เมื่อเขาวานให้ นู๋เป็นสาวนั่งดริ้ง
เรื่องเกิดเมื่อกลางปีที่แล้วค่ะ ช่วงเวลาเย็นๆ ระหว่างนั่งรถไฟ กำลังจะออกไปข้างนอก อยู่ๆมีโทรศัพท์เข้ามาไล่ๆกัน สามสี่สายติดๆ

เราไม่กล้ารับ มันไม่ใช่อะไรหรอกนะคะ แต่เวลาเย็นๆรถมันแน่น ตามมารยาทแล้ว คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยคุยโทรศัพท์กันบนรถไฟ เพราะถือว่าเป็นการเสียมารยาทระดับต้นๆซึ่งคนไทยอาจจะไม่คุ้นกันนัก แต่เมื่อไปถึงที่นั้นแล้วจะปรับตัวได้เองค่ะ เพราะพวกเค้าจ้องเรา จนเรารู้สึกได้ว่า...เราเป็นตัวก่อเกิดมลภาวะทางเสียง รบกวนพวกเค้าค่ะ


เมื่อลงจากรถ เราก้อรีบติดต่อโทรกลับไป พี่คนไทยขอให้เราไปช่วย ที่ร้านเพื่อนแก วันนี้ที่ร้านขาดคน แต่มันไม่ใช่ร้านอาหารนิคะ มันเป็นร้านสแน็คหรือร้านดื่มสำหรับหนุ่มๆเนี่ยแหละค่ะ

โอ้ยๆตอนนั้นนะคะ ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พวกพี่คิดกันได้ไงคะ เอาเด็กไม่กินเหล้า ร้องคาราโอเกะไม่เป็น เต้นรำไม่เป็นและที่สำคัญขาใหญ่มากๆคนนี้ ไปนั่งสแนค พี่คิดดีแล้วหรือคะ เราย้ำถามกับพวกพี่ๆ แต่พี่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม "ช่วยพี่หน่อยนะ"

หลังจากปรึกษากับเพื่อนแล้ว เราโทรกลับไปหาพี่เจ้าของร้านว่า "โอเคค่ะ ช่วยครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ"


เมื่อไปถึง เป็นร้านเล็กๆค่ะ สามเก้าจากหน้าประตูถึงเคาเตอร์เหล้า และอีกสามก้าวถึงโต๊ตัวแรก อีกก้าวถึงตัวโต๊ะที่สอง สาม สี่และห้าตามลำดับ มีโต๊ะห้าตัว จัดวางเป็นรูปยูค่ะ มีห้องน้ำ อ่างล้างมือ แต่ไม่มีครัวค่ะ พนักงานมีสองคนค่ะ คือเจ้าของร้านและสาวจีน ขนาดบรรยายมานี่ ยังสั้นสักขนาดนี้ ขอบอกร้านเล็กมากค่ะ


อย่างแรกเมื่อไปถึง พี่เจ้าของร้าน เตรียมชุดให้ลองสามชุดค่ะ เราเลือกชุดแซกผ้าชีฟองสีชมพู่มาใส่ในงานนี้ พอใสแล้วมันก้อพอถูกไถไปได้บ้าง พอมองท่อนบน ก้อพอไหว แต่มองท่อนล่างแล้ว โห...อย่างกะขานักมวยปล้ำอย่างไรอย่างนั้น หลังจากเครียร์เรื่องชุดและแต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาติวหลักสูตรสาวสแน็คแล้วค่ะ

หลักสูตรสั้นๆได้ดังนี้ งานของเราเริ่มเมื่อแขกเข้ามา หนึ่ง แนะนำที่นั่ง ให้ผ้าร้อน จัดหาเครื่องดื่ม และคุยกับแขก

แต่ข้อควรระวังนะคะ แขกจับบุหรี่ ไฟต้องมา ที่เขี่ยบุหรี่ต้องใหม่เสมอ ไอน้ำห้ามเกาะแก้วน้้ำ หมั่นเช็ครอบแก้วบ่อยๆๆ ฆ่าความเหงา โดยการคุยบ้างและชวนร้องเพลงบ้าง ค่อยชงเหล้า เปลี่ยนผ้าร้อนผ้าเย็นแขก ดูเหมือนง่ายนะ แต่สำหรับเรายากมาก

