไม่เปิด เราโทรไปบอกความประสงค์ และกลับมาตอน 11 โมงเช้า เจ้าของร้านก็ใจดีให้เด็ก ๆ ได้ทำกันได้เลยโดยไม่ต้องรอถึงตอนค่ำค่ะ







ได้น้ำมะนาวมากันคนละแก้วค่ะ
ทางร้านเขาจะมีกล้องโพลารอยด์ถ่ายรูปผู้ร่วมทำเวอรคชอฟไว้เป็นที่ระลึกค่ะ







มีขั้นตอนการทำสบู่ของเด็ก ๆ มาฝากค่ะ







1. เลือกเทียนแผ่นกลมแบนตามสีที่ต้องการมาตัดเป็น 6 ส่วน เหมือนตัดพิซซ่าค่ะ
2. แล้วเรียงใส่ลงในถ้วยพลาสติกค่ะ โดยเหลือช่องระหว่างชิ้นไว้เล็กน้อยค่ะ








3. หั่นเที่ยนสีขาวเป็นก้อนเล็ก ๆ นำไปต้มในถ้วยที่ใส่อยู่ในน้ำเดือดให้เหลวค่ะ








4. ระหว่างรอเทียนสีขาวเหลว ตัดเทียนสีใส เป็นก้อนเล็ก ๆ เพื่อเป็นก้อนน้ำแข็ง จัดเรียงใส่ในถ้วยแก้ว
5. นำเทียนขาวที่เหลวแล้วเทตามร่องระหว่างเทียนสีค่ะ
6. หลังจากเทเทียนขาวแล้ว นำไปแช่ตู้เย็นให้แข็งตัวใหม่ ประมาณ 10 นาทีค่ะ







7. นำเทียนสีออกจากตู้เย็นมาหั่นครึ่งเพื่อเป็นชิ้นมะนาวฝานประดับแก้วค่ะ
8. นำเทียนใสที่เหลือใส่ในถ้วยอีกใบที่ใส่อยู่ในน้ำเดือด
9. เลือกน้ำหอมกลิ่นที่ชอบเทไปในถ้วยเล็กน้อย แล้วคนให้เข้ากันค่ะ แล้วทิ้งไว้ให้เย็นค่ะ
10. นำหลอดมาเสียบในน้ำแข็ง และชิ้นมะนาวมาตบแต่งที่ถ้วย แล้วเทน้ำมะนาวใส่ในแก้วค่ะ




(ท่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของร้าน ได้ที่ หน้า fb ของ Sweet Summer Cottage ขอขอบคุณสำหรับมิตรไมตรีที่มีให้ และสินค้าสวย ๆ มา ณ ที่นี้ค่ะ With many thanks to Sweet Summer Cottage Shop)








แวะจิบกาแฟร้านนี้ค่ะ ตบแต่งน่ารักทันสมัยค่ะ
แต่รสชาติกาแฟธรรมดานะคะ
และไม่ให้ถ่ายรูปด้านในค่ะ









ไปกันต่อนะคะ ไปที่ร้านตัดกระดาษแบบจีนค่ะ ชื่อร้าน Red Handicrafts ค่ะ มีตั้งแต่ใบเล็ก ๆ เพื่อใช้ในการสะสม หรือตบแต่งการ์ด จนถึงขนาดใหญ่ไว้ตบแต่งผนังบ้านค่ะ







เจ้าของน่ารัก อัธยาศรัยดีเช่นเคยค่ะ ตัดให้เด็ก ๆ ดูเป็นตัวอย่างค่ะ



(ร้านนี้ไม่มีเวปเพจค่ะ แต่ไปแถวนั้นถามเขาใคร ๆ ก็รู้จักค่ะ ราคาก็ถูกค่ะ เรายังซื้อมาแจกเขาหลายใบนะคะ ขอขอบคุณสำหรับมิตรไมตรีที่มีให้ และสินค้าสวย ๆ มา ณ ที่นี้ค่ะ With many thanks to Red Handicrafts Shop)





ถึงเวลาสำคัญแล้วค่ะ เวลาอาหารกลางวันนั่นเองค่ะ คราวนี้พี่สาวเตรียมตัวถามเพื่อนที่เป็นเจ้าถิ่นเพื่อไปหาร้านอาหารพื้นเมือง(Nyonya Restaurant) เราจึงตามลายแทงไปที่ร้าน Cottage Spices ค่ะ รสชาติใช้ได้เลยค่ะ เมนูส่วนใหญ่จะเป็นปลาและปลาหมึกค่ะ ออกเปรี้ยวและเผ็ดเล็กน้อยเป็นส่วนใหญ่ค่ะ น่าจะเป็นเพราะใส่เครื่องเทศค่ะ แต่ความเปรี้ยวน่าจะเป็นความเปรี้ยวจากส้มจี๊ด เพราะเห็นมีน้ำส้มจี๊ดขายค่ะ







