พาลูกเยี่ยมญาติในมาเลเซียค่ะ(Malaysia)




คุณยายของเด็ก ๆ มีสัญชาติมาเลเซียค่ะ ส่วนเป็นมาอย่างไรคุณแม่ของเด็ก ๆ ถึงมานั่งเขียนบล็อกอยู่ที่เมืองไทยนั้น สามารถเขียนเป็นนิยายเล่มโตได้เลยค่ะ เลยขอละไว้ก่อนนะคะ


การไปมาเลเซียครั้งนี้ก็เกือบจะเหมือนกับทุกครั้งค่ะ คือมิได้มีจุดประสงค์เพื่อไปเที่ยวหรอกค่ะ แต่เป็นการพบปะญาติเสียมากกว่าค่ะ ฉะนั้นจึงขออนุญาตอัพบล็อกในแง่ของความเป็นอยู่โดยทั่วไป โดยเน้นที่อาหารการกินอันเป็นเรื่องใหญ่ของคนจีนที่นั่นค่ะ และเพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสพบญาติผู้ใหญ่รวมทั้งลูกพี่ลูกน้องค่ะ(I would like to thank you all of my beloved relatives in Malaysia)




บ้านเมืองมาเลเซียนั้นสาธารณูปโภคทันสมัยค่ะ แต่ถนนหนทาง และห้องน้ำส่วนใหญ่จะสกปรกค่ะ ห้องน้ำในตึกดังยังรับไม่ได้เลยค่ะ





ห้างนี้มีไฟบอกว่าที่จอดรถว่างหรือไม่ เพื่อที่เราจะได้เห็นแต่ไกลค่ะ ที่นั่นไม่มีการจอดซ้อนคันค่ะ(แสดงว่ารถน้อยกว่าเรานะคะ) ค่าจอดรถก็จ่ายกันที่ตู้เป็นส่วนใหญ่ค่ะ ทางด่วนมีทั้งแบบสัมผัสในรูป แล้วก็ติดหน้ารถเพื่อยิงสัญญาณอัตโนมัติค่ะ(เห็นมีทุกด่านนะคะ)






ระบบขนส่งสะดวกสบายในแง่ของการเดินทางเชื่อมต่อไปในที่ต่าง ๆ ค่ะ แต่ตัวสถานี และตัวรถค่อนข้างโทรมมากค่ะ

และโดยทั่ว ๆ ไปตามห้างในเมืองหลวงหรือเมืองท่องเที่ยวอย่างมะละกา(Malacca มาลัคกา) ก็จะมีทั้งสินค้าแบรนด์เนม และสินค้าพื้นเมืองครบครันเหมือนเมืองไทยค่ะ







รูปล่างซ้ายเป็นเป็นห้องให้นม และห้องน้ำทันสมัยเจอแล้วดีใจมากเลยค่ะ รีบถ่ายรูปไว้้เป็นที่ระลึกทันทีค่ะ ขนมโดนัทเจ้านี้เป็นที่นิยมมากค่ะ เห็นเมืองไทยก็มีหน้าตาเหมือนกันเลยนะคะ และที่เห็นว่าน่ารักดีก็คงเป็นรถเจ้าสาวของที่นีี่นะคะ







บ้านที่เราไปพักเป็นบ้านของพี่สาวแท้ ๆ ของจขบ. เองค่ะ อยู่ในเมืองสลัมบัน(Seremban) ในรัฐเนกรีเซมบิลัน(Negeri Sembilan) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ไปทางใต้ประมาณ 40 กม.ค่ะ แต่อยู่ใกล้กับสนามบินแห่งชาติ KLIA และ สนามบิน LCCT ค่ะ





ในรูปตรงกลางจะเป็นสนามบิน LCCT นะคะ ไม่ทันสมัยและกว้างเหมือน KLIA ค่ะ
ถ้าจะไปอย่าลืมเช็คว่าลงสนามบินไหนนะคะ