วันนั้น พี่คนจีนไปโดหังกับแขก (โดหัง(同伴)คือการนัดเจอกัน ก่อนเข้าร้านค่ะ เราอาจไปเที่ยว กินข้าวกับแขกหรือนัดเจอสิบนาทีแล้วพามาร้าน ก้อไม่มีใครว่าค่ะ )

เมื่อแขกมา เราก้อโดนไล่ให้ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทำอะไรไม่ถูกค่ะ เราเคยดูในละครไทย เด็กนั่งดริ้งส่วนใหญ่อยากกินอะไรก้อสั่งได้ ดูเฮฮ่ามีอิสระจัง แต่ที่นี่ไม่ใช่อะ จะกินอะไรต้องขอแขกค่ะ ลองนึกดูดิคะ คนไม่รู้จักมักจี่ ให้มาขอเค้ากินเนี่ยนะ แขกเราก้อไม่ใช่ แต่โชคดี แขกคนแรกที่พี่พามาด้วย แกใจดีมากค่ะ อยากกินไรสั่ง เต็มที่ พอกินของเค้าไม่คุยกะเค้าก้อไม่ได้ พอชวนแขกคุย มันก้อไม่ง่ายนะคะ คือคิดมากค่ะ จะถามพื้นๆ ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน มันก้อไม่น่าใช่หัวข้อมาคุย เค้าอุตสาห์เสียตังค์มาผ่อนคลาย ไม่ใช่มาสัมภาษณ์งาน จะคุยมาก ก้อกลัวโดนเพ่งค่ะ แขกพี่เค้า ไม่ใช่แขกเรา (นิสัยอันนี้ติดมาจากร้านนวดค่ะ คือเราไม่แย่งแขก ไม่ยุ่งกับแขกเพื่อน ไม่ได้คิดมากนะคะ แต่เคยโดนข้อหาแย่งแขกเพื่อนมาแล้ว เลยกลัว ทั้งๆที่เราคุยธรรมดา ช่วยเชียร์เพื่อนเสียด้วยซ้ำ แต่วันถัดไปแขกมาจองเราเฉย เลยกลัวจนทุกวันนี้ค่ะ)

พอมันหมดเรื่องคุย มันต้องร้องเพลง คราวนี้ถึงคราวจนแล้วค่ะ ให้เราร้องเพลง โอ้ย.....พระแม่เจ้า อันนี้ร้ายแรงค่ะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยร้องเพลงออกไมค์ ไม่รู้เป็นไร พอจับไมค์เสียงอันเป็นต้องหาย อ่านออกนะคะ แต่ร้องไม่ได้ ไม่มีความมั่นใจ ถ้าใครรู้วีธีแก้ ช่วยบอกด้วยละกัน แขกก้อแสนดี บังคับเรา ร้องจนได้ ร้องแบบอ่านๆนั้นแหละค่ะ


พอนั่งเทียบตัวเองกะพี่คนจีนแล้ว จริง...ที่แกทำงานมาก่อน แต่แกมีหัวใจบริการจริงๆนะคะ ค่อยเล่นมุกส่งต่อแขก คุยบ้างยอบ้าง เป็นกำลังใจให้แขกบ้างค่ะ แถมยังต้องเอาอกเอาใจ ป้อนแขกเอ๋ย เช็คหน้าเช็คตาเอ๋ย เอาใจกันจริงๆค่ะ แต่ที่แปลก แขกพี่ไม่ลุ่มล่ามมาแตะต้องตัวเราตัวหรือพี่ อย่างที่กังวลในตอนแรกค่ะ และต่างจากที่เคยเห็นมา มารู้ทีหลัง ว่ายังมีแขกอีกเยอะที่เป็นแบบนี้ แขกดีดีที่รู้กฎกติกา มารยาท เข้าใจว่าพวกเราขายความสุข สร้างความบันเทิง ไม่ใช่ขายตัวค่ะ

