(กระทู้ขี้เห่อ+ขี้อวด) เปิดถุงช้อปทริปญี่ปุ่น 2015
ทริปนี้เราบินจาก DMK – KIX ขากลับบินจาก NRT – DMK มีโอกาสเดินช้อปหลายที่มาก ทั้ง Shinsaibashi – Namba ที่ Osaka, Ameyoko – Ueno – Asakusa ที่โตเกียว  และ Gotemba Premiem Outlets รอบนี้ขนม – เครื่องสำอางไม่เยอะมาก เพราะไม่ได้กว้านซื้อแบบงูๆ ปลาๆ อย่างครั้งที่แล้ว รอบนี้เน้นอะไรที่ชอบเท่านั้น ชิ้นไหนโดนใจก็ขนกันมาให้พอใช้ตลอดทั้งปีกันไปเลย (เพราะกว่าจะไปญี่ปุ่นอีกทีก็ช่วงปีใหม่โน่นเลย) ความจริงคือทริปนี้สอยกระเป๋า Coach 2 ใบ, นาฬิกา, รองเท้า 6 คู่ จนตัวเบาหวิว เลยซื้อของกลับมาน้อยนิดนั่นเอง

คำเตือน
รูปไม่ได้สวยมากเนื่องจากรีบๆ ถ่ายตอนรื้อกระเป๋า และขอความกรุณาร้านพรีออเดอร์ทั้งหลาย ห้ามนำรูปไปใช้อย่างเด็ดขาด ย้ำ ห้าม นำ รูป ไป ใช้ เด็ดขาด!!!! เครนะ กระทู้เปิดถุงครั้งที่แล้วสูบกันซะทุกรูปเลย  เพลียมาก 


ถ้าอยากทราบราคาเป็นเงินบาท เอา 0.275 คูณนะคะ 

รูปรวมขนม (แจกจ่ายไปบ้างแล้วค่ะ)


เครื่องสำอางและของใช้ส่วนตัวที่สอยมา



ชิ้นแรก เครื่องนวดตา Panasonic EH – SW 53 ราคา 12,xxx เยน ที่ดงกิโฮเต้ ลองใช้แล้วเลิฟมากค่ะ เครื่องจะสั่นๆ พร้อมปล่อยไออุ่นๆ มาที่ดวงตาของเรา ใช้แล้วติด ใช้ทุกคืน ส่วนตัวปลื้มมากกกกกกกกก 



ชิ้นต่อมา Shiseido Puff No.123  ราคาประมาณ 500 เยน ที่มัทซึคิโยะ มนุษย์คลั่งแป้งฝุ่นควรมีค่ะ เนื้อนุ่มนิ่ม ขนาดใหญ่แบบแปะๆๆๆ 3 ทีทั่วหน้า ใช้แล้วดูหน้าเนียนกว่าลงด้วยแปรงเยอะ เลิฟมากจัดมา 2 ชิ้นเผื่อซักบ่อยแล้วเปื่อยไปซะก่อน


ต่อด้วย วิตามินหยอดตาของ Rohto รุ่นนี้เซลเหลือชิ้นละ 198 เยน ที่ดงกิโฮเต้ มนุษย์คอนแทคเลนส์อย่างเราและแฟนขาดไม่ได้เลยค่ะ จริงๆ ใช้ได้ทุกรุ่นเพราะสรรพคุณคล้ายคลึงกัน เน้นที่ราคาไม่แพงและให้ความเย็นในระดับ 5 เท่านั้น สอยกลับมาประมาณโหลนึงค่ะ



ชิ้นนี้ขาดไม่ได้เพราะต้องใช้ทุกวัน Isehan Heavy Rotation Eyebrow Mascara ราคา 7xx เยน ที่ดงกิโฮเต้ ลองมาทุกแบรนด์ก็ไม่มีอันไหนสู้ได้ ติดทน กันน้ำ กันฝน กันเหงื่อ กันหิมะ (ลองมาแล้วตอนอยู่ญี่ปุ่น) แถมหลอดนึงเราใช้ปัดทุกวันอยู่ได้ 6 เดือนเลยค่ะ คุ้มมากๆ ปีที่แล้วผมทองต้องใช้เบอร์ 1 ปีนี้เลยขอเปลี่ยนมาใช้เบอร์ 3 ให้สีเบจๆ เทาๆ แทน 


