ยังจะเชื่อใจเพื่อนได้มั้ยน๊าาาา
ปีที่แล้ว มีแต่เรื่องค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักคุ การเงินตกต่ำ โดนหลอก โดนนินทาว่าร้าย ขึ้นโรงพัก สารพัดเรื่องจะเกิดในหนึ่งปี จะว่าเข้าเบญจเพสก้อไม่ได้ เลย25 29 มาตั้งนานแล้ว มีเพียงหนึ่งสิ่งเดียวที่ดี ถือเป็นโชคค่ะ อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แข็งแรงตลอดปี นอกนั้นได้แต่เอามือกุมหัวค่ะ

ชีวิตในต่างประเทศ การโดนหลอกถือเป็นเรื่องปกติได้มั้ยคะ ไม่ว่าเราจะหลอกเค้า หรือกลับกัน เราเป็นฝ่ายโดนเสียเอง

สำหรับเรา ตอนนี้ก้อยังงงโง่ๆอยู่ว่า อันนี้เรียกว่าโดนหลอกแล้วหรือยัง???หรือเรายังเชื่อใจเพื่อนได้อยู่???

เรื่องมันมีอยู่ว่า เพื่อนเรานะ มันติดการพนันอย่างแรง ติดเล่นไพ่บาคาร่าค่ะ ( Baccaratคือการเล่นพนันตัวต่อตัว ระหว่างเรากับเจ้า ว่าฝ่ายใด ได้แต้มใกล้เคียง 9 มากกว่ากัน ถือว่าฝ่ายนั้นชนะค่ะ และจากที่เพื่อนเล่าให้ฟังอีกนะคะ บ่อนการพนันในญี่ปุ่นนั้นมีค่ะ แต่เป็นบ่อนผิดกฎหมาย อีกนั้นแหละ ต้องมีคนแนะนำถึงเข้าไปได้ มีอาหารการกินพร้อม เงินไม่พอกู้ได้อีก )

ตอนที่เพิ่มรู้จักกันแรกๆนะคะ เราแอบชื่นชมเพื่อนเราคนนี้ แหมใครเก่งสู้หล่อนได้อะคะ ทั้งสวย ทั้งมั่นสักขนาดนั้น หน้าใหย่ใจใหญ่มา~ก ใช้ของแบนด์ การศึกษาดีจบโทเสียด้วย มีบริษัทของตัวเอง หนุ่มๆตอมทั้งในไทยและญี่ปุ่น อนาคตในเมืองไทยรุ่งมาก แต่ไม่ทราบอะไรชักนำมาญี่ปุ่น พอเริ่มสนิทกัน หล่อนก้อเริ่มเล่าให้ฟังค่ะ ชีวิตอย่างกับละคร หล่อนมักคุยว่า พ่อเป็นนายทหารโดนลอบยิง นั้น!!เพื่อนมีชาติตระกูล แม่ต้องหนีไปต่างประเทศ พี่สาวไปทาง เพื่อนไปทาง ญาติเอาเพื่อนมาเลี้ยงค่ะ แต่เนื่องจากไม่ใช่ลูกสาวเค้าจริงๆ ก้อมีการดูถูกดูแคลนบ้าง นั้นเป็นสาเหตุของการน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแรงค่ะ ไม่ว่าจะทำไรต้องได้ดีกว่าคนอื่น เป็นแรงผลักดัน ให้เพื่อนมาญี่ปุ่น เพื่อนคนนี้ใช่ย่อย การเอาตัวรอดสูง มาญี่ปุ่นโดยผ่านบริษัทจัดหาคู่ โดยมีการนัดแนะ แต่ต้นแล้วว่า เป็นการแต่งงานหลอกค่ะ เมื่อมาถึงญี่ปุ่น มันไม่หลอกสิคะ โดนตุ๋นทั้งสองฝ่ายค่ะ ฝ่ายชายแก่เข้าใจว่าจะได้เมียสาว ฝ่ายหญิงสาวเข้าใจว่าแต่งหลอก แต่โชคดี ทีเจอคนคุยกันได้ สรุปที่ เราจะช่วยดูแลกันค่ะ คุณให้วีซ่าเรา เราก้อเลี้ยงดูคุณในระดับหนึ่งประมาณนี้

เมื่อเพื่อนออกมาใช้ชีวิตในกรุง อย่างที่บอกไงคะ ในวงการนวดสมัยก่อน เด็กๆมีน้อยเป็นที่ต้องการของตลาด ยิ่งเด็กแล้วนวดดีด้วย เงินจะไปไหน รวยได้ในไม่ช้าค่ะ และอีกนั้นแหละ เมื่อมีเงิน มันก้อมีเพื่อนเพิ่มค่ะ และไอ้เพื่อนเพิ่มนะตัวดี พาหล่อนไปสู่วงการพนันนั้นเอง

ช่วงที่เรารู้จักเพื่อนคนนี้เป็นช่วงเพื่อนหมดตัวค่ะ กลับใจทำงานแล้วค่ะ

แต่หล่อนทำงานเก่งจริงๆนะคะ ทำร้านนวดห้าวัน ทำสแน็คสองวัน พอร้านสแน็คเลิกเที่ยงคืนเอาแขกมานวดต่อ ส่วนแขกร้านนวด ก้อหิ้วไปดื่มต่อที่ร้านสแน็คอีก ยังไม่พอค่ะ หิ้วของจากเมืองไทยขึ้นมาขาย รับส่งเงินนอกระบบ รับกับข้าวถุงมาขาย เล่นแชร์ และสารพัดวิธีหาเงิน ที่เพื่อนพยายามค่ะ

เราก้อหลงไปเล่นแชร์หาตังค์จ่ายค่าเทอมกับเค้าด้วยเหมือนกัน และทุกครั้งที่เล่น เราใช้ชื่อเพื่อนมาตลอด ทำไมนะเหรอคะ จากที่คบมาสักระยะ เพื่อนเป็นคนตรง รักเพื่อน ไว้ใจได้ และขี้วีน ความไวของปากเป็นเลิศค่ะ เราเลยมั่นใจได้ว่า เพื่อนสามารถดูแลการเงินของเราได้ ไม่มีใครกล้าโกง เล่นไปสองครั้งไม่เคยมีปัญหา จนครั้งที่สาม ปีที่แล้วค่ะ เรามีแผนจะกลับมาอยู่เมืองไทยยาวละ อยากได้เงินสักก้อน เก็บไว้เป็นทุนขากลับค่ะ

ก่อนเล่น เพื่อนคนญี่ปุ่นเตือนแล้วค่ะ ว่า "อย่าเล่น โดนโกงแน่ คนญี่ปุ่นยังไม่เล่นกันเลย" แต่ไม่เชื่อค่ะ ความโลภไม่ปารีณใคร อยากได้เงินค่ะ ก้อดูสิคะ ที่เมืองไทยแม่เรายังเลยนี่หน่าา แล้วที่นี่คนรู้จักกันทั้งนั้นแหละ คราวนี้เล่นมือครึ่งค่ะ เล่นครึ่งมือกับเพื่อน และเต็มมือแต่เป็นชื่อเพื่อนเหมือนเดิมค่ะ

