All Blog
โรงพยาบาล2
บ่นเรื่องโรงพยาบาลญี่ปุ่น2 
จากที่เล่าว่า รพญี่ปุ่น แบ่งเป็นสองประเภทเหมือนที่ไทย 
1.โรงพยาบาล ที่มีน้อยและเข้ายากจัง 
2.คลีนิค ที่มีเยอะมาก แล้วแยกเป็นประเภทๆไป เหมือนเราเป็นไรก้อไปตามแผนกนั้นๆเอาอะค่ะ แต่มันอยู่คนละที่กัน จะไปให้มันจบที่เดียวกันก้อไม่ได้
 
 และที่น่าเบื่อสำหรับคนไทยอย่างเรานะคะ คือ คลีนิคที่นี่ มันเปิดปิดเวลาแบบน่ารำคาญอะ อย่างเปิด9โมงถึงเที่ยง พอช่วงบ่าย เปิดสักสามโมงถึงห้าหกโมงแล้วแต่คลีนิคไปค่ะ ไม่พอค่ะ วันอาทิตย์ก้อปิด แล้วยังปิดระหว่างสัปดาห์ด้วย สรุปส่วนมากอาทิตย์นึ่งปิดสองวันค่ะ แถมคนแน่นมากๆ ยิ่งคลีนิคยอดฮิต คลีนิครักษาโรคทั่วไป คลีนิคผิวหนัง รอไปค่ะอย่างต่ำ ครึ่งชั่วโมง แต่พอคิวเรา พบหมอไม่ถึง5นาที ทำไมเร็วจังไม่รู้คนก่อนหน้าเข้าไปทำไรกัน คุยกันนานนักนะ (จากประสบการณ์ที่ ย้ายบ้านมาหลายครั้ง แถวบ้านรอนานมากอย่างต่ำชั่วโมงอัพค่ะ) พอตรวจเสร็จ จ่ายตังค์ ก้อต้องเอาใบสั่งยาไปซื้อยาอีกที่ ที่ร้านขายยาค่ะ ซึ่งก้อต้องรอต่อไป แต่ถ้ารักษาในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ก็จะไปที่เดียวจบเลยค่ะ รับยาในโรงพยาบาลนั้นแหละค่ะ 

พอตรวจเสร็จ เวลาหมอจะสั่งยา หมอจะถามเราค่ะ ถามยาเม็ดหรือผงดี ถ้าเป็นเด็กก็อจะถามเป็นน้ำหรือผงดีแบบนี้อะค่ะ เท่าที่ชิมยาลูกมา ผงหรือน้ำ ก้ออร่อยหมดหวานดีค่ะ555
 
แต่ชอบยาที่นี่นะคะ ถ้าเป็นยาของเด็กเล็กๆ เภสัชกรส่วนใหญ่จะถามน้ำหนักเด็ก แล้วจะผสมยาให้ใหม่เลย อย่างเอายาแก้แพ้ ผสมกะตัวยาแก้ไอ ไรแบบนี้อะค่ะ สองตัวยาให้ในขวดเดียวกัน หรือซองเดียวกันเลยค่ะ ให้ทานง่ายขึ้น เอาใจกันไปเลยค่ะเต็มสิบ สำหรับความใส่ใจ
 
บ่นต่อค่ะ นอกจากนี้ การเข้ารพ.ในญี่ปุ่นก้อน่ารำคาญ อยู่ๆเป็นไรเอ๊ะอะไปโรงพยาบาลแบบบ้านเราไม่ได้นะคะ ไม่ได้เปิด24ชมอีกต่างหาก เป็นไรกลางคืน อย่างแรกค่ะ โทรเรียก รถฉุกเฉิกค่ะ เบอร์ 119 ซึ่งเป็นเบอร์เดียวกันกะเบอร์รับแจ้งอัคคีภัยค่ะ เค้าจะถามเลยค่ะ ไฟไหม้หรือ อุบัติเหตุ เราก้อเล่าไปค่ะอาการแบบไหน แล้วเค้าก้อจะจัดส่งรถโรงพยาบาลมารับเราค่ะ (เวลาขึ้นรถฉุกเฉิน บ้านไหนที่มีญาติอยู่ เค้าจะให้เราขึ้นไปกับคนป่วยด้วยค่ะ ไปให้กำลังใจข้างเตียงเลยจ้า) 
 
อีกเบอร์ที่อยากแนะนำคือ #7119 ค่ะ คือไม่แน่ใจจะเรียกรถฉุกเฉิกดี หรือไปโรงพยาบาลไหนดี โทรเบอร์นี้ก่อนเลยค่ะ แล้วปรึกษา เล่าอาการไปค่ะ ถ้าไม่หนักมากเค้าจะติดต่อโรงพยาบาลรอเราไว้ เราไปถึงแจ้งชื่อพบหมอจ่ายตังค์ค่ะ ถ้าอาการหนักเค้าจะติดต่อรถฉุกเฉิกมาไปรับถึงบ้านเลยค่ะ
 