ร้านนี้แนะนำเลยค่ะ









ที่จริงแล้วอาหารพื้นเมืองต้องเปิปค่ะ





อิ่มแล้วไปเดินกันต่อค่ะ ในเมืองมะละกามีพิพิธภัณฑ์ย่อย ๆ มากมายเลยค่ะ เราเลือกไปพิพิธภัณฑ์ในเรือ(Maritime Museum)ค่ะ เพราะเด็ก ๆ ชอบตั้งแต่เห็นเรือใหญ่ที่จัดแสดงในเมืองโบราณค่ะ เวลาเปิดทำการคือ จ-ศ 9-17.30 น. ส-อา 9-21 น. ค่ะ ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 3 ริงกิต เด็ก 0.5 ริงกิต หรือประมาณ 30 บาทสำหรับผู้ใหญ่ และ 5 บาทสำหรับเด็กค่ะ







ไม่มีแผนที่ เดินหรือขับรถไปมาต้องเห็นแน่นอนค่ะ






เรือทำจำลองเรือ Flora De La Mer ของชาวโปรตุเกส ที่เกิดอุบัติเหตุจมลงขณะขนทรัพย์อันมีค่าจากแดนไกล ซึ่งก็คือเครื่องเทศจากเมืองท่ามะละกา กับสู่โปรตุเกสนั่นเองค่ะ


ข้างในเรือแบ่งเป็นสองฝั่งค่ะ ฝั่งซ้ายแบ่งเป็นฝั่งที่จัดแสดงนิทรรศการหลักมีสองชั้นค่ะ ต้องถอดรองเท้า เพราะฉะนั้นแนะนำให้ใส่ถุงเท้าไปด้วยค่ะ ภายในจะจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของเมืองท่ามะละกา ซึ่งผ่านการปกครองจากหลายชาติในระหว่างช่วงเวลาของการล่าอาณานิคม ความเป็นจุดศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนซื้อขายเครื่องเทศ และจำลองชีวิตบนเรือของเหล่าลูกเรือ ผ่านภาพวาด แบบจำลองรูปปั้นค่ะ







การจัดแสดงสวยงามทีเดียวค่ะ






ขอจบการเดินทางเพียงเท่านี้นะคะ คิดว่าเราน่าจะได้ไปอีกค่ะ จะค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อยมาเล่าให้ฟังในแบบที่เด็ก ๆ สนใจค่ะ เท่านี้ก็แห้งไปตาม ๆ กันเลยค่ะ ร้อนจริง ๆ ค่ะ ขอแอบไปเข้าห้างสรรพสินค้าทำธุระส่วนตัวและซื้อขนมทานก่อนเดินทางกลับที่พักค่ะ



ขอขอบคุณ BG สวย ๆ จาก เวป //www.webpagebackground.comค่ะ(จขบ. กะว่าคล้าย Melaka tree(ต้นมะขามป้อม) ที่เป็นหนึ่งในตำนานที่มาของชื่อเมืองค่ะ)


Create Date : 10 มกราคม 2555
Last Update : 18 มกราคม 2555 19:22:21 น. 21 comments
Counter : 8900 Pageviews.

 
เป็นอีกหนึ่งเมืองที่อยากไปค่ะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 10 มกราคม 2555 เวลา:19:38:46 น.  

 
ถ้าไปแล้วกลับมาเล่าให้ฟังนะคะ คุณกางเกงยักษ์ลอยฟ้า


โดย: chinging วันที่: 11 มกราคม 2555 เวลา:0:17:33 น.  

 
ขอบคุณนะค่ะที่แวะมาตามลายแทง
ได้ใจมากๆเลยค่ะ มาเจิมตัดริบบิ้นเปิดวัง ภาค ๓
ให้อีกด้วย ว่างๆลองแวะไปเที่ยวชมดูนะค่ะ
เป็นกล้องพานาฯ Tz7ค่ะ แล้วมาเยี่ยมใหม่นะค่ะ

ขอบคุณที่มารีวิวไปเที่ยวมะละกา
น่าสนใจมากเลยค่ะ ยังไม่เคยไปเลย


โดย: tui/Laksi วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:4:00:08 น.  

 
ได้เห็นมะละกาแต่ทางทีวี ในหนังหรือละคร ไม่ก็ในนสพ.หรือนิตยสาร ยังไม่เคยไปสักทีค่ะ ดูร้านรวงแล้ว สู้เมืองไทยไม่ได้เนาะ

ชอบร้านสบู่ค่ะ เจ้าของใจดีจัง หลาน ๆ เลยสนุกกันใหญ่เลย ร้านตัดกระดาษก็น่าสนใจ เคยดูสรคดีของจีน คนตัดเก่งจริง ๆ ตัด ตัด ตัด พอคลี่ออกมากลายเป็นรูปสวยเลย

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย คุณเค็นกับลูก ๆ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: haiku วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:21:13:50 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายก่อนไปนอนสักนิดนึงก็ยังดี ราตรีสวัสดิ์นะคะคุณเค็น


โดย: เกศสุริยง วันที่: 12 มกราคม 2555 เวลา:21:19:50 น.  

 
แวะมาอีกครั้งค่ะ ขอบคุณที่ชมชื่อนะคะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:18:51:43 น.  

 


สวัสดีค่ะ..