คนจีนที่นั่นตอนกรอกเอกสารก็กรอกว่าศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ค่ะ แต่ในความเป็นจริงเหมือนไม่ใช่นะคะ ทำให้ขาดแหล่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ การแข่งขันทางการศึกษาสูง และวัตถุนิยมกันถ้วนหน้าค่ะ

จขบ.เคยไปเที่ยววัดไทยในปีนัง มีรูปปั้นท่านปัญจวัคคีย์กำลังนั่งฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า จขบ.ชี้แล้วถามใคร ๆ ดูก็ไม่มีใครรู้จักนะคะ

ยังยึดถือประเพณีจีนเคร่งครัด เช่นให้ความสำคัญกับตรุษจีนเป็นอย่างมาก รัฐบาลก็ให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการทั้งอาทิตย์เลยค่ะ







ที่บ้านก็จะมีเจ้าในบ้าน(ตี่จู้เสิน) กับท่านเจ้าแม่กวนอิม(ชอบใจโต๊ะบูชาเขาจังนะคะ) และมีเจ้าในสวนเหมือนศาลพระภูมิแต่เป็นการไหว้เจ้าบนฟ้านะคะ(ไม่ทราบภาษาไทยเรียกว่าอะไรนะคะ ภาษาจีนเทียนเสินค่ะ)







เพื่อน ๆ ของจขบ. มักจะถามว่าไปตั้งนานทำอะไรกันบ้าง ก็จะมาตอบกันในบล็อกนี้เลยนะคะว่าวัน ๆ ถ้าไม่เยี่ยมญาติก็กินค่ะ(พูดจริงนะนั่น)






เด็ก ๆ ก็เล่นกันในบ้านบ้าง นอกบ้านบ้าง หรือที่สวนสาธารณะบ้างค่ะ







มาเรื่องอาหารการกินกันบ้างนะคะ พี่สาวคนโตของจขบ. ชอบทำอาหารเป็นอย่างมากค่ะ เลี้ยงทุกคนเสียอ้วนพีค่ะ ดีว่าคราวนี้จขบ. บอกว่าเลิกกินสัตว์ใหญ่แล้วส่วนใหญ่กินแต่ปลา เลยงดไปหลายรายการค่ะ(Thank you very much Tai Jee)







ในรูปเป็นอาหารในบ้านนะคะ จขบ.เป็นคนจีนแคระตัวจริงค่ะ พี่สาวก็จะชอบทำเต้าหู้ยัดไส้ให้กินค่ะ โดยเปลี่ยนเป็นไส้ปลากับกุ้งแทนหมูกับกุ้งค่ะ รวมทั้งผักยัดไส้ค่ะ มีมะระ มะเขือม่วง พริกเป็นหลักค่ะ

จขบ. ก็จะโดนต่อว่าประจำเรื่องการกินของลูกค่ะ เพราะลูกทั้งสองกินอาหารอะไรไม่ค่อยจะเป็นค่ะ บอกพี่สาวว่าชอบกินซูชิ แกเลยสอนทำเสียเลย(วิธีทำซูชิ จขบ.อัพอีกบล็อกหนึ่งต่างหากนะคะ how to make sushi)









ก๋วยเตี๋ยวแคระที่นั่น(Hakka Noodle) หน้าตาเป็นแบบในรูปใหญ่ค่ะ ไม่เหมือนบ้านเรานะคะ แต่จขบ. ก็ชอบมากค่ะ พี่สาวให้หอบกลับมามากมายเลยนะคะ แต่ในรูปเล็กลวกให้คุณสามีทานเติมลูกชิ้นแบบบ้านเรานะคะ ทานคู่กับชาร้อนใส่นมค่ะ(Teh tarik จขบ.หอบผงชามาต้มดื่มเองและแจกมากมายเลยค่ะ)