นอกจากโรงพยาบาลไม่เปิดตลอด24ชม แล้วยังเข้ายากด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะมีจดหมายส่งตัวมาถึงเข้าได้ แต่จะwalk in ไปเลยก้อมีนะคะ แต่ค่ารักษาจะบวกๆขึ้นไปอีกค่ะ 
 
คนส่วนใหญ่มักชอบคิดว่าที่โรงพยาบาล หมอต้องเก่ง เครื่องมือต้องพร้อม ดังนั้นเพื่อป้องกัน ไม่ให้คนแห่ไปโรงพยาบาลกันหมด จึงต้องมีจดหมายส่งตัวค่ะ แล้วร้านหมอ คลีนิคเล็กๆ ก็อยู่ได้ด้วยค่ะ 
 
สามีเล่าว่า สมัยก่อน คนสูงวัยเป็นไรนิดหน่อย ไข้หวัดธรรมดา ปวดหัวปวดท้อง เอ๊ะอะไร ก้อไปหาโรงพยาบาล ทำให้หมอนางพยาบาลโรงพยาบาลงานล้นค่ะ เค้าเลยใช้วิธีนี้ เหมือนเป็นการสแกนคนไข้ไประดับนึ่งค่ะ 
 
โรงพยาบาลในญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าทุกที่จะเปิดแผนกฉุกเฉินรอบดึกไว้นะคะ ไม่ได้มีทุกโรงพยาบาล มีเป็นที่ๆเอา ดังนั้นเป็นไรขึ้นมา โทรแจ้ง เบอร์ฉุกเฉิน ทั้งสองเบอร์ให้ไปค่ะ ถ้าได้ไปสักครั้ง ครั้งต่อไปจะติดต่อกลับโรงพยาบาลโดยตรงเลยก้อได้ค่ะ 
 
โรงพยาบาลส่วนใหญ่เปิดปิดเป็นเวลา ถ้าเป็นไรนอกเวลาทำการ อย่างวันเสาร์ อาทิตย์ หรือรอบดึกเนี่ย หน้าโรงพยาบาลมันจะเงียบสงัดนัก บ้างก็ไม่มีพนักงานที่ประชาสัมพันธ์ ยิ่งเป็นกลางคืนนั้นด้านนอกก้อมืด ด้านในส่องไปก้อมืดอีก อีประตูทางเข้าก็ล็อก เค้าเปิดปิดเป็นเวลา อย่างเปิด7-8โมงเช้าปิด6โมงเย็นไรแบบนี้ จะเดินอย่างสง่างามเข้าไปไม่ได้นะคะ ต้องกดอินเตอร์โฟน เรียกพนักงานมาเปิดให้ค่ะ บ้างก้อมีประตูสำหรับทางฉุกเฉินโดยเฉพาะอยู่ด้านข้างตัวตึกค่ะ ไปใหม่ๆเนี่ยเดินหากันรอบตัวตึกกันเลยค่ะ 5555 
 
เอกสารที่ต้องเอาไปด้วยทุกครั้งที่ไปหาหมอนะคะ คือบัตรสุขภาพค่ะ เพราะประเทศญี่ปุ่นช่วยค่าใช้จ่ายในรักษาถึง70% เราจ่ายแค่30%เองค่ะ ยิ่งอายุ65ปีไปแล้วนะคะและเด็ก จ่ายแค่20%เองค่ะ ถูกมากแล้วอุ่นใจด้วยค่ะ ยิ่งคนมีรายได้น้อย ค่ารักษาพยาบาลเด็กฟรีเลยนะคะ  อีกอย่างที่ชอบคือ ค่ารักษาที่ญี่ปุ่นสำหรับคนที่มีประกันสังคมนะคะ ถ้าค่ารักษาเกินแสนเยน ส่วนเกินทำรัฐออกค่ะ
 
ถ้าเกิดลืมขึ้นมาจ่ายเต็มค่ะ แล้วค่อยเอาบัตรมาโชว์และใบเสร็จมารับเงินคืนทีหลังได้ ภายในเดือนนั้นๆนะคะ 
 
จบแล้วค่ะ ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บนะคะ




ซ้ายบน
ร้านยาจะจัดยาเป็นมื้อๆเลยค่ะ หน้าซอง มีชื่อ ทานก่อนหลัง  ชื่อยาที่จ่ายไป ใช้สะดวก พกพาสะดวกมาก 
 
ขวาบน
ชุดยาเด็กก้อประมาณนี้ค่ะ ยาผง 
 
ล่าง 
ยาน้ำเด็กค่ะ มีถามน้ำหนักผสมใหม่ทุกครั้ง ฝาขวดส่วนใหญ่จะมีที่ตวงยาด้วย ขีดถึงกี่ซีซีก้อ เททานยาแค่นั้น สะดวกมาก ใส่ใจมากค่ะ 
 