ต่อด้วยแบรนด์ยอดนิยม Hada Labo Koi Gokujyun UV White Gel ราคาประมาณ 1,3xx เยน ที่มัทซึคิโยะ ผลิตภัณฑ์ไลน์ Whitening ของ Hada Labo เปิดตัวประมาณกลางปีที่แล้ว ตัวนี้จะเป็น Day Cream เพราะมีส่วนผสมของกันแดดไว้ที่ spf 50 pa++++ เนื้อหนักนิดหน่อยแต่ตอนลองที่ญี่ปุ่นมันเลิศมาก ทาปุ๊บเนียนเลยในเวลาอันรวดเร็ว จัดมาเทสเบาๆ 2 กระปุก พอทาตอนอยู่ไทยดันมันเฉยเลย เศร้าอ่ะ แต่ยังดีที่ใช้แล้วไม่มีสิว เอาไว้ใช้วันสบายๆ ที่ไม่ได้คิดจะลงพวกบีบีครีมยังได้อยู่





ชิ้นนี้ไอเทมสุดปลื้มระดับบ 100 คะแนนเต็ม Lush Mask of Magnaminty ราคาประมาณ 9XX เยน จากช็อป Lush สาขา Shinsaibashi แบรนด์จากอังกฤษที่เน้นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ก่อนไปเราเวิ่นเว้อดูรีวิวเยอะมาก คนโน้นก็ว่าดี คนนี้ก็ว่าเลิศ อยากโดนมากถึงขนาดต้องหาสาขาใกล้ที่พักจากเว็บญี่ปุ่น แล้วปักหมุดไว้ใน google map คือกลัวว่าจะไม่ได้ซื้อจัดเลยอ่ะ 
สินค้าแบรนด์นี้จะไม่มีส่วนผสมของสารกันเสียเลย จึงเก็บได้ไม่นานเท่าไร (มาสก์ผลิตกลางเดือนมกรา หมดอายุกลางเดือนพฤษภา) เลยจัดมาลอง 1 กระปุก (น้องที่ออฟฟิศฝากอีก 1 กระปุก พร้อมลิปทินต์ราคา 1,200เยน) พอได้ลองใช้เท่านั้นแหละ กรีดร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ทำไมแบรนด์นี้ไม่มีขายที่ไทยฟระ 

มาสก์สูตรที่สอยมาเน้นทำความสะอาดถึงรูขุมขน detox พวกสารเคมีตกค้างในผิว แถมเนื้อมาสก์จะมีสครับธรรมชาติ ก่อนล้างออกเราจะเอานิ้วแตะน้ำ นวดๆ ขัดๆ เบาๆ ทั่วหน้า ขอบอกว่าหน้านิ่มมาก ผิวอุดตันอักเสบน้อยลงและหายเร็วขึ้น แบรนด์นี้ทำเราคลั่งอย่างหนักจนต้องจองตั๋วไปสิงคโปร์เดือนพ.ค. นี้ เพื่อสอยพวกนางมาเป็นของเราอีกให้ได้ (ที่สิงคโปร์แพงกว่าที่ญี่ปุ่นมาก แต่ทนเอา มีปัญญาไปแค่นี้อ่ะ)