อาหารนอกบ้านค่ะ ที่โน่นจะมีศูนย์อาหาร และร้านข้างทางเยอะมากค่ะ หมูสะเต๊ะที่นั่นก็มีทั้งเนื้อหมู เนื้อแพะ ทุกร้านทานคู่กับข้าวเป็นห่อ ๆ รสจืด ๆ คล้ายที่เราใส่น้ำแข็งใส ไม่ได้ทานกับขนมปังปิ้งเหมือนบ้านเราค่ะ แต่น่าเสียดายไม่มีรูปเพราะไปดึกไปหน่อย เขาขายหมดแล้วนะคะ แอบถ่ายวิธีกินโรตีที่ถูกต้องมาด้วยนะคะ ต้องเปิปค่ะ








ตลาดนัดค่ะ(Parsa Malam) เมืองที่อยู่มีทุกคืนวันพฤหัสบดีค่ะ








มาถึงงานเลี้ยงต้อนรับโดยพี่ชายคนโตของจขบ. นะคะ ภัตตาคารที่นี่ไม่หรูหรา แต่รสชาติดีและที่สำคัญราคาถูกค่ะ มีคนทานกันมากมายทุกวันทุกที่ค่ะ ในรูปที่ไม่ใช่ลูกสาว ล้วนเป็นหลานแท้ ๆ ของจขบ.คือพ่อหรือแม่เขาเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของจขบ.เองค่ะ ขาดไปอีก 5 คน เพราะเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วติดภารกิจมาไม่ได้ค่ะ




ขอแทรกเรื่องหญ้ากับปุ๋ยหน่อยค่ะ เพราะเห็นว่ามีประโยชน์คิดว่าอยากจะพาเด็ก ๆ ทำบ้างในอนาคตค่ะ








ในรูปพี่สาวคนโตอีกนั่นแหละค่ะ ขยันมากนำหญ้าปลูกเป็นหย่อม ๆ และมันจะกระจายเข้าหากันเองเหมือนในรูปใหญ่นะคะ เรียกว่าหญ้าไข่มุก จะไม่สูงเหมือนหญ้าเขาควาย(ที่บ้านเราเรียกว่าหญ้ามาเลย์) และรูปเล็กทางด้านขวาแกทำปุ๋ยเองแบบง่าย ๆ โดยแกบอกว่านำดินมาใส่ไว้เป็นชั้น ๆ สลับกับเศษใบไม้ในสวนค่ะ




ไปต่อเรื่องเที่ยวของเด็ก ๆ บ้างค่ะ





เยาวราชของเขานะคะ(Petaling Street) ก็ไม่มีอะไรมากนะคะ ขายของก็อปปี้เยอะมากค่ะ









Petrosains The Discovery Center เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทันสมัย จัดแสดงโดยบริษัทน้ำมัน Petronas ของมาเลเซียค่ะ ตั้งอยู่บนชั้น 4 ของตึก KLCC ถ้าจะไปขอให้ไปที่ตึกในส่วนที่ชื่อ Suria ค่ะ(ข้างในรวมทุกอย่างประมาณมิวเซียมสยาม+พิพิธภัณฑ์เด็ก+พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์+พิพิธภัณฑ์ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันค่ะ เริ่มตั้งแต่เกิดมีน้ำมันขึ้นได้อย่างไร เราขุดเจาะมาใช้อย่างไร ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ที่ทำงานสายงานนี้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปของน้ำมัน และที่สำคัญคือเกี่ยวพันกับความเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในปัจจุบัน และมาเลเซียอย่างไร)


เราใช้เวลาอยู่ในนี้นานมาก ขนาดว่าเร่งนิดหน่อยไม่ได้ลองทำทุกอย่างก็อยู่ในนั้นสามชั่วโมงค่ะ
(หากท่านสนใจรายละเอียดของพิพิธภัณฑ์เชิญคลิกที่นี่ค่ะ)