และที่ขาดไม่ได้ สมุดยาค่ะ เวลาเราซื้อยาที่จ่ายโดยหมอ เภสัชกรจะอธิบายวิธีใช้โดยละเอียดทุกครั้ง และแปะสติ๊กเกอร์ชื่อยามาด้วยทุกครั้ง เป็นประวัติการใช้ยาของเรา แต่เดี๋ยวนี้จะสะดวกขึ้นมีแอฟสมุดยาแล้ว ไม่ต้องพกก้อได้ค่ะ 

สมุดประวัติการใช้ยา ส่วนใหญ่ได้ฟรีค่ะ พอไปซื้อยาเค้าจะถามมีมั้ย ไม่มีก็จัดไปค่ะ มีตั้งแต่เล่มธรรมดาถึงเป็นลายซานริโอไรแบบนี้อะค่ะ มุนมิ้งมากเลยช่ายมั้ยคะ แล้วเหล่าเภสัชกรก้อจะบรรจงปิดสติกเกอร์ยาต่างๆที่เราใช้ในสมุดนั้นแหละค่ะ ส่วนรูปสุดท้ายนะคะ เป็นวิธีใข้ยาชนิดต่างๆค่ะ มีชื่อยา ทานกี่ครั้งต่อวัน ก่อนหลัง แบบนี้อะค่ะ 
 







Create Date : 06 มีนาคม 2566
Last Update : 6 มีนาคม 2566 22:59:22 น.
Counter : 713 Pageviews.

1 comment
ว่าด้วยโรงพยาบาลญี่ปุ่น
ว่าด้วยโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่น 

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว คืนวันอาทิตย์ลูกสาว น้องไหมตัวร้อน แรกๆก้อ37.3ยังใจอุ่นอยู่ พอตีสามไป 38.8 เริ่มกลัวละเอาไงดี ยาลดไข้ก้อไม่มี เช็ดตัววนไปค่ะ จนเที่ยงวัน น้องไหมตื่นมา ร่าเริง วิ่งเล่นเหมือนเดิม วัดไข้แค่37.3 
แต่มีน้ำมูกใสๆ แล้ววันพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแล้วด้วย เลยพาลูกไปหาหมอค่ะ  เดี๋ยวไปติดลูกบ้านอื่นเข้า 

ไปหาหมอ 
เคาเตอร์นางพยาบาล
ถามว่ามี:ไข้มั้ย เป็นหวัดมั้ย (อันนี้ถามทุกคนค่ะ ผ่านมาจะสามปีแล้วก้อเหอะ)
เรา :มีค่ะ ลูกมีไข้ กลางดึก38.8 มีน้ำมูก ส่วนเราเจ็บคอ 

เท่านั้นละค่ะ จับเราสองคนแยกไปนั่งอีกห้องหนึ่ง ไม่ให้ร่วมกะผู้ป่วยท่านอื่น อีสองแม่ลูกต่างด้าวนี้มันต้องติดโควิดแน่ๆ หลังจากนั้น เค้าพาเราสองคนไปอีกตึก เพื่อไปตรวจโควิด ครั้งแรกกะการโดนแหย่จมูก ไม่น่ากลัวเหมือนที่คิด เจ็บจี๊ดๆ 555 แต่ลูกสาวร้องไห้ หนักมาก จากเด็กไม่กลัวหมอ กลายว่าเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ทานข้าว ไม่ทานยา ไม่หยุดวิ่งฯลฯ จะพาไปหาหมอนะ นังเรียบร้อยขึ้นมาทันที555
ผลออกมาว่าสองแม่ลูกยังรอดจ้า 

คุณหมอจ่ายยาน้ำลดน้ำมูกแก้แพ้ สติ๊กเกอร์ยาแก้ไอมา สำหรับน้องไหม 

ว่าโดยโรงพยาบาลใหญ่ๆในญี่ปุ่นเข้ายากกว่าในไทยมาก

โรงพยาบาลในญี่ปุ่นแยกเป็นสองอย่างนะคะ1.โรงพยาบาล
2.คลิกนิค ค่ะ 

คลีนิคในญี่ปุ่นมีเยอะมาก แยกเป็นประเภทไป ฮิตสุดคือ
คลินิคอายุรเวช(内科)  รักษาโดยอาการทั่วไป ปวดหัว ปวดท้อง ไอเจ็บคอ ไรแบบนี้อะคะ 
และยังมี คลินิคโรคผิวหนัง(皮膚科) คลินิคศัลยกรรม(外科)
เกี่ยวการผ่าตัด ฯลฯ

เดี๋ยวมาาเขียนต่อค่ะ ลูกกวน 5555



Create Date : 05 มีนาคม 2566
Last Update : 5 มีนาคม 2566 13:05:55 น.
Counter : 920 Pageviews.