เราก้อส่งตามปกตินะ แต่พอมันเล่นไปได้ครึ่งปี เพื่อนเรามักโทรมายืมเงินบ่อยๆ หาว่าหมุนตังค์ไม่ทันบ้าง ทีละสามหมื่นเยน ห้าหมื่นเยนบ้าง พอถาม เพื่อนก้อว่า หมุนเงินไม่ทัน ลูกหนี้ไม่คืนเงินบ้าง พอมารู้ทีหลังว่า เพื่อนเจ้ากรรมกลับไปเล่น บาคาร่าใหม่ คราวนี้กุไม่อยู่แล้วค่ะ เสียมากกว่าคราวที่แล้ว จากที่ทราบนะคะ เงินเก็บ กระเป๋าหลุยส์ ทองสิบบาท ที่มีมา เอาไปฝากกับโรงรับจำนำเป็นที่เรียบร้อย ที่ไหนมีกู้ แถวโตเกียว จิบะ โยโกฮาม่า หล่อนไปมาหมดแล้ว ทั้งกู้คุณกอ และคนทั่วไป ทั้งหาคนไปคล้ำ เอาพาสปอนต์ไปจ้ำ ก้อไปมาหมดแล้ว
ผู้ชายในสังกัดก้อเริ่มหาย ลองคิดดูค่ะ ใครจะอยู่กะเจ้า เช้าได้จากแขกแสนเยน ตกเย็นของอีกแสนเยน แขกที่ไหนจะอยู่กะเพื่อนหนอ แขกไม่ใช่ตู้เอทีเอ็มนะคะ....แล้วแชร์เราจะเหลือหรือคะ แชร์เราที่เป็นครึ่งมือ เพื่อนรักคนนี้ก้อ เปียไปแล้วตั้งแต่ต้นปีค่ะ ไม่มีการบอก พอถามถึง หล่อนตอบว่า สิ้นปี(2011)จะคืนซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้คืนค่ะ ส่วนอีกมือหนึ่งที่เราส่ง แต่เป็นชื่อหล่อน หล่อนเล่นด้วย หล่อนไม่ส่ง เค้าก้อมาหักกลับเราถูกมั้ยค่ะ ใช้ชื่อเค้านี่นิคะ ถึงแม้เราจะส่งครบ สรุปแห้วตามกัน ผลจากเชื่อใจเพื่อนค่ะ

เรื่องยังจบไม่พอค่ะ หนี้จะท่วมหัว บวกกับเจ้าหนี้ทั้งหลายเริ่มทวน หล่อนกลัวเสียเครดิต เพื่อนยืมเจ้านี้มาโปะจ้าโน้มทีเจ้านี้ที หนี้ไม่มีลดค่ะ มีแต่เพิ่ม จนหมดหนทาง งานนวดอยู่ช่วงขาลง ร้านเยอะแขกน้อย หาเงินไม่พอจ่ายหนี้ เจ้าหนี้ตามหากันให้วุ่น แบบว่าออกเดินข้างนอก แบบเราไม่ได้นะคะ ต้องปลอมตัว อย่างกันในหนังFBI CIAที่เคยดูยังไงอย่างนั้น ใส่แว่นตาดำ ใส่หมวกปิดหน้าปิดตา เดินหลบซอย ต้องค่อยระวัง จะเจอเจ้าหนี้มั้ยหน้ออ...คนแถวนี้ก้อแสนใจดี เห็นใครคล้ายเพื่อนเราเป็นไม่ได้ รีบโทรแจ้งเจ้าหนี้กันใหญ่ จนเพื่อนต้องหลบไปอยู่บ้านนอกค่ะ ช่วงนั้นมักได้ยินข่าวว่าไอ้กอเตรียมอุ้ม!!!

เพื่อนทนไม่ไหว อยากกลับมาใช้ชีวิตปกติค่ะ เพื่อนตัดสินใจจะไปทำงานอย่างว่า เราเลยชวนเพื่อน " ไป ไปกู้ไอ้กอกัน ใช้ชื่อเรา แล้วเธอคล้ำละกัน " (ทำไมไม่ใช่ชื่อเพื่อนนะเหรอคะ เพราะเพื่อนไปกู้ทุกที่แล้วค่ะ ที่จิงไม่อยากไปกู้ไอ้กอนะคะ แต่เราไม่อยากให้เพื่อนเราไปทำงานอย่างว่านิหน่า ชีวิตดีดีไม่อยากให้พัง )ไปกู้มาสองเจ้าค่ะ ให้เพื่อนส่งดอกรายวันเอง แล้วเอาเงินก้อนไปคืนเค้า แต่มันก้อยังไม่พอ สรุปหนี้เธอมีเท่าไหร่เนี่ยยยย!!!

จากนั้นไม่นานเราได้ยินข่าวของเพื่อนคนนี้เป็นระลอกว่า ยังคงเข้าบ่อนอยู่ มีคนหลายคนเตือนว่าเป็นพวกสิบแปดมงกุฏบ้าง สร้างความสั่นครอนให้หัวใจเรานัก นี่เราเชื่อเพื่อนได้มั้ยเนี่ย เงินที่ให้ไปไม่ลงบ่อนอีกหรือเนี่ย แล้วเงินค่าแชร์ที่ได้ไปตอนแรกจะได้คืนมั้ย พูดจิงๆอยากได้คืนค่ะ แต่ถล้ำให้ยืมไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว แถมว่าใครก้อไม่ได้ เงินอยู่ในมือเราส่งให้เค้าเองนี่หว่า

เราไม่ใช่คนดีนะคะ ไม่ได้รักเพื่อนขนาดนั้น เงินก้อรักค่ะ แต่ละบาทที่ได้เราหามา เหนื่อยนะค่ะ

เราเริ่มไม่มั่นใจเพื่อน เรื่องมันทะแม่งๆเยอะเกินไป ลองคิดดูนะคะ
เพื่อนอยู่ใก้ลเรา เรายังอุ่นใจว่า เงินยังมีโอกาศได้คืน ถึงช้าหน่อยก้อไม่เป็นไร แต่เนี่ยหนีเจ้าหนี้หลบไปบ้านนอก อีกหน่อยจะไม่หนีเราหรือ??? แล้วไม่พอ โทรศัพท์โดนตัด ติดต่อได้แค่ทางเฟสุบ๊ค โอ้ย ????แล้วเราจะเชื่อเพื่อนเราได้เหรอ เงินจะได้คืนมั้ยเนี่ย พอถามรายละเอียดเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้จากเพื่อนคนอื่น ได้คำตอบว่าไม่รู้ ไม่มีใครรู้ที่มาของเพื่อนจิงๆ ว่ามีญาติอยู่ญีปุ่นใช่ญาติจริงๆหรือเปล่านี่ บ้านที่ญี่ปุ่นอยู่ไหนไม่มีตอบ บ้านที่ไทยไม่ว่าเพื่อนสนิทหล่อนคนไหนไม่เคยได้ไป นั้น ช่างลึบลับจิงๆ เคยขอใบต่างด้าวถ่ายเอกสารเก็บไว้ เพื่อนก้อเลี่ยง แหมมันแปลก ยิ่งอยากรู้ใช่มั้ยคะ

พี่หลายคนเคยทายอายุเพื่อนคนนี้ค่ะว่า จะสามสิบหก สามสิบเจ็ดได้ แต่เพื่อนยังยืนยัน ว่ายี่หก ยี่เจ็ดอยู่ เราไม่สนใจ ปล่อยมันผ่านไปค่ะ ถึงจะแอบคิดว่าเพื่อนหน้าสาวไวไปหน่อยก้อเหอะ แต่จะเถียงไปก้อไม่ได้ไรนิ แต่เมื่อเร็วนี้มาเห็นในบัตรต่างด้าวเกิดปี 1973 นี่เพื่อนเล่นโกงอายุไปสิบปีเลยเหรอคะ คือรู้ว่าอยากเด็กค่ะ แต่ถ้าจะหลอกญี่ปุ่นเราไม่ว่า แต่เนี่ยคนไทยด้วยกันนะคะ หลอกเพื่ออะไรอะ พอนั่งคิดเรื่องต่างๆ ความเชื่อใจในเพื่อนมันก้อลดลงค่ะ เหนื่อยอะ ตอนนี้ได้แต่บอกตัวเองว่า เงินไปเที่ยวเดี๋ยวเดียวก้อกลับ อ๊าาาาา กลับมาไวไวนะ เรารออยู่

ต่อจากนี้จะไม่เล่นแชร์ แล้ว!!! จะไม่เอาเล็กเอาน้อย หวังดอกอีกแล้วค่ะ เข็ด เราเชื่อว่าเราไม่โกงเค้า แต่ไม่รู้ใครคิดยังไง

ส่วนเพื่อนคนญี่ปุ่นสอนว่า คนญี่ปุ่นเองยังไม่ยืมเงินกันเลย เพื่อนแปลกใจทำไมคนไทยยืมเงินกันบ่อยๆ ถ้าเป็นเค้า จะให้ยืมและไม่หวังที่จะได้คืนค่ะ แต่เราทำไม่ได้อะ ดังนั้นเลิกให้ยืมไปสะ ยอมผิดใจกะเพื่อนดีกว่าเสียทั้งเงินและเพื่อนค่ะ



Create Date : 18 มีนาคม 2555
Last Update : 18 มีนาคม 2555 19:46:04 น.
Counter : 1863 Pageviews.