DinoTrek เป็นอีกส่วนต้องเสียเงินเข้าต่างหาก เป็นส่วนให้ความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์สายพันธุ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะค่ะ ข้างในก็จะมีเกมต่าง ๆ ที่ให้ความรู้กี่ยวกับไดโนเสาร์ มีให้ลองสร้างไดโนเสาร์ขึ้นเองโดยใช้โปรแกรม มีไดโนเสาร์จำลองขยับตัวได้ มีที่ขุึดไดโนเสาร์เป็นต้นฯลฯค่ะ


โดย ส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่คุ้มที่จะเข้าส่วนนี้ด้วยค่ะ หากไปเป็นครอบครัวเขาจะมีบัตรเข้าส่วน Petrosains ผู้ใหญ่สองเด็กสอง 24 ริงกิต(ประมาณ 240 บาท) แต่ถ้าจะเข้าส่วน DinoTrek ด้วย ไม่มีบัตรแบบครอบครัวต้องซื้อแยกเวียนหัว พนักงานก็ไม่ให้รายละเอียดให้เราคำนวณเองวุ่นวายค่ะ








National Science Center ก่อนไปก็อยากให้ตรวจสอบเวปว่ามีนิทรรศการหมุนเวียนที่น่าสนใจหรือไม่ เพราะข้างในใหญ่โตแต่ไม่คุ้มค่าที่จะไปเช่นกันค่ะ ห้องน้ำก็แย่มากอีกแล้วค่ะ ไปพิพิธภัณฑ์คลอง 5 ของเราดีกว่านะคะ แต่เผอิญว่าเราอยากลองไปดูเพราะไม่เคยพาเด็ก ๆ ไป แล้วโชคดีเจอนิทรรศการหมุนเวียนจากประเทศอังกฤษ เป็นการให้ความรู้และกระตุ้นเด็กในเรื่องการสงวนทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีธีมว่า"เราจะอยู่กันอย่างไรในปี คศ. 2050" และใช้ชื่อนิทรรศการว่า Survival Save Our Earth ค่ะ





ขอจบการเดินทางเพียงเท่านี้นะคะ จริง ๆ อยากพาเด็ก ๆ ไปเดินป่าเขาของเขา แต่กลัวเรื่องความปลอดภัยน่ะค่ะ อย่างไรก็ตามเรา่ก็บรรลุวัตถุประสงค์ที่เด็ก ๆ จะได้มีปฏิสัมพันธ์กับญาติพี่น้อง และเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันค่ะ



ขอขอบคุณ BG สวย ๆ จากคุณลิตช์ค่ะ(ดอกชบาเป็นดอกไม้ประจำชาติมาเลเซียค่ะ)


Create Date : 11 สิงหาคม 2552
Last Update : 13 สิงหาคม 2552 19:35:35 น. 11 comments
Counter : 2035 Pageviews.

 
เข้ามาอิจฉาอยากไปบ้าง ใกล้นิดเดียวแต่ไม่เคยไปเลย

เด็กๆและคุณเค็นคงสนุกและอบอุ่นใจที่ได้พบปะญาติๆนะคะ


โดย: ouan IP: 58.11.75.99 วันที่: 13 สิงหาคม 2552 เวลา:20:24:44 น.  

 
การท่องเที่ยวมาเลเซียเขาจะว่าเราไหมเนี่ย จะบอกว่าไปเที่ยวในเมืองไทยดีกว่าค่ะคุณอ้วน เรื่องไปพบญาติบางทีก็อุ่นเกินค่ะ


โดย: chinging วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:10:23:37 น.  

 
สวัสดีครับ
ตามหาจนเจอว่าอยู่ที่นี่เอง

ตอนนี้ผมกำลังอยุ่ที่ปีนังพอดี

เดินๆรอบ Gorge town หลายรอบแล้ว

เดินจริงๆนะครับ

ผมชอบแถว love lane มีตึกเก่าๆสวยเหมาะสำหรับให้เดินถ่ายรูปไม่รู้เบื่อ

ด้วยมิตรภาพ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:20:23:52 น.  