1 comment
อยากซื้อบ้านจ้า
หลังจากที่เช่าบ้าน อยู่มานาน สามีเริ่มมีความคิดว่า ซื้อบ้านมือสองมะ 

โฮะๆ...ดิฉันสนับสนุนทันทีค่ะช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร อยากมีบ้านมากค่ะ ลูกกำลังจะโต จะได้มีที่เล่นบ้าง เราเองจะทำไรจะได้สบายใจหน่อย ไม่ต้องกลัวข้างห้อง ไม่ต้องกลัว ผนังเลอะ จะตอกไรแขวนตรงไหนก้อได้ เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวก้อได้ สนับสนุนเต็มที่เลยค่ะ

เดี๋ยวนี้หาบ้านเช่า ซื้อบ้าน ง่ายมาก ผ่านแอฟ ก้อได้แล้วค่ะ มีรูปบ้าน ห้อง สถานที่ใก้ลเคียง และคำนวนเงินที่จะต้องจ่าย จะผ่อนกี่ปี คำนวนเสร็จจบในแอฟ โอเคค่อย ส่งข้อความผ่านแอฟ ไปนัดดูบ้าน เซ็นต์สัญญาก้อว่ากันไปค่ะ
 
สามีชอบบ้านอยู่หลังราคา ราวเกือบสี่สิบล้านเยน แพงอะ ผ่อนเดือนละหนึ่งแสนสี่กว่าเยน ยี่สิบปี( ถ้าเงินต้นห้าล้านเยนนะคะ) แต่มีที่จอดรถได้สามคัน โหแจ๋วอะ จอดเองคัน อีกสองคัน ปล่อยให้เค้าเช่า แถวนี้ค่าที่จอดรถถูกๆก้อตกเดือนละสองหมื่นเยนต่อคันละ สองคันได้สี่หมื่น เท่ากะผ่อนเดือนละแสนกว่าเยนเอง ไหวๆๆ แต่อ่านไปเรื่อยๆ บ้านหลังนี้ต้องเช่าที่ค่ะ สรุปไอ้สี่สิบล้านเนี่ยค่าตัวบ้านเฉยๆเหรอ บ้าไปแล้ว แล้วต้องต่อสัญญาทุก7ปีครึ่งอีก แล้วถ้าเค้าไม่ให้ต่อละ😱ไม่อยากคิดเลย 
ไม่พอค่ะ แล้วไอ้ที่จอดรถสามคันหน้าบ้าน มันต้องเช่าอีก เดือนละสองหมื่นเยน ไม่ไหวอะแพงๆ ตกไปหลังนี้ 

พอวันต่อมา เจออีกหลัง ถูกมาก บ้านมือสองแค่ สามสิบล้านเยนบ้านสามชั้น สี่ห้องนอน ครัว ห้องน้ำ2 ห้องอาบน้ำ1 ที่จอดรถ ราคานี้ร่วมที่ดินแล้ว แถมที่ดินติดถนนเลย ถูกมาก จนเรากลัว มันจะมีคดีฆาตกรรมไรปะเนี่ย ถูกเกิน สามีถามกลับกลัวมั้ย เรารีบตอบไปเลยค่ะ ไม่บอกละก็อยู่ได้จ้า555 

พอติดต่อไป บ้านโดนขายแล้ว อย่างไวมาก เหมือน บริษัทก่อสร้างซื้อไปรีฟอร์มใหม่ 
อดไปตามระเบียบ5555 (หลังจากนั้นมาเจอบ้านหลังนี้ขายหลังรีฟอร์มโดนบวกเพิ่มอีก ห้าล้านเยนจ้า แพงอะ😭)

ตอนแรกที่สามี บอกจะซื้อบ้าน เราสองคนก้อคุยกันนะคะ คือเราไม่อยากอยู่เมืองนี้ไปจนแก่ ถ้าซื้อบ้าน ผ่อน20ปี ก้อพอทน เกษียณ60พอดี แต่ระหว่างนั้น เราเกิดเลิกทำร้านอาหารที่นี่ ย้ายเมืองละ ทำไง ขายต่อเหรอ ให้เช่าได้มั้ย 

เราพึ่งรู้นะเนี่ย ว่า บ้านที่ญี่ปุ่นตามกฏหมาย ตัวบ้านมีราคาแค่10ปี หลังจากนั้น ถ้าขาย เท่ากะขายราคาที่นะคะ นอกจากนี้ระหว่างผ่อนบ้าน ตามกฏหมายให้เช่าไม่ได้อีก 

เราสองคนตั้งใจว่าเกษียณแล้ว จะไปอยู่ต่างจังหวัดนะค่ะ เอาที่ใก้ลสถานีรถไฟหน่อย ใก้ลโรงพยาบาล ใช้ชีวิตชิวๆ ลองคิดดูนะคะ สวัสดิการได้ครบเหมือนในเมือง ค่าครองชีพถูกกว่า เอาเงินเก็บซื้อบ้านอย่างสวยๆได้ในราคาสิบล้านเยน อากาศดีๆไม่ต้องรีบๆแบบในเมือง เบื่อๆค่อยกลับไทย เบื่อๆค่อยเข้ามาเที่ยวในเมืองใหญ่
แค่นี้สองตายายก้อมีความสุขแล้วนะคะ 

บ้านในญี่ปุ่นยิ่งใก้ลโตเกียว หรือเมืองใหญ่ ราคายิ่งแพงค่ะ ต่อมาด้วยยิ่งใก้ลสถานีรถไฟ สิ่งอำนวยความสะดวกก้อจะแพงขึ้นตามลำดับค่ะ

รูปที่ลงไป เป็นรูปบ้านมือสองในต่างจังหวัด บ้านตั้งไม่ไกลจาก โตเกียว ขับรถมาโตเกียวได้ สองสามชั่วโมง สบายๆ ราคาสิบล้านเยนต้นๆเองค่ะ



Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2566 10:54:46 น.
Counter : 598 Pageviews.