11 comment
เมื่อเขาวานให้ นู๋เป็นสาวนั่งดริ้ง
เรื่องเกิดเมื่อกลางปีที่แล้วค่ะ ช่วงเวลาเย็นๆ ระหว่างนั่งรถไฟ กำลังจะออกไปข้างนอก อยู่ๆมีโทรศัพท์เข้ามาไล่ๆกัน สามสี่สายติดๆ

เราไม่กล้ารับ มันไม่ใช่อะไรหรอกนะคะ แต่เวลาเย็นๆรถมันแน่น ตามมารยาทแล้ว คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยคุยโทรศัพท์กันบนรถไฟ เพราะถือว่าเป็นการเสียมารยาทระดับต้นๆซึ่งคนไทยอาจจะไม่คุ้นกันนัก แต่เมื่อไปถึงที่นั้นแล้วจะปรับตัวได้เองค่ะ เพราะพวกเค้าจ้องเรา จนเรารู้สึกได้ว่า...เราเป็นตัวก่อเกิดมลภาวะทางเสียง รบกวนพวกเค้าค่ะ


เมื่อลงจากรถ เราก้อรีบติดต่อโทรกลับไป พี่คนไทยขอให้เราไปช่วย ที่ร้านเพื่อนแก วันนี้ที่ร้านขาดคน แต่มันไม่ใช่ร้านอาหารนิคะ มันเป็นร้านสแน็คหรือร้านดื่มสำหรับหนุ่มๆเนี่ยแหละค่ะ

โอ้ยๆตอนนั้นนะคะ ไม่อยากเชื่อหูตัวเอง พวกพี่คิดกันได้ไงคะ เอาเด็กไม่กินเหล้า ร้องคาราโอเกะไม่เป็น เต้นรำไม่เป็นและที่สำคัญขาใหญ่มากๆคนนี้ ไปนั่งสแนค พี่คิดดีแล้วหรือคะ เราย้ำถามกับพวกพี่ๆ แต่พี่ก็ยังคงยืนยันคำตอบเดิม "ช่วยพี่หน่อยนะ"

หลังจากปรึกษากับเพื่อนแล้ว เราโทรกลับไปหาพี่เจ้าของร้านว่า "โอเคค่ะ ช่วยครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ"


เมื่อไปถึง เป็นร้านเล็กๆค่ะ สามเก้าจากหน้าประตูถึงเคาเตอร์เหล้า และอีกสามก้าวถึงโต๊ตัวแรก อีกก้าวถึงตัวโต๊ะที่สอง สาม สี่และห้าตามลำดับ มีโต๊ะห้าตัว จัดวางเป็นรูปยูค่ะ มีห้องน้ำ อ่างล้างมือ แต่ไม่มีครัวค่ะ พนักงานมีสองคนค่ะ คือเจ้าของร้านและสาวจีน ขนาดบรรยายมานี่ ยังสั้นสักขนาดนี้ ขอบอกร้านเล็กมากค่ะ


อย่างแรกเมื่อไปถึง พี่เจ้าของร้าน เตรียมชุดให้ลองสามชุดค่ะ เราเลือกชุดแซกผ้าชีฟองสีชมพู่มาใส่ในงานนี้ พอใสแล้วมันก้อพอถูกไถไปได้บ้าง พอมองท่อนบน ก้อพอไหว แต่มองท่อนล่างแล้ว โห...อย่างกะขานักมวยปล้ำอย่างไรอย่างนั้น หลังจากเครียร์เรื่องชุดและแต่งหน้าเรียบร้อยแล้ว ถึงเวลาติวหลักสูตรสาวสแน็คแล้วค่ะ

หลักสูตรสั้นๆได้ดังนี้ งานของเราเริ่มเมื่อแขกเข้ามา หนึ่ง แนะนำที่นั่ง ให้ผ้าร้อน จัดหาเครื่องดื่ม และคุยกับแขก

แต่ข้อควรระวังนะคะ แขกจับบุหรี่ ไฟต้องมา ที่เขี่ยบุหรี่ต้องใหม่เสมอ ไอน้ำห้ามเกาะแก้วน้้ำ หมั่นเช็ครอบแก้วบ่อยๆๆ ฆ่าความเหงา โดยการคุยบ้างและชวนร้องเพลงบ้าง ค่อยชงเหล้า เปลี่ยนผ้าร้อนผ้าเย็นแขก ดูเหมือนง่ายนะ แต่สำหรับเรายากมาก

วันนั้น พี่คนจีนไปโดหังกับแขก (โดหัง(同伴)คือการนัดเจอกัน ก่อนเข้าร้านค่ะ เราอาจไปเที่ยว กินข้าวกับแขกหรือนัดเจอสิบนาทีแล้วพามาร้าน ก้อไม่มีใครว่าค่ะ )

เมื่อแขกมา เราก้อโดนไล่ให้ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย ทำอะไรไม่ถูกค่ะ เราเคยดูในละครไทย เด็กนั่งดริ้งส่วนใหญ่อยากกินอะไรก้อสั่งได้ ดูเฮฮ่ามีอิสระจัง แต่ที่นี่ไม่ใช่อะ จะกินอะไรต้องขอแขกค่ะ ลองนึกดูดิคะ คนไม่รู้จักมักจี่ ให้มาขอเค้ากินเนี่ยนะ แขกเราก้อไม่ใช่ แต่โชคดี แขกคนแรกที่พี่พามาด้วย แกใจดีมากค่ะ อยากกินไรสั่ง เต็มที่ พอกินของเค้าไม่คุยกะเค้าก้อไม่ได้ พอชวนแขกคุย มันก้อไม่ง่ายนะคะ คือคิดมากค่ะ จะถามพื้นๆ ชื่ออะไร ทำงานที่ไหน มันก้อไม่น่าใช่หัวข้อมาคุย เค้าอุตสาห์เสียตังค์มาผ่อนคลาย ไม่ใช่มาสัมภาษณ์งาน จะคุยมาก ก้อกลัวโดนเพ่งค่ะ แขกพี่เค้า ไม่ใช่แขกเรา (นิสัยอันนี้ติดมาจากร้านนวดค่ะ คือเราไม่แย่งแขก ไม่ยุ่งกับแขกเพื่อน ไม่ได้คิดมากนะคะ แต่เคยโดนข้อหาแย่งแขกเพื่อนมาแล้ว เลยกลัว ทั้งๆที่เราคุยธรรมดา ช่วยเชียร์เพื่อนเสียด้วยซ้ำ แต่วันถัดไปแขกมาจองเราเฉย เลยกลัวจนทุกวันนี้ค่ะ)

พอมันหมดเรื่องคุย มันต้องร้องเพลง คราวนี้ถึงคราวจนแล้วค่ะ ให้เราร้องเพลง โอ้ย.....พระแม่เจ้า อันนี้ร้ายแรงค่ะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยร้องเพลงออกไมค์ ไม่รู้เป็นไร พอจับไมค์เสียงอันเป็นต้องหาย อ่านออกนะคะ แต่ร้องไม่ได้ ไม่มีความมั่นใจ ถ้าใครรู้วีธีแก้ ช่วยบอกด้วยละกัน แขกก้อแสนดี บังคับเรา ร้องจนได้ ร้องแบบอ่านๆนั้นแหละค่ะ


