เปรตมาเยือนที่กุฎิ

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของคุณเหน่ง... คุณเหน่งเล่าให้ฟังว่า 
…. ปัจจุบันคุณเหน่งมีอายุ 28 ปี แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8 ปี ที่แล้ว
ซึ่งตอนนั้นคุณเหน่งอายุ 20 ปี จึงได้กลับมาบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี เนื่องจากวัดแห่งนี้คุณเหน่งเคยมาบวชเป็นเณรภาคฤดูร้อนทุกปีตั้งแต่เด็กๆ จึงได้รู้จักกับพระในวัดเกือบทุกรูป
ช่วงที่คุณเหน่งไปวัดเพื่อเตรียมจะบวชนั้นเป็นช่วงบ่าย และกว่าจะเสร็จพิธีบวชก็ช่วงเย็นพอดี หลังจากที่บวชเสร็จแล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติ ตอนเช้าก็ออกบิณฑบาตร ตกเย็นก็ทำวัด เหตุการณ์ก็ปกติดีไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนวันที่ 2 คุณเหน่งก็ตื่นตั้งแต่เช้า แต่วันนี้จะพิเศษกว่าปกติ เพราะจะมีเด็กๆ มาวัดตั้งแต่เช้า เนื่องจากทางวัดจะมีพิธีบวชสามเณรภาคฤดูร้อน คุณเหน่งจึงมีหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงที่คอยดูแล คอยสอน ให้เด็กๆ ท่องจำบทสวดที่จำเป็นในพิธีบวชให้ได้
แต่วันนั้น ขณะที่คุณเหน่งคุมสอนเด็กๆ อยู่.. จู่ๆ ก็เกิดรู้สึกปวดหัวขึ้นมา คุณเหน่งเลยฝากให้หลวงพี่อีกท่านช่วยดูเด็กๆ แทน เพราะตัวเองกะว่าจะไปอาบน้ำและขึ้นนอนก่อน
คุณเหน่งเล่าว่า กุฎิที่ตัวเองอยู่จะมีลักษณะเป็นกุฎิปูน มี 2 ชั้น ใน 1 ชั้นจะมีห้องอยู่ 2 ห้อง ห้องชั้นล่างจะเอาไว้เก็บของ จำพวกจาน ,ชาม ,ช้อน ,ส้อม เพื่อให้ญาติโยมมาเบิกไปใช้ตามงานบุญ หรือโอกาสต่างๆ
ส่วนด้านบนจะเป็นห้องของคุณเหน่งหนึ่งห้อง และอีกห้องจะเป็นของหลวงพี่องค์หนึ่ง ท่านชื่อแดง
ส่วนภายในห้องของคุณเหน่งจะมีลักษณะเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ข้างหลังจะมีระเบียงที่สามารถเดินออกไปสูดอากาศได้ และสามารถใช้พื้นที่ตรงระเบียงไว้ตากผ้า ตากจีวรได้ด้วย
ด้านหน้าและด้านหลังจะมีหน้าต่างฝั่งละ 3 บาน หน้าต่างทางฝั่งหน้าประตูได้ถูกปิดไว้ จะเปิดไว้เพียงแค่หน้าต่างด้านหลังของห้องเพื่อรับลมเท่านั้น
หลังจากที่คุณเหน่งอาบน้ำเสร็จก็ขึ้นกุฎินอน คุณเหน่งบอกว่า ปกติตัวเองจะเป็นคนที่หลับสนิทมาก จะตื่นอีกทีก็ตอนเช้าของอีกวันเลย
แต่วันนั้นพอคุณเหน่งหลับไปได้สักพัก จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเล็กๆ คล้ายๆ กับยุงหรือแมลงหวี่ ดังอยู่ข้างๆ หู
คุณเหน่งจึงได้ใช้มือปัดไป ซึ่งวันนั้นคุณเหน่งบอกว่า หลังจากที่ตัวเองอาบน้ำเสร็จ ก็นำจีวรเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาขึงที่หน้าต่างด้านหลังห้องไว้ทั้ง 4 มุม แล้วใช้เชือกมัดไว้ เพื่อเอาไว้กันยุงเข้ามาในห้อง แต่เวลาที่มีลมพัดเข้ามา จีวรก็จะป่องตรงกลาง
หลังจากที่คุณเหน่งใช้มือปัดไป พยายามนอนหลับต่อแต่ว่านอนเท่าไหร่ก็นอนไม่หลับ
เมื่อนอนไม่หลับ คุณเหน่งจึงลองตั้งใจฟังเสียงที่ค่อยๆ ดังขึ้นอีกครั้ง เที่ยวนี้คุณเหน่งก็เริ่มรู้สึกว่ามันแปลกๆ จึงทำใจดีสู้เสือลุกขึ้นมาเปิดไฟในห้อง และนั่งสวดมนต์ไปเรื่อยๆ คุณเหน่งสวดจนจบบทแต่เสียงนั้นก็ยังดังอยู่ดี และมันเริ่มจะดังกว่าเดิมขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