แวะมาชวนขึ้นเขาคิชฌกูฏกันค่ะ..

ไปด้วยกันไหม๊..?




โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 13 มกราคม 2555 เวลา:21:32:30 น.  

 
นาน ๆ จะได้เจิมกับเขาเสียทีค่ะ คุณตุ้ย(ขออนุญาตเรียกตามท่านอื่นเลยนะคะ) เรื่องกล้องก็เป็นกล้องธรรมดานี่นา แสดงว่าอยู่ที่ฝีมือในการถ่ายและเลือกมุมกล้องแล้วค่ะ


ขอบคุณมากค่ะคุณ haiku คุณ haiku ก็เช่นกันนะคะ ดูแลสุขภาพนะคะ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณครูเกศ


ชื่อน่ารักจริง ๆ ค่ะ คุณกางเกงยักษ์ลอยฟ้า


สวัสดีค่ะ คุณอ้อมแอ้ม น่าไปด้วยจริง ๆ ค่ะ ส่งใจไปด้วยนะคะ




โดย: chinging วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:1:18:27 น.  

 
คุณเค็น.......

เห็นแล้วอยากเดินทาง.....ตามรอยไปด้วยค่ะ

แต่ไม่รู้จะได้มีโอกาสไหมหนอ5555555


โดย: 3K-guy วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:17:31:50 น.  

 
ขออำภัยที่แวะมาเยี่ยมช้า งานยุ่งนิดหน่อยค่ะ ต้องขอบคุณมากที่แวะไปแสดงความยินดีนะคะ ก็เพราะเพื่อน ๆ ช่วยกันโหวตให้ ถึงได้สายสะพายมาต่อท้ายชื่ออีกปี ถือเป็นกำลังใจในการเขียนบล็อกจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณในมิตรภาพอันดีที่มีให้กันมาตลอด หวังว่าจะเล่นบล็อกเป็นเพื่อนกันไปอีกนาน ๆ นะคะ





โดย: haiku วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:20:39:23 น.  

 
คณเก๋คะ รอ Air Asia มีตั๋วฟรีไปได้ทันทีค่ะ ค่าใช้จ่ายถูกกว่าไปภูเก็ตอีกค่ะ


ยินดีด้วยอีกครั้งค่ะ คุณ haiku จริง ๆ อยากให้คุณ haiku ได้ best of the blog เลยด้วยซ้ำค่ะ


โดย: chinging วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:0:02:02 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายก่อนไปนอนค่ะ หวังอย่างยิ่งว่าคุณเค็น คงสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:0:28:44 น.  

 
สบายดีค่ะ คุณครูเกศ ขอบคุณนะคะที่มาเยี่ยมกันสม่ำเสมอเลย


โดย: chinging วันที่: 18 มกราคม 2555 เวลา:19:21:22 น.  

 

ว่างเมื่อไรอย่าลืม แวะไปชมกันนะคะ...เกศสุริยง
สร้างกริตเตอร์

สวัสดียามใกล้เที่ยงค่ะคุณเค็น หาอะไรรองท้องกันดีกว่าค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 20 มกราคม 2555 เวลา:12:13:50 น.  

 
ซิงเจี่ยยู้อี่ ซิงนี้ฮวดไช้ ขอให้คุณเค็นและครอบครัวมีความสุขมาก ๆ ไม่เจ็บไม่จน เฮง เฮงตลอดปี สุขสันต์วันตรุษจีนค่า





โดย: haiku วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:19:28:35 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
------------------------
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณเค็น มาเที่ยวมาเลเซียด้วยคนนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:7:45:14 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ คุณครูเกศ สบายดีนะคะ


ขอบคุณค่ะ คุณ haiku ขอให้คุณ haiku และครอบครัวมีความสุขมาก ๆ ไม่เจ็บไม่จน เฮง เฮงตลอดปี เช่นกันค่ะ


โดย: chinging วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:15:55:27 น.  

 
It is quite an interesting blog. Educational and very informative. I would like to share some healthy recipes at //www.gourmandia.com and //www.gourmetrecipe.com


โดย: barbara IP: 184.75.217.11 วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:18:50:17 น.  

 
Thank you very much Barbara, I will find sometime to go to your recommended website.


โดย: chinging วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:23:44:22 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่า น่าสนุกจังเลย


โดย: mazubato IP: 119.42.80.120 วันที่: 10 ธันวาคม 2555 เวลา:11:43:20 น.  

 
ยินดีค่ะ คุณ mazubato


โดย: chinging วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:22:21:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

chinging
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]








INVITING THE BELL TO SOUND


Body, speech, and mind in perfect oneness-
I send my heart along with the sound of the bell,
May the hearers awaken from forgetfulness
and transcend all anxiety and sorrow.


HEARING THE BELL


Listen, listen,
this wonderful sound
bring me back
to my true self.


THICH NHAT HANH






9 Latest Blogs
ขอขอบคุณ คุณSevenDaffodils
ในคำแนะนำวิธีการทำ Latest Blogs ค่ะ



New Comments
Group Blog
 
 
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinging's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.