พอนั่งเทียบตัวเองกะพี่คนจีนแล้ว จริง...ที่แกทำงานมาก่อน แต่แกมีหัวใจบริการจริงๆนะคะ ค่อยเล่นมุกส่งต่อแขก คุยบ้างยอบ้าง เป็นกำลังใจให้แขกบ้างค่ะ แถมยังต้องเอาอกเอาใจ ป้อนแขกเอ๋ย เช็คหน้าเช็คตาเอ๋ย เอาใจกันจริงๆค่ะ แต่ที่แปลก แขกพี่ไม่ลุ่มล่ามมาแตะต้องตัวเราตัวหรือพี่ อย่างที่กังวลในตอนแรกค่ะ และต่างจากที่เคยเห็นมา มารู้ทีหลัง ว่ายังมีแขกอีกเยอะที่เป็นแบบนี้ แขกดีดีที่รู้กฎกติกา มารยาท เข้าใจว่าพวกเราขายความสุข สร้างความบันเทิง ไม่ใช่ขายตัวค่ะ

ถึงคราวร้องเพลง สาวจีนร้องเพลง พี่แกก้อรู้จักเพลงญี่ปุ่นไม่มากนะคะ แต่ก้อพยายามร้อง แขกอยากร้องเพลงนี้ ร้องไม่ได้ก้อดำจริงๆ กลายเป็นเรื่องขำๆไปอีก นั้น!!!แขกเห็นพยายาม กลับเอ็นดูมากขึ้น พอหันมาทางเรา นู๋น้องเพลงไม่เป็นค่ะ โดนดุแบบเบาะๆมาว่า เราเป็นต่างชาติ รู้ว่าภาษายากแต่ถ้าคิดจะทำอาชีพนี้แล้ว ต้องร้องให้เป็น เค้าไม่ได้มาเที่ยวผู้หญิงแต่เค้าต้องการมาหาความสุข คลายเครียด ดังนั้นพยายามนะ คราวหน้าจะมาฟัง อ๊ะ!!! ยังอยากฟังเราอ่านเพลงอีกเหรอเนี่ย 555


ร้านปิดเที่ยงคืนค่ะ วันนั้นฟันๆแขกเหนาะๆไปสามหมื่นเยน

และเราได้ค่าแรงไปหกพันเยนค่ะ แต่รู้สึกไม่คุ้มกะค่าเงินที่ได้ คือเราทำให้แขกสนุกไม่ได้ ยังต้องมานั่งสอนเราร้องเพลงเองอีก เศร้า


ตอนเราไปเที่ยวร้านอาหารไทย มักจะเห็นสาวสแน็คพาแขกมาทะล่มหลังเลิกร้านกันบ่อยๆ แต่แขกก้อใช่ย่อยนะคะ เอาจนคุ้ม มืออย่างปลาไหล เล่นควักไส้ในจนคนไทยด้วยกันอายค่ะ แต่พอตัวเองมาทำเองวันนี้ แขกดีดีก้อมีเยอะ ถึงจะใช้เงินแลกซื้อความสุขก้อเหอะ แต่ยังให้เกียรติผู้หญิงเรา ไม่เอารัดไม่เอาเปลี่ยนเราสักเกินไป

งานสแน็คดูเหมือนจะดูติดลบในสายคนไทย ดูเหมือนเอาตัวเข้าแรก ไม่ใช้สมอง งานง่าย ๆ แต่มันเป็นงานบริการที่วัดโดยความพอใจของแขก ซึ่งเรานี่แหละค่ะ เป็นคนไปปลูกค่านิยมผิดๆ ที่ยอมให้แขกหาเศษหาเลย จากตัวเรา ถ้าเราบอกว่าไม่สักอย่าง คนญี่ปุ่นก้อไม่กล้าหรอกค่ะ คนญี่ปุ่นกลัวมีเรื่องขึ้นโรงพักจะตายไป(แต่แขกที่บ้ากามจริงๆก้อมีค่ะ อันนี้ช่วยตัวเองนะคะ)




Create Date : 16 มีนาคม 2555
Last Update : 17 มีนาคม 2555 13:30:45 น.
Counter : 10523 Pageviews.

13 comment
เมื่อคนสนิทกลายเป็นขโมย ขึ้นบ้านนู๋
หลังจากที่เคยเป็นหนี้คุณกอมาแล้ว
คราวนี้เอาอีกแล้วค่ะ ขโมยขึ้นบ้าน

ความจริงใจ หาได้ยากในญี่ปุ่น เห็นจะจริงค่ะ
หลังจากตามน้าคนพี่ออกมา เราก้อหางานใหม่ทำ ได้ในไม่ช้า
เป็นร้านของพี่คนรู้จัก ทุกอย่างดำเนินปกติ

สี่ปีที่แล้ว
ร้านนวดในญี่ปุ่นยังน้อย แขกยังมีมากกว่าร้านมั่กๆ

แต่ละร้านก้อมีจุดขายของตนเอง
เช่น นวดไทยนวดจริงนวดหนักมีแต่รุ่นเดอะ บ้างร้านมีเด็กมาเป็นแนวเสริม บ้างร้านป้าน้านวดไม่ทะลึงแต่แอบเสียว บ้างร้านก้อทะลึ่งเป็นที่รู้กัน

ร้านที่เราอยู่เน้นความเป็นเด็กค่ะ พี่ในราวสามสิบต้นๆ ในสมัยนั้น เรียกว่าสุดยอดแล้ว สาวๆหายากมากกกกค่ะ
ดังนั้นร้านเราค่อยข้างบูมในสมัยเปิดๆแรก
เค้าว่าสาวๆในร้าน ทำเงินตกเดือนละ ห้าแสนหกแสนกว่าเยน (ตีเป็นเงินได้ก้อเกือบสองแสนได้มะ) ไม่ได้เวอร์นะคะ ตอนนั้นพวกพี่ๆเค้าใช้ฝีมือ กับคารมณ์กันจริงๆค่ะ

แขกที่มานวด มีจำพวก ป่วยเมื่อยจิง แบบมาหลีสาว แบบขี้เหงามาหาเพื่อน แบบตามหารักแท้ในร้านนวด แบบรักเมืองไทย และแบบมาหลอกเกาะสาวไทย

ตอนเข้ามาใหม่ๆเงินดีมาก
เป็นช่วงอดทน อย่างแรง จากนู๋อนามัยนอนสี่ทุ่มมาเป็น ยายอดทนนอนตีสามค่ะ

เช้าตื่นเจ็ดโมง นั่งรถไฟไปเรียนในโตเกียวชั่วโมงครึ่ง เลิกเรียน สามโมงครึ่งบ้าง ห้าโมงบ้าง นั่งรถกลับมา ทำงานถึงตีสอง อาบน้ำ ตีสามนอนค่ะ ทำอย่างนี้ได้หนึ่งอาทิตย์ก้อเกิดเหตุขโมยขึ้นบ้าน

ไม่ใช่ขโมยที่ไหนหรอกค่ะ
น้าคนพี่นั้นแหละค่ะตัวดี

ตั้งแต่เราออกจากร้านน้องสาวแกมาด้วยกัน เราก้อแยกงานกัน ทำคนละที่ เพราะไม่มีที่ไหนรับเด็กทีสองคนค่ะ ด้วยเหตุผลนี้ แกก็เลยถือโอกาสแยกตัวออกมานอนร้านนวด ที่แกทำอยู่ แต่ด้วยความสนิทสนมกัน เราก้อยังคงติดต่อกันเหมือนเดิม เรายังไปหาแก กินข้าวนั่งเล่นที่ร้านแกบ่อยๆ

หนึ่งอาทิตย์ก่อนเกิดเหตุค่ะ เราไปหาแกที่ร้านใหม่ แกก้อดี คืนกุญแจห้องเรามา แต่เราสิ ดันเผลอลืมกุญแจ ไว้บนตู้เย็นร้านแกเข้า
เราจำได้ค่ะ เราโทรไปย้ำ ให้เพื่อนเก็บกุญแจเราด้วย เพื่อนก้อแสนดี วางไว้ที่เดิม บนหลังตู้เย็นนั้นแหละ

อาทิตย์ถัดไป ตอนบ่ายโมงเศษๆได้ แกโทรถามเราว่า เราอยู่ไหน
เราตอบกลับไปว่าวันนี้มีกีฬาสีค่ะ กลับบ้านช้าค่ะ
แกก้อวางสายไป ทุกอย่างปกติค่ะ

มาสะกิดใจตอนเช้าวันถัดหลังกีฬาสี
จะเอาเงินค่าแรงใส่กระป๋อง หาเท่าไหร่ก้อไม่เจอ กระป๋องมันหาย
มันหายไปได้ไง เมื่อวานเช้าอะ!ยังเก็บไว้ตรงนี้อยู่เลย!?!
เริ่มโวยวาย ไรอะเงินค่าแรงฉานนน แสนสี่เยน หายไปไหน !!!!