ตอนนั้นคุณเหน่งสังเกตว่า เสียงที่ตัวเองได้ยินนั้นมันดังมาจากข้างบนหลังคากุฎิ คุณเหน่งเลยตัดสินใจเดินไปปิดไฟและกลับมานั่งสมาธิต่อ โดยเอาหลังพิงกำแพงของกุฎิและหันหน้าตรงกับหน้าต่างหลังห้อง ซึ่งวันนั้นมันตรงกับวันข้างแรมพอดี จึงทำให้มีแสงจันทร์ส่องผ่านจีวรเข้ามา..
คุณเหน่งบอกให้เราลองจินตนาการถึงสุริยปราคา ซึ่งมันจะมีเหมือนเงาค่อยๆ เลื่อนเข้ามา ทำให้แสงจันทร์ข้างนอกที่ลอดผ่านจีวรนั้นเริ่มหายไป และกลายเป็นความมืด ค่อยๆ มืดลงเรื่อยๆ
แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีลมพัดเข้ามา ทำให้จีวรที่ขึงไว้ตรงกลางพองขึ้น แต่ลมที่พัดเข้ามานั้นมันมาพร้อมกับเสียงและกลิ่นสาบสาง คล้ายกับหมาเน่าหลายๆ ตัวลอยเข้ามา.. คุณเหน่งตกใจเลยพูดขึ้นมาว่า
"ด้วยบุญกุศลที่แผ่ไปให้ เราเป็นพระบวชใหม่ เรายังบริสุทธิ์ เรายังถือศีลครบทั้ง 227 ข้อ ถ้าท่านต้องการบุญกุศลเราจะแผ่ให้ แต่อย่ามาทำให้ตกใจแบบนี้”
พอคุณเหน่งพูดจบ ทั้งเงา เสียง กลิ่น ก็ยังไม่หาย แถมยังทวีคูณเพิ่มมากขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยเฉพาะเสียงที่ดังจนแทบจะบาดแก้วหู
คุณเหน่งเลยนึกขึ้นได้ว่า มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าถ้าเกิดจะไล่ผี แล้วพูดดีๆ มันยังไม่ไป ให้แช่งไปเลย..คุณเหน่งจึงตัดสินใจพูดขึ้นมาอีกครั้งว่า
"เราคือพระบริสุทธิ์ เราพูดดีๆ แล้ว แต่ถ้าหากว่าท่านยังไม่ไปอีก ถ้างั้นเราจะแช่งไม่ให้ได้ผุดได้เกิด ให้ตกนรกหมกไหม้.. แต่ถ้าท่านยอมไปดีๆ เราจะไม่ด่าไม่แช่ง”
ปรากฎว่าได้ผล หลังจากพูดจบเหมือนเงานั้นค่อยๆ ถอยห่างออกไป (คุณเหน่งบอกว่าให้จินตนาการถึงสุริยปราคาคลายดวงจันทร์) แสงจันทร์จึงค่อยๆ ลอดผ่านจีวรเข้ามา และจีวรที่พองอยู่เมื่อครู่ ก็กลับมาเรียบเหมือนปกติ เสียงนั้นก็ยังดังอยู่บริเวณหลังคากุฎิ แต่สักพักก็หายไป..
หลังจากนั้นคุณเหน่งก็ผลอยหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนเช้า เพราะหลวงพี่แดงมาปลุกให้ไปบิณฑบาตร
พอบิณฑบาตรกลับมาก็ได้มานั่งฉันข้าว ในระหว่างที่กำลังนั่งฉันข้าวอยู่ คุณเหน่งก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้หลวงพี่แดงฟัง
เมื่อหลวงพี่แดงได้ฟัง ท่านบอกคุณเหน่งว่า
"สงสัยเขาจะมาต้อนรับพระใหม่..”
และเหมือนว่าหลวงพี่แดงกำลังจะเล่าอะไรให้ฟังต่อ แต่หลวงพ่อท่านเรียกให้ไปรับกิจนิมนต์นอกวัดพอดี ก็เลยยังไม่รู้เรื่องอะไรกัน..
หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้ประมาณ 10 วัน ช่วงนั้นจะเป็นช่วงสงกรานต์พอดี หลวงพ่อก็ได้รับกิจนิมนต์จากบ้านหลังหนึ่งให้ไปฉันเพล พอฉันเพลเสร็จก็กลับมาที่วัด
ในช่วงบ่ายๆ หลวงพี่แดง ก็เรียกให้คุณเหน่งไปคุยด้วย และได้ถามคุณเหน่งว่า
"เห็นรูปของคนตาย บ้านที่ไปรับกิจนิมนต์วันนี้ไหม ? ”
คุณเหน่งก็ตอบกลับไปว่า "เห็นครับ"
หลวงพี่แดงก็พูดต่อว่า "ผมว่าเป็นคนนี้แหละที่มาต้อนรับท่าน.!
และหลังจากนั้น หลวงพี่แดงก็เล่าให้คุณเหน่งฟังว่า..