ถึงคราวร้องเพลง สาวจีนร้องเพลง พี่แกก้อรู้จักเพลงญี่ปุ่นไม่มากนะคะ แต่ก้อพยายามร้อง แขกอยากร้องเพลงนี้ ร้องไม่ได้ก้อดำจริงๆ กลายเป็นเรื่องขำๆไปอีก นั้น!!!แขกเห็นพยายาม กลับเอ็นดูมากขึ้น พอหันมาทางเรา นู๋น้องเพลงไม่เป็นค่ะ โดนดุแบบเบาะๆมาว่า เราเป็นต่างชาติ รู้ว่าภาษายากแต่ถ้าคิดจะทำอาชีพนี้แล้ว ต้องร้องให้เป็น เค้าไม่ได้มาเที่ยวผู้หญิงแต่เค้าต้องการมาหาความสุข คลายเครียด ดังนั้นพยายามนะ คราวหน้าจะมาฟัง อ๊ะ!!! ยังอยากฟังเราอ่านเพลงอีกเหรอเนี่ย 555


ร้านปิดเที่ยงคืนค่ะ วันนั้นฟันๆแขกเหนาะๆไปสามหมื่นเยน

และเราได้ค่าแรงไปหกพันเยนค่ะ แต่รู้สึกไม่คุ้มกะค่าเงินที่ได้ คือเราทำให้แขกสนุกไม่ได้ ยังต้องมานั่งสอนเราร้องเพลงเองอีก เศร้า


ตอนเราไปเที่ยวร้านอาหารไทย มักจะเห็นสาวสแน็คพาแขกมาทะล่มหลังเลิกร้านกันบ่อยๆ แต่แขกก้อใช่ย่อยนะคะ เอาจนคุ้ม มืออย่างปลาไหล เล่นควักไส้ในจนคนไทยด้วยกันอายค่ะ แต่พอตัวเองมาทำเองวันนี้ แขกดีดีก้อมีเยอะ ถึงจะใช้เงินแลกซื้อความสุขก้อเหอะ แต่ยังให้เกียรติผู้หญิงเรา ไม่เอารัดไม่เอาเปลี่ยนเราสักเกินไป

งานสแน็คดูเหมือนจะดูติดลบในสายคนไทย ดูเหมือนเอาตัวเข้าแรก ไม่ใช้สมอง งานง่าย ๆ แต่มันเป็นงานบริการที่วัดโดยความพอใจของแขก ซึ่งเรานี่แหละค่ะ เป็นคนไปปลูกค่านิยมผิดๆ ที่ยอมให้แขกหาเศษหาเลย จากตัวเรา ถ้าเราบอกว่าไม่สักอย่าง คนญี่ปุ่นก้อไม่กล้าหรอกค่ะ คนญี่ปุ่นกลัวมีเรื่องขึ้นโรงพักจะตายไป(แต่แขกที่บ้ากามจริงๆก้อมีค่ะ อันนี้ช่วยตัวเองนะคะ)




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 17 มีนาคม 2555 13:30:45 น.
Counter : 10524 Pageviews.

13 comments
  
เจิม ก่อน แล้วค่อยมาอ่าน อิอิ
โดย: simplyusana วันที่: 16 มีนาคม 2555 เวลา:23:25:59 น.
  
เอาขาก้าวเข้าไปข้างหนึ่งแล้ว ป้าเคยเห็นการบริการของสาวๆเสน็กแล้วก็รู้สึกทึ่ง พวกเขาตั้งใจให้บริการกันมาก เพราะเป็นงานบริการ เหมือนเป็นสูตรสำเร็จ พวกเขาตกอยู่ในบ่วงงานแบบนี้วนเวียนออกมาไม่ได้ เพราะคุ้นชิน แต่งตัวสวย ดื่ม กิน เที่ยว ได้เงินทิป โชคดีได้กิ๊กเพิ่ม มีเงินใช้รายเดือน บางคนอายุจะห้าสิบแล้วยังไม่เลิก คิดว่าจะทำอาชีพนี้ไปจนแก่หง่อม มันไม่ใช่แบบนั้น ขีวิตที่ต้องกินเหล้า นอนดึก บุหรี่ และอื่นๆ ทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม อย่าดูพวกนี้ตอนกลางวันนะ หมดสภาพ หน้าตาไม่เหมือนชาวบ้านที่ทำงานปรกติ ป้าไม่อยากเห็นหนูไปอยู่ในวังวนอย่างนั้น หลีกเลี่ยงได้ก็หลีกเถอะ ทำงานที่กล้าพูดกล้าคุยกับคนอื่นได้จะดีกว่า มันเป็นมลทินติดตัว อนาคตมันไม่แน่ เงินใครก็อยากได้ แต่ศักดิ์ศรีบางทีเราก็ต้องรักษาไว้
โดย: พนอจัน IP: 61.114.54.169 วันที่: 17 มีนาคม 2555 เวลา:7:54:18 น.
  