โทรไปหาน้าคนแรก แกรีบมาทันที แกว่าสงสัยขโมยขึ้นบ้านแน่
แต่บ้านนู๋อยู่ชั้นเจ็ดนะคะ ขโมยที่ไหน จะปีนขึ้นมา ของอย่างอื่นอยูคบ หายแต่กล่องเงิน มันจะรู้ได้ไง ว่านู๋เอาเงินแอบไว้ที่ไหน น้าไปแจ้งตำรวจกันนะคะ
แต่แกตอบกลับมาว่า ตำรวจไม่รับแจ้งหรอก เรื่องของต่างชาติ แล้วเราเป็นนักเรียนด้วย ยุ่งยากเปล่า ถือว่าฟาดเคราะห์ละกัน

"เนี่ย!!เงินนู๋หายไป ไม่ใช่หน้าที่ตำรวจเหรอคะ แล้วประเทศนี้มีตำรวจไว้ทำไมอะคะ " เราค้านขึ้นมา ใจเราเริ่มเอ๊ะขึ้นมาว่า ทำไมห้ามเราไปแจ้งตำรวจนะ เพราะเราเป็นต่างชาตินะเหรอ เพราะเราเป็นนักเรียนนะเหรอ ตำรวจญี่ปุ่นไม่คุ้มครองเรานะเหรอ เหตุผลฟังไม่ขึ้นอ๊าาา!!!

สักครู่สามีแกก้อโทรมา แก้ทำเนียนค่ะ แกเล่าเรื่องว่า ขโมยขึ้นบ้านเรา แต่ที่แปลก สามีแกย้ำอยู่นั้นแหละว่า"ไม่ได้เอาไปใช่มั้ย ไม่ได้เอาไปใช่มั้ย" แกก้อยืนยันว่าไม่ได้เอาไป

พอเราได้ยินอย่างนั้น เราก้อเริ่มเอาบ้างงง
"น้าาาา นู๋จะไปแจ้งตำรวจอะ เงินนู๋หาย "
น้าคนพี่ รีบตอบทันทีเลย
" น้าไม่เอาด้วยอะ มันยุ่งเดี๋ยวมีปัญหาถึงเจ้าของบ้าน ถ้าเค้ามาไล่เราออกไป แล้วเราจะไปอยู่ไหน ยังไง เค้าก้อไม่ไป ไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากขึ้นโรงพักเสียเวลาเค้า อีกอย่าง บ้านนี้ก้อเป็นชื่่อเค้าตอนเซ็นต์สัญญาเช่า ถึงเราจะจ่ายเงินก้อเหอะ ถ้าเค้าไม่อุนญาติ ตำรวจก้อเข้ามาค้นไม่ได้ "

เล่นพูดแบบนี้ นู๋จะเอาอะไรไปสู้ละคะ พึ่งมาได้ปีกว่าๆจะหาเรื่องไปโรงพักเสียแล้ว จะหาใครช่วยดี ใครๆก้อไม่รู้จัก น้าคนพี่ ก้อเล่นพูดปิดทางนู๋เสียแล้ว เอาไงดี ไม่มีหลักฐานกล่าวหาใครไม่ได้อีก

ในเมื่อเรามั่นใจว่าน้าคนพี่เอาไปแน่ มันแปลกเยอะใช่มั้ยคะ ?
ตัวเองเป็นที่พึ่งตัวเองค่ะ งั้น...สืบเองก้อได้!!!

เริ่มจาก เราโทรไปหาเพื่อน ที่ทำงานร้านเดียวกับน้าคนพี่ ถามถึงเรื่องกุญแจที่ฝากไว้ ผลก้อคือ กุญแจมันแอบไปเดินเล่นเองได้ค่ะ เพื่อนว่าเมื่อสามวันก่อนจู่ๆมันก้อหายไป และจู่ๆมันก้อกลับมา เพื่อนยังนึกเอ๊ะใจเลยว่าเรามาเอาแล้ว

คำจากปากเพื่อนคนเดิมอีกนั้นแหละ เพื่อนเล่าว่าน้าคนพี่ แกมาทำฟอรม์บ่นเรื่องขโมยขึ้นบ้านเรากับเพื่อนเรา. แถมบ่นว่าเราเก็บกล่องเงินไม่ดี วางไว้ใต้เตียง ใครเห็นก้อเอาไปดิ ไม่แปลกที่ขโมยจะไม่ขโมยไป....นั้นแหละแปลกค่ะ รู้ได้ไง ว่าเราเก็บใต้เตียง ธรรมดามันมันถูกเก็บไว้ที่ชั้นวีดีโอค่ะ แต่เช้าวันกีฬาสี เราตื่นสาย เราเปิดกล่องหยิบตังค์แล้วแอบมันไว้ใต้เตียง คนธรรมดาไม่รู้แน่นอนนนน

รายการต่อไป เราขอเช็คกล้องวงจรปิดบริเวณลิฟท์ มันเป็นอย่างที่เราคิดค่ะ หลังจากที่น้าแกโทรมาหาเราได้สิบนาที แกก้อมาปรากฏตัวอยู่หน้าลิฟท์ และลิฟท์ไปจอดที่ชั้นเจ็ดค่ะ หายไปประมาณสิบกว่านาที แกก้อหิ้วถุง พลาสติกหัวโผล่ออกมาเป็นกล่องใส่เงินเราชัด เราเห็นๆๆๆ นั้นของฉานนนน

เมื่อเห็นคาตา เราโทรถามแกว่า
เราเห็นแกจากกล้องวีดีโอ ถือถุงพลาสติกใส่กล่องเงินเรา
ดูแกแก้ตัวนะคะ
แกตอบเราว่า มาหาเรา นึกได้ว่าเราไม่อยู่ เลยกลับ
พอถามซักไปว่า แล้วขึ้นลิฟท์หายไปสิบนาทีมันหมายความว่าไงคะ
แกตอบว่าไปเคาะประตูแล้วไม่ตอบ เลยสูบบุหรี่อยู่ตรงทางหนีไฟ

(ตอนนั้นได้แต่คิดเถียงในใจนะคะว่า น้าเป็นอัลไซเมอร์เหรอคะ ก่อนหน้าน้ามา น้าก้อ โทรมาหานู๋ไปทีแล้ว สิบนาทีผ่านไป น้าก้อมาโผล่หน้าห้องนู๋เนี่ยนะ บ้าไปเปล่า ได้แต่คิดนะคะ ไม่กล้าพูด ไม่เก่งจิงค่ะ )

พอถามเรื่องถุง แกก้อแฉตอบไปว่า กระเป๋ามันตุงและหนัก เลยหยิบถุงมาหิ้ว นั้นมีคำตอบเสียไปทุกข้อ พาลมาโกรธเราอีก ที่มากล่าวหาแก

ทางเลือกสุดท้าย เราไปปรึกษาน้องสาวแกค่ะ คำที่ได้มาว่า น้ายุ่งไม่ได้ ถ้ายุ่งก้อทะเลาะกันเปล่า เค้าไม่ยอมหรอกพี่สาวน้าอะ แล้วเค้ามีนิสัยลักเล็กขโมยน้อยถึงมากๆมานานแล้ว

อ้าวววว แล้วเงินค่าเทอมนู๋ทำไงละคะ แห้ววววหรือนี่
ตอนนั้นโง่จริงๆค่ะ มืดไปสิบด้าน ไม่รู้จะไปหาใครให้ใครช่วย ภาษาญี่ปุ่นก้อได้พื้นๆจะไปแจ้งตำรวจได้ไง ญาติคนรู้จักก้อไม่มี