2 comment
หางาน
ช่วงนี้ เป็นช่วงโค้งสุดท้ายในการหางานของเด็กที่กำลังจะจบในปีนี้ค่ะ ส่วนใหญ่จะหาได้ก่อนเรียนจบราวๆแปดเก้าเดือนแล้วค่ะ 
 
เด็กมหาลัยปี4 เด็กเซ็นมง(เรียนสายอาชีพปีสอง)  สำหรับคนได้งานแล้วคงชิวๆไปแล้ว ไอ้ที่ไม่ได้ หลายคนก้อเริ่มท้อแล้ว เพราะมันยาวนานมาก หาไม่ได้ก้อหาวงไป บ้างคนท้อ เป็นフリーター, [furi-ta-] หรือfreelance ทำงานร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ไปก็มีค่ะ 
 
ปีที่แล้วประมาณเดือนมิถุนายน ที่ร้าน มีเด็กจบเซ็นมงเดือนมีนาปีนี้พอดี กว่าน้องจะหางานได้ เล่นเอาน้องร้องไห้มาปรับทุกข์กะสามีดิฉาน ตอนที่ร้านมีประเมินเงินเดือน(ประเมินเงินเดือนมีทุกสามเดือนค่ะ มีแบบสอบถาม ซึ่งจะถามว่าในสามเดือนมีการพัฒนาการในการทำงานไรบ้าง มีมาสาย หยุด ลามั้ยนี้เป็นคะแนนหักลบ เราก้อวงไป สุดท้ายน้องๆเด็กที่ร้านจะต้องมาคุยกับสามีค่ะ ว่าที่วงไปมันมีความเห็นตรงกันมั้ย ความเห็นตรงกันเงินเดือนขึ้นค่ะ แต่คุงสามีสิคะ นังประเมินเฉยๆไม่ได้ นังสั่งสอน อบรม เด็กๆในร้านไปด้วย กลายเป็นที่ปรึกษาเด็กๆในร้านไปแล้ว ไม่ว่าเรื่องความรัก เกมส์ เงิน ชีวิตครอบครัว เรียนต่อ คุยหมดทุกเรื่อง อะไรไม่ดีไม่งาม คุงสามีไม่ยอมปล่อยผ่าน ต้องสอนเตือนตลอด นังว่าเห็นแล้วก้อเหมือนน้อง หวังดีกับทุกคนจิงๆ (จ้าๆแม่คนหัวใจงาม )
 
เกริ่นมานาน 555 ปลื้มคุงสามีค่ะรอบนี้ 
 
เมื่อถึงคิวประเมินเงินเดือนของไอระจัง(เด็กทำงานพิเศษที่ร้าน) นังปรึกษา นังเหนื่อย หมดหวัง ไปสัมภาษณ์งานกี่ที่ก้อไม่ผ่าน และร้องไห้😭
 
สามีให้คำปรึกษาไปว่า ทุกบริษัทอยากได้คนขยัน ตั้งใจเป็นเด็กดีทั้งนั้นแหละ และทุกคนที่มาสัมภาษณ์ทุกคนก้อตั้งใจ ตั้งมั่นอยากได้งานทั้งนั้นด้วยเหมือนกัน แค่ไอระจัง ตอบให้เด่นกว่าคนอื่นนิดเดียวก้อพอ
 
งงดิคะ ทำไงให้ตอบเด่นกว่านิดเดียวยังไง
อย่างตอนสัมภาษณ์
เค้าถามว่าทำงานพิเศษมั้ย 
 
ไอระจังตอบ ทำงานพิเศษสองที่ กลางวันที้ร้านอุด้ง และเย็นที่ร้านเนื้อย่างค่ะ
 
สามีเห็นต่างไปว่านิด ถ้าไอระจังตอบทำสองที่ก็จริงแต่เด็กอื่นก็ตอบแบบนี้ ทำเยอะเหมือนจะขยัน แต่มันทั่วไป ตอนนี้จุดเด่นของไอระจัง คือทำงานที่ร้านเราสามปี ไม่เคยเปลี่ยนทำที่อื่น แสดงว่ามีความอดทน จุดเด่นจุดแข็งของเรา ต้องประกาศให้ชาวโลกรู้ !!
 