คนที่ตายเขาเพิ่งจะอายุแค่ 28 ปี ก่อนหน้านี้ที่คุณเหน่งจะมาบวช ช่วงก่อนปีใหม่ บ้านหลังนั้นอยู่กันทั้งหมด 3 คน มีพ่อ แม่ และลูกชาย
พ่อกับแม่มีอาชีพทำนา ครอบครัวนี้มีลูกคนเดียวคือคนที่ตายนั่นแหละ
แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ลูกชายเห็นเพื่อนมีมอเตอร์ไซค์จึงอยากได้บ้าง มาขอพ่อให้ออกรถให้ แต่ตอนนั้นพ่อยังไม่มีเงิน เพราะยังไม่ได้ขายข้าวในนา เลยบอกลูกชายว่ารอให้ขายข้าวก่อนถึงจะซื้อให้
แต่ลูกชายไม่ยอม จึงได้ทุบตีพ่อแม่ จนสุดท้ายพ่อต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อออกรถมอเตอร์ไซค์ให้จนได้..
แต่ผ่านมาประมาณ 3 เดือน ตัวลูกชายก็เห็นเพื่อนมีรถยนต์ขับ เลยรู้สึกอยากได้รถยนต์ขึ้นมาอีก จึงไปขอพ่อออกรถยนต์ให้อีก
ลูกชายได้บอกพ่อว่าจะเอาไว้ขับไปเที่ยวเขาใหญ่กับเพื่อนๆ ในช่วงปีใหม่ พ่อตอบลูกชายกลับมาว่ายังไม่มีเงิน สหกรณ์ยังไม่ได้ให้เงิน จึงให้ลูกนั้นรอไปก่อน
แต่ลูกชายก็ไม่ยอมอีก เพราะกลัวเสียหน้า อายเพื่อน อายแฟน จึงทะเลาะกับพ่อแต่ว่าแม่เข้าไปห้าม ทำให้เผลอพลั้งมือผลักแม่จนตกบันไดขาหัก
ฝ่ายพ่อนั้นเอือมระอาในตัวลูกชายมาก แต่ไม่รู้ทำไงจึงได้ไปดาวน์รถยนต์ให้ลูกชายขับ พอถึงช่วงปีใหม่ลูกชายก็พาแฟนสาวกับเพื่อนๆ ขับรถไปเที่ยวที่เขาใหญ่ แต่ว่ารถของลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเบรคแตกตกเขาเสียชีวิตคาที่..!
และหลังจากที่ลูกชายเสียชีวิตไปแล้ว ก็มีชาวบ้านแถวนั้นเห็น ลูกชายของบ้านนี้กลายเป็นเปรตมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ นั้น..! หลวงพี่แดงจึงคิดว่า สิ่งที่คุณเหน่งเจอน่าจะผีเปรต และน่าจะเป็นเปรตลูกชายของบ้านหลังนั้นนั่นเอง..!!
 และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด จำเอาไว้เลยว่ากรรมที่หนักที่สุดก็คือกรรมที่ทุบตีพ่อแม่ เพราะเมื่อตายไปต้องกลายไปเป็นเปรตรับกรรมจนกว่าจะถึงเวลาที่ได้ไปเกิดใหม่ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องจริงที่หลายคนเจอมาแล้ว..
 ✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿✿
 เป็นช่องแนวเล่าเรื่องผี วิญญาณ หลอน ลี้ลับ ไสยศาสตร์ สยองขวัญ
เขย่าขวัญและหนังสือเสียง พร้อมเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เป็นมิตรเหมือนเพื่อนสนิท พี่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน :']
ชอบคลิปนี้ก็อย่าลืม กด Like กด Share กด ติดตาม ให้ด้วยนะครับ
ลงคลิปใหม่ ให้ชมทุกวันจันทร์และวันพฤหัส
ผ่านช่องทางต่อไปนี้
Youtube    : แชร์เรื่องหลอน
Facebook  : แชร์เรื่องหลอน
  
#ผี,#คนเล่าผี,#เล่าเรื่องผี,#วิญญาณ,#หลอน,#ลี้ลับ,#ไสยศาสตร์,#สยองขวัญ,#เขย่าขวัญ,#หนังสือเสียง,#แชร์เรื่องหลอน
 



Create Date : 06 เมษายน 2564
Last Update : 6 เมษายน 2564 12:40:50 น.
Counter : 151 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 6233428
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทุกเรื่องหลอนเล่าจากประสบการณ์จริง แม้มองไม่เห็นแต่เราสัมผัสได้
เมษายน 2564

 
 
 
 
1
3
4
5
7
8
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30