โทรคุยกับแม่ค่ะ แม่ว่า ปล่อยเค้าไปเหอะ ถือว่าเป็นครู อย่าเชื่อใจใคร และให้ใจใคร และห้ามให้ยืมเงินอีกต่อไป ส่วนเรื่องแจ้งความ แจ้งไปเดี๋ยวก้อทะเลาะกันเปล่า แม่เรากลัวมีเรื่องตามมา มากกว่าค่ะ

เงินอะ อยากได้คืนนะคะ แต่เสียใจมากกว่า นับเป็นน้าหลานกัน ไปไหนไปกัน ช่วยเหลือกันมาตลอด อยู่ๆไหนมาทำกันแบบนี้ เงินที่เราหามา เราก้อไม่ได้เอาไปเที่ยวเล่นนะ เอามาจ่ายค่าเทอมทั้งนั้น แทบไม่เคยเที่ยวไหนด้วยซ้ำไป น้าไม่มีเงิน เราก้อให้ยืม เข้าใจว่าลูกเยอะ แต่ขอยืมดีดี เราก้อให้ เราไปทวนน้าเสียเมื่อไหร่ สรุปที่น้าได้ไป บวกที่ยืมก่อนหน้านี้ ร่วมเกือบแสนบาทไทยค่ะ เงียบหายไปลับสายตา

มันเจ็บใจค่ะ มาต่างประเทศคนเดียว มันก้อเคว้งอยู่แล้ว มีผู้ใหญ่มารักเอ็ดดู เราแสนดีใจ อยู่ต่างประเทศมันต้องช่วยกันรักกันสิค่ะ คนไทยไม่รักกันไม่ช่วยกัน แล้วให้ชาติไหนมาดูแลกันละคะ

หลายคนอาจเจอคนดีดี บังเอิญเราเลือกมาทางนี้ เลยเจอคนแนวๆนี้เยอะไปหน่อยหรือเปล่าหนอ ... แต่คนดีดีในญี่ปุ่นก้อมีเยอะค่ะ มาเสียที่นี่ ก็มีเยอะ ทำไมนะเหรอคะ อาจจะเป็นเพราะว่า เราอยู่ไกลบ้าน เราไม่ต้องสนใจว่า ใครจะคิดยังไงกับเรา เอาตัวเรารอด หาเงินได้ ส่งเงินกลับบ้านได้ ก้อพอ โดยที่ไม่ได้ทันคิด ว่าสิ่งที่เราทำนั้น ไปทำร้ายน้ำใจคนที่เค้าหวังดีกับเราด้วยหรือเปล่า....

เรานะ ถึงไม่ใช่คนดี ออกจะวีนด้วยซ้ำไป แต่พยายามไม่เล่นกะหัวใจของใคร ไม่ทำลายน้ำใจใคร เท่านั้นเอง....







Create Date : 14 มีนาคม 2555
Last Update : 16 มีนาคม 2555 21:23:33 น.
Counter : 1301 Pageviews.

15 comment
เมื่อไปกู้เงินไอ้คุณกอ ยากูซ่า
พี่ที่ตามมาอยู่ร้านที่สองด้วย แกมีกันสองพี่น้องค่ะ ค่อยข้างเซียนค่ะ
คือผ่านโลกมามาก แกไปมาหลายประเทศแล้ว สุดท้ายก้อมาจบที่ญี่ปุ่นเนี่ยแหละค่ะ
แกสอนนวดไทยและนวดออยเพิ่มให้ สมัยปีแรกๆ มีแต่นวดไทยค่ะ นวดออยเหมือนสิ่งต้องห้ามของร้าน พี่ๆๆร้านแรกรับไม่ได้อะ นวดออยมันต้องทะลึง มันต้องแก้ผ้านวด รับไม่ได้ประมาณนั้น

แต่ด้วย ค่านวดออยมันแรงกว่านวดไทย ออกแรงน้อยกว่า เท่านั้นละค่ะ ไม่ว่าร้านไหนก้อเริ่มตั้งคอร์ดนี้ขึ้นมาตามๆกัน

เราสนิทกัยพี่เจ้าของร้านมาก ขนาดนับกันเป็นน้า-หลานกันทีเดียว รักสนิทใจค่ะ ขนาดเช่าห้องอยู่ด้วยกันนะ

พี่น้องคู่นี้ดูเหมือนรักกันนะคะ แต่ไม่ทราบไปทำไรมาแต่ชาติปางก่อน ทะเลาะกันบ่อยมา~กค่ะ คนพี่มีลูกมากยากจน ขี้โวยวายแต่ใจดี ส่วนคนน้องลูกชายคนเดียวรำรวย วาจาดีเป็นเลิศ ค่ะ

แต่เรานะ สนิทกับคนพี่มากกว่า ทำไมนะเหรอคะ น้าคนพี่ แกเหมือนคุณแม่ใจดีอะค่ะ กลับมาแกก้อ ซื้อกับข้าวขนมรอ รอเรากลับจากโรงเรียนมากินด้วยกัน ว่าง่ายๆหิ้วท้องรอกัน นวดแขกไม่ถึง แกก้อมาช่วยเสริมให้ ตอนนั้นรักหมดใจ จะไปไหน ไปด้วยกันติดกันอย่างปาท่องโก

จนกระทั่ง พี่น้องคู่นี้ทะเลาะกัน แตกหักแยกร้าน คนพี่ออกจากร้าน เรานะไม่ได้เกี่ยวไรกับเค้านะ เค้าออกเราก้อออก

ตอนนั้นใกล้ช่วงจ่ายค่าเทอมแล้ว เงินที่เก็บมา ส่งไปใช้หนี้เงินกู้ทีเมืองไทย บวกค่าเช่าห้องใหม่แสนสาหัสในญี่ปุ่น (สาหัสตรงไหน ค่าเช่าในญี่ปุ่น มันจะแปลกกว่าไทยนิดนึ่งมันมี เงินค่ามัดจำ (shikikin) เงินค่าขอบคุณ (reikin) คุณเจ้าของบ้านที่กรุณาให้เช่าบ้าน เงินกินเปล่าไม่ได้คืนค่ะ บวกเงินค่านายหน้าอีก) ตอนนั้นฐานะการเงินตกต่ำมาก

(ลืมเล่าไป ว่าพ่อแม่เรา เลิกกันแต่เด็กค่ะ อีกนั้นแหละ พ่อเราฐานะไม่ค่อยดี หาเช้ากินเช้า เราเลยอยู่กะแม่ แม่ฐานะปานกลางออกจะคุณนายนิดๆ ด้วยว่า พ่อไห้ววานได้ง่ายกว่าแม่ เราเลยฝากATMไว้กะพ่อ ให้พ่อส่งเงินกู้หกธนาคารให้ ก่อนมาญี่ปุ่น ทำตัวเป็นลูกสาวที่ดี
"ถ้าพ่อขาดเหลือจำเป้นจริงๆ ก้อเอาจากบัญชีไปใช้นะ" คำพูดนี้เป็นคำพูด ที่เสียใจมายังทุกวันนี้ค่ะ ตอนนั้นมีติดATMไว้ สี่หมื่นกว่า แล้วทิ้ง ready credit citi bank อีกใบไว้ให้พ่อค่ะ และ ฝากบัญชีไว้กะแฟน ไว้เช็คยอดเงินให้เรา)

เราโทรไปหาพ่อบังเกิดเกล้าทั้งที"พ่อจ๋าาาา ตอนนี้นู๋มีเงินในบัญชีเหลือเท่าไหรอะคะ นู๋ต้องจ่ายค่าเทอม "พ่อเราตอบมาว่าไม่มาก แล้วเท่าไหร่อะคะ อะ!!!...ไม่ยอมตอบแฮะ มันแปลก!!!