ถ้าคนสัมภาษณ์ถามทำงาน พิเศษทำไรบ้าง 
คุงสามี บอกแทนที่จะบอกว่าทำส่วนพนักงานเสริฟค่ะ ได้เรียนรู้ในส่วนการบริการลูกค้า ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มลูกค้าและกลับมาอีก แบบคนอื่นๆ คุงสามีแนะนำให้ไอระจัง ให้ตอบไปมั่นๆว่า 
ทำงานที่ร้านเนื้อย่าง สามปีในตำแหน่งพนังเสริฟและพนักงานในครัว
ในปีแรก ตั้งใจเรียนรู้งาน งานในหน้าที่ตนเอง ปรับปรุงข้อเสีย พัฒนาตน 
ปีสอง เรียนรู้งานในครัวเพิ่ม และเรียนรู้การทำงานเป็นทีมเวิร์ค 
ปีสาม เรียนรู้ว่าทำยังไงให้องค์กร หรือร้านดีขึ้น 
ถ้าเค้าถามลายละเอียดเจาะลึกก้อ บอกละเอียด บลาๆๆๆๆๆๆๆไป 
 
พอเราฟังแค่นี้ สัมภาษณ์ที่ไหนก้อรับ มันทำให้เค้าเห็นภาพว่า เด็กคนนี้มีการพัฒนา มีการเติบโต และรักองค์กรอะ
เป็นฉาน ฉานเลือกนังค่ะ ฟันธง !!
 
และเป็นอย่างที่คิด หลังจากนั้นมีสัมภาษณ์สองที่รับทั้งสองที่ โรงแรมดังทั้งสองที่ด้วยค่ะ 
ได้โรงแรมห้าดาวและสามดาวในโตเกียวค่ะ ตบมือในน้องหน่อยค่ะเย่ๆๆๆๆ
 
ตอนสมันเมื่อสาวๆเคย สัมภาษณ์งานในญี่ปุ่นนะคะ เหนื่อยมาก ยุ่งยาก เอาตั้งแต่ ผมสีดำไม่ย้อม มัดเรียบร้อย เสื้อผ้าจัดเต็ม สูธเท่านั้น กระเป๋าถือรองเท้าต้องสีดำ 
วิธีเข้าออกยังไง โค้งยังไง นั่งแบบไหน กระเป๋าวางตรงไหน  ต้องซ้อมกับอาจารย์หลายรอบเลยทีเดียว กว่าอาจารย์จะโอเค
 
ส่วนใหญ่ถ้าสมัครงาน จะต้องเข้าเวบบริษัทเค้า กรอบใบสมัครงานของบริษัทเค้าส่งค่ะ 
 
เคยมีคำถามว่า เราทำงานเพื่ออะไร เล่นตกใจเลยค่ะ จะตอบไม่ทำก้ออดตายสิคะก้อไม่ได้ เลยตอบแบบกลางๆไปว่า ทำงานเพื่อมีเงินใช้สอย เลี้ยงชีพ และการทำงานเป็นการค้นพบตัวเอง พัฒนาตนเอง เห็นคุณค่าในตัวเองอีกด้วย 
 
หลังจากนั้น ถ้าเค้าเลือก ก้อเรียกสัมภาษณ์ค่ะ พอไปสัมภาษณ์ ตอนแรกเป็นแบบกลุ่มใหญ่ สัมภาษณ์รอบนี้เหมือนแนะนำตัวเองมากกว่า ถ้าผ่านรอบนี้(บ้างบริษัท อาจมีสัมภาษณ์อีกรอบเป็นกลุ่มเล็กๆค่ะหรือตัวต่อตัวค่ะ )ส่วนใหญ่รอบแรกจะถาม การใช้ชีวิต กิจกรรมในโรงเรียน ทัศนคติการทำงาน ต่อองค์กร ความคิดเรานิสัยใจคอ  ถ้าผ่านส่วนใหญ่ก้อจะได้บรรจุเข้าทำงานค่ะ 
 
แต่คนญี่ปุ่นเค้าฝึกมาเหมือนท่องจำ คนสัมภาษณ์ถามไรมา โหตอบกลับเสียงดังฟังชัด แบบรวดเร็ว อีกเรายังปาดเหงื่อไป ร่วงอีกแล้วงานนี้5555
 
สิ่งที่ชอบสมัยก่อนที่ไปสัมภาษณ์งานโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง เค้าจะมีเป็นรอบๆค่ะ ถึงรอบเวลาเรา เข้าเช็คชื่อ รอในห้องที่เตรียมไว้ จำได้เป็นโต๊ะกลม ทุกคนทักกันคุยกันเบาๆถามไถ่กันมาจากที่ไหน อวยกันไปอวยกันมาว่าโรงเรียนเทอเค้าว่าเก่ง มีแต่เด็กเข้าโรงแรมนู้นนี่นั้นได้ ประมาณนี้ค่ะ แลกข้อมูลที่ที่เราไปสัมภาษณ์กันแล้ว
 