เป็นกำลังใจให้นะคะ
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 17 มีนาคม 2555 เวลา:9:07:21 น.
  
ขอบคุณค่ะ ป้าพนอจันที่เป็นห่วงค่ะ ตั้งใจไปช่วยแค่วันเดียวค่ะ แพ้บุหรี่ กินเหล้าไม่เป็น ร้องเพลงไม่ได้อย่างที่บอกค่ะ งานนี้ขอบายค่ะ ความสามารถไม่ถึงจิงๆ แถมโดนแม่ดุอีก
โดย: yoyos วันที่: 17 มีนาคม 2555 เวลา:9:52:14 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณ yoyos

ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะคะ ดีใจด้วยที่ไม่ได้ทำงานนั่งดริ๊งอีกแล้ว แล้วจะแวะมาเยี่ยมที่บล็อกอีกนะคะ

โดย: ปลาทองในกองหนังสือ วันที่: 17 มีนาคม 2555 เวลา:13:36:47 น.
  
ดีใจที่น้องเลิกทำแล้วค่ะ


scraps orkut

โดย: หมุยจุ๋ย วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:5:42:13 น.
  
คุณ Yoyos ใช้วีซ่าอะไรคะ ถ้าเป็นวีซ่านักเรียนก็อันตรายมากๆเลยน้า.. เป็นห่วงค่ะ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ เหมือนที่คุณป้าพนอจันบอก เหล้า บุหรี่ ทำลายสุขภาพตัวเองทั้งนั้นเลยนะคะ
โดย: น้อย IP: 124.121.235.79 วันที่: 18 มีนาคม 2555 เวลา:22:59:59 น.
  
เรียนจบมาสองปีแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่เป็นห่วงนะคะ
โดย: โย IP: 126.185.229.36 วันที่: 19 มีนาคม 2555 เวลา:0:07:43 น.
  
อ่านบล๊อค สนุกมาเลยค่ะ เรื่องราวน่าติดตามมากเลย

ยิ่งรู้ถึงประสบการณ์ชีวิตต่างๆ น่านับถือจริงๆเลยค่ะ จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
โดย: pariyesh วันที่: 22 มีนาคม 2555 เวลา:13:36:24 น.
  
เป็นกำลังใจให้เหมือนกันคะ
โดย: ป๋อมแป๋ม IP: 182.249.230.127 วันที่: 15 กันยายน 2555 เวลา:12:42:37 น.
  
เคยค่ะ.
สมัยยังไม่แต่งงาน นรกชัดชัดค่ะ😭😱
โดย: Akina IP: 58.11.93.58 วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:11:15:59 น.
  
บรรยายได้เห็นภาพจริงๆค่ะ อ่านไปขำไป แรกๆลุ้นกลัวโดนแขกลวนลาม
โดย: นิด ฮาว IP: 122.154.122.2 วันที่: 29 เมษายน 2556 เวลา:1:15:02 น.
  
ผมก้อมีแฟนทำงานร้านสแน๊คที่ญี่ปุ่น ตอนแรกผมก้อเข้าใจผิดมาตลอดว่าร้านสแน๊คคือร้านนั่งดิ่ง กลัวเค้าขายบริการด้วย ตอนนี้ผมรุ้แล้ว ว่าเค้าทำงานกันแบบนี้ ขอบคุงที่ให้ความรู้ ว่าทำงานกันแบบนี้จะได้ไม่เข้าใจ ผมไม่กล้าที่จะถามเรื่องส่วนตัวในการทำงานเค้า ต่อไปนี้ผมไม่คิดแฟนผิดๆอีกแล้ว
โดย: อาท IP: 182.53.173.165 วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:0:08:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

yoyos
Location :
北鎌倉  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



เบื่อแล้วเหนื่อยกับความรัก ทำไงให้ลืม อยากร้ายๆ อยากวีนให้ได้เหมือนตัวร้ายในละคร มันจะสบายใจขึ้นมั้ย( T_T)\(^-^ ) อยากจะลืม