เราโทรหาแฟนให้ช่วยเอาสมุดบัญชีไปอัพโดยทันที เลขที่ออกคือ 24.50สตางค์ค่ะ โอ...พระแม่เจ้า เรานั่งคำนวนเงินที่เราส่งมาปีที่แล้ว เราส่งมาล้านห้าแสนเยน มันน่าจะเป็นเงินไทยได้ห้าแสนได้ ถ้าเรทสามสิบเจ็ดนะคะ ลองคำนวนเล่นนะคะ ว่าหนี้นู๋กู้มา 60000x6ธนาคาร= 360000คือต้น แล้วดอกปีเดียว มันน่าจะเหลือหรือหนี้เป็น0สิคะ แต่พ่อส่งเป็นงวดๆ หกธนาคาร รวมกันเดือนละหมื่นกว่าบาทเอง ด้วยเหตุฉะไหน มันเหลือแค่นี้ พ่อเราได้แต่ขอโทษ พ่ออ้างว่า พ่อต้องส่งเงินกู้ให้เรา ใช้จ่ายเองในบ้านบ้างเศรษฐกิจไม่ดี ส่งน้องเรียน เดี๋ยวพ่อหามาคืนนะ พ่อไม่เอาเงินลูกหรอก
ทราบค่ะไม่เอาค่ะ แต่จะใช้อะไร ช่วยบอกลูกหน่อยสิคะ

โห...นวดแทบตาย หายไปพิบตาาาาา
เราปรึกษาน้าคนพี่ ทำไงถึงหาเงินจ่ายค่าเทอมได้ ตอนนี้มีอยู่สองแสนเยนขาดอีกสองแยนกว่าเยน จะหาใครยืมได้บ้างงง ไม่กล้ายืมแม่ ถ้าแม่รู้ ต้องเรียกกลับไทยแน่เลย ยังไม่อยากกลับ ภาษาญี่ปุ่นยังได้แค่ห่างเต่า ยังไงก็กลับไม่ได้
เราได้คำตอบมาว่า
"อ๊ะ เดี๋ยวน้าพาไปยืมไอ้กอ" ไอ้กอย่อมาจาก ยากูซ่าค่ะ แต่จำไม่ได้แล้วว่าทำไมเป็นไอ้กอ ส่วนนังปอ ก้อเรียกพวกผู้หญิง ฟิลิปินส์ ประมาณนี้

เข้าไปยืมเงินไอ้กอ
เป็นสำนักงานธรรมดานี่ค่ะ มีโต๊ะทำงานใหญ่ตั้งตัว มีโซฟา 2ชุด
การยืมเงินไอ้กอในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ จะมีการแนะนำต่อกันทอดๆ มีคนคล้ำประกัน เราให้น้าคล้ำไห้เรา

วันแรก ไปแนะนำตัว นู๋ชื่อนี้ บ้านอยู่ตรงนี้ ทำงานตรงนี้ มีความจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่ ใครเป็นคนคล้ำประกัน

วันที่สอง คุณกอติดต่อมาเอง นัดวันเวลา

วันที่สาม ไปตามนัด ห้ามสายโดยเด็ดขาด ห้ามพูดภาษาญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง ห้ามเขียนหนังสือสัญญาอ่านไม่ออกด้วย เซ็นต์สัญญา กู้เงิน แปะโป้ง รับเงินเป็นอันว่าเสร็จ

คุณกอที่รู้จักส่วนใหญ่ก้อหากินกลับ ผู้หญิงไทย ฟิลิปินส์ เกาหลี จีน ประมาณนี้ คนที่ได้รับสิทธิ์กู้ยืมนี้ ส่วนใหญ่ก้อทำงานกลางคืนทั้งนั้นละค่ะ ผู้หญิงเดินซอย นั่งร้านดื่ม ผู้หญิงนวด ทำไมนะเหรอคะ เพราะเราได้เงินเป็นรายวัน มีปัญญาที่พอจะส่งเค้าได้ และเราขายได้ 5555

กู้เงินที่นี่ส่วนใหญ่ ดอกรายวัน จ่ายทุกวันกำหนดหมดสี่เดือน ไม่ก้อดอกสิบวันที ต้นไม่เกี่ยว หรือไม่ก้อห้าวันดอกที ทำนองนี้

เวลาส่งเงิน ค่าดอก จะเดินไปส่งเองที่สำนักงานก้อได้ หรือโทรไปให้มาเก็บ แต่โทรไปตั้งแต่หกโมง พี่เล่นมาเที่ยงคืนประมาณนี้ ไปเร่งไม่ได้นะคะ โดนด่ากลับ สมมุติ โทรไปเมื่อหกโมง รอไปสามชม เห็นไม่มา อ๊ะ!!จะทำงานขึ้นมา ระหว่างนวดแขก ดังทะลึงมาพอดี ไม่วิ่งไปส่งเค้า นั้น โดนด่าอีก ออกจากห้องนวดระหว่างนวดแขก ก้อโดนอีก
กำ

อิมเมจ เคยคิดว่าคุณกอจะโหด โหดค่ะแต่ใจดี ทำดีทำถูก เค้าก้อดีกลับเรา เค้าไม่ใช่พวกหาเรื่องคนอื่นก่อน ตามกฏหมายญี่ปุ่น เค้ามีการลงทะเบียนคุณกอกันค่ะ ถ้าเป็นกอแล้วทำผิด จับได้ โทดแรงกว่าคนทั่วไป ส่วนพวกกอ ตัวเล็กๆๆเท่านั้นที่ดูบ้าอำนาจพิกล

คุณกอจะร้ายกันคนที่ ทำผิดกฏ อย่างคนหนีหนี้ อันนี้เค้าเอาจิง ตาม ตามถึงบ้าน ตามคนที่รู้จัก เพื่อน ครอบครัว สัตว์เลี้ยง อาจมีการลงไม้ลงมือถามเพื่อความแน่ใจ ถึงคุณจะตอบว่าไม่รู้ ไม่รู้จิๆง ก้อเขียวค่ะ ท่านไม่ฟังเลย เมื่อท่านแน่ใจว่าคุณไม่ได้โกหก คำขอโทดออกมาจากปากคุณกอ แล้วเดินจากไป ปล่อยคุณนอนอยู่ตรงนั้น
แต่ถ้าตามตัวลูกหนี้เจอ ก้อเขียวบวกปรับดอกขึ้นไม่รู้กี่เท่า ดังนั้นเพื่อนเราเคยหนี้มาแล้ว เพื่อนคนญี่ปุ่นแนะนำเลยว่า อย่าคิดว่าหนีได้ เค้ามี เครื่องข่ายติดต่อหาคุณได้ เช็คหาเบอร์คุณจากเครื่อข่ายรายชื่อลูกค้าโทรศัพท์บ้าง ถึงตอนนั้นถ้าหาตัวเจอ ไม่รู้เค้าจะทำไรบ้าง อาจจับส่งซ่องก้อเป็นได้ ผู้ชายก้อตัดเครื่องใน แล้วโยนทะเล (ไม่รู้จริงเปล่าค่ะ เพื่อนขู่เพื่อนเราอีกที)ให้โทรไปหาไอ้กอก่อน ก่อนที่เค้าจะตามมาเจอตัวเรา แล้วโกหกให้เนียน เหตุใดถึงติดต่อไม่ได้ ต่อจากนี้จะจ่ายเงินยังไง ถ้าคิดจะหนี หนีอย่าง อย่าให้เห็นหัว ประมาณนั้น

เพื่อนเคยไม่สบายเข้าโรงพยาบาลระหว่างใช้ดอก คุณกอทุกเจ้าที่เพื่อนไปยืมมาดีมากอะ พร้อมใจหยุดดอกให้ รอจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาลอะค่ะ ไม่น่าเชื่อช่ายมั้ย แล้วไม่ตามกับคนคล้ำด้วย เพื่อนเข้าโรงพยาบาลไปสี่เดือนค่ะ ท่านรอด้ายยยอะ
สรุปคบไอ้กอ ต้องให้ใจค่ะ คุณตรงเค้าก้อตรง

พี่ที่รู้จักคนหนึ่งค่ะ เป็นเมียคุณกอ
พี่เล่าว่าเวลาทะเลาะกับคุณกอทีหัวล้านข้างแตก พอพาไปหาหมอ หมอก้อเป็นหมอคุณกอค่ะ นิ้วกุดเหมือนกัน แถมบอกพี่ว่า เป็นเมียยากูซ่าต้องอดทน นั้น!!!มีสายทุกเครื่อข่าย