พอถึงเวลา ก้อเข้าไปสัมภาษณ์พร้อมกัน พอเสร็จ แลกไลน์กันค่ะ เป็นเพื่อนกันต่อ (นี่สายงานโรงแรมนะคะ สายงานอื่นเป็นไงไม่ทราบค่ะ555)
 
นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ไปสัมภาษณ์งานโรงแรมค่ะ เพราะมีคนแนะนำงานให้ บริษัทเล็กสัมภาษณ์ครั้งเดียวจบได้งานรู้วันนั้นเลยค่ะ หาเองคงอีกนานค่ะ55555
 
รูปหามาจากในเน็ต ค่ะ 
ดูค่ะ ชุดโครตจะเรียบร้อย
วิธีนั่ง กระเป๋าวางยังไง โค้งแค่ไหน โอ้ยๆจริงละเอียดปีกย่อยอีกมาก




Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2566 9:52:23 น.
Counter : 484 Pageviews.

2 comment
หน้าร้อน ญี่ปุ่น
กิจกรรมหน้าร้อนญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ตั้งแคมป์ ย่างบาร์บีคิว ไปงานดูดอกไม้ไฟ เล่นดอกไม้ไฟ ไปสวนน้ำไรทำนอนนี้นะคะ
 
บ้านเราติดใจ ว่ายน้ำค่ะ นังคุงพ่อ อยากให้ลูกสาวคุ้นกะน้ำ เลยพาไปเล่นน้ำที่สระน้ำประจำเมือง ค่าเข้ากัอแสนถูกมากๆ ผู้ใหญ่ 300เยน เด็ก100เยนเองค่ะ พอไปถึงจ่ายเงิน เข้าเปลี่ยนชุด ล็อกเก็ตก้อใช้ฟรี แต่ที่นี่ เสียอยู่สองอย่าง ห้องน้ำเป็นแบบส้วมซึม ไม่มีห้องอาบน้ำ แต่ช่างมันเถอะ ใก้ลบ้าน ถูกและลูกชอบเป็นใช้ได้ 
 
สระที่นี่ ก้อมีสระเด็กกะสระผู้ใหญ่นะคะ ใหญ่ทั้งคู่ สะอาดด้วย มีโซนขายน้ำ น้ำแข็งใส ราเม็นถ้วยด้วยค่ะ ราคาก้อไม่แพง ถูกใจเรามาก5555 ที่นี่ดีอยู่อย่างคือ ไลฟ์การ์ดเยอะ ทำงานดีมาก เตือนตลอด เดินวง รอบสระ เด็กเล็กเล่นคนเดียว จะไปเตือนพ่อแม่เลยค่ะ อย่าปล่อย ช่วยอยู่ใกล้ๆด้วย เด็กเอาห่วงยางตีกันก้อเตือนอันตรายอะไรแบบนี้ สำหรับเราชอบนะ ใส่ใจปลอดภัยดี ถ้าลูกโตอยากมากะเพื่อนจะได้ปล่อยมาได้ค่ะ
 
เนื่องจากยังมีการระบาดโควิดอยู่ เค้ามีนโยบาย พักทุก30นาทีค่ะ ให้ทุกคนขึ้นจากสระ ทำความสะอาด5นาที ไม่เห็นว่าทำความสะอาดสระนะ เข้าใจว่าคงเกี่ยวกะระบบน้ำในสระมากกว่า 
 
สระเมืองที่เราอยู่เป็นสระเปิด วันแดดแรงลงเล่นน้ำสบายมากเลยค่ะ เสียแค่เดินไปไหนเท้าร้อนไปหน่อย
 
ครั้งแรกผ่านไปไม่มีปัญญา ลูกแฮปปี้มาก กลับบ้านมา นอนกอดห่วงยางหลับไป
 
พูดถึงเรื่องชุด ใครกล้าอวดหุ่น บิกินี่เลยก้ได้จ้า แต่อย่างเรามันนังพะยูนชัดๆ ใส่ปิดมิดชิด ทั้งตัว ดีที่ไม่บังคับให้ใส่หมวกว่ายน้ำค่ะ ไม่งั้นได้เป็นปลาพะยูนของแท้แน่ๆ555

รอบสอง ไปตามคำเรียกร้องของลูก ก่อนเข้า เจ้าหน้าที่สระน้ำถามว่า เด็กเลิกแพมเพิสยังอีพ่อรีบตอบเลยเลิกแล้ว 
 
เพื่อความสะอาดของบ่อ เค้าไม่ให้ใส่แพมเพิสอะค่ะ แพมเพิสสำหรับเล่นน้ำก้อไม่ได้ แต่ด้วยความที่เป็นสระเมือง มันก้อตรวจไม่เข้ม ลูกดิฉานก้อไปเล่นตามปกติค่ะ แต่มีเด็กเล็กคน คิดว่าน่าจะขวบจะสองขวบ เรามองเรายังคิดเลย แบบนี้ใส่เพิสแน่ๆ 
 