 
ขอบพระคุณมากค่ะคุณพ่อพเยีย ที่มาตามหาค่ะ


ได้ไปถ่ายรูปแต่งงานที่นั่นมาเมื่อ 16 ปีที่แล้วค่ะ ฝนตกแดดออกถ่ายกันทั้งวันเลยค่ะ


กะว่าคราวหน้าไปจะไปลงเครื่องที่ปีนังแล้วเช่ารถขับลงใต้มาเรื่อย ๆ ค่ะ


โดย: chinging วันที่: 17 สิงหาคม 2552 เวลา:21:39:28 น.  

 
สวัสดีค่ะ.....
วันก่อนไปดูนกที่สวนรถไฟ...
มีเด็กๆไปรวมกิจกรรมด้วย...
ยังนึกถึงเด็กๆของจขบ...

พอดีกำลังหาข้อมูลเรื่องการพาเด็กๆ ไปดูนก...เลยต้องทำตัวเด็ก
แอบไปเก็บข้อมูล....
เราพบว่าเอ่อกจกรรมดูนกนี่เหมาะกับเด็กๆมาก...
เพราะส่วนใหญ่เด็กตาไว...มองเห็นก่อนผู้ใหญ่ทุกทีเลย...


โดย: กาแฟดำไม่เผ็ด วันที่: 18 สิงหาคม 2552 เวลา:13:08:05 น.  

 
แก้คำ...กิจกรรมดูนก


โดย: กาแฟดำไม่เผ็ด วันที่: 18 สิงหาคม 2552 เวลา:13:08:43 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ จากส่วนลึกในหัวใจเลยนะคะคุณกาแฟฯ ที่คิดถึงลูก ๆ ของจขบ. ยามที่ทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ เพราะเป็นกำลังใจให้จขบ.มากเลยค่ะในการจดบันทึกออกอากาศเกี่ยวกับกิจกรรมของลูก ๆ


โดย: chinging วันที่: 18 สิงหาคม 2552 เวลา:14:27:39 น.  

 
ดูรูปอาหารละลานตา ท่าจะ enjoy eating กันดีจังเลยนะคะ
อยู่กับญาติ ๆ ก็ดีงี้แหละเนอะ


โดย: จิบ IP: 58.8.199.242 วันที่: 19 สิงหาคม 2552 เวลา:12:36:10 น.  

 
แล้วก็บ่นว่าเราอ้วน


โดย: chinging วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:10:28:42 น.  

 
ตามมาอ่านแล้วนะคะ....รูปเยอะ...อธิบายดี...ชอบตรงที่เน้นกินเนี่ยแหละค่ะ...อ่านแล้วหิว....

ไว้มีโอกาสว่าจะพาลูกไปเที่ยวดูบ้างเหมือนกันค่ะ


โดย: ครอบครัวตัวน้อย วันที่: 20 สิงหาคม 2552 เวลา:15:31:46 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณแต๋ง ถ้าไปเที่ยวลองเสริชดูบล็อกแม่น้องแอลลี่เขาลงไว้ละเอียดดีเหมือนกันค่ะ


โดย: chinging วันที่: 21 สิงหาคม 2552 เวลา:10:17:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

chinging
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]








INVITING THE BELL TO SOUND


Body, speech, and mind in perfect oneness-
I send my heart along with the sound of the bell,
May the hearers awaken from forgetfulness
and transcend all anxiety and sorrow.


HEARING THE BELL


Listen, listen,
this wonderful sound
bring me back
to my true self.


THICH NHAT HANH






9 Latest Blogs
ขอขอบคุณ คุณSevenDaffodils
ในคำแนะนำวิธีการทำ Latest Blogs ค่ะ



New Comments
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinging's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.