เคยนวดคุณกอ สำหรับเรา เราว่ากอตัวใหญ่ใจดีค่ะ นวดออย นอนเฉยๆ ไม่ทะลึง แต่ตัวแข็งมาก เหตุที่ตัวแข็งเค้าว่าเล่นยา เลยตัวแข็ง เรากลัวนวดไม่ถึงเค้า เคยเห็นมั้ยคะ ใช้เท้าใช้เข่านวดออยเนี่ยค่ะ ตอนขึ้นเหยีบที ก้อกลัว กอมันจะว่าเรามั้ยหนอ เหยีบคนอื่นมาเยอะ ตอนนี้โดนเราเหยีบแล้ว 5555

ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยคะ จะหลงมาในกลุ่มนี้ได้
คนอื่นเค้าไปต่างประเทศ เค้าไปที่ดี เรียนจบกลับบ้าน ได้งานทำดีดี ทำไมเราถึงเข้ามาวงนี้ได้ อะไรพัด จูงมา ใช่ว่ามีแต่เรื่องแย่ๆ หักหลัง หลอกลวงกัน อย่างเดียวนะคะ แต่มันคือการเรียนรู้ให้อยู่รอด เรียนรู้คน จริงๆค่ะ อยากเล่าเยอะแยะ แต่เวลาเขียนแล้วไม่รู้จะ หยิบไรมาเล่าก่อน โดนแทงข้างหลังเยอะ เก็บกดค่ะ หุหุหุ











Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 17 มีนาคม 2555 13:27:47 น.
Counter : 3834 Pageviews.

441 comment
หลงเข้าไปวงการนวด
ตั้งแต่มาญี่ปุ่นปีนี้ ปีที่หกเริ่มนับเจ็ดแล้วค่ะ
ปีแรกที่มาเป็นปี49 เรทเงิน37บาท ด้วยความที่อยากมาญี่ปุนมาก กู้เงินมาค่ะ ประมาณหกแบงค์ แบงค์ละห้าหมื่นหกหมื่นบาท บวกเงินโบนัทที่ได้บินมาญี่ปุ่น

ปีแรกมาไม่เท่าไหร่ค่ะ เศรษฐกิจดีมาก มาสามวันหางานทำได้ งานแรกเริ่มต้น ทำงานร้านนวดไทย ไอ้วิชาเรียนนวดมา เอามาใช้ที่นี่ไม่ได้ผลค่ะ เรียนมาเป็นนวดราชสำนัก แต่ที่ญี่ปุ่นเราใช้นวดวัดโพธิ์ค่ะ แรงมันจะถึงกว่า มาอยู่ร้านนวดไทย นวดจริง ม่านเปิด ทุกอย่างลงตัว ดูเป็นที่อิจฉาของรุ่นพี่ที่โรงเรียนด้วยซ้ำ เนื่องจากค่าเงินนวดมันแรงค่ะ (นวดชั่วโมงได้ 3000 งานร้านอาหาร ชั่วโมงละ 800+)ตอนนั้นแขกเยอะมาก ขนาดเดือนแรก มาเราเก็บเงินได้ สองแสนกว่าเยน ทำงานตั้งแต่ห้าโมงเย็นเลิกสามทุ่มเท่านั้น ตอนนั้นเยอะมาก ดีใจมาก แต่ปวดไปทั้งมือ ต้องเอายาแก้ปวดทามือตลอดเวลา

ทุกอย่างดูดีแค่เปลือก
สังคมไทยในต่างแดน ที่เราเจอมันจอมปลอมไปนิด เราเข้ากับพี่พี่ที่ร้านไม่ได้ ตอนแรกคิดว่าเพราะพี่เค้ามีลูกๆกัน วันวันเค้าก้อคุยเรื่องลูก แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เราต่างจากเค้า เราเรียนสูงกว่า ครอบครัวมาดีกว่า เท่านั้นนะคะ ที่เป็นประเด็น

พอทำไรไม่ได้ ก้อจะเริ่มเสียดสีมาทันที
sttaffญี่ปุ่นคนนี้ยังพูดภาษาอังกฤษเก่งกว่าเลย ไหนว่าเรียนจบตรีมาไง ได้แค่นี้เองเหรอ
อะเดี๋ยวก้อเอาอีกแหละ ไรเนี่ย...มาเรียนสามเดือนยังพูดญี่ปุ่นไม่ได้อีกเหรอ ทำไมอ่านหนังสือ อย่างกะเด็กประถมละ???
อ๊ะ...อยากกินนี่จังซื้อให้หน่อยได้มั้ย ไปเช่าวีดีโอจากร้านไทยมาที เมื่อยจังนวดให้หน่อยสิ มาถึงรีดผ้าด้วย เริ่มเป็นคนใช้ไปแล้ว

งานร้านให้ทำอะ ไม่ว่านะคะ จะให้ช่วยทำนู้นทำนี่เล็กๆน้อยๆก็ไม่ว่าจิงๆ แต่มาแกล้งใช้กันนะ เพื่อแสดงบารมีอะ มันไม่มากไปเหรอคะ

และแล้วเริ่มมีปัญหา เมื่อเรากลับสามทุ่ม กลับเร็วกว่าพวกเค้า
ทำไมเรากลับเร็วได้ เค้าก้อเหนื่อยเหมือนกัน อยากกลับไวบ้าง ทำไมต้องอยู่จนร้านปิดตีสอง สรุปแล้ว เราเลยขอเจ้าของร้านอยู่ดึกวันศุกร์ เสาร์ ค่ะ ตอนนั้นอยากบอกนะคะ พี่คะ แต่ก่อนพี่ก้ออยู่กันได้ถึงตีสองตีสาม ทำไมตอนนี้อยากรีบกลับละคะ พี่อยู่พี่ก้อได้เงินไม่ใช่หรือคะ

แต่ตอนนี้กลับมาดู สังคมที่อยู่ตอนนั้นเด็กสุดๆ ไม่ได้อิจฉากันร้ายแรง
มีนิดๆๆ เพื่อไม่ให้ชีวิตมันราบเรียบไปนิด

ปีที่สอง ออกจากร้านนั้น เนื่องจากพี่ที่สนิท ไปเปิดร้าน
นั้นแหละ เป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่วงการนวดไทยในญี่ปุ่น

พนักงานนวดเมื่อห้าปีหกปีก่อน ส่วนใหญ่ก็สามสิบอัพค่ะ ไม่ได้ว่านะคะ แต่ส่วนใหญ่ที่มาในยุคล่าทอง มาขายบริการที่นี่ เมื่อมีการกวาดร้างซ่อง ก็เริ่มหางานถูกกฏหมายเข้ามาทำแทนที่ คืองานนวดไทย พี่พี่เจ้าของร้านบ้างท่านลงทุนขนาดแต่งเรื่องชีวะประวัฒิตัวเองใหม่หมด บ้างว่าเป็นนักเรียน พบรัก แต่งงานแล้วเปิดร้านนวดถือเป็นเบสิกเรื่องเลยค่ะ พอพวกเรามารู้ทีหลัง ก้อรู้สึกเสียใจนิดๆ คืออยากบอกพี่จะเป็นไงมานู๋ไม่สนค่ะ ต่อเมื่อพี่ยังดีกับนูู๋นะคะ นู๋ก้อรักค่ะ

พี่ที่ตามมาอยู่ด้วยด้วยค่อยข้างเซียนค่ะ
คือผ่านโลกมาก ไปมาหลายประเทศ
หลังจากนี้ไปคือวงการนวดที่แท้จริงค่ะ


ปล เมื่อวานกดsave draffไว้ แต่สงสัยกดผิดมันเลยup ไปใน blogเรียกร้อยแล้ว เรื่องมันเลยจบแบบค้างๆ วันหลังมาเล่าต่อค่ะว่า วงการนวดจริงๆเป็นไง ขอบคุณค่ะ





Create Date : 12 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 18:10:27 น.
Counter : 47548 Pageviews.

54 comment
1  2  3  

yoyos
Location :
北鎌倉  Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



เบื่อแล้วเหนื่อยกับความรัก ทำไงให้ลืม อยากร้ายๆ อยากวีนให้ได้เหมือนตัวร้ายในละคร มันจะสบายใจขึ้นมั้ย( T_T)\(^-^ ) อยากจะลืม