อีกหนึ่งของดีต้องแนะนำ Dot Free Abutin & Vitamin C White ราคา 1,038 เยน ที่ดงกิโฮเต้ กระทู้รีวิวปีที่แล้วเราจัดสูตร Fresh Collagen All in One มาลองใช้ ปรากฏว่ามันดีมากกกกกกกกก ซื้อมาแค่ 3 ขวดปวดหัวใจไปทั้งปี (เห็นว่าตอนนี้กลายเป็นสินค้าขายดีของร้านพรีไปละ) ปีนี้เค้าออกสูตรใหม่ Whitening มา จัดมาแล้ว 12 ขวดแบบพอใช้ทั้งปี เนื้อเจลบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ และเมื่อใช้แล้วก็ขาวจริงอย่างที่เค้าโฆษณาเลยล่ะ สกินแคร์ดีๆ ราคาแค่ 200 กว่าบาทแบบนี้จะหาที่ไหน อิอิ



ไอเทมประจำกาย Kose Medicated Sekkisei Lotion 500ml ขายพร้อมสำลี 6,600 เยน ที่มัทซึคิโยะ น้ำโสมในตำนานที่เราขาดไม่ได้ สรรพคุณเรื่องความขาวไม่มีอะไรต้องโฆษณา สูตร Medicated ของญี่ปุ่นจะมี % ของแอลกอฮอล์น้อยกว่ามากพอสมควร ใช้แล้วหน้าจะไม่ลอกเหมือนของไทย แต่หลายๆ คนบอกขาวช้ากว่า ขวดใหญ่บึ้มแบบนี้เราใช้ได้ 6 เดือนเลยค่ะ ดังนั้นก็จัดไป 2 ขวดสำหรับ 1 ปี โฮะๆๆๆ



ชิ้นต่อมาเป็นของใหม่ Sugao Air fit CC Cream ราคาประมาณ 1,380 เยน ที่ดงกิโฮเต้ สินค้าใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว และมีหลายๆ เพจเที่ยวญี่ปุ่นแนะนำเลยอยากลอง ก่อนซื้อก็ลองเทสที่ร้านแล้วชอบมาก เนื้อนุ่มๆ ลื่นๆ ปรับผิวให้กระจ่างใสแบบไม่วอก ไม่เยิ้ม และที่สำคัญไม่ดรอประหว่างวัน สามารถปกปิดรูขุมขนและจุดด่างดำได้นิดหน่อย ถ้าใครชอบแต่งหน้าแบบเน้นโชว์ผิวเป็นธรรมชาติน่าจะชอบ หลอดสีชมพูสูตร moist จะดูผิววาวๆ กว่านิดนึงค่ะ แต่ใช้แล้วหน้าไม่มันเหมือนกัน จริงๆ อันนี้เราซื้อมา 10 หลอด แต่พอมาแกะดูตอนกลับไทยดันเหลือแค่ 3 หลอด (ในบิลคิดเงิน 10 ชิ้นครบ) ไม่รู้ตกหล่นตอนแพ็ค tax free หรือหายเพราะโหลดกระเป๋ากันแน่ เสียใจจัง



Ripi Eyelash  ราคา 800 เยน + DUP Eyelashes Fixer EX Hello Kitty 5XX เยน  เห็นสาวๆ ญี่ปุ่นติดขนตาปลอมกันแบบมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง อิจฉามากเลยต้องไปซ้อมาติดบ้าง ขนตาอันนี้เซลค่ะ ลองติดแล้วก้านบางดี ขนตาก็บางๆ ฟูๆ ดูเป็นธรรมชาติ ส่วนกาวก็ไม่ต้องพูดถึงค่ะ ดีที่สุดใน 3 โลก ตั้งแต่ติดขนตาปลอมมาอันนี้โดนใจสุดละ 



ที่ม้วนผม (จำแบรนด์ไม่ได้) ราคาประมาณ 1,6xx เยน + Lucido-L Designing Aqua Hair Curl Lotion ประมาณ 7xx เยน แกนใหญ่โดนใจเลยสอยมาแบบไม่คิดชีวิต พร้อมสเปรย์ล็อกลอนผมที่บล็อกเกอร์แนะนำว่าดีนักหนา ลองใช้ที่ญี่ปุ่นครั้งนึงแล้วโอเคทั้งสองอย่างค่ะ แต่.....ความโง่ของเราทำให้ลืมดูว่าที่ม้วนผมมันใช้กับกระแสไฟของเมืองไทยไม่ได้ จบเห่สิคะ นางก็นอนนิ่งๆ แบบใช้การไม่ได้อยู่ที่ห้องเรามาจนถึงบัดนี้ 