สักครู่ก้อเกิดเหตุ อยู่ๆแม่เด็กคนนั้นก้อรีบเอามือรองอะไรสักอย่างไปทิ้งนอกสระ ตอนแรกเราก้อคิดว่าเป็นน้ำมูก น้องสั่งน้ำมูกแล้วเอาไปทิ้งปะ สักครู่นางก้อไปกะซิบไรกะ ไลฟ์การ์ดไม่รู้ มันน่าสงสัยมาก มีการวอหลายรอบ ครอบครัวเด็กนั่นขึ้นสระ ปล่อยให้ครอบครัวเรามองอย่างสงสัย ระยะห่างสามเมตร สักครู่ ไลฟ์การ์ดสามคนมา พร้อมกระชอน ถังน้ำ เริ่มกระชอน หาของบ้างอย่าง สามีดิฉันจับทางได้ดิคะ นังเด็กน้อยคนนั้น นางอุจิในสระค่ะ อีกดิฉานสามคนรีบขึ้นทันที ย้ายไปอีกสระเลยค่ะ พนักงานทำงานเงียบมาก กระชอนอึไป กระชอนไป จนเค้าพอใจ เลิกเก็บของ เงียบหายไป ไรคำอธิบาย แล้วสระมันเป็นเลขแปดอะจ้า อึไงมันก้อกระจายแพร่ใช่ปะ55555
 
ไม่อยากคิดสภาพ เพราะเหตุการณ์นี้ทำไห้ เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มขึ้นมาทันที ขากลับ เราให้ลูกใส่เพิส เพราะนางว่าจะเข้าห้องน้ำ แล้วมาชะงัดกะส้วมซึม ไหมไม่เคยใช้ ไม่ยอมใช้ เราเลยตัดปัญหาใส่เพิสไปละกัน เดี๋ยวจะมาแตกระหว่างทาง แล้วเจ้าหน้าที่มาเห็นลูกใส่ ถามเป็นการยกใหญ่ กลัวแล้วจ้าปีหน้าค่อยมาใหม่ก้อได้ 
 
สรุป จะได้เล่นน้ำทุกอาทิตย์ก้อจบไป จนกว่าไหมจะเลิกเพิสได้จริงๆ (ไหมใช้เพิสอยู่ก้อจริงแต่กำลังเลิก บอกเวลาอยากจะเข้าห้องน้ำเองได้แล้วด้วย) 
 
ฟิตเนส หรือสระว่ายน้ำในร่ม ของเมืองส่วนใหญ่จะถูกมาก แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกจำกัด เท่าที่จำเป็น แต่ดีที่จ่ายเป็นครั้งๆไป 
 
 เคยสมัครฟิตเนส ของココカラkokokara เป็นรอบเดย์ไทม์ (เล่นได้ถึงจ-ศ หกโมงเย็น ส-อา บ่ายสาม) ราคา6000-7000เยน แต่สิ่งอำนวยความสะดวกครบ เลิศ ห้องน้ำสระอาดสวย ออนเซ็น ซาวน่าสระว่ายน้ำ อาราบิด โยคะเต้นฮาวาย คอร์ดไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด อุปกรณ์ครบ แต่ถ้าช่วงไหนขี้เกลียดก้อไม่ไปเลย เป็นปะคะ เวลามันจะขี้เกลียด เท่ากะเราทิ้งเงินไปเลยนะคะ555 
ส่วนราคาฟิตเนสที่ เปิด24ชม ราคาก้อตกประมาณ8000เยน บวกลบ ฟิตเนสในห้างราวๆ3000เยนบวกลบได้ค่ะ 
 
ชุดที่ใส่ไปว่ายน้ำที่รร ว่ายน้ำ หรือสถานที่ออกกำลังกายในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ค่อนข้างเรียบร้อยค่ะ แต่ถ้าไปสวนน้ำ ทะเล เอาที่ใจชอบเลยค่ะ จะออกแฟชั่นเสียด้วยซ้ำไป 

เห็นเมืองไทยจะเข้าหน้าร้อนแล้วขอให้สนุกกะหน้าร้อน และอย่าลืมดื่มน้ำมากๆ และรักษาสุขภาพกันนะคะ 
 
ชุดข้างล่างประมาณชุดไปทะเล ว่ายน้ำในสวน และชุดใส่ไปว่ายน้ำในสระฟิสเนส หรือรร.ว่ายน้ำ 
ประมาณนี้ค่ะ




Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2566
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2566 22:04:11 น.
Counter : 469 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  6  

yoyos
Location :
川崎  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



อยู่ญี่ปุ่น เลี้ยงลูกค่ะ เลี้ยงตามตำรา
ไม่ตี พูดด้วยเหตุผล ผลคืออีแม่จะบ้า555
ต้องมาระบายออกบ้าง เลยกลับมาเล่นในพันทิปอีกครั้ง หลังจากหายไปนานมาก
ใครหลังไมค์มา ไม่ค่อยได้มาดู ตอบช้าถึงช้ามากนะคะ