Keanacy Pore Care Massage Gel Pack ราคา 9xx เยน + Biore Pore Pack จำราคาไม่ได้ ที่ดงกิโฮเต้ ไปเจอตัวนี้ลดราคาที่ดงกิเลยลองเอามาใช้คู่ค่ะแผ่นลอกสิวของ Biore ที่ว่ากันว่าของญี่ปุ่นเทพกว่าของไทย โดยเอาเจลมานวดๆๆๆๆ จมูก มันจะอุ่นๆ นิดนึงค่ะ ทิ้งไว้สัก 2 – 3 นาทีแล้วเอาสำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดออก จากนั้นเอาแผ่นแปะทิ้งไว้จนแห้ง พอลอกดูปรากฏว่าสิวเสี้ยนออกเยอะใช้ได้เลยค่ะ ดีกว่าใช้แผ่นแปะเฉยๆ เยอะเลย เป็นไอเทมที่เจอแบบฟลุ้กๆ จริงๆ


Kao Hot Eye Pack กล่อง 10 ชิ้น 6xx เยน ที่มัตซึคิโยะ
ชิ้นนี้ถ้าซื้อกล่องใหญ่ที่ดงกิจะถูกกว่ามากแต่ดันลืม เลยต้องมาซื้อกล่องเล็กๆ ที่มัตซึคิโยะแบบกันตายมาแทน ตัวนี้เลิฟตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ แผ่นปิดตานี้จะร้อนประมาณ 40 องศา ช่วยลดอาการปวดกระบอกตาปวดไมเกรนได้ดีมาก ต้องมีติดบ้านไว้ตลอด ครั้งนี้ซื้อแบบมีกลิ่นส้มออกมากขณะมาสก์ด้วย เพลินดีค่ะ เหมาะจะใช้ตอนอยู่บนเครื่องหรือนั่งรถเดินทางนานๆ 


Shu Uemura Eyelash Curler ราคา 1,000 เยน ที่สนามบินนาริตะ
น้องๆ ฝากซื้อกันหลายคนเลยเอามาใช้เองซะ 1 อัน ลองปั๊บหนีบหนังตาปุ๊บ เจ็บบบบบบบบบ ไม่ประสบความสำเร็จ เป็นไอเทมที่ fail มาก


Anna Sui Loose Powder Foundation ราคาประมาณ 3,xxx เยน ที่สนามบินนาริตะเล็งชิ้นนี้ตั้งแต่อยู่ไทยแต่ที่พารากอนแพงมาก เจอที่สนามบินเลยได้ช้อปก่อนกลับจนได้ เนื้อแป้งผสมรองพื้นทำให้ปัดแล้วเนียนเด้งดีงามมาก แต่ผสมน้ำหอมมาด้วย คนแพ้ง่ายน่าจะหมดสิทธิ์ แอบใช้ยากไปนิดตรงที่ต้องเอาแปรงมาแตะๆ แป้งแล้วปัด แต่ตลับสวยชนะเลิศ ยิ่งมาอยู่กลับลิปสติกในคอลเลคชั้นเดียวกันยิ่งน่าร้ากกกกกก





จบแล้วจ้า โอกาสหน้าเจอกันใหม่ค่ะ さよなら 




Create Date : 17 เมษายน 2558
Last Update : 17 เมษายน 2558 15:16:12 น.
Counter : 3520 Pageviews.

1 comments
  
น่าใช้ทุกชิ้นเลยค่ะ
โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 20 เมษายน 2558 เวลา:14:31:52 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



Just a little step in the Big World
โลกกว้างใหญ่ มีอะไรให้เรียนรู้อีกมาก

ต๊องต๊อง กะ บ๊องบ๊อง
All rights reserved
[สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539]